English version

      26/05/2001 ครับช่วงนี้ทาง server มีปัญหานิดหน่อยครับ คือผม up load ไปแล้วแต่ ไม่พบ file ครับ เลยทำให้เรื่องที่ review ไปสองสามเรื่องไม่ได้ up date ตามกำหนด ยังไง สำหรับหน้าแรก ที่หลายๆท่านเข้ามาแล้วยังไม่เห็น up date ให้ลองพิมพ์ว่า  www.overclockzone.com/index.html   นะครับ  ที่ผ่านมามีคนถามถึงเรื่องกล้อง digital กันมาก วันนี้ผมเลยขอถือโอกาส Review กล้อง digital กันหน่อย  

  ปัจจุบันนี้นักถ่ายภาพไม่ว่าจะมือสมัครเล่นหรือมือ pro ที่นิยมเล่น computer นั้น หันมาสนใจในเรื่องของกล้องถ่ายภาพแบบ digital กันมากครับ  และทางผู้ผลิตกล้องชั้นนำ ไม่ว่าจะ nikon  olumpus pantax minolta  cannon และอีกหลายๆ เจ้า  ก็ได้หันมาผลิตกล้อง digital ออกมาตอบสนองความต้องการของตลาดมากขึ้น  ยังผลให้มีกล้อง digital ออกขายกันหลายรุ่น จนจำกันไม่ไหวครับ  มาถึงตรงนี้ หลายๆท่านที่ไม่ค่อยได้ถ่ายรูป อาจจะถามว่ามแล้ว มันมีประโยชน์แตกต่างจากกล้อง ธรรมดา อย่างไร ทั้งๆที่ราคาค่าตัวของมันแสนจะแพง  ผมขอกล่าวง่ายๆคือ  ถ้าคุณเคยถ่ายรูปจากกล้องธรรมดา คุณต้อง ซื้อ film (ฟิมล์ ) ที่มีความจุของถาพให้คุณได้ ถ่ายท่าทาง ภาพต่างๆ ที่เก๋ไก๋ ได้ประมาณ 36-40 ภาพต่อ 1ม้วน ในอัตราราคาของ ฟิมล์ ม้วนละ  90-200 บาท ( แบบที่ใช้ๆกันทั่วไป ) ขึ้นอยู่กับชนิดของ film ว่าเป็นแบบใด และเมื่อคุณถ่ายภาพแล้ว คุณไม่มีวันรู้เลยว่าภาพที่ถ่ายและ อัด ออกมาจะเป็นอย่างไร  ( เบลอ มัว มืด จาง สว่าง ) ถึงแม้กระทั่งมือ pro ยังต้องอาศัยประสพการณ์ อย่างมากครับ ซึ่งก่อนจะ pro นี่ก็ไม่รู้หมดค่า Film ไปกี่ม้วน  สิ่งต่อมาที่จะเป็นรายจ่ายตายตัวของกล้องแบบ ธรรมดา ที่ขาดไม่ได้คือ ค่าล้าง film ครับ ครั้งหนึ่งล้างรูปขนาด 5x3"  36รูป นี่ก็ เกือบ 200 บาท  ถ้ารูปออกมาดีทุกรูปก็ดีไป ถ้ามือสมัครเล่นหัดถ่ายใหม่ มือไม่นึ่งพอ 36 รูป อาจจะชัดอยู่ซัก 3 รูปครับ ซึ่งตรงนี้ ถ้าคุณไปเที่ยวมาแล้ว อุสาภ่ายรูปมาตั้งเยอะแต่รูป ไม่ชัดหรือเสียไปกว่าครึ่งนี่  ภาพประทับใจเหล่านั้นก็ไม่สามารถกลับไปถ่ายใหม่ได้  เอาเป็นว่าทั้งเสียสตางค์และเสียอารมณ์ครับ  ปัจจุบันถึงแม้ว่าผู้ผลิตกล้องจะผลิตกล้อง ที่มี fuction ต่างๆช่วยในการถ่ายภาพได้ง่ายชึ้น ไม่ว่ามือใหม่หรือมือ pro ก็ได้ภาพดีใกล้เคียงกัน  แต่เมื่อมาคิดถึงค่าใช้จ่ายในการถ่ายรูปต่อครั้งนี่ก็ไม่ใช่น้อยครับ ครั้งหนึ่งทั้งค่า film และค่าล้าง + ค่าอัดก็ตกราว 300-400 บาท ต่อม้วน (หรือ 36-40 รูป)  ตรงนี้เป็นค่าใช้จ่ายที่หลีกไม่ได้ครับ อีกทั้งเมื่อ film และรูปที่อัดไว้แล้วถูกเก็บไว้นานๆ ก็จะเกิดอาการ สีของภาพเหลืองหรือซืดไป ซึ่ง โดยมาประมาณ 20 ปีขึ้นไป  และแล้วเมื่อเวลาของโลก Digital มาถึง เจ้ากล้อง digital นี่ล่ะครับเป็น กุญแจสำคัญในการเปลี่ยนวิถิ ของการถ่ายภาพในยุค digital ทีเดียวครับ     โดยข้อดีของมัน คือไม่ต้องใช้ Film เพราะมันบันทึกภาพต่างๆ ด้วยหน่วยความจำ หรือ memory ครับ  และที่สำคัญการถ่ายรูปด้วยกล้อง digital นั้นเมื่อคุณภ่ายรูปเสร็จในแต่ล่ะ take   ตัวกล้อง digital ทั่วไปจะมี function  preview ที่ทำให้ดูรูปที่คุณเพิ่งถ่ายไปได้ หากรูปเสีย หรือไม่ชัดก็สามารถลบ และภ่ายใหม่ได้เลย ไม่ต้องมานั่งกลัวว่า film จะหมด ตรงนี้นับว่าสำคัญมากครับ เพราะทำให้คุณเก็บภาพความประทับใจได้แน่ๆ ส่วนเรื่องของ memory ก็ให้เลือกได้หลายขนาดตามความต้องการ และ วงเงินครับ  ยิ่ง memory มากก็ถ่ายรูปได้หลาย take มากขึ้นครับ ทีนี้หลายท่านอาจจะสงสัยว่าถ้าถ่ายจน memory หมดแล้วจะไม่ต้องซื้อ memory ที่ราคาแสนแพง กันบานปลายหรือ??  คำตอบคือ ไม่ต้องซื้อครับ เพียงแค่โหลดข้อมูลจาก memory ลง เครื่องคอมพิวเตอร์ และเขียนลง cdr หรือ cdrw เท่านี้คุณก็สามารถถ่ายภาพได้เรื่อยๆ ขอเพียงมีพื้นที่ใน hard drive เก็บ file รูปที่ถ่ายมาไว้เท่านั้น  ยิ่งไปกว่านั้นคุณยังสามารถ  copy รูปลง cd หรือส่ง ผ่าน internet  หรืออาจจะ print ด้วย printer ข้าง computer ของคุณให้เพื่อนๆดูได้ โดยไม่ต้องวิ่งเข้าร้านล้างรูป กันบ่อย ( งานนี้ร้านล้างรูปมีผลกระทบโดยตรงครับ )   จะเห็นว่าค่าใช้จ่ายระยะยาวของกล้อง digital น้อยกว่ามาก โดยหลักการของมันคือการลงทุนซื้อกล้องที่แพงและอุปกรณ์ต่างๆที่แพงในตอนแรก  แต่รายจ่ายในตอนหลังจะน้อยกว่า ต่างจากกล้อง ธรรมดาที่ยิ่งถ่าย ยิ่งบานปลาย   จุดนี้คนที่ถ่ายรูปบ่อยๆจะเข้าใจดีครับ และลองถามตัวคุณว่าปีนี้คุณหมดค่าล้างรูปและค่าฟิมล์ ไปกี่บาท ? และคุณรู้จักรร้านกล้องย่าน วัดตึกทุกร้านยังครับ ?  คุณเข้าร้านล้างรูปกี่ครั้งแล้ว ? เจ้าของร้านจำคุณได้หรือยัง ?     ส่วนพวกที่เล่นกล้อง digital นี่คงห่างไกลจากร้านล้างรูปครับ เพราะถ่ายเสร็จ ก็เข้า studio ส่วนตัว ทั้ง photo shop  ,coraldown แต่งกันเข้าไป   ร้านขายกล้องนะหรือ หลังจากซื้อแล้ว เจอกันอีกทีตัว กล้องเสีย  แต่ถ้านักเล่นกล้องจัวจริง เข้าบ่อยๆ ไม่ว่ากัน เพราะ technology มันเร็ว  เข้าร้านขายกล้องทีไรทีไรมีแต่กิเลส  ช่วยอุดหนุนซื้อบ่อยๆไม่ว่ากัน แต่อย่าดันจีบ เมียเจ้าของร้านแล้วกัน ระวังจะโดน  กล้อง ปา กะบานเอา   ยังไงก็ตามไม่ใช่ว่ากล้อง digital จะดีไปทุกอย่าง ส่วนเสียของมันก็คือภาพของมันยังสู้กล้องแบบ ธรรมดาไม่ได้ ยิ่งกล้อง digital ราคาถูกๆนี่ ความเป็นธรรมชาติของภาพ นั้นหาไม่ได้เลยในกล้องพวกนี้ครับ เอาล่ะโฆษณาชวนเชื่อมานาน 

sponsor  กล้อง digital ท่านใด  จะเห็นใจหน่อยก็ดี 

สละเบี้ยเล็กน้อยให้สุขขี  แต่จะให้ดีต้องแจก Nikon D1  นะจ๊ะ  .....

ขออภัยที่บ่นมาซะยืดยาว มาเข้าเรื่องดีกว่า ไหนๆ เกลิ่นมาซะยาว ก็ได้เวลาทดสอบสาชิกใหม่ของ overclockzone ซะที วันนี้ผมจะทดสอบความสามารถของเจ้ากล้อง  digital จาก Sony รุ่นล่าสุดในราคาไม่สูงนัก ( เมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่น )

Sony เองนั้นก็ไม่ได้เก่งเรื่องกล้องถ่ายรูปมาเลยครับ แต่อาศัยว่าเขาทำกล้อง vidieo มานานและอยู่ในระดับหัวแถวด้วย เช่นกล้อง ถ่ายโทรทัศน์ที่ออกอากาศตามช่องต่างๆ ที่เรียกขานกันว่า Beta cam นั่นล่ะครับ หรือไม่ว่าจะเป็นตัวตัดต่อ VDO ราคาหลายสิบล้านอย่าง D1 ที่ kantana ใช้ใน studio ครับก็ล่วนมาจาก sony  professional ครับ หรือที่ใกล้ตัวมาอีกนิด คือ กล้องถ่าย vidieo 8 ซึ่งจำได้แต่ก่อนผมยังเด็กที่บ้านขายเครื่องไฟฟ้า ก็มีกล้อง vidieo 8 รุ่นแรกใช้กับเขา นับว่าเล็กที่สุดในสมัยนั้นล่ะครับ คง 14 ปีได้แล้วมั้ง ต่อมาทาง sony ได้ผลิดเจ้า mini DV ออกมาซึ่งปัจจุบันคนที่เล่นกล้อง vidieo คงบอกว่าไม่รู้จักรไม่ได้ซะแล้ว  และเมื่อพี่เพิ่ม sony มาเอาดีทางกล้อง digital ถ่าย ภาพนิ่งบ้างล่ะ ??? งานนี้เสือต้องไว้ลายหน่อยครับ  เรามาดูกันว่า เสือจากโลก digital จะสู้กับ เจ้าถิ่นแห่งวงการภาพนิ่งที่เริ่มหัดมาเอาดีทาง digital อย่าง nikon  kodak  cannon  fuji  minolta olumpus ได้หรือไม่ 

ส่วนตัวสำหรับผม ทำไมต้อง sony  ??? ( ตัวเก่าผมมี F505 และ F505V และ Nikon 990 ซึ่งเช่าซื้อต่อคุณ tee ไปแล้ว )  ก่อนอื่นผมขอบอกว่าผมไม่ใช่ pro นักเล่นกล้องที่ไหน ครับ เป็นแค่ความเห็นตัวจากที่เคยลองๆมาครับ

มันก็ไม่มีอะไรมากครับเนื่องด้วยผมรู้จักกับร้านขายกล้องใน pantip อย่าง cyber com ซึ่งเป็นร้านขายกล้อง digital ที่มีให้ลองได้แทบทุกรุ่น หลังจากไปลอง กลไกลการทำงานระบบ  zoom และ os อยู่หลายรุ่น ผมก็ได้ตัดสินใจลงตัวที่ sony F505 ก่อน เพราะ

1 ตัวกล้องที่รูปแบบทันสมัยไม่ใช่กล่องสี่เหลี่ยมดูเหมือนกล้อง เด็กเล่น ( แต่ก่อนเล่นแต่กล้องใหญ่ๆ พอมาเล่นกล่องๆ รู้สึกไม่ค่อย ภูมิฐานเท่าไหร่ )

2  เรื่องของ driver usb ของ sony ดูฉลาดกว่าเพื่อน ลงแค่ driver  และเมื่อต่อกล้องเข้ากับ com  window จะเห็นว่ากล้องเป็น  remove drive ตัวหนึ่ง ซึ่งต่างจากกล้องค่ายอื่นที่ต้องลงทั้ง usb driver และ program ไว้ prevew เฉพาะของตัวเองเท่านั้น ในขณะที่ sony ใช้ program อะไรก็ได้แค่ย้าย file ลง hd ก็เรียบร้อย  และช่วงนั้นมีแต่ sony ทีมี usb port และ serial มีในตัวเลย ( usb ไวกว่ามากๆ ) อีกทั้งเวลาไปไหนอยากได้ file อะไรจากเครื่องคนอื่นก็เพียงใช้สาย usb ต่อเข้าเครื่องและลง driver  usb โดยไม่ต้อง restart  ( plug and play จริงๆ ) ซึ่งมันทำงานเหมือน thump drive หรือ hd ขนาดเล็กๆ เลยล่ะครับ

3  sony F505 ที่ผมซื้อมาใช้ lens ของ  carl  Zeiss ซึ่งทราบในหมู่นักเล่นกล้องกว่าเยี่ยมขนาดไหน  และยังมี function ได้ไกล้เคียงกล้อง manual มากทีเดียว ( แต่ถ่าย presenter นี่ต้อง auto ครับ manual ไม่ทันกินแน่ อิอิ )

4  ระบบ baterry ของมันเป็น litium และใช้งานได้นานกว่ากล้องยี่ห้ออื่น เทียบจาก nikon 990 ครับ ตัวนี้กินไฟสุดๆ และที่สำคัญจ่ายเดียว sony มีอุปกรณ์แถมมาค่อนข้างครบ  ยี่ห้ออื่น ต้องซื้อนั้นซื้อนี้ งบบานปลาย

5   sony อัด movie ได้ เป็นแบบ mpeg 1 ภาพเสียงมีครบใช้ program อะไรเล่นก็ได้ไม่ว่าจะ power dvd  power dvd แต่ของ nikon  connon และ olumpus จะใช้เป็น format quick time movie แถมส่วนมากจะไม่สารถอัดเสียงได้อีก  อีกทั้ง porgram quick time มันชอบยุ่งกับระบบเครื่องผมทำให้เครื่อง hang เอาดื้อๆ

6 คุณภาพที่ออกมาก็ไม่แพ้เจ้าถิ่นอย่าง nikon เลยแม้แต่น้อย เวลาออกงานตามงาน shoe ต่างๆ ที่แสงน้อยๆ sony ถ่ายถาพได้ง่ายกว่าไม่ต้องปรับอะไรมาก ตั้ง auto แล้วยิงอย่างเดียว ในขณะที่ nikon จะแสงไม่พอแล้วต้องใช้ flash ทำให้หมดสวยเลย ( จะให้สวยต้องซื้อชุด flash ของเขาอีก เกือบ 10000 เพราะ flash ในตัวแรงไม่พอ ) แต่ sony ไม่ต้องใช้ flash ก็ถ่ายได้ดี  ไม่ต้องให้ presenter สุดสวยยิ้มจนเหงือกแห้ง  อย่างที่เห็น ๆใน web แทบทุกรูปครับ ( ตรงนี้สำคัญมากเพราะจะได้มาเวลา ขอเบอร์ เฮ้ย เวลาดูงานมากขึ้น หม้อมากขึ้นมากกว่า 55 )

สรุปจากเหตุผล 5-6 ข้อข้างบนนั้นเป็นความเห็นส่วนตัวจากที่เคยใช้กล้องหลายๆรุ่นครับ sony F505  เองทางด้านภาพก็ไม่ได้ดีถึงกับระดับ nikon 990 หรือ cannon G 1  เวลาถ่ายกลางแจ้ง nikonจะให้ภาพที่เป็นธรรมชาติมากกว่า แต่ก็ไม่ทิ้งกันขาดมาก   อีกทั้ง การ tranfer  ของ compack flash memory ที่ใช้ในกล้องหลายรุ่นนั้น เร็วกว่าของ memory strick ของ sony เท่านั้น มาก ( ประมาณเกือบเท่าตัว )  อีกทั้ง memory strick ใช้ได้แต่ในกล้องของ sony เท่านั้น ต่างจาก compact flash ที่ใช้ได้ในกล้องหลายยี่ห้อ  ดังนั้คนที่จะเล่น sony จะเปลี่ยนไปค่ายอื่นทีต้องยก memory และ accesay กันเยอะทีเดียว  ซึ่งเป็นจำนวนเงินไม่น้อย  งานนี้เรียกว่ารัดค่ายไหนเล่นค่ายนั้นกันเลย   ในเรื่องของ function manual ต่าง ของ sony จะปรับได้ไม่มากต่างจาก ของ nikon  kodak canon และ olimpus  ซึ่งจะปรับได้ละเอือดกว่าและ ถูกใจนักเล่นกล้องมือ pro มากกว่า    ถึงตรงนี้มีกล้องอีกหลายยี่ห้อที่ผมไม่ได้กล่าวถึง ทั้งนี้เพราะถ้าเจาะลึกคงยาวกว่านี้แน่ครับ เอาว่า ผมกล่าวเฉพาะกล้องระดับราคาเดียวกันนะครับ ที่ 3xxxx บาท ครับ 

คราวนี้ได้เวลาทดสอบแล้ว

หลังจากที่ผมรอดูทีท่าว่า sony จะออกรุ่นใหม่มานาน ก็ได้เวลาหาสมาชิกใหม่มาแบ่งเบาภาระเจ้า F505 ตัวเก่าซะที โดยรุ่นใกมาที่ออกนี้มีชื่อรุ่นว่า  DSC P50 ซึ่งเป็นรุ่นน้องรองจาก  P1 กล้อง digital ที่ตัวเล็กที่สุดในตละกูล cyber shot โดย p1 นั้นจะมีความล่ะเอียด 3.3 ล้าน Megapixel ส่วน p50 นั้นจะมีความละเอียด 2.1  Mega pixel ครับ   มาดู sec กันก่อน

Audio/Video Performance

 

  • * 1/2.7" 2.1 MILLION PIXEL SUPER HAD™ CCD
  • 3X OPTICAL/6X PRECISION DIGITAL ZOOM
  • VARIABLE ISO (AUTO, 100, 200, 400)
  • MPEG MOVIE EX w/o audio Captures Mpeg Video clips of any length up to the capacity of your MEMORY STICK® DIGITAL MEDIA
  • HIGH SPEED SCAN AUTO FOCUS SYSTEM WITH AUTO FOCUS ILLUMINATOR
  • EYE LEVEL TRUE ZOOM OPTICAL VIEWFINDER
  • MEMORY STICK® DIGITAL MEDIA (4MB INCLUDED)
  • VGA/XGA/SXGA (1280 X 960) RESOLUTION
  • AUTO, SPOT METER TWILIGHT PROGRAM AE MODES
  • CLIP MOTION MODE
  • JPEG STANDARD, JPEG HIGH QUALITY, TEXT, EMAIL, AND TIFF IMAGE MODES
  • 1.5" 123K PIXEL PRECISION LCD
  • 12 BIT DXP A/D CONVERSION
  • INTELLIGENT FLASH WITH RED EYE REDUCTION
  • PLAYBACK ZOOM, TRIM AND RESIZE
  • WHITE BALANCE (AUTO/INDOOR/OUTDOOR/HOLD)
  • IN CAMERA PICTURE EFFECTS (4)
  • DATE/TIME DIGITAL SUPERIMPOSE
  • CONVEINT AA BATTERY OPPERATION
  • COMPATABLE WITH INFOLITHIUM® BATTERY SYSTEM WITH ACCUPOWER™ METER
  • USB INTERFACE CABLE AND SOFTWARE SUPPLIED

 

Size/Weight

  • 4-15/16" X 2" X 2 - 9/16"
  • 9.4oz
 

Supplied Accessories

  • 4MB Memory Stick® media
  • 2 sets of AA Batteries
  • Wrist Strap
  • USB cable
  • Software CD Rom
  • Video Cable

 

Optional Accessories

  • MSA-8A/16A/32A/64A/128A Memory Stick® media
  • Type II PC card reader (MSAC-PC2)
  • Memory Stick® printer (DPP-SV55)
  • Memory Stick® floppy disk adapter (MSAC-FD2MA)
  • Optional InfoLithium® battery (NP-FS11/21/31)

 

 

spec ค่อนข้างดีทีเดียวครับ เจ้า p50 นี่จะมี function ลองมาจากรุ่น p 1พอสมควร โดยสิ่งที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือ function  movie EX ที่สามารถ บันทึกเป้น file Mpeg ได้จนเต็นพื้นที่ของ memory  แต่น่าเสียดายมราถูกตัดเสียงออกไปครับ พูดง่ายๆมีภาพเคลื่อไหวแต่ไม่มีเสียง  ( ของเดิมใน p1 จะบันทึกใน mode movie HQ ซึ่งจะได้ทั้งภาพและเสียง แต่นานแค่ ครั้งละ 15 วินาที ) งานนี้ sony กั๊กไว้อีกแล้ว  และในส่วนของ accesary นั้นจะมีให้แค่สาย usb ,cd driver ,สาย AV , memory strick ขนาด 4M และถ่าน alkaline  AA 2 ก้อน  ไม่มี battary litium  และที่ซ๊าตไฟมาให้ ( มิน่าถึงราคาถึงถูกกว่าที่รุ่นก่อนๆ )

จะเห็นว่ามี lens ของ sony zoom ได้ 3x แบบ optical และ zoom ต่อด้วยการขยายภาพแบบ digital ในเครื่อง อีก 2x ทำให้มีความสามารถในการ zoom ถึง 6x ครับ แต่จริงๆ แล้สหาร zoom ต่อด้วย digital คือการนำเอาภาพที่ capture ได้แล้วมา zoom ขยายอีก2เท่า นั่นเอง ผลก็คือ เมื่อzoom เกินระยะของ optical ไป digital  ถาพที่ออกมาจะมี noise หรือเป็นเม็ดๆ มัวไม่ชัดเจนครับ ซึ่ง p50 นี่สมารถ lock ให้ zoom เฉพาะในระยะ optical  ได้ครับ  นอกจากนั้น จะมี view finder ( ที่ส่องเล็งภาพ ) ซึ่งมีประโยน์มากเวลาถ่ายในที่แสงน้อย เพราะกล้อง digital  ส่วนมากไม่ค่อยถูกกับ ที่ มืดครับ  แต่จะเห็นว่า WF ของ p50 จะอยู่เยื้องไปทางขวาของตัวกล้องเมื่อมองจากด้านหลังครับ  ผลที่ได้ก็คือถ้าเล็งภาพระยะใกล้ๆ ศูนย์กลางชองภาพจะไม่ตรงกับ WF ครับ  เท่าที่ผมลองดูต้องระยะเกิน 4เมตร ขึ้นไปจึงไม่มีมีผลเท่าไหร่ครับ   และมาถึง Flash และช่อง AF  นี่นับว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับกล้องมาก ถ้า flash ไม่ดีภาพที่ออกมาเมื่อถ่ายด้วย flash จะดูไม่สวย ซืดหรือมืดไปเลย ซึ่ง ตัว flash นี่ปรับความแรงได้สามระดับจะ control ในเครื่อง คือ high , nomal , low ครับ ปกติเครื่องจะตั้งไว้ที่ nomal และทำงานตาม AF control ครับ ซึ่งตัว AF control นี่สามารถเปิดและปิดได้อีกเช่นกัน

มาถึงด้านหลังจะเห้นว่ามี จอ LCD  ซึ่งส่วนตัวผมว่าของ sony ชัดที่สุดใน บรรดากล้อง digital ด้วยกัน  จากนั้นจะมี smart bootom ซึ่งเป็นปุ่มที่ใช่ควบคุมการทำงานต่างๆของกล้อวเลยก็ว่าได้ครับ  จากนั้นตามด้วย ปุ่มเปิกปิด LCD เพื่อประหยัดพลังงานครับ และตามด้วยปุ่ม zoom ที่ออกแบบได้คล่องมือดีครับ อีกทั้งตัวกล้องยังค่อนข้างเล็กและน้ำหนักเบา  และช่อง DC in ใช้ต่อกับชุดช็าจของ sony ครับ ถ้ามี battery นี่เสียบช๊าจได้เลยไม่ต้องยกแท่นมาให้เกะกะ

ด้านบนจะมี ปุ่มเปิกปิดและ ปุ่มหมุนเพื่อเลือก function mode ต่างๆ โดยเริ่มจาก mode ถ่ายกลางคืน , ถ่ายปกติ  , เล่นภาพที่ถ่ายไว้  , ถ่าย movie , และ mode set up ครับ   ซึ่งจะเห็นว่ากล้องตัวนี้แยก mode การทำงานได้ไม่ยุ่งยากเลยครับ    มาถึงระบบ shutter ก็ไม่ต่างจากกล้อง pro ทั่วไปครับ ไม่ใช่ว่า กดแล้ว ถ่ายเลย ต้อง กดค้างไว้ครึ่งหนึ่งเพื่อให้ กล้อง focus และจากนั้นค่อยกด จมเพื่อภ่ายภาพครับ     และมองดูที่สติกเกอร์ ด้านบนจะเห้นว่า มีคำว่า macro ( การถ่ายภาพระยะใกล้ )  Email การถ่ายภาพขนากเล็กเพื่อส่ง Email     Clip motion ( การถ่ายภาพทพ gif animation ซึ่งกล้องตัวนี้ทำได้เลยครับ )  และ movire EX ที่ผมได้อธิบายไว้ข้างต้นแล้ว

ด้านใต้นี่จะเห็นว่ามีที่จุด lock เหมือนกล้องทั่วไปครับ ไม่ใช่ว่ากล้องจัวเล็กๆแล้วมือจะไม่สั้น  ยิ่งเล็กล่ะยิ่งตัวสั่นเลย ซึ่งตรงนี้ เปิดโอกาสให้ใช้ขาตั้งกล้องได้ครับ มีประโยชน์มากเวลาถ่ายรูปกลางคืน

  

มาถึงด้านข้างฝั่ง lens ครับจะเป็น ช่องต่อ ออก TV ซึ่งถ้าไม่มี com ก็ดูได้ สะดวกมากเวลางานที่ต้องไปเก็บภาพมา present เจ้านายหรือที่ประชุม  และตามด้วย port usb  ที่ใช้เสียเข้ากับเครื่อง com ครับ

  

  

มาถึงทีเด็ดของกล้องตัวนี้ครับ คือรูปแรกจะเป็นที่ใส่ memory strick นั่นเอง และต่อมาคือที่ใส่ battery ครับจะเห็นว่าสามารถใส่ได้ทั้ง battery litium ของ sony และ ถ่าน alkaline 2 AA ที่มีขายทั่วไปได้  จรงนี้ผมว่ามี ประโยชน์มากครับ จากประสบการณ์จริง ตอนออก trip ต่างจังหวัดผมลืม ช๊าจ battery ไปทำให้ถ่ายได้แป็บเดียว ซึ่งน่าเสียดายมาก นานๆจะได้เที่ยวกับเชาซักที เห็นคนอื่นเขายืนถ่ายรูป อย่างเมามัน ไปเราถือกล้อง digital อย่างหรู แต่ถ่ายไม่ได้ เพราะ battery หมด เรียกว่าเทห์แต่กินไม่ได้ครับ  ซึ่งถ้าเอาหล้อง p50 นี้ไป ไม่ต้องห่วงเรื่อง battery เลยเพราะถ้า batterry ที่เราเอาไป แค่ซื้อถ่าน alkline 2AA สอวก่อนก็ได้ยิ้มออกกันแล้ว และจากที่ลองดูกล้องตัวนี้ถ้าใช้ดับ ถ่าน ช๊าจ หรือ battery liium ของ sony จะถ่ายได้นานเกือบสอง ชม ซึ่งนัยว่านานกว่า กล้องทุกยี่ห้อเลย ครับ ซึ่งผมว่า sony มาถูกทางแล้ว อย่าง กล้อง DV ของ sony เองยังถ่ายได้ 7-8 ชม เรียกว่าลืมเรื่อง battery ไปเลยครับ

มาถึง memory ของ sony เขาจะบังคับใช้ sony memory strick นั้นมีให้เลือกหลายขนาดครับ แต่ที่แถมมาให้จะขนาด 4M (ล่างซ้าย )  ซึ่งน่าเสียดายว่าต้องใช้แต่ของ sony เท่านั้น เรื่องของ marketing นี่พูดยากครับ

ขนาดของมันก็จะเล็กพอๆกับหมากฝรั้ง lotte ครับ แบนๆ

เท่าที่สังเกตุมา memory strick ของ sony นั้นจะทำใน japan ทั้งหมดนะครับ ทั้งนี้อาจจะเนืองจาก technology นั่นเอง ทำให้ราคสค่าตัวมันสูงเอาการเลย ทั้งนี้อาจเพราะไม่มีคู่แข่งทำ memory strick   และมองดูที่ด้านกลังจะเห็นว่ามี lock เพื่อป้องกันการอัดซ้ำหรือ format ครับ

และนี่เป็นลักษณะที่ผมบอก คือเมื่อต่อ usb จากกล้องสู่คอม  ที่เครื่องคอมเราจะเห็นว่ามี  Remove disk เพิ่มขึ้นมาต่อจาก CD rom อีก 1อัน  ซึ่งเจ้า remove disk ที่ว่าก็คือ memory strick นั้นเอง เมื่อถ่ายภาพครบทุก mode ใน memory strick จะมี folder ขึ้นมาตามที่เห็น แต่ล่ะอันก็จะมี file ที่เราถ่ายไว้ครับ  ซึ่งตรงนี้เราสามารถเอา  file อย่างอื่น load ลง memory strick ได้ด้วย  โดยที่ไม่รบกวนต่อ ระกล้อง  ผมเคยลองเอา 3dmark 2001 ใส่ลง memory strck แล้วไป load เพื่อ set up เครื่องอื่น ซึ่งสะดวกมากทีเดียวครับ การ tranfer สำหรับ memory ขนาด 64 M จะใช้เวลาประมาณ 3-4 นาที ถ้า ถ่ายที่ 640x480 ได้ประมาณ 980 รูปหรือเท่ากับ film ประมาณ 27 ม้วน ตามจำนวนรูป คิดที่ 36 รูป ต่อ 1ม้วน  แต่อย่างไรก็ตาม memory strck ในคววามเห็นผมยังค่อนข้างช้ากว่า compact flash มาก แต่ด้วยขนาดที่เล็กกับความเร็วที่ไม่ช้ามากผมว่า ok สำหรับผมครับ แต่บางทีถ้ากลับจาก tip ที่มี mem เกิน 256 รู้สึกช้าเหมือนกัน  แต่จะให้เร็วกว่านี้อาจจะเอาตัวอ่าน memory strick มาต่อเพิ่มเพื่อให้อ่านเร็วขึ้นได้ครับ  ยังไงไปดูภาพกันเลยครับ  ให้คลื๊กที่ตัวรูปเลย  ( รูปแต่ล่ะรูปเป็นรูปที่ถ่ายออกจากกล้อง sony p50 ไม่มีการย่อใดๆ )

     

รูปแรกเป็นการถ่าย mode กลางคืนจาก บน taxi    และต่อมาเป็น cpu duron ที่ flash low  และ card G400 ที่ full resolution ภาพนี้ผมยอมรับครับว่าหากล้องมาถ่ายอย่างนี้หลายตัวแล้ว เปิก flash ทีไรเบลอทุกที  แต่ p50 นี่เยี่ยมเลยครับ ทั่งสี card ก็ไม่เพี้ยน

     

รูปพัดลมใน mode macro ซึ่งต้องยกนิ้วครับว่าขนาดใช้ flash ตัวมันเองเนี่ย  nikon 990 อายเลยครับ จะเห็นฝุ่นแบบสุดๆ และค่อไปก็รูปถ่ายในห้องซึ่งกล้องเกือบทุกตัวที่ผมเอามาถ่ายได้ถาพพอๆกันหมดเนื่องจากแสงจาก หลอด  neon นี่ไม่ค่อย work กับ กล้อง digtial เท่าไหร่ แต่ที่แน่ๆผมว่า p50 นี่สีมันสดอมแดง เกินจริงนิดหน่อยครับ แต่ ส่วนตัวผมชอบ สีสดๆ ครับ 

     

และนี่ก็เป็นอีก macro mode ครับ  เจ้า p50 นี่ถ่าย macro ได้เยี่ยมจริงๆ ครับ ขนาดผมลองถ่ายใกล้ๆ ไม่ถึง 5 ซมยังถ่ายได้เลยครับ ลองดูภาเอาเองดีกว่า

 

และนี่ก็เป็นภาพข้างนอกบ้างครับถ่ายจากในร่ม แดดไม่แรงเท่าไหร่

       

ด้านซ้ายเป็นต้นฉบับ ด้านขวาเป็นการถ่ายแบบ TEXT mode ครับ คือการถ่ายแบบขาวคำ ใช้ copy เอกสาร ซึ่งสกุล file จะเป็น GIF ซึ่งช่วยประหยัดเนื้อที่ได้มากเลยครับ

สรุป จากที่ทดสอบการใช้งานต่าง ผมพบว่า sony  DSC  P50 ตัวนี้ได้รับการปรับปรุงจากกล้อง sony รุ่นก่อนๆมากขึ้นครับ ไม่ว่าจะลูกเล่นต่างๆ  และที่ประทับใจผมสุดคงจะเป็น การถ่ายรูประยะใกล้ macro ครับ  นับว่า p50 ทำได้ดีมากทีเดียว  ดีกว่า nikon 990 ด้วยซ้ำ ( กรณีแสงไม่พอและต้องใช้ flash ในตัวข่วยในการถ่ายครับ )  คุณภาพของภาพที่ได้จัดว่าดีถึงดีมากเมื่อเทียบในกล้องระดับราคาเดียวกันครับ อีกทั้งลูกเล่นต่างๆ และ battery 2 ระบบผมว่า sony p50 เป็นกล้องที่น่าใช้มากตัวหนึ่งสำหรับผู้เริ่มต้นที่คิดจะซื้อกล้อง digital  แต่ยังมีปัญหาในการถ่ายในที่แสงสว่างไม่พออยู่บ้าง เนื่องจาก flash ในตัวมีขนาดค่อนข้างเล็ก และ moive mode ไม่สามารถ บันทึกเสียงได้  และ ตัวกล้องทำงานค่อนข้างอัตโนมัติไปหมด ปรับอะไรได้ไม่มากนัก ถ้ามือ pro มาใช้อาจจะอึดอัดในเรื่องของ function ได้ครับ เพราะมันปรับได้เพียง iso 100-400 และ exposure + - 2 เท่านั้น   อย่างไรก็ตามเจ้ากล้อง digital เข้ามามีบทบาทในวงการคอมมากทีเดียว โดยเฉพาะ web master ทั้งหลายครับ  อย่างน้อยผมล่ะ 1 รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่  www.sony.com

Benz

www.overclockzone.com

contact us : webmaster@overclockzone.com ; benz3344@hotmail.com