overclockzonefanpage  overclockzoneth  TV  RSS  


Page 1 of 2 12 LastLast
Results 1 to 20 of 23

Thread: ความแตกต่างกันระหว่าง NTFS กับ FAT32

  1. #1
    OverclockZone Member Mbell's Avatar
    Join Date
    19 Sep 2006
    Location
    Bangkok

    Exclamation ความแตกต่างกันระหว่าง NTFS กับ FAT32

    NTFS (New Technology File System)
    •ออกแบบมาเพื่อใช้กับระบบ ปฏิบัติการ Windows NT โดยเฉพาะ
    •เป็นระบบไฟล์ที่ออกแบบเพื่อให้มีศักยภาพในการประมวลผลข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ และนำมาใช้กับระบบปฏิบัติการเครือข่ายที่ต้องมีการควบคุมระบบความปลอดภัย
    •สนับสนุนการตั้งชื่อไฟล์หรือ ไดเร็คทอรี่แบบยาว ได้ถึง 255 ตัวอักษร
    •NTFS มีข้อดีคือ
    1.มีความสามารถในการบีบอัดข้อมูล (File Compression)ให้ได้พื้นที่เก็บข้อมูลมากขึ้น โดยไฟล์ที่เก็บข้อมูลเป็นตัวอักษรจะบีบอัดได้ประมาณ 50 % ถ้าเป็นไฟล์แบบ .exe จะประหยัดเนื้อที่ได้ประมาณ 40 %
    2.มีความสามารถในการกำหนดสิทธิ์ (Permission) การเข้าถึงข้อมูลให้กับผู้ใช้งานแต่ละคน ว่าให้ใครเข้าถึงข้อมูลไฟล์ไหนได้บ้าง แล้วสามารถอ่านได้อย่างเดียวหรือ แก้ไขได้ด้วย
    3.มีความสามารถในการเข้ารหัสข้อมูลได้
    4.NTFS สามารถรองรับขนาดของไฟล์และพาร์ติชันได้ใหญ่กว่า แบบ FAT ในทางทฤษฎีสามารถรองรับขนาดของไฟล์และพาร์ติชันรวมกันได้ถึง 16 Exabyte (EB) แต่ในทางปฎิบัติ สามารถรองรับขนาดของไฟล์ได้ 4-64 GB ส่วนขนาดของพาร์ติชันรองรับได้ 2 TB
    5.มีความสามารถจัดการกับ Cluster ที่เกิดปัญหา ซึ่งจะใช้วิธีการที่เรียกว่า Bad- Cluster Mapping คือเมื่อระบบพบว่ามี Bad Sector บน Harddisk ก็จะจัดหา Cluster ใหม่แล้วย้ายข้อมูลจาก Cluster เก่ามาใส่ให้โดยอัตโนมัติ จากนั้นจึงกำหนด Cluster เก่าเป็น Bad Sector
    •ใน ระบบ FAT จะ ไม่สนับสนุนการบีบอัดข้อมูล การเข้ารหัสข้อมูล และไม่มี Feature ในเรื่องของการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลด้วยการกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล ซึ่งต่างกับระบบ NTFS
    •ข้อเสียของ ของ NTFS ในยุคของ Windows NT คือไม่สามารถมองเห็นฮาร์ดดิสก์ที่เป็น File System แบบ FAT และในทางกลับกันระบบ FAT ก็จะมองฮาร์ดดิสก์ที่เป็น NTFS ไม่เห็นเช่นกัน
    •แต่เมื่อมีระบบปฏิบัติการ Windows 2000 และ Windows XP ทำให้ฮาร์ดดิสก์ที่มีระบบไฟล์แบบ NTFS สามารถมองฮาร์ดดิสก์ที่มีระบบไฟล์แบบ FAT ได้ เพราะ ระบบปฏิบัติการ Windows 2000 และ Windows XP มีความสามารถในการสนับสนุน File System ทั้งแบบ FAT และ NTFS ทำให้ระบบปฏิบัติการ Windows 2000 และ Windows XP สามารถที่จะมองฮาร์ดดิสก์ทั้งแบบ NTFS และ FAT

    ถ้า Shutdown แบบไม่ถูกครรลองประเพณี(FAT32) จะต้องมา check disk กันทุกครั้ง
    แต่ถ้าเป็น NTFS มันจะไม่ค่อย check diskยกเว้นกรณีที่ Map และ Index ของ NTFS เกิดเสียหายถึงจะ check disk

    File Fat32 ที่ Boot Dos เห็น Ntfs ได้ครับชื่อไฟล์ NtfsDosPro ครับ สุดยอดจริงๆ

    ถ้า file ใหญ่กว่า 2G NTFS ดีกว่าจะได้ไม่ต้องตัดแบ่งเป็นหลาย file เหมือนใน fat32

    ขอตอบแบบภาษาชาวบ้านนะครับ
    1. ถ้าคุณใช้ "Windows Me" ต้องใช้ FAT32 เพราะว่ามันจะมองไม่เห็น NTFS
    2. แต่ถ้าคุณใช้ "Windows XP" หรือ "Windows 2000" คุณมีสิทธิ์ที่จะเลือกใช้ ได้ทั้ง NTFS หรือ FAT32
    3. ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องดูจุดประสงค์ในการใช้งานด้วย หากคุณใช้HDD โดยไม่มีโอกาสที่จะนำ HDD ไปต่อพ่วงกับเครื่องอื่นเพื่อถ่ายข้อมูล โดยที่เครื่องอื่นใช้ Windows Me อยู่ก็ใช้ NTFS ก็ได้ โดยข้อดีของ NTFS ทางเทคนิคเหนือกว่า FAT32(ตาม ความเห็น5) แตในทางกลับกัน หากคุณยังมีความจำเป็นในอนาคตที่จะต้องนำHDD ตัวนี้ไปถ่ายข้อมูลกับของเพื่อนๆที่เขายังไม่ได้ใช้ WindowsXP หรือ2000 แล้วละก็ FAT32 ดูจะเป็นทางออกที่ดีกว่า (Compatible กว่าเพราะใครๆก็มองเห็น)

  2. #2
    OverclockZone Member Mbell's Avatar
    Join Date
    19 Sep 2006
    Location
    Bangkok

    Default

    ใช้ NTFS เพื่อการเข้าถึงไดรฟ์ที่เร็วกว่า
    New Technology File System (NTFS) ในวินโดวส์เอ็นที, 2000 และเอ็กซ์พี จะมีคุณสมบัติใหม่หลายอย่างที่ไม่มีในระบบไฟล์แบบ FAT (ซึ่งพบในวินโดวส์ 95 และ 98) อย่างเช่นการจัดการกับไฟล์ที่มีขนาดใหญ่ได้ดีขึ้น ถึงแม้ว่าความเร็วที่เพิ่มขึ้นในการทำงานนั้น จะคิดเป็นมิลลิวินาที แต่มันก็มีผลที่ทำให้คุณรู้สึกได้ ถ้าเป็นการจัดการกับไฟล์ขนาดใหญ่ที่คุณใช้งานบ่อยๆ ที่สำคัญคือ นอกจากจะช่วยให้ประสิทธิภาพในการเข้าถึงไฟล์สูงขึ้นแล้ว NTFS ยังเป็นระบบไฟล์ที่ให้ความเสถียรสูงกว่า และมีการรักษาความปลอดภัยที่ดีกว่าด้วย

    ถ้าคุณต้องการใช้ NTFS ในกรณีที่เป็นไดรฟ์ใหม่ คุณสามารถฟอร์แมตเป็น NTFS ได้ตั้งแต่ในขั้นตอนของการติดตั้งเลย แต่ถ้าเป็นไดรฟ์ที่ใช้อยู่ คุณสามารถใช้คำสั่ง Convert.exe เพื่อเปลี่ยนระบบไฟล์จาก FAT ไปเป็น NTFS ได้ โดยคำสั่ง Convert นั้น จะเป็นคำสั่งที่ทำงานในคอมมานด์พรอมต์ (Start / Programs / Accessories / Command Prompt) โดยรูปแบบของการออกคำสั่งจะเป็น CONVERT C: /FS:NTFS /V ซึ่งหมายถึงการแปลงไดรฟ์ C: ไปเป็น NTFS (ถ้าต้องการแปลงไดรฟ์อื่น ก็ให้เปลี่ยนไปเป็นตัวอักษรของไดรฟ์นั้น) หรือคุณอาจพิมพ์ Convert/? เพื่อเปิดดู help ของคำสั่งนี้

  3. #3
    OverclockZone Member Mbell's Avatar
    Join Date
    19 Sep 2006
    Location
    Bangkok

    Default

    อันนี้เป็นข้อมูลของ NTFS





    1) ระบบการจัดการไฟล์ของ NTFS นั้นใช้ Master File Table ซึ่งจัดเก็บอินเด็กซ์การเข้าถึงเซ็กเตอร์ต่างๆ ในฮาร์ดดิสก์ในรูปของไฟล์ แทนที่จัดเก็บในพื้นที่ตายตัวอย่าง File Allocation Table ถ้ามีพื้นที่ในฮาร์ดดิสก์เสียตรง FAT พอดี ก็แย่ครับ

    2) ระบบการจัดการไฟล์ของ NTFS ยอมรับการจัดเก็บสิทธิการเข้าใช้ไฟล์ ได้ซับซ้อนกว่า FAT32 จะทำให้ระบบจัดการไฟล์ของ NTOS (WindowsNT,Windows2000/2003/XP) สามารถจัดการสิทธิของผู้ใช้ได้เต็มที่ ในขณะที่ FAT32 ไม่รองรับ

    3) ระบบจัดการไฟล์แบบ NTFS รองรับการทำ Journaling File Systtem (JFS) ซึ่งการเขียนไฟล์ทับจะหมายถึงการวางเวอร์ชันใหม่ลง แล้วเมื่อระบบปฏิบัติการตรวจสอบความถูกต้องแล้ว จึงค่อยยกเลิกเวอร์ชันเก่าไป ไม่เหมือนในระบบ FAT ที่จะเป็นการเขียนข้อมูลทับ (เคลียร์ไดเรกตอรีอินเด็กซ์ของไฟล์์ก่อน แล้ววางไฟล์ลงในพื้นที่ที่ว่าง ซึ่งอาจจะตรงกับที่เดิมหรือไม่ก็ได้ แล้วสร้างอินเด็กซ์ไปยังพื้นที่ดังกล่าว) ทำให้หากเกิดความผิดพลาดในขณะเขียนไฟล์ จะกู้ข้อมูลไฟล์ที่กำลังเขียนไม่ได้

    4)จำนวนคลัสเตอร์ที่มีได้ของ NTFS สูงกว่า FAT32 ครับ โดยเฉพาะการจัดเก็บพาร์ติชันที่มีขนาดใหญ่นั้นมีประสิทธิภาพกว่า

    อนึ่ง หากกลัวว่าจัดเก็บไฟล์แบบ NTFS แล้วจะมีปัญหาเวลาเครื่องเสีย แนะนำว่าอย่าเข้ารหัสไฟล์ใดๆ ไว้ครับ เวลามีปัญหาก็นำมาบรรจุใส่ใน USB encloser แล้วต่อกับเครื่อง 2000/XP อื่นใดก็ได้เพืื่อเข้าถึงข้อมูลครับ

  4. #4
    OverclockZone Member Mbell's Avatar
    Join Date
    19 Sep 2006
    Location
    Bangkok

    Default

    อันนี้เป็นข้อมูลของ FAT32







    ระบบไฟล์แบบ FAT32 เป็นระบบไฟล์ที่พัฒนาต่อมาจาก FAT16
    สาเหตูที่เราเรียกว่า FAT32 ก็เพราะว่าทำงานได้เร็วกว่าเดิมคือทำงานที่ 32 บิตเดิมที่ทำงาน 16 บิต โดยสามารถรองรับพาร์ติชั่นที่มีขนาดใหญ่กว่า 2 GB โดย FAT32 สามารถมองเห็นได้มากที่สุดคือ 8 GB
    ระบบไฟล์แบบ NTFS ( New Technology File System) เป็นระบบไฟล์ที่ใช้ในระบบปฏิบัติการ Windows NT และ Windows 2000 เป็นระบบไฟล์ที่มีประสิทธิภาพและให้ความปลอดภัยของข้อมูลสูงกว่า FAT แต่มีข้อเสียคือ Windows 95/98/Me ไม่สนับสนุนระบบไฟล์นี้

  5. #5
    OverclockZone Member Mbell's Avatar
    Join Date
    19 Sep 2006
    Location
    Bangkok

    Default

    หมดล่ะครับ








    มาดูวิธีการเปลี่ยน File System จาก FAT32 เป็น NTFS โดยไม่ต้อง Format กันดีกว่า
    Windows Tips
    , Date 31-08-2005 Arch
    ปัจจุบันนี้การ Format แบบ NTFS (New Technology File System) จะได้รับความนิยมมากกว่า FAT32 เนื่องจาก การเข้าถึงข้อมูลที่เร็วกว่า และการจัดระบบไฟล์ของ NTFS ดีกว่า FAT32 หลายเท่า

    ขั้นตอนการทำง่ายมากๆครับ

    1. คลิ๊ก Start > Run
    2. พิมพ์ cmd แล้วกด Enter
    3. จากนั้นพิมพ์ CONVERT C: /FS:NTFS
    4. จากนั้นจะห้เราใส่ Volume Label ของไดร์ฟที่เราจะเปลียน (ดู Volume Lable ได้จาก พิมพ์ dir/w จากนั้นดูตรงคำว่า Volume in drive C is XXXXXXX เอาตรง XXXXXXX มาใส่ครับ) จากนั้นกด Enter
    5. จากนั้นจะขึ้นมาถามให้เราตอบ y ครับ เป็นอันเสร็จ

    - ตรง C: นั้นให้เราเลือกไดรฟ์ที่เราจะต้องการแปลงเป็น NTFS ครับ ในที่นี่ผมจะเปลี่ยนให้ไดรฟ์ C: ของผมเป็น NTFS ครับ

  6. #6
    OverclockZone Member nicolas's Avatar
    Join Date
    21 Sep 2006

    Default

    สรุป NTFS ดีใช้เลย
    ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ

  7. #7
    OverclockZone Member
    Join Date
    16 Sep 2006

    Default

    ความรู้ครับ ขอบคุณมากครับ

  8. #8
    OverclockZone Member gumiru's Avatar
    Join Date
    4 Nov 2006

    Default

    เออพี่คับผมมีไดร์cเป็น NTFS และ ไดรd เป็นFat32
    แล้วผมลงเกมไว้ไดร์d มันทำให้ส่งถามขอมูลช้ามะคับ แล้วผมควรเปลี่ยนไดร์d เป็น NTFS
    หรือไปลงเกมในไดร์ C ดีคับ ^^

  9. #9
    OverclockZone Member kasemsakk's Avatar
    Join Date
    23 Sep 2006
    Location
    ใต้ฟ้า บนดิน บนโลก

    Default

    Quote Originally Posted by Mbell View Post
    หมดล่ะครับ








    มาดูวิธีการเปลี่ยน File System จาก FAT32 เป็น NTFS โดยไม่ต้อง Format กันดีกว่า
    Windows Tips
    , Date 31-08-2005 Arch
    ปัจจุบันนี้การ Format แบบ NTFS (New Technology File System) จะได้รับความนิยมมากกว่า FAT32 เนื่องจาก การเข้าถึงข้อมูลที่เร็วกว่า และการจัดระบบไฟล์ของ NTFS ดีกว่า FAT32 หลายเท่า

    ขั้นตอนการทำง่ายมากๆครับ

    1. คลิ๊ก Start > Run
    2. พิมพ์ cmd แล้วกด Enter
    3. จากนั้นพิมพ์ CONVERT C: /FS:NTFS
    4. จากนั้นจะห้เราใส่ Volume Label ของไดร์ฟที่เราจะเปลียน (ดู Volume Lable ได้จาก พิมพ์ dir/w จากนั้นดูตรงคำว่า Volume in drive C is XXXXXXX เอาตรง XXXXXXX มาใส่ครับ) จากนั้นกด Enter
    5. จากนั้นจะขึ้นมาถามให้เราตอบ y ครับ เป็นอันเสร็จ

    - ตรง C: นั้นให้เราเลือกไดรฟ์ที่เราจะต้องการแปลงเป็น NTFS ครับ ในที่นี่ผมจะเปลี่ยนให้ไดรฟ์ C: ของผมเป็น NTFS ครับ
    ถ้าทำตามนี้

    ข้อมูลเก่าไม่หาย ใช่หรือไม่ครับ จะได้ลองทำดู

    (แต่ถ้าไฟดับก็ เฮ )

  10. #10
    OverclockZone Member Mbell's Avatar
    Join Date
    19 Sep 2006
    Location
    Bangkok

    Default

    ไม่หายครับ แต่อย่างที่ว่าครับ ไฟดับ เฮๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

  11. #11
    OverclockZone Member Mbell's Avatar
    Join Date
    19 Sep 2006
    Location
    Bangkok

    Default

    Quote Originally Posted by gumiru View Post
    เออพี่คับผมมีไดร์cเป็น NTFS และ ไดรd เป็นFat32
    แล้วผมลงเกมไว้ไดร์d มันทำให้ส่งถามขอมูลช้ามะคับ แล้วผมควรเปลี่ยนไดร์d เป็น NTFS
    หรือไปลงเกมในไดร์ C ดีคับ ^^


    เปลี่ยน D: เป็น NTFS ก่อนครับ

    แล้วลองดูว่ายังเล่นเกมได้หรือเปล่า ถ้าได้ก็ไม่ต้องลงใหม่ ถ้าไม่ได้ก็ลบ ลงใหม่



    ส่วนตัวผม ผมจะไม่ลงโปรแกรม หรือ เกม ที่ C: เลย

    มีอะไรยัด D: E: F: หรืออันอื่นหมด

    เพราะเผื่อ format บางเกม บางโปรแกรมไม่ต้องลงใหม่ก็ใช้ได้เลย





    ตามภาพ

    C ลง windows

    D ลงโปรแกรม

    E ลงเกม

    F เก็บไฟล์ดาวโหลดโปรแกรม และ เกม

    Y และ Z ตามชื่อไดร์ไฟเลย




    ปล. ไม่ต้องมานั่งแบ่งเยอะๆตามผมนะ

    ผมทำเพราะมี HD เยอะ ใครมีแค่ 30 - 40 แนะนำ แค่ 2 drive พอ

  12. #12
    OverclockZone Member gumiru's Avatar
    Join Date
    4 Nov 2006

    Default

    รับทราบคับ (ได้ลงเกมใหม่แน่ งิงิ)

  13. #13
    OverclockZone Member jenjj69's Avatar
    Join Date
    26 Jan 2007

    Default

    จะดูVolume lable ทำไงครับ ดูไม่ได้อ่ะ

  14. #14
    OverclockZone Member jenjj69's Avatar
    Join Date
    26 Jan 2007

    Default

    มีวิธีอื่นที่นอกจาดพิม ที่Runป่าวครับ

  15. #15
    OverclockZone Member Pat_CSSU's Avatar
    Join Date
    16 Sep 2006
    Location
    Bangkok

    Default

    Quote Originally Posted by jenjj69
    มีวิธีอื่นที่นอกจาดพิม ที่Runป่าวครับ
    ใช้โปรแกรม Partition Magic ครับ
    แต่ใช้ Command Prompt จะง่ายกว่าครับ
    พิมพ์ไม่กี่ตัว รอสักครู่ก็ได้พาร์ติชันแบบ NTFS แล้ว

  16. #16
    OverclockZone Member jenjj69's Avatar
    Join Date
    26 Jan 2007

    Default

    โทษครับ ผมพิมdir/wแล้วมันเปิดไม่ได้อ่ะครับ ไม่รู้เป็นเพราะไรครับ
    มีวิธี ดูแบบไม่ต้องเข้าที่runป่าวครับ

  17. #17
    OverclockZone Member naruzekung's Avatar
    Join Date
    23 Feb 2007
    Location
    ราชบุรี

    Default

    ขอบคุณมากคับ

  18. #18
    OverclockZone Member
    Join Date
    17 Jul 2007

    Default

    เปลี่ยนแล้วครับ ใช้ได้เลย

  19. #19
    OverclockZone Member
    Join Date
    17 Jul 2007

    Default

    ขอบคุนครับ
    ถามพวกรุ่นพี่ที่เก่งคอม เค้าบอกว่าเหมือนกัน แต่ ntfs จะเร็วกว่าหน่อยนึง
    ตอนนี้ ถึงบางอ้อ ละคับผม

  20. #20
    OverclockZone Member
    Join Date
    17 Jul 2007

    Default

    ขอบคุนครับ
    ถามพวกรุ่นพี่ที่เก่งคอม เค้าบอกว่าเหมือนกัน แต่ ntfs จะเร็วกว่าหน่อยนึง
    ตอนนี้ ถึงบางอ้อ ละคับผม

Page 1 of 2 12 LastLast


Bookmarks

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •