overclockzonefanpage  overclockzoneth  TV  RSS  


Page 1 of 5 12345 LastLast
Results 1 to 20 of 99

Thread: SoundCard ตัวไหนให้เสียงดีที่สุดในระบบ Digital ครับ

  1. #1
    OverclockZone Member enforcer's Avatar
    Join Date
    3 May 2007

    Default SoundCard ตัวไหนให้เสียงดีที่สุดในระบบ Digital ครับ

    หลังจากที่คุยกับท่าน Battlecruiser ได้พักหนึ่งแต่ตอนนั้นมีธุระเลยไม่ได้คุยแบบลึกซึ้งครับ
    ก็ขอให้ท่าน Battlecruiser หรือทุกท่านสมาชิก OCZ ช่วยแนะนำอีกทีด้วยครับผม

    ตอนนี้ System ของผมมี
    1. harman/kardon AVR 245
    2. ลำโพง KEF iQ5[Front] , iQ1[Surround] , iQ2c[Center]
    3. Subwoofer Klipsch RW-10D
    4. สายลำโพง Monitor Cobra 3MIX 4.02(front-center) , Bingo Silver(surround)

    อยากได้ Soundcard ที่ให้เสียงที่ดีที่สุดในระบบ Digital ครับ
    ไม่เน้น Soundcard ที่ให้เสียงผ่านสาย Analog ครับ
    เพราะว่าผมมีเครื่องเล่น CD ที่ต่อสาย Analog ใว้ฟัง CD โดยเฉพาะอยู่แล้วครับ
    เพราะว่าจุดประสงค์ของผมคือจะเอาใว้ฟัง MP3 2Chanel
    ดูหนัง DTS , ดูคอนเสริต PCM 2CH คุณภาพดีๆครับ
    ผ่านสาย Coax แล้วให้ DAC ของ AVR แปลงสัญญานเป็นเสียงอีกทีครับ
    ที่เน้นจริงๆคือฟัง MP3 ระบบ 2Chanel Stereo ครับ

    แล้วก็อยากถามประเด็นสำคัญครับว่าส่วนใหญ่คนที่ซื้อ soundcard ราคาแพง
    มักจะนำไปเล่นกับสาย Analog เป็นส่วนใหญ่
    แต่ผมจะเล่นผ่านสาย Digital Coax นี่ Soundcard เทพๆจะมีผลต่อคุณภาพเสียงไหมครับ
    เพราะยังไงสัญญานจะถูกนำมา convert ที่ DAC ของ AVR ไม่ใช่ที่ DAC ของ Soundcard

    จำเป็นไหมครับที่จะต้องซื้อ Soundcard ใหม่ (ตอนนี้ใช้ RealtekAC97 ของ DFI Ultra-D)
    ถ้าจำเป็นก็ขอให้ช่วยแนะนำรุ่นให้ด้วยครับ มีงบประมาณ 3000-10000 ตามความเหมาะสมครับ
    ที่ผมสนใจมี

    1. ONKYO WAVIO SE-90PCI แต่ดันมีแต่ Optical
    ดูเหมือนว่า soundcard ตัวนี้จะเน้นให้เล่นผ่าน Analog ซะมากกว่า Digital รึเปล่าครับ
    ถ้านำไปเล่นในระบบ Digital จะ work รึเปล่า เค้าบอกกันว่า Optcal สู้ Coax ไม่ได้
    เพราะมี Jitter(สัญญานรบกวน) สูงกว่า

    2. Auzentech X-Median ตัวนี้มี Coax ให้ด้วย

    3. X-Fi Fatal1ty FPS ตัวที่มี Front ตัวนี้ก็มี Coax ให้

    ขอบคุณทุกๆท่านครับ
    Last edited by enforcer; 29 Nov 2007 at 17:40:13.

  2. #2
    OverclockZone Member The MOO's Avatar
    Join Date
    14 Aug 2007

    Default

    ขอโทษนะครับผมอ้างอิงข้อความเก่าให้อยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมไม่เป็นขอเป็นก็อปปี้แบบทั่วไปก็แล้วกันนะครับ
    "จำเป็นไหมครับที่จะต้องซื้อ Soundcard ใหม่ (ตอนนี้ใช้ RealtekAC97 ของ DFI Ultra-D)
    ถ้าจำเป็นก็ขอให้ช่วยแนะนำรุ่นให้ด้วยครับ มีงบประมาณ 3000-10000 ตามความเหมาะสมครับ
    ที่ผมสนใจมี

    1. ONKYO WAVIO SE-90PCI แต่ดันมีแต่ Optical
    ดูเหมือนว่า soundcard ตัวนี้จะเน้นให้เล่นผ่าน Analog ซะมากกว่า Digital รึเปล่าครับ
    ถ้านำไปเล่นในระบบ Digital จะ work รึเปล่า เค้าบอกกันว่า Optcal สู้ Coax ไม่ได้
    เพราะมี Jitter(สัญญานรบกวน) สูงกว่า"
    ตอบ -ไอ้ตัวนี้ไม่ได้เน้นไปทางอนาล็อคมากกว่าดิจิทอลหรอกครับ เพียงแต่มันเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับคนที่มีซิสเต็มแบบคุณนะครับ เมื่อก่อนคนที่ต้องการจะฟังเพลงแบบ 2 ch ถ้าไม่ต่อดิจิทอล(optical หรือ coax) เข้ารีซิฟเวอร์ ก็ต้องมี เครื่อง DAC ขั้นกลางก่อนจะเข้า pre/power หรือถ้าคุณไม่มีทั้งรีซิฟเวอร์หรือDAC คุณก็ต้องต่อจากช่อง front speaker out ของซาว์นการ์ด ก่อนจะเข้า pre/power ผ่านทางสาย mini stereo jack to RCA ที่นี่ปัญหามันอยู่ที่ไม่ค่อยมีใครทำสายชนิดนี้มาขายกัน ยกเว้น monster, cardas, kimber ซึ่งทำออกมาแต่ส่วนใหญ่นำมาใช้ต่อipod ซะมากกว่า ผมเลยเดาเอาว่า ONKYO เลยทำซาว์นการ์ดสำหรับฟังเพลงที่มีทั้งขั้วต่ออนาล็อค(RCA)กับดิจิทอลออกมาซะเลย คุณภาพเสียงที่ออกจากขั้วต่ออนาล็อคก็ต้องขึ้นอยู่กับการ์ดละครับ ผมสนใจตัวนี้เหมือนกันแต่กำลังรอรีวิวจากคุณเรือรบอยู่ครับว่าจะดีแค่ไหนเพราะถ้าปล่อยอนาล็อคออกมาไม่ดีต่อให้สายดีแค่ไหนก็ฟังไม่ได้ครับ
    -สายโคแอคเชี่ยลไม่จำเป็นว่าจะต้องดีไปกว่าสายออพติคอลครับ เพียงแต่สายออพติคอลดีๆมีราคาแพงกว่าสายโคแอคเชี่ยล(แพงกว่าซาว์ดการ์ดก็แล้วกัน) เลยไม่มีคนเล่นกันซะเท่าไร
    -ONKYO ตัวนี้ stereo 2 ch เท่านั้นครับ ถ้าอยากดู DVD concert หรือ หนัง ต้องกระโดดเป็น SE-200 ตามที่เค้าบอกกันครับ
    2. Auzentech X-Median ตัวนี้มี Coax ให้ด้วย
    ตอบ อันนี้ไม่มีข้อมูลเลยครับ ขอผ่าน
    3. X-Fi Fatal1ty FPS ตัวที่มี Front ตัวนี้ก็มี Coax ให้

    ตอบ จากการติดตามอ่านกระทู้ของหลายๆ ท่าน X-fi เน้นไปทางเล่นเกมส์ กับการใช้งานผ่านทางลำโพงคอม ผมเดาเอาว่าการ์ดตัวนี้เป็นการ์ดราคาแพงที่คุณอ้างถึง แล้วเอาไปต่อผ่านทางอนาล็อคเข้าลำโพงคอม
    1. ลำโพงคอมทั่วไปไม่มีDACอยู่ภายในเพราะฉะนั้นต้องอาศัยการ์ดเป็นตัวแปลง แล้วส่งออกมาเป็นอนาล็อค เสียงก็เลยขึ้นอยู่กับการ์ดส่วนนึง ลำโพงส่วนนึง
    2. เวลาดูหนังก็เหมือนกันครับ การ์ดถอดสัญญาณออกมาแล้วส่งไปขยายที่ลำโพง (รายละเอียด+การทำงานของการ์ด อ่านจากโพสของคุณเรือรบก็แล้วกันครับ ละเอียดสุดยอด)
    สำหรับผมถ้าคุณต้องการจะต่อดิจิตอล ออกไปแปลงสัญญาณที่รีซิฟเวอร์ ซาว์การ์ดแต่ละอันผมคิดว่าไม่น่าจะแตกต่างกัน เพียงแต่ขอให้เรามีไฟล์เพลงที่มีคุณภาพก็แล้วกันครับ ถ้าคุณคิดจะเล่น mp3 คุณ rip เอง หรือ ซื้อแผ่นพวกประเทื่องครับ แผ่นประเทือง บางเพลงเสียงไม่เท่ากัน ต้องคอยมาปรับเสียง ถ้าให้ดีแนะนำให้ripเป็นพวก lossless หรือ WAV ไปเลยครับ

  3. #3
    OverclockZone Member battlecruiser's Avatar
    Join Date
    16 Sep 2006
    Location
    ชมรมโคราชรักหมาแดกแมว

    Default

    http://www.digitalcowboy.jp/tokyosty...010/index.html

    ตัวนี้ ภาค digital ดีกว่า onkyo ในราคาพอๆกัน

    Cirrus Logic CS8415A + M-TeK D4101DA

    Coaxial +optical in out 24Bit 192Khz


    ถึงจะไม่มี VLSC 2channel แบบ onkyo se200 /se90

    แต่ 7.1 ของมัน ใช้ DAC WM8766 และ Codec wm8776 ชุดเดียวกับที่ 7.1 ของ SE200 ใช้

    และ เปลี่ยน op-amp ได้ด้วย [se 200 เปลี่ยนไม่ได้]

  4. #4
    OverclockZone Member enforcer's Avatar
    Join Date
    3 May 2007

    Default

    ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นครับ

    ผมคิดว่าถ้าดูหนังที่บันทึกมาในระบบ DTS แล้วเข้ารหัส DTS ผ่านสาย coax แล้วมาแปลงสัญญานที่ AVR ผมว่า sound ตัวไหนก็เหมือนกัน

    แต่ประเด็นคือถ้าฟังไฟล์เพลงพวก MP3 , WAV แล้วส่งสัญญาน PCM 2 Chanel ผ่านสาย Coax เข้า AVR
    ไม่ใช่ Analog ระหว่าง Soundcard onboard กับ soundcard ราคาแพง เสียงที่ออกมาจะต่างกันหรือไม่ครับ

    ตามที่ผมเข้าใจคือ

    ถ้าเล่นระแบบ Analog
    MP3 --> Sound Processor ---> DAC(ใน soundcard) ---> OPAMP(ใน soundcard)--- สาย Analog---> Amplifier(ใน AVR)

    ถ้าเล่นระบบ Digital
    MP3 --> Sound Processor --- สาย Coax ---> DAC(ใน AVR) ---> Amplifier(ใน AVR)

    จะเห็นว่าถ้าเล่นในระบบ Digital จะไม่ใช้ DAC และ OPAMP ใน soundcard เลย
    จะใช้ก็แค่ Sound Processor อย่างเดียว แล้วไอ้ Sound Processor ของ soundcard แต่ละรุ่นเนี่ย มันจะให้เสียงต่างกันหรือไม่ครับ
    ปัจจุบัน soundonboard ของผม รองรับ Sample rate ที่ 48KHz
    ที่หน้าจอ AVR ก็จะ show ว่า PCM 48KHz
    ถ้าผมเปลี่ยน soundcard ที่ระบุใว้ว่า 192KHz แล้วมันจะมา show ที่ AVR ไหมครับว่าเป็น PCM 192KHz
    หรือว่าที่ soundcard เทพๆที่ระบุ spec ว่า Sample rate 192KHz จะเป็น 192 ได้ก็ต่อเมื่อเล่นในระบบ analog เท่านั้น

    ขอบคุณอีกรอบครับ
    Last edited by enforcer; 30 Nov 2007 at 12:10:43.

  5. #5
    OverclockZone Member kgb99's Avatar
    Join Date
    17 Jul 2007
    Location
    พันธุ์ทิพย์ ประตูน้ำ

    Default

    มาเก็บข้อมูลคับ ความรู้ๆ^^"

  6. #6
    OverclockZone Member battlecruiser's Avatar
    Join Date
    16 Sep 2006
    Location
    ชมรมโคราชรักหมาแดกแมว

    Default

    ไฟล์มาแบบ 192 การ์ดก็ แสดงผลว่า 192


    dac ก็ 192

    digital ก็ 192


  7. #7
    OverclockZone Member sicklab's Avatar
    Join Date
    8 May 2007
    Location
    Bangkok,Thailand

    Default

    Quote Originally Posted by battlecruiser View Post
    ไฟล์มาแบบ 192 การ์ดก็ แสดงผลว่า 192


    dac ก็ 192

    digital ก็ 192

    หน้าจอท่านเรือรบ รกมากมาย

  8. #8
    OverclockZone Member พจน์'s Avatar
    Join Date
    28 Sep 2006

    Default

    คุณใช้ AV Reciver แล้ว จะต้องใช้ซาวน์การ์ดอีกทำไมหละครับ
    ต่อสัญญาณ Digital Out ออกช่อง SDIF-out(ทั้งแบบ Optical และ Coaxial)

    สรุปง่ายๆก็คือไม่จำเป็นเรื่องซาว์ดการ์ด
    ถ้าคุณจะให้บุคคลิคเสียงเปลี่ยนนั้น แนะนำให้ต่อสัญญาณออกทางช่อง Coaxial แทน
    ซึ่งสายจะมีผลกับเสียงค่อยค่างมากกว่าช่อง Optical
    และส่วนที่มีผลกับเสียงว่าจะเปลี่ยนไปแบบใดนั้นสายลำโพงกับสายสัญญาณในระบบของคุณ
    จะมีผลมากกว่านะ

    ส่วนเรื่อง Sample rate นั้น จะสูงแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับไฟล์หรือแหล่งโปรแกรมที่มาต้นทางครับ
    ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ครับ อุปกรณ์แค่โชว์ให้คุณทราบ
    และไม่มีผลยกเว้นคุณไป Remaster ใหม่
    (ซึ่งก็แทบไม่มีค่าเพราะ 48 แปลงด้วย 192 ก็ได้คุณภาพเท่า 48 เดิมๆ ยกเว้นมิกซ์ใหม่)

    ปล.......

    ***ซาว์นการ์ดจะใช้งานได้ผลต่อเมื่อต่อลำโพงผ่านช่องแชนแนลต่างด้านหลังการ์ดที่ไม่ใช่ DigitalOut***

    ***กรุณาอย่าเสียศูนย์กับกระแสซาว์ดการ์ดครับ เพราะส่งที่คุณใช้มันดีจนก้าวข้ามตรงจุดนั้นมาแล้ว***

    ***การต่อแบบเรียบง่าย ตรง และผ่านตัวแปรน้อยที่สุด ย่อมจะแสดงได้ถึงความเที่ยงตรงของเสียงเมื่อเทียบกับต้นฉบับ***

    ***ของดีย่อมไม่จำเป็นต้องปรุงให้มาก หรือไม่ปรุงย่อมน้อยที่สุดย่อมดีที่สุด เพราะคงความบริสุทธิ์ของสัญญาณได้ดีกว่า

    ***ฝึกการฟังแบบไม่ปรุงแต่งใดๆ จะทำให้คุณมีจุดเริ่มนับ 1 ได้เอง แล้วคุณจะเข้าใจถึงปัญหาต่อมาในภายหลัง เหมือนก๋วยเตี๋ยวรสไม่ถูกใจ
    คุณก็พยายามใส่อะไรที่คิดว่ามันจะดี ทั้งที่ของเดิมมันก็ใส่มาอยู่แล้วและคุณก็ใส่เพิ่มเข้าไปอีก มันยากกว่า อะไรที่ไม่ปรุงเลย
    เช่นชอบหวานก็ใส่หวานนิดเดียวก็ใช้ได้เลย และการฟังเป็นรสนิยมส่วนบุคคล ควรยึดถือความชอบตัวเองเป็นหลัก แต่ควรจะมีหลักของตนเองให้มั่นๆก่อน***

    ***จะไปลองฟังอะไรควรปิดระบบปรับเสียงทุกอย่าง ทั้งในโปรแกรมและลำโพง
    แล้วท่านจะได้เสียงเนื้อแท้จริงๆของสิ่งๆ นั้น***


    คำตอบที่ให้ตรงขนาดไหนนั้น ขึ้นอยู่ที่ท่าน
    แต่ผมไม่อยากให้สภาพหรือสถานเช่นคุณเกิดขึ้นอีกกับหลายๆคน
    มันจะเสียทั้งเวลา ทั้งเงินทอง และอีกหลายๆอย่าง
    กับคำว่า "อ่อ..ตัวนี้เสียงดีนะ อย่างโน้นอย่างนี้"
    ในที่สุดก็ลงเอยที่หาตัวเองไม่พบว่าชอบอะไร แบบไหน

    ผมอาจจะตรงไปบ้าง ต้องขอโทษไว้ก่อนละกันครับ แต่คิดดีครับ (^-^)
    ขอให้มีความสุขกับการฟังเพลงและดูหนังนะครับ (^-^)


    ----------------------------SIMPLE IS THE BEST--------------------
    Last edited by พจน์; 30 Nov 2007 at 16:04:32.

  9. #9
    OverclockZone Member
    Join Date
    18 Dec 2006

    Default

    Quote Originally Posted by พจน์ View Post
    คุณใช้ AV Reciver แล้ว จะต้องใช้ซาวน์การ์ดอีกทำไมหละครับ
    ต่อสัญญาณ Digital Out ออกช่อง SDIF-out(ทั้งแบบ Optical และ Coaxial)

    สรุปง่ายๆก็คือไม่จำเป็นเรื่องซาว์ดการ์ด
    ถ้าคุณจะให้บุคคลิคเสียงเปลี่ยนนั้น แนะนำให้ต่อสัญญาณออกทางช่อง Coaxial แทน
    ซึ่งสายจะมีผลกับเสียงค่อยค่างมากกว่าช่อง Optical
    และส่วนที่มีผลกับเสียงว่าจะเปลี่ยนไปแบบใดนั้นสายลำโพงกับสายสัญญาณในระบบของคุณ
    จะมีผลมากกว่านะ

    ส่วนเรื่อง Sample rate นั้น จะสูงแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับไฟล์หรือแหล่งโปรแกรมที่มาต้นทางครับ
    ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ครับ อุปกรณ์แค่โชว์ให้คุณทราบ
    และไม่มีผลยกเว้นคุณไป Remaster ใหม่
    (ซึ่งก็แทบไม่มีค่าเพราะ 48 แปลงด้วย 192 ก็ได้คุณภาพเท่า 48 เดิมๆ ยกเว้นมิกซ์ใหม่)

    ปล.......

    ***ซาว์นการ์ดจะใช้งานได้ผลต่อเมื่อต่อลำโพงผ่านช่องแชนแนลต่างด้านหลังการ์ดที่ไม่ใช่ DigitalOut***

    ***กรุณาอย่าเสียศูนย์กับกระแสซาว์ดการ์ดครับ เพราะส่งที่คุณใช้มันดีจนก้าวข้ามตรงจุดนั้นมาแล้ว***

    ***การต่อแบบเรียบง่าย ตรง และผ่านตัวแปรน้อยที่สุด ย่อมจะแสดงได้ถึงความเที่ยงตรงของเสียงเมื่อเทียบกับต้นฉบับ***

    ***ของดีย่อมไม่จำเป็นต้องปรุงให้มาก หรือไม่ปรุงย่อมน้อยที่สุดย่อมดีที่สุด เพราะคงความบริสุทธิ์ของสัญญาณได้ดีกว่า

    ***ฝึกการฟังแบบไม่ปรุงแต่งใดๆ จะทำให้คุณมีจุดเริ่มนับ 1 ได้เอง แล้วคุณจะเข้าใจถึงปัญหาต่อมาในภายหลัง เหมือนก๋วยเตี๋ยวรสไม่ถูกใจ
    คุณก็พยายามใส่อะไรที่คิดว่ามันจะดี ทั้งที่ของเดิมมันก็ใส่มาอยู่แล้วและคุณก็ใส่เพิ่มเข้าไปอีก มันยากกว่า อะไรที่ไม่ปรุงเลย
    เช่นชอบหวานก็ใส่หวานนิดเดียวก็ใช้ได้เลย และการฟังเป็นรสนิยมส่วนบุคคล ควรยึดถือความชอบตัวเองเป็นหลัก แต่ควรจะมีหลักของตนเองให้มั่นๆก่อน***

    ***จะไปลองฟังอะไรควรปิดระบบปรับเสียงทุกอย่าง ทั้งในโปรแกรมและลำโพง
    แล้วท่านจะได้เสียงเนื้อแท้จริงๆของสิ่งๆ นั้น***


    คำตอบที่ให้ตรงขนาดไหนนั้น ขึ้นอยู่ที่ท่าน
    แต่ผมไม่อยากให้สภาพหรือสถานเช่นคุณเกิดขึ้นอีกกับหลายๆคน
    มันจะเสียทั้งเวลา ทั้งเงินทอง และอีกหลายๆอย่าง
    กับคำว่า "อ่อ..ตัวนี้เสียงดีนะ อย่างโน้นอย่างนี้"
    ในที่สุดก็ลงเอยที่หาตัวเองไม่พบว่าชอบอะไร แบบไหน

    ผมอาจจะตรงไปบ้าง ต้องขอโทษไว้ก่อนละกันครับ แต่คิดดีครับ (^-^)
    ขอให้มีความสุขกับการฟังเพลงและดูหนังนะครับ (^-^)


    ----------------------------SIMPLE IS THE BEST--------------------
    อืมอืม............
    มันตรงเด๊ะ เลย พี่พจน์

  10. #10
    OverclockZone Member
    Join Date
    30 May 2007

    Default

    Quote Originally Posted by พจน์ View Post
    คุณใช้ AV Reciver แล้ว จะต้องใช้ซาวน์การ์ดอีกทำไมหละครับ
    ต่อสัญญาณ Digital Out ออกช่อง SDIF-out(ทั้งแบบ Optical และ Coaxial)

    สรุปง่ายๆก็คือไม่จำเป็นเรื่องซาว์ดการ์ด
    ถ้าคุณจะให้บุคคลิคเสียงเปลี่ยนนั้น แนะนำให้ต่อสัญญาณออกทางช่อง Coaxial แทน
    ซึ่งสายจะมีผลกับเสียงค่อยค่างมากกว่าช่อง Optical
    และส่วนที่มีผลกับเสียงว่าจะเปลี่ยนไปแบบใดนั้นสายลำโพงกับสายสัญญาณในระบบของคุณ
    จะมีผลมากกว่านะ

    ส่วนเรื่อง Sample rate นั้น จะสูงแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับไฟล์หรือแหล่งโปรแกรมที่มาต้นทางครับ
    ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ครับ อุปกรณ์แค่โชว์ให้คุณทราบ
    และไม่มีผลยกเว้นคุณไป Remaster ใหม่
    (ซึ่งก็แทบไม่มีค่าเพราะ 48 แปลงด้วย 192 ก็ได้คุณภาพเท่า 48 เดิมๆ ยกเว้นมิกซ์ใหม่)

    ปล.......

    ***ซาว์นการ์ดจะใช้งานได้ผลต่อเมื่อต่อลำโพงผ่านช่องแชนแนลต่างด้านหลังการ์ดที่ไม่ใช่ DigitalOut***

    ***กรุณาอย่าเสียศูนย์กับกระแสซาว์ดการ์ดครับ เพราะส่งที่คุณใช้มันดีจนก้าวข้ามตรงจุดนั้นมาแล้ว***

    ***การต่อแบบเรียบง่าย ตรง และผ่านตัวแปรน้อยที่สุด ย่อมจะแสดงได้ถึงความเที่ยงตรงของเสียงเมื่อเทียบกับต้นฉบับ***

    ***ของดีย่อมไม่จำเป็นต้องปรุงให้มาก หรือไม่ปรุงย่อมน้อยที่สุดย่อมดีที่สุด เพราะคงความบริสุทธิ์ของสัญญาณได้ดีกว่า

    ***ฝึกการฟังแบบไม่ปรุงแต่งใดๆ จะทำให้คุณมีจุดเริ่มนับ 1 ได้เอง แล้วคุณจะเข้าใจถึงปัญหาต่อมาในภายหลัง เหมือนก๋วยเตี๋ยวรสไม่ถูกใจ
    คุณก็พยายามใส่อะไรที่คิดว่ามันจะดี ทั้งที่ของเดิมมันก็ใส่มาอยู่แล้วและคุณก็ใส่เพิ่มเข้าไปอีก มันยากกว่า อะไรที่ไม่ปรุงเลย
    เช่นชอบหวานก็ใส่หวานนิดเดียวก็ใช้ได้เลย และการฟังเป็นรสนิยมส่วนบุคคล ควรยึดถือความชอบตัวเองเป็นหลัก แต่ควรจะมีหลักของตนเองให้มั่นๆก่อน***

    ***จะไปลองฟังอะไรควรปิดระบบปรับเสียงทุกอย่าง ทั้งในโปรแกรมและลำโพง
    แล้วท่านจะได้เสียงเนื้อแท้จริงๆของสิ่งๆ นั้น***


    คำตอบที่ให้ตรงขนาดไหนนั้น ขึ้นอยู่ที่ท่าน
    แต่ผมไม่อยากให้สภาพหรือสถานเช่นคุณเกิดขึ้นอีกกับหลายๆคน
    มันจะเสียทั้งเวลา ทั้งเงินทอง และอีกหลายๆอย่าง
    กับคำว่า "อ่อ..ตัวนี้เสียงดีนะ อย่างโน้นอย่างนี้"
    ในที่สุดก็ลงเอยที่หาตัวเองไม่พบว่าชอบอะไร แบบไหน

    ผมอาจจะตรงไปบ้าง ต้องขอโทษไว้ก่อนละกันครับ แต่คิดดีครับ (^-^)
    ขอให้มีความสุขกับการฟังเพลงและดูหนังนะครับ (^-^)


    ----------------------------SIMPLE IS THE BEST--------------------
    อืมมมม น่าคิด
    ทำไงดีน้อ เรา

  11. #11
    OverclockZone Member enforcer's Avatar
    Join Date
    3 May 2007

    Default

    ครับผม จริงๆแล้วผมก็ฟัง MP3 คุณภาพดีๆครับ
    แล้วก็ไม่ปรับแต่งเสียงอะไรเลย ทั้งที่ soundcard และที่ AVR เรียกได้ว่า Pure เลยครับ
    ผมเป็นคนชอบฟังเพลง 2CH แท้ๆอยู่แล้วครับ ฟังทั้งแนว Audiphile และก็ไม่ปรับแต่ง ไม่จำลองเสียงเลยครับ
    แต่ถ้าเล่น MP3 ผ่านสาย Coax นี่ sound ตัวไหนก็เรียกได้ว่าเหมือนกันเลยหรอครับ
    แบบนี้ผมก็ใช้ Onboard เดิมๆของ DFI-Utra-D หรอครับ

  12. #12
    OverclockZone Member camera's Avatar
    Join Date
    5 Oct 2006
    Location
    13.784893,100.613126

    Default

    ตอนแรกว่าจะใช้ AVR เหมือนกัน ต่อดิจิตอล ออกมา ตูมเดียวจบ แต่ไม่ชอบมันจบง่ายไป ไม่ชอบการเปลี่ยนแบบยกเครื่อง (ทั้งภาคถอดรหัส , ภาคขยายเสียง) ชอบเปลี่ยนชิ้นๆไป

    เลยมาทุ่มงบกับ Sound card + (AMP 2 CH 1 เครื่อง เพื่อเอาไว้ใช้ยามฟังเพลง ) + ( AMP 5 CH + แอคทีฟ ซับ เพื่อเอาไว้ดูหนัง ) ดูๆไปมันยุ่งยาก และรกมาก แต่มันได้ อรรถรสไปอีกแบบ เสียงที่ได้ก็ไม่แพ้ AVR ทั่วไปแน่นอน
    Last edited by camera; 1 Dec 2007 at 11:16:45.

  13. #13
    OverclockZone Member พจน์'s Avatar
    Join Date
    28 Sep 2006

    Default

    Quote Originally Posted by enforcer View Post
    ครับผม จริงๆแล้วผมก็ฟัง MP3 คุณภาพดีๆครับ
    แล้วก็ไม่ปรับแต่งเสียงอะไรเลย ทั้งที่ soundcard และที่ AVR เรียกได้ว่า Pure เลยครับ
    ผมเป็นคนชอบฟังเพลง 2CH แท้ๆอยู่แล้วครับ ฟังทั้งแนว Audiphile และก็ไม่ปรับแต่ง ไม่จำลองเสียงเลยครับ
    แต่ถ้าเล่น MP3 ผ่านสาย Coax นี่ sound ตัวไหนก็เรียกได้ว่าเหมือนกันเลยหรอครับ
    แบบนี้ผมก็ใช้ Onboard เดิมๆของ DFI-Utra-D หรอครับ
    เข้าใจผิดแล้วครับ
    ช่อง Optical จะมีความแตกต่างน้อยกว่าเวลาเปลี่ยนสาย
    เมื่อเทียบกับการใช้ช่อง Coaxial

  14. #14
    OverclockZone Member soniconline's Avatar
    Join Date
    23 Sep 2006

    Default

    Quote Originally Posted by พจน์ View Post

    คำตอบที่ให้ตรงขนาดไหนนั้น ขึ้นอยู่ที่ท่าน
    แต่ผมไม่อยากให้สภาพหรือสถานเช่นคุณเกิดขึ้นอีกกับหลายๆคน
    มันจะเสียทั้งเวลา ทั้งเงินทอง และอีกหลายๆอย่าง
    กับคำว่า "อ่อ..ตัวนี้เสียงดีนะ อย่างโน้นอย่างนี้"
    ในที่สุดก็ลงเอยที่หาตัวเองไม่พบว่าชอบอะไร แบบไหน

    ผมอาจจะตรงไปบ้าง ต้องขอโทษไว้ก่อนละกันครับ แต่คิดดีครับ (^-^)
    ขอให้มีความสุขกับการฟังเพลงและดูหนังนะครับ (^-^)


    ----------------------------SIMPLE IS THE BEST--------------------
    ยืนยันคำพูด เพราะตอนนี้ผมก็กำลังจะหา SoundCard ที่ราคาถูก และลงตัวเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว

    ผมเคยบ้ามาพักนึง ผลคือ ผมซื้อ SoundCard ตัวละหมื่นกว่าบาทมาใช้ แต่เสียงก็ยังสู้เครื่องเสียงชุดเล็ก ๆ ราคาแค่ 8,000 ไม่ได้ซักนิดเดียว

  15. #15
    OverclockZone Member เอ๊ะยังไง's Avatar
    Join Date
    4 Nov 2007

    Default

    เดี๋ยวเก็บตังซื้อ AVR บ้างดีกว่าเรา

  16. #16
    OverclockZone Member
    Join Date
    27 Jan 2007

    Default

    เห็นคุยกันเรื่องฮาร์ดแวร์เจ๋งๆกันแต่เอามาใช้softwareห่วยๆมันก็ไม่มีอะไรดีขี้นมาหรอกครัีบ
    เว้นแต่ความสุขทางใจอิอิก็ซื้อไปเถอะครับ
    เพราะถ้าฟังmp3ได้เพราะ[ผมไม่ได้ว่าหูไม่ดีนะคร๊าบ]
    mp3 ถ้าของไทยส่วนมากbit rate แค่128kbps/s แค่sb.live ก็เอาอยู่เหลือเฟือครับ

    ปล.ผมเองก็ฟังmp3ได้เพราะอยู่นะคร๊าบบ[ถือว่ายังโชคดีไม่ได้หูเทพหูทอง]
    แต่ตอนนี้ผมลบไฟล์mp3 /128/kbpsในเครื่องทิ้งหมดเพราะฟังเทียบกับ320kbps
    เสียงต่างกันเยอะ
    เหลือแต่เพลงที่หามาแทนไม่ได้เท่านั้นที่ยังเก็บไว้ ตอนนี้โหลด320kbps/sมาแทน
    แต่ถ้ามีแบบ lossless[flac/Ape]ก็เก็บพวกนี้แทนเพราะคุณภาพเกือบๆเท่าต้นฉบับ[cd]

  17. #17
    OverclockZone Member enforcer's Avatar
    Join Date
    3 May 2007

    Default

    Quote Originally Posted by พจน์ View Post
    เข้าใจผิดแล้วครับ
    ช่อง Optical จะมีความแตกต่างน้อยกว่าเวลาเปลี่ยนสาย
    เมื่อเทียบกับการใช้ช่อง Coaxial

    sound ที่ผมว่า นี่คือ soundcard ครับผม พิมพ์พิดไปนิดครับ

    สรุปก็คือถ้าฟัง MP3 ผ่าน coax มาเข้า AVR เนี่ย
    soundcard ราคา 500 บาท กับ ราคา 10000 บาท
    ก็เสียงเหมือนกันใช่ไหมครับ

  18. #18
    OverclockZone Member พจน์'s Avatar
    Join Date
    28 Sep 2006

    Default

    Quote Originally Posted by enforcer View Post
    sound ที่ผมว่า นี่คือ soundcard ครับผม พิมพ์พิดไปนิดครับ

    สรุปก็คือถ้าฟัง MP3 ผ่าน coax มาเข้า AVR เนี่ย
    soundcard ราคา 500 บาท กับ ราคา 10000 บาท
    ก็เสียงเหมือนกันใช่ไหมครับ
    แทบไม่ต่างกันครับ หรือไม่ต่างกันเลยครับ
    สาย coax ที่ใช้เชื่อมมีผลมากกว่าครับ

  19. #19
    OverclockZone Member เอ๊ะยังไง's Avatar
    Join Date
    4 Nov 2007

    Default

    อ่านแล้ว งงๆ

    ตกลงว่า ใช้สายแบบ Optical กับ ใช้สายแบบ Coaxial
    ใช้สายแบบไหนจะดีกว่ากันครับ เอาข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

  20. #20
    OverclockZone Member Roat's Avatar
    Join Date
    18 Sep 2006
    Location
    Wongsawang 19.

    Default

    ผมเคยลองต่อ AVR จาก SoundCard ตอนต่อใช้ X-fi ครับ ต่อผ่าน Coax เข้า AVR ถ้าถามว่าจำเป็นมั้ยที่จะใช้ Sound ผมว่าไม่ค่อยจำเป็นเท่าไหร่เพราะ DSP ของ AVR มันดีกว่าของ Sound ครับ เลยไม่จำเป็นต้องผ่าน Sound ก็ได้

    ปล.ถ้าเล่น Sound Com ก็ควรลอง Sound Card ดูนะครับ ผิดถูกไม่เสียหาย แต่ประสบการณ์กับสิ่งที่ได้ลองมันคุ้มครับ เพราะเรื่องของเสียง มันบอกเป็นคำพูดได้ยากยิ่งครับ

Page 1 of 5 12345 LastLast


Bookmarks

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •