![]() |
![]() |
|
|
|
24/08/2001 สวัสดีครับ หลังจากที่อู้งานปล่อยให้คุณ TEE แก up date แทนไปหลายเรื่องทีเดียว ดังนั้นไม่ต้องพูดพล่ำทำเพลงมาก มาเข้าเรื่องเรื่องเลย โดยผมจะพามาทดสอบ อุปการณ์ที่เมื่อสองสามปีก่อนจัดว่าจะมีเฉพาะในเครื่อง hi end ที่ราคาแพงเหยียบแสนเท่านั้น ซึ่งหลายๆท่านตอนนี้อาจจะมีใช้กันเหมือนกับ อุปกรณ์ standard ที่ต้องมีใน computer ไปแล้ว หลายๆท่านอาจจะมีติดไว้เพื่อประดับบารมี ส่วนอีกหลายท่านก็อาจจะมีไว้ทำมาหากินแบบ ถึงเป็นถึงตารางทีเดียวครับ มาถึงตรงนี้หลายๆท่านอาจจะ สังสัยว่ามันคืออะไร ถึงต้องมีเรื่องของ ตาราง ( คุก ) เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย คำตอบคือ CDRW หรือ Compack Disc Rewritable นั่นเองครับ หลายท่านอาจจะนึกในใจว่า โธ่ กับแค่ CDRW นี่นะต้องมีเรื่องถึงคุก ตาราง ไม่มีทางเป็นไปได้ ผมจะเล่าให้ฟัง เรื่องมันเริ่มต้นที่ว่า ตอนซื้อ CDRW มาใหม่ๆ ใช้ยังไม่เป็นก็ตั้งไว้เฉยๆ พอเริ่มใช้เป็นก็เริ่ม จะหัดเขียน CD เพลงฟังเอง บ้างก็ back up ข้อมูลใส่ CD ไปๆมาๆ เพื่อนเริ่มรู้เรื่องเอามาให้เขียนให้ แจกสาวๆบ้าง หนักๆ เข้าเริ่มชักไม่ไหว เก็บเงินมันซะเลย โอ้ หนัง โป๊ว mp3 CD เถื้อน write ขายกันสนุก กิจการรุ่งเริ่อง เงินทองไหลมาเทมา พอดังหน่อย เริ่มมีชื่อเสียงในวงการ แต่ด้วยเป็นนักเขียน cd มือสมัครเล่น power ไม่พอเลยโดน นโยบาย นายก สั่งเชือดไก่ให้ลิงดู เลยต้องขยายกิจการไปเปิดสาขาในคุก สบายใจเห อิอิ ส่วนพวกที่ มี power นั้นก็ไม่ค่อยโดนเท่าไหร่ อันนี้เป็นอันรู้กัน ส่วย ฮั้ว คงไม่ขอเอ่ยครับ ดังนั้นใครที่คิดเดินทางสายนี้ระวังหน่อยครับ เมืออาทิตย์ก่อน แม่ค้าหาบเร่ หน้า pantip ยังถูกจับ cd เถื่อนเลย ฟังแล้วน่าใจหายครับ เพราะพี่แกดันไปรับฝากเก็บแผ่น CD เถื่อนที่ขายใน pantip ล่ะสิ เลยซวยไปครับ ได้ข่าวว่าเจอข้อหาจำหน่ายด้วย ก็เล่นชุกไว้ในหาบเกือบ 500 แผ่น จะเหลือเหรอ ผมล่ะเห็นใจจริงๆ ครับ กับค่าฝาก cd ไม่กี่สิบบาท แต่ต้องมาเจอปรับเป็นแสน จะเอาเงินที่ไหนจ่าย เลยจำต้องติดคุกเป็นแพะตามระเบียบครับ จนอยู่แล้วต้องมาซวยอีก จริงๆผมว่าไม่น่าเลยครับ แม่ค้าหาบไม่รู้อีโน่อีเน่อะไร ต้องมาโดนแบบนี้ ไม่ค่อยยุติธรรมเท่าไหร่ ครับ น่าจะไปหาที่ตัวการดีกว่าครับ หรือไม่ ก็รัฐบาล ยอมซื้อ licent ลิขสิทธ์ solf ware เพื่อคนไทย แล้วมาขายในราคาถูกหรือแจกฟรีเพื่อการศึกษาไปเลย ผมว่า ประเทศจะเจริญเร็วมากกว่านี้อีกครับ อนาคตของประเทศอยู่ที่มันสมองของชาติ ครับ ดีกว่าไปเอางบไปสร้างถนนๆ ที่ซ่อมแล้วซ่อมอีกไม่รู้จบอีก ( โกงกันเข้าไป ) ในที่สุดก็นอกเรื่องอีกตามเคย อิอิ มาถึงเรื่อง cdrw กันต่อ อย่างที่บอกไว้ตอนต้นล่ะครับว่าเครื่อง CDRW สมัยก่อนนั้นแพงมาก เท่าที่ผมจำได้ drive cdr ขนาด 1x -2x ตัวหนึ่งนั้นราคา 4-50000 บาท ส่วนแผ่น RW นั้นจะราคาแผ่นล่ะ 500-1000 บาท และ drive ส่วนมากเป็น interface แบบ scsi เท่านั้นครับ อีกทั้ง card scsi นั้นก็ราคาแพงกว่าพอๆกับ m/b ตัวหนึ่งเลยล่ะครับ ด้วยเหตุนี้ทำให้คนไม่นิยมเล่น CDRW เท่าไหร่ครับ มาปีนี้ผมยอมรับครับว่าเทคโนโลยีของ CDR นั้นพัฒนาเร็วมากครับ ซึ่งเมื่อปีก่อนนั้น CDR ขนาด 8x นี่ก็เร็วสุดยอดแล้วครับ มาปีนี้ผ่านไปแค่ครึ่งปี บรรดาผุ้ผลิต CDR ไม่ว่าจะทั้งผู้ผลิต แผ่นก็ได้พร้อมใจกัน ( แข่งขัน ) ออก product ใหม่ ไม่ว่าจะ drive CDR ที่มีความเร็ว 12x -16X และเขียนแผ่น RW ได้ที่ 10X ทีเดียวครับ โดยทั้งราคาตัวเรื่องและแผ่นก็ได้ลดลงมาอย่างน่าใจหายครับ ผมจำได้เมือปลายปีก่อนนั้นผมซื้อ drive CDRW 8/4/32 มาในราคาเกือบ 20000 บาท แต่มาวันนี้ผม สามารถ drive CDRW ในเร็วที่เร็วกว่า 12/10/32 ได้ในราคาเพียง 4-5000 บาทเท่านั้น แถมยังมี function ที่เรียกว่า Burn Proof ที่ช่วยให้โอกาสในการเขียน cd เสียน้อยลงจนอาจไม่เสียเลย ซึ่งเจ้า burn proof นี้มันจะป้องกัน buffer under run ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม ( แต่ถ้าไฟดับนี่ตัวใครตัวมันนะครับ อิอิ ) ทั้งนี้เพราะการแข่งขันของผู้ผลิตต่างๆได้เริ่มเข้ามาแจมในตลาดของ CDR นั่นเอง ในสมัยก่อน cd ที่ดังๆจะไม่กี่ยี่ห้อ คือ Plextor Teac HP Kodak Creative Yamaha ๆลๆ แต่วันนี้ได้มี CDR ยี่ห้อใหม่ๆ เข้ามาแข่งกันอย่างมากมาย ไม่ว่าจะ Lite on ผู้ผลิต OEM ที่หันมาเอาดีทาง Retail , sumsung , Asus , Acer , LG ,ๆลๆ เมื่อมีการแข่งขันมากขึ้น ผู้ผลิตแต่ละรายก็ต้องหาลูกเล่นต่างๆมาเพิ่มให้กับ CD Drive ของตน และเมื่อ เทคโนโลยี IDE เริ่มแซง scsi ทำให้บรรดาผู้ผลิตต่างๆหันมาใช้ interface แบบ IDE แทนเพราะทำให้ต้นทุนถูกกว่าและขายง่ายกว่า งานนี้เรียกว่าสู้กันทุกรูปแบบทีเดียว แล้วขาเก่าอย่าง Plexotr ล่ะ จะมีอะไรเด็ดๆมาสู้เขาล่ะ ไปดูกัน
นี่สิของจริง Plextor CDRW ที่มีความเร็ว 24X ใน mode เขียน 10X ใน mode RW และ 40x ใน mode อ่าน แถมมี Burn proof อีกด้วย และเป็น interface แบบ IDE หรือ ATAPI นั่นเองครับ
ในกล่องจะมี ตัว Drive คู่มือ driver ใบประกัน และแถม CD RW 1 แผ่น และ CDR 2 แผ่น ครับ ใครที่ซื้อแบบ BOX แล้วไม่มี CDRW นี่ทวงถามได้นะครับ
ด้านหน้าครับ สไตเดิมของ plextor คือจะมี logo น้ำเงินอ่อนบอกยี่ห้อและรุ่น
ด้านหลังจะเป็น interface แบบ IDE และมีพัดลมระบายความร้อนของ Nidec ด้วยครับซึ่ง drive ราคาถูกๆส่วนมากจจะไม่มี ตรงนี้จึงเป็นข้อดีของ plextro ครับ เพราะ cdrw ส่วนมากจะร้อน แต่เจ้า plextor นี่มีพัดลมมาเลย งานนี้ไม่ร้อนเหมือน AMD แน่ อิอิ
ตัว drvie ทำใน japan ครับซึ่งรุ่นก่อนๆ ผมว่าทาง plextor นั้นจะให้ Sanyo ผลิตให้ แต่ตัวนี้ยังไม่มีข้อมูลครับ
เมื่อเอามาวางเทียบกับ plextor 12x แบบ external scsi จะเห็นว่าหน้าตาของ drive นั้นไม่ต่างกันมากครับ โดยรุ่น 24 x นั้นจะลด LED เหลือเพืองดวงเดียว และลดปุ่มการทำงานเหลือปุ่มเดียว จากนั้นมาดู spec จากทางผู้ผลิตครับ
ต่อไปมาถึงการทดสอบกันครับ system ที่ใช้ทดสอบมี Cpu PIII 700E @1050 M/b Cusl2 VGA matrox G400max memory Crucail pc133 cl2 256M x2 =512M Hd Ibm IC35L 60G +60G + + DTLA 30G promise ATA100 power supply Enermax 650 W os windows98se จากนั้นมาถึงการติดตั้งครับ
ในการติดตั้งนั้นทาง plextor แนะนำให้ Enable DMA mode ใน cdrom ครับ ซึ่งการ Enable นั้นทำได้โดย คลิ๊กขวาที่ my computer จากนั้นเลือก Properties และ Device manager และไปที่ CD ตามรูปจะเห็นว่ามีที่ใส่เครื่องหมายถูกที่ DMA ครับ จากนั้นก็ทำกับ cdrom ทุกตัวรีวมถึง HD ที่ Disk drive ด้วย แล้ว windows จะสั่งให้ restart ครับ เท่านี้ก็เรียบร้อย คำเตือน สำหรับท่านที่ใช้ m/b ที่ใช้ chip set via บางรุ่น เมื่อ enable MDA แล้วเครื่องอาจจะค้างหลังจาก Restart จนไม่สามารถเข้า windows ได้ ปัญหานี้แก้ได้โดยเข้า safe mode และเอาเครื่องหมายถูก ที่ DMA ออกครับ แล้วให้ลอง D/L via 4in 1 ตัวใหม่มาลงนะครับ
เมื่อติดตั้ง program plexmanager 2000 ที่ version 1.10 ที่ให้มาจะเห็นว่า Drive cd ของ plextor นั้นจะเปลี่ยน icom เป็นแบบเฉพาะของ plextor ครับ มาถึงตรงนี้หลายๆท่านอาจจะสงสัยว่า มี drver หลาย ๆ drvie อย่างนี้ power ( ของผม 650 w สบาย ) จะพอหรือไม่ ตรงนี้ผมบอกได้เลยว่าเรื่องของ power supply นี่ล่ะเป็นสิ่งที่หลายๆท่าน มองข้ามว่าไม่สำคัญ ซึ่งจริงๆแล้วมันแทบจะเป็นหัวใจชองระบบเลยครับ เพราะถ้าไฟไม่พอมันจะทำให้เกิดปัญหา ไปตก หรือไฟกระชากทำให้อุปกรณ์ในเครื่องเสียหายได้ และโดยเฉพาะ HD ครับ ที่พบๆว่า มี BAD sector บ่อยๆ ลองกลับไปตรวจสอบดูนะครับว่า power supply จ่ายไฟพอหรือเปล่า อีกเรื่อง UPS ก็สำคัญ ใช่ว่าบ้านอยู่ตัวเมืองแล้วไฟ จะไม่ตกครับ เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย ข้อมูลหาทีแทบร้องให้ ถาพโป๊ว D/L มาทั้งปีหายไปทีแทบจะเลิกเล่น com อิอิ ผมอยากบอกว่ามันก็คล้ายๆคนครับ ใช้ power ไม่ดีก็เหมือน คนกินอาหารไม่ดี นานวันไปมันก็ต้องป่วยครับ เอาใจใส่เครื่อง com สุดที่รักของท่านๆ กันหน่อย มันจะได้อยู่นานๆ ไม่ด่วนจากไปก่อนเวลาอันควร จากประสบกาณ์ส่วนตัวผมเคยพบว่า overclock แล้วไม่เสถรียร และ CDRW ไม่ยอมเขียนครับเนื่องจาก power supply ไม่พอครับ ทั้งนี้สุดแต่วิจารญาณชองทุกท่านนะครับ
มาถึง program ของ plextor ( plex manager2000) เจ้า program นี้เริ่มมีมาตั้งแต่ปี 1996 ครับซึ่งหน้าตาก็ไม่ได้เปลี่ยนจากเดิมเท่าไหร่ โดยคุณสมบัติของมันจะใช้เล่น file media ไม่ว่าจะ MP3 CD wave mpeg ต่างๆ ได้ และสามารถ reccord ลง CDR หรือ RW ได้แบบ real time ครับ ซึ่งนับว่าเยี่ยมมากครับ ผมชอบใช้ program นี้ในการเขียน mp 3 เป็น cd audio เพราะ เสียงดีกว่า program อื่น ใช้งานง่ายและ มี CD text ให้อัตโนมัติ ด้วย แค่เอาเพลงใส่ play lish แล้วกด reccord เท่านี้ก็ได้ cd เสียงดีๆมาฟัง โดยสามารถปรับ speed ในหาร reccord ได้ครับว่าจะเขียนที่กี่ X แต่น่าเสียดายที่ มันไม่ support ภาษาไทย เวลาเขียนเพลงไทยจะตัองมาแก้ชื่อเป็น english ครับ นับว่าเป็น program ที่ร้ายมาก
และนี่เป็น อีก 1 function ของ plec manager2000 คือ Audiocapture ครับ ซึ่งเจ้า program นี้จะเป็นตัว captuer wave จาก CD audio มาลง hd เพื่อไว้เพลงเป็น mp3 ต่อไป ซึ่ง speed การทำงานมันเร็วมากครับ
และ function สุดท้ายของ plex manager 2000 คือ Disc Dupe นั่นเอง ( program ทำ cd เถื่อน อิอิ ) เจ้า program นี้มันจะทำงานคล้ายๆเครื่อง Dupicator ซึ่ง จะ ocpy ข้อมูลจาก CD แม่แบบ (master ) แบบเหมือนเปี๊ยบ ครับ เรียกว่า ไม่ว่าแผ่นจะ lock แบบไหน copy ได้หมด แต่มาหลังๆ แผ่น CD โดยเฉพาะแผ่นเกมส์ นั้นมีการ lock ที่ดีขึ้นทำให้ copy ได้ไม่ทุกแผ่น ครับ แต่แผ่นที่ crack มาแล้ว นี่ copy สบายหากินสนุก แต่ระวังคุกด้วยนะจ๊ะ อิอิ จากนั้นเราไปทดสอบการใช้งานเลย
แผ่นที่ผมจะใช้ทดสอบที่ทาง persolf แถมมาในกล่องคือ แผ่นของ mitsubishi cemical ครับ นับว่าเป็นแผ่นคุณภาพระดับ grade A เลยทีเดียว ซึ่งหลายๆท่าน อาจจะเคยได้ยินแต่รถยนต่ mitsubishi ไหมมาทำแผ่นด้วย มันจะดีหรือ mitsubishi camical นั้นทำแผ่น cdr มานานแล้วครับ แถมยังเป็น Oem ให้อีกหลายยี่ห้อดังอย่าง verbatim imation HP เป็นต้นครับ
จากนั้นผมจะลองทดสอบเขียนด้วย แผ่น cd ธรรมดาราคาถูกที่มีขายกันตาม pantip ครับ เพื่อคลายข้อสงสัยว่าจริงหรือไม่ว่า " เขียนเร็วๆต้องใช้แผ่นดีๆเท่านั้น"
และนี่เป็นแผ่น CDR ราคาถูกที่สุดที่ผมมีในบ้าน ตกแผ่นละ 14 บาท ( ซื้อยกลัง 6 หลอด ) เห็นถูกดีเลยซื้อมาไว้เขียนแจกครับ ใช้มาเกีอบปียังไม่หมดซักที ที่ตัวแผ่นเขียน ได้ที่ 8x แต่ผมเขียนที่ 12x มาตลอดไม่มีปัญหาอะไร ( หลายๆยี่ห้อที่ลองมาเขียนที่ 12x ได้หมด )
จากนั้นผมจะทดสอบ speed การอ่านของ plextor 24x ตัวนี้โดย program CD speed ซึ่งต้องใช้แผ่นที่บันทึกข้อมูลเกิน 70 นาที ซึ่งแผ่นที่ผมเลือกเป็น แผ่น CD Audio เพลง Dance ของค่ายred beat ของแท้ เขื่ออัลบัม up 3 ครับ เราไปดูผลเลย
นี่เป็นผลการอ่านแป่น cd ของ plextor โดยไม่ได้ Enable DMA mode ครับ จะเห็นว่าอ่านได้เพียง 20x- 22x เท่านั้น
แต่พอหลังจาก Enable DMA mode จะเห็นว่าการอ่านนั้นดีขึ้นกว่าเดิมและไม่มีการสะดุดเลยครับ ตรงนี้เป็นข้อสรุปได้ว่า DMA นั้นสำคัญไอน ครับ
จากนั้นมาทดสอบเขียนข้อมูล ด้วย program Adaptec EAsy CD creator version 4 ซึ่ง update เป็น 4.05 เพื่อให้ support CDR ตัวนี้ครับ แต่แผ่นที่แถมมาในกล่องจะเป้น nero burning rom โดยผมไม่ดันลืมเอา cd key ไปไว้ไหนไม่รู้เลย ขอทดสอบด้วย EASY CD creator 4 แทนแล้วกันนะครับ
เริ่มแรกผมใช้แผ่น pti เขียนที่ 24x เลยครับ ไม้ต้องกลัว plextor ซะอย่าง
ไหนลองทดสอบหน่อยว่า burn proof จริงเปล่า โดยผมเปิด program paint และเรียกรูปภาพใน hd มาดู และพอกลับไปดูที buffer พบว่ามันเหลือ 0 และเพิ่มเป็น 1 % และค่อยๆเพิ่มจนเต็ม 100% โดยปกติถ้าไม่มี burn proof ป่านี้แผ่นถูก eject ออกมาเสียไปแล้ว
ยังไม่สะใจครับเปิด program seti และตามด้วย photo shop ซึ่งเล่นเอาเครื่องนิ่งไปเกือบ 10 วินาที และ buffer ลงมาที่ 0 และ 1% อีกครั้งครับ
จากนั้นผมปิด program photo shop เพื่อทำให้ hd มีการระบบการเขียน cd และทำให้เครื่องมัน buffer under run ให้ได้ ผลคือ มันเขียนเสร็จไม่มีปัญหาอะไรและอ่านได้ปกติครับ โดยใช้เวลาประมาณ 3 นาทีเศษ โดยจะเสียเวลาปิดแผ่นประมาณ 9-10 วินาทีครับ นี่ล่ะ Burn Proof มันสำแดงประสิทธิภาพแล้ว จากนั้นผมลองเขียน cd audio จาก mp 3 บ้าง
ผลชองการเขียน audio ที่ 24 นี่เขียนสำเร็จครับ ส่วนคุณภาพเสียงจะเป็นอย่างไรต้องทดสอบกันต่อไป ว่า " เขียนด้วย speed สูงๆกับ speed ต่ำอันไหนเสียวดีกว่า" สำหรับการเขียน audio ด้วย program cd easy cd 4 นี้จะมีปัญหาอยู่ว่าเมื่อเขียนแบบ Disc At once นั้นจะเขียนที่ความเร็วที่ 24 x ไม่ได้ ทั้งนี้ผมคิดว่าตัว program คง decode ไม่ทันหรือมี error อยู่ครับ อาจจะต่องรอ up grade patch ต่อไป ส่วนการเขียนที่ 24x แบบ close section นั้นไม่มีปัญหาอะไรครับ จากนั้นมาทดสอบเขียน audio ด้วย plex manager 2000 ครับ
เจ้า program นี้เขียนที่ 24x แบบ real time ได้สบายๆครับ ซึ่งต่อไปผมจะเปรียบเทียบคุณภาพเสียงที่ได้จาก การเขียนของแต่ละ program ครับ
อุปกรณ์ที่ใช้ทดสอบคือ CD player ของ harman kardon รุ่น HD 7600 II ซึ่งเป็น cd รุ่นเก่าอายุร่วม 10 ปี แต่น้ำเสียงขลังค์เหมือนวันวาน ครับ และถ่ายทอดน้ำเสียงอันบริสุทธิด้วย หูฟัง senheiser HD 600 โดยต้องเปิดแอร์ ( สำคัญมาก ) เพราะเรื่องบนบรรกาศจะมีผลต่ออารมณ์ในการรับฟังครับ อิอิ เมื่อสร้างบรรยากาศแล้ว ก็หาเก้าอี้ที่เอนนอนสบายๆ ซักตัวมาพิงหลัง จากนั้นก็หลับครับ เฮ้อๆๆ การทดสอบนั้นใช้ แผ่น cdr ยี่ห้อเดียวกัน โดยอัดที่ speed ต่างกันจาก file mp3 ที่ผมทำไว้ทดสอบแผ่นโดยเฉพาะ ซึ่ง mp3 ปกตทั่วไปจะมีการ บีบอัดข้อมูลที่ 128 bit/sec แต่ file ที่เราทำนั้นจะมีการ บีบอัดที่ 320k bit/s ซึ่งทำให้มีคุณภาพเสียงใกล้เคียงแผ่นต้นฉบับมากกว่าการบีบอัดที่ 128 k bit/s ซึ้งทั้งหมดจะใช้เพลงเดียวกันในการทดสอบ ผลที่ได้คือ 1 เสียงที่ได้จากแผ่นที่เขียนที่ speed 24x โดยใช้ program easy cd ผลที่ได้คือเสียงของแผ่นที่เขียนด้วย speed 24 นั้นจะไม่ค่อยมีมิติและเสียงร้องจะออกมาเป็นกระจุกตรงกลาง และมิติไม่กว้างนัก เมื่อเทียบกับการฟังแผ่นที่เขียนที่ 12x นั้นเสียงจะมีมิติมากกว่า และกว้างกว่า อีกทั้งปลายเสียงแหลมจะมีรายละเอียดมากกว่าการเขียนที่ 24 x ครับ 2 จากนั้นผมมาลองฟังแผ่นที่เขียนด้วย program plex manager 2000 ที่ 24x สิ่งแรกที่พบ คือเสียงกลางมีความกังวาน ฉ่ำกว่าแผ่นที่เขียนด้วย EASY CD ที่ speed เดียวกัน รายละเอียดเสียงต่างๆ จะค่อนข้างครบกว่า เสียงนักร้องอยู่ลึก มีมิติ และ ปลายเสียงแหลมก็ไม่ห้วนสั้นเหมือนกับแผ่นที่เขียนด้วย easy cd จากนั้นผมลองฟังแผ่นที่ อัดด้วย plex manager 2000 ที่ speed 12 x พบว่าเมื่อฟังเทียบกับแผ่นที่อัดด้วย 24x นั้นเสียงที่ได้แทบไม่ต่างกันเลย ต้องตั้งใจฟังจริงๆ ถึงจะพบว่าความกังวานและความอิ่มของเสียงมันลดลงไปนิดหน่อย เรียกว่า ได้ 90-95% ของเสียงที่ได้จากการเขียนที่ 12x ครับ ซึ่งถ้าระบบเสียงไม่ดีจริงคงฟังยากหน่อยครับ สรุปว่า การเขียนด้วย plex manager 2000 ให้เสียงที่ดีกว่าการเขียนด้วย program easy cd 4.0 ส่วนการเขียนที่ speed สูงๆ นี่ ยิ่งเร็วเสียงความอิ่มของเสียงก็จะน้อยลงครับ แต่ถ้าเขียนด้วย pregram อื่นอาจจจะมีอาการเสียงปลายเสียงแหลมบี้บ้างครับ ถ้าเป็นไปได้การเขียน cd audio นี่ควรใช้แผ่นที่คุณภาพดีหน่อย เช่นพวก For Audio ครับ แผ่นพวกนี้คุณภาพจะดีสามรถเขียน เพลงที่ speed สูงๆ ได้โดยที่เสียงแทบไม่ตกเลยครับ ทั้งนี้อยู่ที่คุณภาพเครื่องเขียน และ program ที่ใช้ decode mp ด้วยนะครับ จากประสบการส่วนตัว เท่าที่ผมลองเขียน cd audio มานี้การเขียน cd ที่ 4-12x ในเครื่องที่ support การเขียน speed สูงๆ นั้นเสียงที่ออกมานั้นไม่ต่างกันมากนัก ครับ ส่วนใหญ่ผมจึงเลือกเขียนที่ 12 x เพราะค่อนข้างเร็วทันใจ และอีกอย่าง file mp3 ที่เอามาเขียนนั้น เสียงก็ไม่ได้ดีเลิศอะไรมา ผมจึงแนะนำว่า mp3 ก็ mp3 ครับ เขียนให้ตายยังไงเสียงก็ไม่มีวันดีกว่า master ที่เป็น CD Audio จากโรงงานหรอกครับ ดังนั้นอย่าซีเรียสเลย เอาสะดวกท่านดีกว่า ถ้าอย่างได้เสียงดีๆ ก็ซื้อ cd master แล้ว มารวมอัลบัมเอง รับรองเสียงดีแน่ อิอิ ส่วนคำตอบที่ว่าเขียนที่ 24x นั้นเครื่องทั่วไปจะอ่านได้หรือไม่ จากที่ผมลองๆ ดูไม่ว่าจะ cd walkman cd changer ติดรถ พบว่าอ่านได้สบายครับ แต่ใน walkman อาจจะ seek ช้ากว่าแป่นที่เขียนด้วย 12 x อยู่นิดหน่อยครับ
และเรื่องอีกอย่างหนึ่งสำหรับเจ้า plextro 24x ตัวนี้ครับ คือมันสามารถ เขียน mini cd ได้ด้วย ทั้งที่โรงงานแจ้ง spec ว่าเขียนแผ่น 12 cm ได้เท่านั้น แต่ไหงเอาเข้าจริงเขียน แผ่น 8 cm ได้ด้วย umm เยี่ยมเลย มาถึงตรงนี้ผมอยากสรุปว่า เรื่องคุณภาพของแผ่น cdr ที่มีขายบ้านเรานั้นจากที่ผมเคยลงซื้อมาทดสอบดู พบว่า การจะเขียนที่ speed สูงๆได้นั้น ไม่จำเป็นว่าต้องแผ่นราคาแพง ครับ แผ่นถูกๆ ก็เอามาเขียน 24 x ได้สบาย ผมเลยให้ความสำคัญที่ตัวเครื่องเขียนมากกว่า เพราะถ้าเรื่องเขียนดี มันก็จะเขียนได้ทุกแผ่นและโอกาสเสียน้อย ลองนึกถึงเครื่องดีๆ หัวเลเขอร์ ดีๆ เวลาเขียนลงแผ่น ร่องของแสงที่เขียนได้ก็จะมีความคมชัด ทำให้เวลา play back ก็จะอ่านง่าย เอาใส่เครื่องเล่น cd ตัวไหนก็อ่านได้ครับ มาถึงเรื่องแผ่น CDR บ้าง เรื่องคุณภาพแผ่นน่าจะมองกันที่ความคงทนและอายุในการใช้งาน รวมถึงเก็บรักษามากกว่าครับ ทั้งนี้ผมเคยเจอแผ่น cdr ที่เก็บไว้นานๆ พอจะมาใช้ ตัวเนื้อแผ่นมันร่อนออกมาจนหมด สุดท้ายข้อมูลที่เก็บไว้หายหมด ร้ายกว่านั้นบางแผ่น รา ขึ้น ทำให้ต้องทิ้งทั้งแผ่นครับ และ ปัจจุบันจะเห็นมาว่าแผ่นสารพัดสีออกมาให้เห็นกัน แต่เราต้องอย่าลืมว่า หลักการของ CD มันจะอ่านด้วยลำแสงที่ส่งไปยังแผ่นแล้วสะท้อนกลับ ถ้าเราเอาแผ่นที่เนื้อมีสีทึบแสงอย่างสีเข้มๆ หรือสีดำ เครื่องมันจะอ่านได้ง่ายหรือยาก ล่ะครับ คิดเอาเองล่ะกัน ส่วนตัวผมจะใช้แผ่นที่มีเนื้อไม่ทึบแสงในการเขียน cd audio ทั้งนี้เพื่อให้เครื่องเล่น อ่านได้ง่ายครับ สรุป สำหรับการทดสอบและการบรรยายที่ยาวนาน กับเจ้า plextor CDRW 24/10/40 ตัวนี้ผมค่อนข้างประทับใจ ไม่ว่าจะ กลไกการทำงานที่เงียบและ มีพัดลมระบายความร้อนให้ตัว drive อีกทั้ง program plex manager 2000 , Burn proof function และ web site ที่มี support ด้วยคงไม่มีอะไรต้องติติงสำหรับ CDRW ตัวนี้ครับ เรียกว่าเรื่องคุณภาพนี่ 100% ครับ แต่ราคาอาจจะสูงอยู่บ้างเมื่อเทียบกับ cd rw ที่ speed เท่ากันครับ ใครที่คิดจะเปิดกิจจการ cd เถื่อนรับรองไม่ผิดหวังครับ เก็บ file ไว้ใน hd พอมีลูกค้าสั่ง ค่อย write บอกลูกค้ารอ 3 นาทีเท่านั้นเอง อิอิไวกว่ามาม่าอีก ( แต่กว่าจถึง 3นาที ตร มาดักรอรับตัวแล้วครับ 55 ) ท้ายนี้ ขอบคุณร้าน persolf ที่เอื้อเฟื้อ อุปกรณ์ในการทดสอบครับ contact us : webmaster@overclockzone.com ; benz3344@hotmail.com |
|
|