overclockzonefanpage  overclockzoneth  TV  RSS  


Results 1 to 2 of 2

Thread: P4NorthwoodกับP4prescottอันไหนดีกว่ากันอะคับ

  1. #1
    OverclockZone Member keerati_nut1@hotmail.com's Avatar
    Join Date
    21 Oct 2008

    Wink P4NorthwoodกับP4prescottอันไหนดีกว่ากันอะคับ

    จะUpgrade cpuไม่ทราว่าP4NorthwoodกับP4prescottอันไหนดีกว่ากันอะคับ

  2. #2
    OverclockZone Member gearhank's Avatar
    Join Date
    22 Dec 2007
    Location
    สะพานควาย ,ปากเกร็ด

    Exclamation

    เรื่องของ CPU (ความรู้ที่เราเอามาบริการถึงที่) ถ้าท่านอ่านหมดท่านก็จะรู้เองครับว่าตัวไหนมันดีกว่ากัน ยกเว้นท่านจะหลับก่อน

    Intel Pentium 4 (Code Name:- Willamette)

    วันที่ 20 พฤศจิกายน ปี 2000 ก็ได้เกิดศักราชใหม่ของวงการซีพียูก็คือการเปิดตัวของ Intel Pentium 4 ครั้งแรก การมาของ Intel Pentium 4 ได้พลิกประวัติศาสตร์ซีพียูหลากหลายประการ เริ่มจากการเพิ่มเทคโนโลยี Hyper Pipelined Technology, Rapid Execution Engine และเพิ่มชุดคำสั่ง SSE2 เข้าไป ซึ่งซีพียู Intel Pentium 4 ตัวแรกๆ นั้น คิดว่าหลายคนยังจำได้อยู่ ก็คือเป็นซีพียู Socket 423 (มี 423 ขา) ตัวใหญ่ๆ ประมาณ Pentium III และก็เรื่องมากสุดๆ คือคนที่จะใช้ Pentium4 ต้องอัพเกรดเครื่องใหม่ทั้งหมด รวมไปถึง Power Supply ด้วย และยังใช้ได้เฉพาะ RDRAM เท่านั้น ซึ่งแรกๆ ก็มี RDRAM แถมมาในกล่องซีพียูเลย ตอนนั้นทางอินเทลก็โดนด่าไปไม่น้อย มาพูดถึง Pentium 4 รหัส Willamette กันก่อน เป็นซีพียูที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตขนาด 0.18 ไมครอน ใช้ระบบบัสแบบ Quad-Pumped Bus 400 MHz มีแคชระดับสองในตัวขนาด 256-KB ใช้ไฟ VCORE ที่ 1.700-1.750 V ซึ่งหลังจากที่ Pentium 4 รหัส Willamette Socket 423 ออกมาไม่นาน ทางอินเทลก็ได้ปล่อย Pentium 4 ในแพ็คเกจ Socket 478 ออกมา ซึ่งก็ยังคงเป็นรหัสพัฒนา Willamette เหมือนเดิม แต่มีความเร็วสูงขึ้น โดยรวมแล้ว Pentium 4 Willamette มีความเร็วตั้งแต่ 1.30 GHz - 2.00 GHz สังเกตว่ายังคงไม่มีรหัสใดๆ ต่อท้ายความเร็วสำหรับ P4 Willamette นี้

    เทคโนโลยี Hyper Pipelined Technology

    อินเทลได้แบ่งไปป์ไลน์ในซีพียู Pentium รุ่นแรกไว้ 5 ส่วน และเพิ่มเป็น 10 ส่วนใน Pentium PRO เมื่อพัฒนามาถึง Pentium 4 ทางอินเทลก็ได้เพิ่มไปป์ไลน์ขึ้นเป็น 20 ส่วน หรือ 20-stage พร้อมเรียกใหม่ว่าเป็น Hyper Pipelined Technology ซึ่งขออธิบายง่ายๆ ว่า การที่ความยาวของไปป์ไลน์เพิ่มมากขึ้น หากซีพียูทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงคำสั่งบ่อยๆ เครื่องก็จะสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วขึ้น แต่โดยปกติแล้วซีพียูจะทำงานไม่ต่อเนื่องแบบคำสั่งต่อคำสั่งเสมอไป พอมีการเปลี่ยนแปลงคำสั่งก็จะมีการข้ามไปทำชุดคำสั่งอื่นๆ แตกต่างกัน ก่อให้เกิดการกลับไปเริ่มต้นไปป์ไลน์ใหม่อยู่ตลอดเวลา มาถึงตอนนี้หลายคนก็อาจจะสงสัยว่า อย่างงี้ Pentium4 ที่มีจำนวนไปป์ไลน์มากกว่า ก็ต้องทำงานช้ากว่าน่ะสิ.. ซึ่งก็ถูกต้อง แต่ว่า Pentium4 อาศัยความที่มีความถี่สัญญาณนาฬิกาสูงมาทดแทน แต่ว่าก็มีสถาปัตยกรรม NetBurst มาช่วยจัดการในเรื่องของไปป์ไลน์ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเช่น กัน

    Intel Pentium 4 (Code Name:- Northwood A)

    และหลังจากที่อินเทลประสบความสำเร็จกับเทคโนโลยีการผลิตขนาด 0.13 ไมครอน ก็ได้จัดแจงปล่อยซีพียู Pentium 4 ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี 0.13 ไมครอนมาทันที โดยใช้โค้ดเนมว่า Northwood ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนอกจากที่จะปรับมาเป็น 0.13 ไมครอนแล้ว เจ้า Pentium4 Northwood ยังมีแคชระดับสองสูงถึง 512-KB ด้วย และก็ยังกินไฟน้อยลงเหลือเพียง 1.500-1.525 V แรกเริ่มเดิมที อินเทลได้ปล่อยออกมา 3 ความเร็วด้วยกัน คือ 1.60 GHz, 1.80 GHz และ 2.00 GHz โดยได้ใช้รหัส A ต่อท้ายความเร็ว เพื่อป้องกันการสับสนกับ P4 Willamette เราจึงเห็นซีพียู Intel Pentium4 1.60A, 1.80A และ 2A ในท้องตลาด ภายหลังได้มีการปล่อย Northwood A ออกมาเพิ่มเติมที่ความเร็ว 2.20 GHz, 2.40 GHz และ 2.60 GHz ซึ่ง 3 ความเร็วครั้งหลังนี้ ไม่มีรหัสใดๆ ต่อท้ายนะครับ ย้ำว่า ไม่มีรหัสใดๆ ต่อท้ายเลย สำหรับ Northwood A หรือ Northwood ชุดแรกที่ออกมานี้ ยังคงใช้ระบบับส QPB (Quad-Pumped Bus) 400 MHz อยู่เหมือนเดิม

    Intel Pentium 4 (Code Name:- Northwood

    ในปีเดียวกันนั้นเอง (2002) อินเทลก็พัฒนา Pentium 4 ไปอีกขั้น โดยขยับจากระบบบัส QPB 400 MHz มาเป็น QPB 533 MHz เป็นจุดกำเนิดของ Northwood B ซึ่งก็เหมือนกับ Northwood A แทบทุกประการ ต่างกันที่ระบบบัสที่เร็วขึ้นเท่านั้น มีความเร็วที่วางขายดังนี้ 2.26 GHz, 2.40B, 2.53 GHz, 2.66 GHz และ 2.80 GHz สังเกตว่าที่ความเร็ว 2.40B นั้นจะมีรหัส B ต่อท้าย นั่นหมายความว่าเป็นตัวที่ใช้ QPB 533 MHz นั่นเอง ป้องกันไม่ให้ไปสับสนกับ 2.40 GHz ซึ่งเป็นของ Northwood A ที่ใช้ QPB 400 MHz ครับ อย่างไรก็ตาม ขึ้นชื่อว่าเป็น Northwood ก็ต้องมีแคชระดับสองที่ 512-KB และผลิตด้วยเทคโนโลยี 0.13 ไมครอนแน่นอน

    Intel Pentium 4 HT (Code Name:- Northwood

    ในปีเดียวกันอีก ปลายๆ ปี วันที่ 14 พฤศจิกายน 2002 อินเทลประกาศเปิดตัวเทคโนโลยี Hyper-Threading เป็นครั้งแรก กับซีพียูรุ่นใหม่ ซึ่งใช้รหัสพัฒนาเดียวกับ Northwood B แต่มีความเร็วสูงถึง 3.06 GHz ออกมาเพียงรุ่นเดียวเท่านั้น เพราะฉะนั้นซีพียู Pentium4 3.06 GHz จึงใช้ระบบบัส QPB 533 MHz แต่พ่วงเอา Hyper-Threading Technology เข้าไปด้วยนั่นเอง และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ซีพียูแตะหลัก 3GHz อีกด้วย

    Hyper-Threading Technology

    ไฮเปอร์-เธรดดิง เทคโนโลยี เป็นเทคโนโลยีที่ทางอินเทลปล่อยออกมาครั้งแรกกับตลาด desktop ที่ Pentium 4 3.06 GHz ความจริงแล้ว Hyper-Threading technology หรือ HT นี้ได้ถูกนำมาใช้นานแล้วกับซีพียูในตลาดกลุ่ม Server/Workstation อย่าง intel Xeon processor โดย HT จะเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้ซอฟต์แวร์มองเห็นซีพียูในลักษณะของ multi-thread นั่นก็คือซอฟต์แวร์ที่รองรับจะมองเห็นซีพียูเป็น 2 ตัว และทำงานกันอย่างขนานหรือ parallel ให้ผลลัพธ์ในการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นหากซอฟต์แวร์รองรับ หรือจะมีประโยชน์มากหากทำงานหลายๆ application ในเวลาเดียวกัน เช่นทำการ render ภาพ 3 มิติ ไปพร้อมๆ กับการ rip ไฟล์ DVD หรือทำการ presentation ไปด้วย แต่ถ้าหากนำมาใช้ในการรัน application เดี่ยวๆ โดดๆ อย่างเช่น เล่นเกมส์ ก็อาจไม่เห็นถึงความเร็วที่เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด

    Intel Pentium 4 HT (Code Name:- Northwood C)

    ยังไม่จุใจกับ Pentium 4 Northwood ทางอินเทลยังคงปล่อยซีพียู Northwood มาอีกหนึ่งเจเนอเรชัน มาในโค้ดเนม Northwood C ซึ่งมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก นั่นคือขยับขึ้นมาใช้ระบบบัสแบบ QPB 800 MHz และซีพียู Pentium 4 ในรหัส Northwood C ทุกตัวจะมี Hyper-Threading technology ติดตัวมาด้วย ... แหงล่ะครับ ของเขาพัฒนามาแล้ว ก็ต้องนำมาขายเป็นธรรมดา สำหรับ Northwood C นี้มีจำหน่ายกันที่ความเร็ว 2.40C, 2.60C, 2.80C, 3C และ 3.2C ซึ่งทุกตัวจะมีรหัส C ต่อท้าย และที่กล่องซีพียูก็จะมีระบุว่ารองรับ Hyper-threading Technology ด้วย รุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างมากเห็นจะเป็น 2.40C เนื่องจากทำการโอเวอร์คล๊อกไปได้มาก และมีราคาไม่แพงนัก ล่าสุดเห็นว่ากำลังจะปล่อย Northwood C ที่ความเร็ว 3.40C มาด้วย ต้องติดตามชมกันต่อไป

    Intel Pentium 4 Extreme Edition (Code Name:- Prestonia)

    เมื่อไม่นานมานี้ ทางอินเทลได้คั่นรายการโดยการปล่อยซีพียู Pentium4 รุ่นพิเศษ เอาใจกลุ่มลูกค้า super hi-end มาในชื่อของ Pentium 4 Extreme Edition หรือย่อว่า Pentium4 EE หรือบางคนอาจเรียกว่า Pentium4 XE ซึ่งซีพียู Pentium4 EE นี้เป็นซีพียู Pentium4 Socket 478 เหมือนกับตัวอื่นๆ มีพื้นฐานมาจากซีพียูคอร์ Northwood ใช้ระบบบัส QPB 800 MHz มาพร้อมกับ Hyper-Threading Technology ที่สำคัญที่สุดก็คือในส่วนของแคช ที่แม้ว่าจะพ่วงแคชระดับสองมา 512-KB เท่ากัน แต่ใน Pentium 4 EE จะมีแคชระดับสาม หรือ L3 Cache ติดมาอีกเต็มๆ 2-MB ด้วยกัน ใช้รหัสพัฒนา Prestonia ราคาแพงหูฉีก กระเป๋าฉีก ปัจจุบันออกมา 2 ความเร็วคือ 3.20 GHz และ 3.40 GHz สามารถนำมาใช้กับเมนบอร์ด Pentium 4 ทั่วไปได้เลย ในสองความเร็วนี้ไม่มีรหัสต่อท้าย แต่ก็เป็นที่รู้กัน เพราะว่าต้องระบุกันแน่นอนอยู่แล้วว่าเป็น Extreme Edition และราคาก็ไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะต้องสับสนกับรุ่นทั่วๆ ไปครับ

    Intel Pentium 4 HT (Code Name:- Prescott)

    และล่าสุด... อินเทล เพนเทียม 4 ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีการผลิตขนาด 0.09 ไมครอน หรือ 90 นาโนเมตร เป็นครั้งแรกที่ก้าวมาถึงในขั้นที่เรียกว่าเป็น นาโนเทคโนโลยี (0.09 um = 90 nm) โดยการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับ Pentium 4 โค้ดเนม Prescott นี้ ก็จะเป็นในส่วนขนาดของเทคโนโลยีการผลิต, การเพิ่มขนาดแคช, เพิ่มชุดคำสั่ง SSE3 และจำนวน stage ของไปป์ไลน์มากขึ้น แต่ยังคงใช้แพ็คเกจแบบ Socket 478 เช่นเดิม กินไฟน้อยลงเหลือเพียง 1.250 - 1.400 V เท่านั้น เมนบอร์ด Socket 478 ที่จะนำมาใส่ต้องรองรับ Prescott ซึ่งสังเกตได้ว่าโลโก้ Prescott Rrady หรือตรวจสอบจากเว็บไซต์ของผู้ผลิตเมนบอร์ดก็ได้ ไม่ว่ากัน ส่วนสำคัญสุดๆ ที่มากับ Prescott ก็คือในส่วนของแคชที่เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ทั้งระดับหนึ่งและระดับสอง (ไม่มีระดับสามนะจ๊ะ..) นั่นคือ Prescott จะมีแคช L1/L2 อยู่ที่ 16-KB/1024-KB หรือว่ามีแคชระดับสองสูงถึง 1-MB เลยทีเดียว ตอนนี้ก็ออกมายั่วยวนกวนเงินในกระเป๋าตามท้องตลาดแล้ว มีความเร็วที่จะวางขายทั้งหมดที่ 2.80E, 3E, 3.20E และ 3.40E ก็เห็นชัดเจนครับ ว่าใน Prescott นี้จะใช้รหัส E ต่อท้ายความเร็วเพื่อบ่งบอกถึงความเป็น Prescott ตอนซื้อก็อย่าสับสนก็แล้วกัน เพราะราคาใกล้เคียงกันมาก

    Intel Pentium 4 no-HT (Code Name:- Prescott)

    ตัวสุดท้ายที่เอามาให้ดูกันวันนี้ เป็นตัวที่สร้างความสับสนมากพอควร นั่นก็คือ Intel Pentium 4 รหัส Prescott อีกหนึ่งตัว ที่ดันไม่มี Hyper-Threading technology และใช้ระบบบัส QPB 533 MHz เท่านั้น แต่กลับมีแคชระดับสองเป็น 1 MB เทียบเท่า Intel Prescott ตัวอื่นๆ ปัจจุบันเห็นออกจำหน่ายเพียงความเร็วเดียวคือ 2.40A ... นั่นไงล่ะ ทำไมกลับมาใช้รหัส A ก็ไม่รู้ แต่ว่าอย่าสับสนก็แล้วกันครับ 2.40A นี้เป็น Prescott QPB 533 MHz และไม่มี HT ซะด้วย

    เครดิต : overclockzone.com แต่จำไม่ได้ว่า Link ไหน



Bookmarks

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •