overclockzonefanpage  overclockzoneth  TV  RSS  


View Poll Results: ท่านชอบภาพเกม 3 มิติที่ได้จากชิพกราฟิคค่ายไหนมากที่สุด

Voters
45. You may not vote on this poll (Please register to vote)
  • 3dfx

    11 24.44%
  • 3dlabs

    0 0%
  • ATi

    29 64.44%
  • Intel

    1 2.22%
  • PowverVR

    0 0%
  • Matrox

    0 0%
  • S3

    1 2.22%
  • SIS/Xabre/XGI

    0 0%
  • Teident

    0 0%
  • ยี่ห้ออื่นๆ

    3 6.67%
Page 1 of 2 12 LastLast
Results 1 to 20 of 35

Thread: A.A.C ตอนที่ 16 & 17 :ตำนาน 3dfx ผู้ปฏิวัติวงการเกม PC (จบภาคการ์ดจอ)

  1. #1
    OverclockZone Member IonRa's Avatar
    Join Date
    20 Mar 2008
    Location
    http://ionra.blogspot.com/

    Default A.A.C ตอนที่ 16 & 17 :ตำนาน 3dfx ผู้ปฏิวัติวงการเกม PC (จบภาคการ์ดจอ)

    หากภาพหายไปเนื่องจากเว็บฝากรูปลบรูปทิ้ง ท่านสามารถอ่านบทความเรื่องนี้แบบมีรูปได้ที่

    บทความส่วนที่ 1 => http://ionra.spaces.live.com/blog/cn...6A9!2110.entry

    บทความส่วนที่ 2 => http://ionra.spaces.live.com/blog/cn...6A9!2111.entry

    คำนำ

    สวัสดีครับ สำหรับตอนนี้ก็จะเป็นตอนสุดท้ายของ A.A.C ภาคการ์ดจอแล้วนะครับ สำหรับเรื่องราวของผู้ผลิตชิพกราฟิคที่กระผมได้เลือกมานำเสนอเป็นตอนสุดท้าย นี้ก็คือ เรื่องราวของ 3dfx ครับ 3dfx นั้นนับได้ว่า เป็นผู้ที่มีส่วนสำคัญในการปฏิวัติวงการเกม PC เป็นอย่างมากเลยครับ และเรื่องราวของ 3dfx ก็เปรียบดุจดั่งนิยายครับ และการศึกษาประวัติของ 3dfx นั้นไม่ใช้เป็นเพียงแต่การการศึกษาประวัติของผู้ผลิตชิพกราฟฟิคเท่านั้น แต่เป็นการศึกษาประวัติความเป็นมาของวงการเกม PC ไปในตัวด้วยครับ ว่าแล้วเราก็ไปดูเรื่องราวของ 3dfx กันเลยดีกว่านะครับ

    เปิดศักราชใหม่แห่งวงการเกม 3D บน PC

    ย้อน อดีตกลับไปเมื่อปีค.ศ. 1992 ในสมัยนั้นเกม 3D บนคอมพิวเตอร์ในต้องง้อพลังการประมวลผลของซีพียูเพียงอย่างเดียว หรือเรียกได้ง่ายๆว่าเครื่องไหนที่มีซีพียูแรง และมีแรมมากๆเครื่องนั้นก็จะเล่นเกมได้ดี แต่คำว่าดีในทีนี้ไม่ได่หมายความลื่นหัวแตกนะครับ แต่กลับหมายถึงว่ากระตุกน้อยกว่าเครื่องที่มีความเร็วซีพียูต่ำกว่านั้นเองค รับ ว่าแล้วเราก็มาดูภาพเกม 3D ในสมัยปี ค.ศ 1992 กันหน่อยดีกว่า






    ภาพเกม Ultima Underworld ที่ออกมาในปี ค.ศ. 1992





    ภาพเกม Wolfenstein 3D ที่ออกมาในปี ค.ศ. 1992





    จากภาพที่เห็นของเกม Ultima Underworld และ Wolfenstein 3D เป็นเกม 3D ที่ใช้ Texture Mapping ซึ่งจะกินพลังการประมวลผลของซีพียูเป็นอย่างมากครับ เพราะว่า ซีพียูต้องทำการคำนวนทั้งโครงสร้างภายในของวัตถุ และซีพียูทำการ Texture Mapping บนพื้นพิวของวัตถุ แถมยังต้องคำนวณการเคลื่อนไหวของวัตถุในทิศทางต่างๆอีกด้วยครับ อย่างนี้ไม่กระตุกก็ให้มันรู้ไปสิครับ

    เพิ่มเติมเกี่ยวกับเกม Ultima Underworld เป็นเกม 3D ที่มีการใช้ Texture Mapping อย่างเติมตัวเกมแรกครับ

    เพิ่ม เติมเกี่ยวกับเกม Wolfenstein 3D เป็นเกมที่พัฒนาโดยค่าย id Sofware ซึ่งเป็นค่ายเกมเดี่ยวกับที่พัฒนา 2 เกมดังที่ใครๆหลายคนต่างรู้จักนั้นก็คือ Doom และQuake ครับ เกม Wolfenstein 3D ถือได้ว่าเป็นแม่แบบของเกมแนว มุมมองบุคคลที่หนึ่ง หรือ First-person shooters เลยนะครับ






    Doom ภาคแรกที่ออกมาในปี ค.ศ. 1993




    เอาล่ะครับด้วยความมุ่งมั้นที่จะพัฒนาเกมดีๆ กราฟิคสวยๆให้กับแฟนๆนักเล่นเกม PC ทั้งหลายแหล่ (แม้สเปกเครื่องพวกท่านๆจะไม่ถึงก็ตามที) id Sofware ก็ได้ส่งเกม Doom ภาคแรกออกมาในปี 1993 ซึ่งเป็นเกม 3D ที่มีกราฟิคที่สวยงาม และสมจริงกว่าเกมต่างๆในยุคนั้นมาก และตามมาด้วยอัตราการบริโภค ซีพียูที่หนักเอาการ เรียกได้ว่าหากใครอยากจะเล่นเกม Doom ภาคแรก ก็ต้องอัพเกรดซีพียูเป็นซีพียูรุ่นใหม่ล่าสุดเลยละครับถึงจะเล่นได้แต่ก็ยัง กระตุกอยู่ดี เพราะเกมมันล้ำสมัยพอสมควร เหมือนกับในปัจจุบันหากใครต้องการเล่นเกม Crysis ก็ต้องใช้การ์ดจอระดับสูงตัวใหม่ จึงจะสามารถที่จะเล่นเกมๆนี้ได้ในระดับความละเอียดสูงๆ



    3dfx Where are you?


    3dfx ก่อตั้งขึ้นในปลายปีค.ศ. 1994 ครับ โดย Gordon Campell, Gary Taroilli และ Scott Sellers ครับ สำหรับในปี 1994 นี้ 3dfx กำลังเริ้มต้นพัฒนาชิพกราฟิคของตนเองอยู่ครับ

    ต่อมาในปี 1995 ในงาน COMDEX ทาง 3dfx ได้นำเสนอชิพกราฟิคของตน ซึ่งเป็นชิพที่ใช้ API ที่ชื่อว่า Glide เป็นหลัก โดยชิพตัวนี้ถูกออกแบบมาให้สามารถใช้ได้กับแผงวงจรสำหรับเครื่องเล่นเกม Arcade และสำหรับติดตั้งบนการ์ดเพื่อใช้งานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ด้วยครับ โดยชิพดังกล่าวภายในชิพมี TMU (Texture Mapping Unit) ซึ่งจะช่วยลดภาระการทำงานของซีพียูลง เมื่อมีการเล่นเกม 3D เพราะชิพตัวนี้จะช่วยประมวลผลในการทำ Texture Mapping บนพื้นพิวของวัตถุ 3มิติ แทนซีพียู ซึ่งจะทำให้ซีพียูเหลือพลังในการประมวลผลสำหรับนำไปใช้ในงานอื่นๆอีกมากมาย เลยครับ

    ชิพของ 3dfx ได้รับการตอบรับจากนักพัฒนาเกมจากค่ายต่างๆเป็นอย่างดี เพราะ API ที่ชื่อว่า Glide นั้น อำหนวยความสะดวกให้กับนักพัฒนาเกมเป็นอย่างมาก เพราะ Glide มี Abtracetion Layer ทำให้นักพัฒนาเกมสามารถเขียนโปรแกรมเรียกใช้งานคุณสมบัติของ GLide ได้ง่าย ไม่ยุ่งยากเหมือน OpenGL และ DirectX ครับ

    ในปี 1995 นี้ 3dfx แค่แนะนำสินค้าเฉยๆนะครับ ยังไม่ได้ว่างขาย เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับนักพํฒนาซอฟแวร์ และลูกค้าที่จะต้องเก็บเงินไว้ซื้อการ์ดนั้นเองครับ

    ต่อมาในปี 1996 ด้วยการพัฒนาอันไม่หยุดยั้งของค่าย id Software ก็ได้ส่งเกม Quake ออกมาอีกแล้วครับท่าน แต่โชคดีหน่อยที่ในปีนั้น ทางอินทลได้ส่งซีพียู Pentium MMX ออกมา ซึ่งภายในซีพียูมีชุดคำสั่ง MMX ที่ช่วยให้ซีพียูสามารถประมวลผลเกี่ยวกับงาน Multimedia ได้ดีขึ้น และเกม 3D เองก็ได้รับผลบุญไปด้วยครับ ซึ่งก็สามารถทำให้เล่นเกม Quake โดยการใช้ Software Render ได้ไม่กระตุกครับ แต่ภาพก็ยังไม่สวยซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาของ Software Render ล่ะครับ

    ในปีเดียวกันนี้เอง 3dfx ได้เปิดตัวการ์ดจอ Voodoo ซึ่งใช้ชิพเซตกราฟิค SST-1 ในงาน COMDEX และได้สาถิตการทำงานของ Voodoo ให้ผู้เข้าชมในงานดังนี้ครับ

    1. ทดสอบเล่นเกม Quake โดยใช้พลังการประมวลของซีพียู Pentium MMX 200 MHz เพียงอย่างเดียว หรือพูดง่ายๆคือ ทดสอบในโหมด Software Render นั้นเอง ทดสอบที่ความละเอียด 320 x 200 ผลที่ได้คือ ได้เฟรมเรตออกมาอยู่ที่ 41 เฟรมต่อวินาทีครับ
    2. ทดสอบเล่นเกม Quake โดยใช้ Pentium MMX 200 MHz ร่วมกับ การ์ด Voodoo โดยใช้ API OpenGL ทดสอบที่ความละเอียด 320 x 200 ผลที่ได้คือ ได้เฟรมเรตออกมาอยู่ที่ 70 เฟรมต่อวินาทีครับ
    3. ทดสอบเล่นเกม Quake โดยใช้พลังการประมวลของซีพียู Pentium MMX 200 MHz เพียงอย่างเดียว ทดสอบที่ความละเอียด 512 x 384 ผลที่ได้คือ ได้เฟรมเรตออกมาอยู่ที่ 21 เฟรมต่อวินาทีครับ
    4. ทดสอบเล่นเกม Quake โดย Pentium MMX 200 MHz ร่วมกับ การ์ด Voodoo โดยใช้ API OpenGL ทดสอบที่ความละเอียด 512 x 384 ผลที่ได้คือ ได้เฟรมเรตออกมาอยู่ที่ 62 เฟรมต่อวินาทีครับ







    ภาพ เปรียบเทียบเกม Quake ระหว่างการใช้ Software Render กับ การใช้ OpenGL ร่วมกับการ์ด Voodoo



    ผลที่ได้จากการทดสอบ สร้างความตื้นเต้นให้กับคนในวงการเกม PC เป็นอย่างมาก เพราะสิ่งที่ 3dfx ทำนั้น แสดงให้เห็นว่าต่อไปนี้เราสามารถที่จะเล่นบนคอมพิวเตอร์ได้อย่างลื่นไหลไม่ กระตุก และมีภาพสวยงาม เชิคเช่นเดียวกับการเล่นบนเครื่อง Arcade ได้แล้ว ในที่สุดศักราชใหม่แห่งวงการณ์เกม PC ก็ได้ถูกเปิดขึ้นแล้วโดย 3dfx



    3dfx Voodoo

    หลัง จากเปิดตัวในงาน COMDEX ไปแล้ว ต่อมา ในช่วงเดือน ตุลาคม ค.ศ. 1996 การ์ด Voodoo ก็โดนผลิตออกมาจำหน่ายเป็นจำนวนมาก เพื่อป้อนตลาดกราฟิคการ์ด สำหรับคอมพิวเตอร์ และหลังจากที่ Voodoo ออกมาก็มีเกมต่างๆที่ใช้ GLIDE ตามออกมาในตลาดอย่างมากมายครับ ไม่ว่าจะเป็นเกม Tomb Raider ภาคแรก, เกม Mechwarrior 2 และเกมต่างๆอีกมากมาย

    แต่ข้อจำกัดของ Voodoo นั้นคือ Voodoo เป็นการ์ดสำหรับทำหน้าที่ประมวลผล 3D อย่างเดียว ดังนั้นหากท่านจะซื้อการ์ดจอ Voodoo แล้วล่ะก็ท่านควรจะมีการ์ดสำหรับทำงาน 2D ทั่วไปไว้อีก 1ตัวเพื่อใช้ต่อทำงานร่วมกับ Voodoo ครับ

    รายละเอียดของชิพเซตกราฟิค SST-1 บนการ์ด Voodoo

    • เทคโนยีการผลิต 350 นาโนเมตร
    • Core Speed 50 Mhz
    • มี 1 PixelPipeline 1 Texture Mapping Unit
    • Memory : EDO-RAM 50 Mhz 4-6 MB 64-bit x 2 (เนื่องจากใช้แรม 64 bit 2 ชุด ซึ่งทำงานเป็นอิสระต่อกัน)
    • * Slot PCI





    ภาพการ์ดจอ Voodoo ซึ่งใช้ชิพเซต SST-1



    ต่อมาในปี 1997 คู่แข่งที่หน้ากลัวของ Voodoo ก็ปรากกฎตัวขึ้น นั้นก็คือ NVDIA RIVA 128 และ ATI RAGE Pro ซึ่งชิพทั้ง 2 ตัวนี้เป็นชิพที่สามารถทำงานได้ทั้ง 2D และ 3D ในตัวเดียวกัน ซึ่งจะได้เปรียบ Voodoo ในเรื่องของความหลากหลายในการใช้งานแต่หากเทียบกัน ในเรื่องคุณภาพของงาน 3D ที่ได้แล้ว Voodoo จะเหนือกว่า และที่สำคัญ Voodoo นั้นออกมาว่างจำหน่ายก่อนทั้ง 2 ตัวนี้ ทำให้มีคนซื้อการ์ด Voodoo ไปใช้งานมากกว่า 2 ตัวนี้ แต่หากเทียบในส่วนของ OEM แล้ว ATI RAGE PRO กินขาดครับ เพราะบริษัทตั้งมานานกว่าใคร และหน้าเชื่อถือกว่าใคร เอาล่ะครับงานนี้ต้องรอดูกันครับว่า 3dfx จะแก้ทาง NVIDIA กับ ATI อย่างไร
    Last edited by IonRa; 31 Dec 2008 at 12:07:08.

  2. #2
    OverclockZone Member IonRa's Avatar
    Join Date
    20 Mar 2008
    Location
    http://ionra.blogspot.com/

    Default

    Voodoo Rush

    ย้อนกลับไปเมื่อปี ค.ศ. 1996 อีกครั้ง จริงๆแล้ว 3dfx นั้นรู้ขอเสียของตนเองดีกว่าใคร ว่าการที่ชิพของตนเองไม่สามารถประมวลผล 2D ได้นั้นเป็นจุดอ่อนของตน ดังนั้นหลังจากการเปิดตัว Voodoo ในปี 1996 ในงาน COMDEX จบลง ทาง 3dfx จึงได้ติดต่อไปหาทาง Alliance Semiconductor เพื่อที่จะได้นำชิพกราฟิคของ Alliance Semiconductor มาติดตั้งบนการ์ดตัวเดียวกับที่ติดตั้งชิพกราฟิคของ 3dfx ไว้ เพื่อช่วยในการประมวผล 2D

    Voodoo Rush คือ การ์ดจอที่ใช้ชิพเซตกราฟิค 3D ชุดเดียวกันกับที่เคยติดตั้งอยู่บน Voodoo นั้นเอง เพียงแต่บนการ์ด Voodoo Rush นั้นจะมีการติดตั้งชิพประมวลผล 2D ไว้เพื่อให้ Voodoo Rush นั้นสามารถทำงานได้ทั้ง 3D และ 2D

    ชิ พเซตกราฟิค 3มิติ SST-96 ที่อยู่บนการ์ด Voodoo Rush นั้น จริงๆแล้วก็คือชิพเซต SST-1 ซึ่งเคยอยู่บนการ์ด Voodoo นั้นเองครับ แต่ถูกนำมาเพิ่มความเร็ว Core ขึ้นจากเดิมที่เคยใช้เพียง 50 MHz มาเป็น 79 MHz นอกนั้นเหมือนกันหมดทุกอย่างเลยครับ

    แม้ว่า Voodoo Rush จะสามารถประมวลผลได้ทั้ง 2D และ 3D แต่ประสิทธิภาพที่ได้จากการประมวลผล 3D นั้นกลับด้อยกว่า Voodoo ธรรมดาอยู่ 10% นั้นเป็นเพราะ Voodoo Rush นั้นต้องทำการแชร์ทางเดินข้อมูลของชิพประมวลผล 2D และชิพประมวลผล 3D บนการ์ดใบเดียวกันที่ต้องใช้สล็อต PCI สล็อตเดียวกันนั้นเองครับ ด้วยเหตุนี้ทำให้ Voodoo Rush เป็นที่นิยมน้อยกว่า Voodoo

    สาเหตุ ที่คนนิยม Voodoo มากว่า Voodoo Rush ไม่ได้มาจากความแรงที่เหนือกว่าของ Voodoo อย่างเพียงเดียวเท่านั้น แต่ยังมีสาเหตุอื่นๆประกอบด้วย อาทิเช่น เราสามารถนำ Voodoo ไปต่อพ่วงกับการ์ดจอ 2D ยี่ห้อที่เราชอบได้ สมมติเราชอบคุณภาพ 2D ของ Matrox เราก็ซื้อ Voodoo มาต่อกับ Matrox ได้ แต่ Voodoo Rush นั้นเราไม่สามารถเลือกได้เลย เพราะว่าผู้ผลิตการ์ดจอติดตั้งชิพ 2D อะไรมาให้เรา เราก็ต้องใช้อันนั้น แถมตัวการ์ดก็มีขนาดที่ยาวเทอะทะอีกเสียด้วย

    ชิพกราฟิคที่นำมาช่วยในการประมวลผล 2D บน Voodoo Rush มีดังนี้

    • Alliance Semiconductor รุ่น Promotion AT25
    • Alliance Semiconductor รุ่น Promotion AT30
    • Macronix รุ่น MX 86251
    • Cirrus Logic (รุ่นที่ใช้ชิพของ Cirrus Logic นี้หายากมากๆครับ เพราะเป็นรุ่นที่เปลี่ยนรูปแบบทางเดินข้อมูลบนตัวการ์ดใหม่หมดเลย เพื่อลดปัญหาขอขวดที่เคยมีมาทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมของ Voodoo Rush เพิ่มขึ้นครับ)





    ภาพ Voodoo Rush ที่มาพร้อมกับชิพกราฟิคของ Alliance Semiconductor รุ่น Promotion AT25





    ภาพ Voodoo Rush ที่มาพร้อมกับชิพกราฟิคของ Alliance Semiconductor รุ่น Promotion AT3D





    ภาพ Voodoo Rush ที่มาพร้อมกับชิพกราฟิคของ Macronix รุ่น MX 86251





    ภาพ Voodoo Rush รุ่นที่มีการออกแบบตัวการ์ดให้มีขนาดสั้นลง




    ผลการทดสอบ Voodoo และ Voodoo Rush

    ก่อนอื่นๆต้องมีรายชื่อการ์ดที่นำมาทดสอบมาให้ดูกันก่อน เยอะมากเลยครับ





    สำหรับการทดสอบในเกม Turox นี้ก็จะมีทั้งโหมดที่ใช้ Direct 3D และโหมดที่ใช้ Glide ครับ ซึ่ง Glide นี้จะใช้ได้เฉพาะกับการ์ดที่ใช้ชิพของ 3dfx เท่านั้นครับ

    นอกจากนี้แล้วการ์ดไหนที่มี engine หรือ API ของตัวเอง ก็จะมีการทดสอบเกมในโหมดที่ใช้ engine หรือ API ของการ์ดนั้นๆด้วยครับ





    เนื่องจากการ์ดที่ทดสอบนั้นมีมากมายเหลือเกิน ผมก็เลยทำจุดสีไว้ให้เพื่อที่ท่านผู้อ่านจะได้สังเกตุได้ง่ายๆครับ

    จุดสีน้ำเงิน คือ การ์ด Voodoo ธรรมดาครับ

    จุดสีแดง คือ การ์ด Voodoo Rush ครับ

    จุดสีเหลือง คือ การ์ด Voodoo รุ่นพิเศษจาก Quantum3D ครับ

    เรา จะพบว่าการ์ด Voodoo ธรรดานั้น จะมีประสิทธิภาพมากกว่า Voodoo Rush อยู่พอสมควร ทั้งๆที่การ์ดทั้ง 2 ตัวใช้ชิพเซตกราฟิค 3D เหมือนกัน แถมตัวที่อยู่บน Voodoo Rush ยังมีความเร็วมากกว่าเสียด้วย แต่อย่างที่เคยบอกไปแล้วว่า Voodoo Rush นั้นต้องใช้บัสส่งข้อมูลร่วมกับชิพ 2D ที่อยู่บนตัวการ์ดทำให้ประสิทธภาพลดลงครับ

    สงสัยมัยครับว่าทำไม Quantum3D Obsidian 100SB มันถึงแรงกระชูดกว่าชาวบ้านชาวชองเขา หากท่านอยากรู้ ท่านต้องดูรูปข้างล่างครับ แล้วท่านจะร้อง "อ๋อ รู้แล้วว่ามันแรงเพราะอย่างนี้นี่เอง



    ภาพของ Quantum3D Obsidian 100SB - 4400 V ซึ่งนำชิพกราฟิค SST-1 ที่ใช้บนการ์ด Voodoo มาทำการต่อ SLI บนการ์ดใบเดียว มาพร้อมกับหน่วยความจำสำหรับใช้ในการมวลผล 3D จำนวน 12 MB และหน่วยความจำสำหรับประมวลผล 2D จำนวน 2 MB (คลิดรูปดูภาพใหญ่)




    ภาพข้างบน ที่ได้จาก Voodoo และ Voodoo Rush เมื่อใช้ Glide (คลิกรูปดูภาพใหญ่)






    ภาพภาพข้างบน ที่ได้จาก Voodoo และ Voodoo Rush เมื่อใช้ Direct 3D (คลิกรูปดูภาพใหญ่)






    ภาพภาพข้างบน ได้จาก ATi Rage Pro เมื่อใช้ Direct 3D (คลิกรูปดูภาพใหญ่)






    ภาพข้างบน ได้จาก ATi Rage Pro เมื่อใช้ Rage Pro Engine (คลิกรูปดูภาพใหญ่)






    ภาพข้างบน ได้จาก NVIDIA RIVA 128 เมื่อใช้ Direct 3D (คลิกรูปดูภาพใหญ่)






    ภาพที่ได้จาก NEC PowerVR เมื่อใช้ PowerVR Engine (คลิกรูปดูภาพใหญ่)






    ภาพที่ได้จาก Rendition Verite 2200 เมื่อใช้ Direct 3D (คลิกรูปดูภาพใหญ่)






    ภาพที่ได้จาก 3DLabs Permedia 2 เมื่อใช้ Direct 3D (คลิกรูปดูภาพใหญ่)






    ภาพที่ได้จาก SIS 6326 เมื่อใช้ Direct 3D (คลิกรูปดูภาพใหญ่)



    ภาพบอร์ดที่ใช้ชิพกราฟิคของ 3dfx สำหรับใช้บนงานเครื่องเล่นเกม Arcade







    เครื่องเล่นเกม Atari : san francisco rush ที่ใช้ชิพกราฟฟิคของ 3dfx

    Last edited by IonRa; 31 Dec 2008 at 12:20:33.

  3. #3
    OverclockZone Member IonRa's Avatar
    Join Date
    20 Mar 2008
    Location
    http://ionra.blogspot.com/

    Default

    Voodoo 2 จุดสูงของ 3dfx

    เมื่อ 3dfx ประสบความสำเร็จจากการ์ด Voodoo อย่างสวยงาม ซึ่งก็สร้างความเจ็บปวดให้ไอ้เขียว(NVIDIA) และ ไอ้แดง(ATi) เป็นอย่างมาก เพราะการ์ดของ 3dfx นั้นนอกจากจะมีประสิทธิภาพที่สูงกว่าคู่แข่งแล้ว ความสวยงามของภาพที่ได้ก็ยังเหนือกว่าคู่แข่งอีกด้วยครับ งานนี้เรียกได้ว่า NVIDIA กับ ATI ไม่รู้ว่าจะเอาอะไรมาข่ม 3dfx เลยครับ เพราะ 3dfx ชนะหมดทุกอย่าง และแล้วไอ้เขียว กับไอ้แดงมันก็ใช้มุขสุดคลาสสิค ที่มันนิยมใช้กันจนมาถึงปัจจุบัน นั้นก็คือ การเอาชิพเก่าของตนเองมาเพิ่มความเร็ว Clock แล้วส่งออกมาจำหน่ายครับ ซึ่งก็มีดังนี้

    1. ไอ้เขียวส่ง NVDIA RIVA 128 ZX ออกมาซึ่งจริงๆแล้วก็คือ RIVA 128 รุ่น OC นั้นเอง
    2. ไอ้แดงส่ง ATi Rage Pro Turbo ออกมาซึ่งจริงๆแล้วก็คือ Rage Pro รุ่น OC นั้นเอง


    หลัง จากที่ไอ้เขียวกับไอ้แดง 2 คนร่วมหัวกันใช้มุขสุดคลาสแล้ว ทาง 3dfx จึงต้องสอนมวยให้ไอ้ 2 คนนี้ดูว่าผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นตำนานเขาทำกันอย่างไร

    โดยทาง 3dfx ได้ปล่อยการ์ด Voodoo 2 ซึ่งใช้ชิพเซตกราฟิค SST-2 ออกมาครับ โดย Voodoo 2 นั้นได้เพิ่ม Texture Mapping Unit (TMU) เข้าไปในชิพเซตเป็น 2 unit ทำให้ Voodoo 2 สามารถทำการ Texture Mapping ได้ที่ละ 2 จุด ต่อ 1 Hz และ Voodoo 2 ยังมาพร้อมกับแรม 64 bit ถึง 3 ชุด (192 bit)




    ภาพการ์ดจอ 3dfx Voodoo 2


    ข้อมูล Voodoo 2 ซึ่งใช้ชิพเซต SST-2

    • เทคโนยีการผลืต 350 นาโนเมตร
    • Core clock 90 Mhz
    • 1 pixelpipeline, 2 TMU (Texture Mapping Unit )
    • Memory : EDORAM 90 MHz, 64 bit x 3
    • slot PCI



    นอกจากนี้ Voodoo 2 ยังสามารถต่อ SLI ได้ด้วยครับ เรียกได้เทพจริงๆ

    เกี่ยวกับ SLi

    • SLi ของ 3dfx คือ Scan-Line Interleave
    • SLi ของ Nvidia คือ Scalable Link Interface ซึ่งมีการใช้ครั้งแรกใน GeForce 6




    หลักการทำงานของ SLI ใน 3dfx

    การทำ SLi ของ 3dfx นั้นมีดังนี้ครับ

    • การ์ด 2 ตัวแบ่งกันทำงานโดยอีกตัวหนึ่งเป็น Master และอีกตัวหนึ่งเป็น Slave
    • Master จะทำการแบ่งหน้าจอออกเป็นเส้นๆ
    • Master จะทำการแบ่งงานให้ Slave ประมวลผล โดย Master จะประมวลผลเส้นลำดับที่เป็นเลขคี่ ส่วน Slave จะประมวลผลเส้นลำดับที่เป็นเลขคู่
    • Slave นำภาพที่ตนเองสร้างได้ส่งมาให้ Master
    • * Master ทำการรวมภาพและส่งภาพออกมาแสดงผลบนหน้าจอ











    ภาพแสดงการ ต่อ SLi ของ 3dfx Voodoo 2





    ภาพ แสดงการทำงานของ SLi ของ 3dfx



    เอาล่ะครับเรามาดูผลการทดสอบดูสิว่า Voodoo 2 จะแรงขนาดไหน













    คุณภาพของภาพที่ได้จากเกม RAGE's Incoming



    ภาพ ข้างบน ได้จาก Matrox G200 (คลิกรูปดูภาพใหญ่)






    ภาพ ข้างบน ได้จาก 3dfx Voodoo 2 (คลิกรูปดูภาพใหญ่)






    ภาพ ข้างบน ได้จาก Intel i740 (คลิกรูปดูภาพใหญ่)





    ภาพ ข้างบนได้จาก 3DLabs Permedia 2 (คลิกรูปดูภาพใหญ่)





    ภาพ ข้างบนได้จาก ATi Rage Pro Turbo (คลิกรูปดูภาพใหญ่)





    ภาพ ข้างบนได้จาก NVIDIA RIVA 128 / ZX (คลิกรูปดูภาพใหญ่)


    คุณภาพของภาพที่ได้จาก เกม Quake 2





    ภาพ ข้างบน ได้จาก Intel i740 (คลิกรูปดูภาพใหญ่)






    ภาพ ข้างบน ได้จาก 3dfx Voodoo 2 (คลิกรูปดูภาพใหญ่)






    ภาพ ข้างบนได้จาก 3DLabs Permedia 2 (คลิกรูปดูภาพใหญ่)






    ภาพ ข้างบนได้จาก ATi Rage Pro Turbo (คลิกรูปดูภาพใหญ่)






    ภาพ ข้างบนได้จาก NVIDIA RIVA 128 / ZX (คลิกรูปดูภาพใหญ่)


    ถ้าวัดกันในเรื่องของประสิทธิภาพแล้ว 3dfx voodoo 2 ชนะขาดทุกการทดสอบครับ แต่เรื่องคุณภาพของนั้นจะแพ้ Matrox G200 แต่ Matrox G200 นั้นมีปัญหาอยู่ตรงที่ไม่สามารถเล่นเกมที่ใช้ OpenGL บางเกมได้ครับ

    สำหรับยุค Voodoo 2 ถือว่าเป็นยุคที่ยิ่งใหญ่ และประสบความสำเร็จที่มากสุดของ 3dfx ครับ เพราะ เกมเมอร์ต่างให้ความสนใจกับ Voodoo 2 เป็นอย่างมาก และ Voodoo 2 ก็ขายได้เป็นจำนวนมากอีกด้วยครับ เพราะบางคนเวลาซื้อไม่ได้ซื้อแค่ตัวเดียวครับ แต่กลับซื้อถึง 2 ตัวไปต่อ SLi ครับ

    นอกจากนี้การที่ Voodoo 2 สามารถทำ SLi ได้ ทำให้ Voodoo 2 เป็นการ์ดจอ 3D ตัวแรกที่สามารถแสดงผลที่ความละเอียด 1024 x 768 ได้เป็นตัวแรกครับ แต่หากใช้ Voodoo 2 ตัวเดียวจะสามารถแสดงผลได้เพียง 800 x 600 เท่านั้นครับ


    Voodoo 2 ในแบบต่างๆ




    ภาพ Voodoo 2 แบบปกติ ที่มีขายอยู่ทั่วไป







    ภาพ Quantum 3D Obsidian 2X - 24 เป็นการจอที่ทำออกมาในรูปแบบแซนวิส (sandwich) โดยการนำชิพเซต SST-2 บน Voodoo 2 มาทำ SLI บนการ์ดเดียวกันครับ มาพร้อม RAM 24 MB






    45_obs2s12agp_1

    Quantum 3D Obsidian 2S เป็น Voodoo 2 ที่ใช้ Interface AGP มาพร้อมกับแรม 12 MB










    ภาพ Quantum 3D Mercury คลิกรูปดูภาพใหญ่
    Last edited by IonRa; 31 Dec 2008 at 12:28:07.

  4. #4
    OverclockZone Member IonRa's Avatar
    Join Date
    20 Mar 2008
    Location
    http://ionra.blogspot.com/

    Default

    Ramepage Project

    ในช่วง ต้นปี 1998 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ Voodoo 2 ออกมานั้น (มกราคม 1998) ทาง 3dfx ได้ตั้งทีมขึ้นมาเพื่อพัฒนา Ramepage Project โดยจุดมุ่งหมายของ Team นี้คือคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้กับกราฟิคชิพของ 3dfx โดยทีมพัฒนา Ramepage Project ให้ความสนใจกับการพัฒนา T&L engine, MPEG Decoder และเทคโนโลยีใหม่อีกมามาย

    Voodoo Banshee

    ช่วงปลายปี 1998

    อย่าง ที่เรารู้กันอยู่ว่าจุดอ่อนของ Voodoo และ Voodoo 2 ก็คือ เป็นการ์ดที่ทำหน้าประมวล 3D อย่างเดี่ยว และหากนำชิพ 2D มาติดตั้งบนการ์ดตัวเดี่ยวกันแล้วก็จะทำให้ประสิทธิภาพในการประมวลผล 3D ลดลงเหมือนอย่างที่เคยเป็นมาแล้วใน Voodoo Rush ดังนั้น 3dfx จึงได้หยุดการพัฒนา Rampage Project ไว้ชั่วคราวก่อน แล้วดึงทีมที่ใช้พัฒนา Rampage Project มาช่วยพัฒนาชิพกราฟิคตัวใหม่ซึ่งมีความสามารถประมวลผลได้ทั้ง 2D และ 3D ภายในชิพเพียงตัวเดียวกัน

    ผลที่ได้ออกมาคือ ชิพ Voodoo Banshee ซึ่งเป็นชิพที่สามารถประมวลผลได้ทั้ง 2D และ 3D ภายในชิพเพียงตัวเดียว เป็นตัวแรกของ 3dfx โดย Voodoo Banshee นี้ใช้แกนประมวลผล 3D ที่มีพื้นฐานทางเทคโนโลยีเช่นเดียวกับชิพเซต SST-2 บน Voodoo 2 และใช้แกนประมวลผล 2D ของ 3dfx เอง

    เนื่อง จาก Voodoo Banshee นั้นใช้เทคโนโลยีการผลิตเท่ากับชิพเซต SST-2 บน Voodoo 2 คือ 350 นาโนเมตร นั้นเอง และ Voodoo Banshee นี้จะต้องนำหน่วยประมวลผล 2D และ 3D มาเก็บไว้ในชิพเพียงตัวเดียว ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ต้องตัดบางสิ่งบางอย่างออกไปจาก Voodoo Banshee ซึ่งสิ่งที่ตัดออกไปก็คือ การลดจำนวนของ TMU (Texture Mapping Unit) ซึ่งแต่ก่อนนั้นชิพเซต SST-2 บน Voodoo 2 มี TMU จำนวน 2 Unit แต่ใน Voodoo Banshee นั้นได้ลด TMU เหลือเพียง 1 Unit แต่อย่างไรก็ตาม 3dfx ก็ได้ชดเชยที่สิ่งขาดหายไปด้วยการเพิ่มความเร็ว Core ของ Voodoo Banshee ให้มากกว่า Voodoo 2 และเปลี่ยนชนิดของ Ram จากที่เคยใช้ EDORAM ใน Voodoo 2 มาเป็นการใช้ SDRAM หรือ SGRAM บน Voodoo Bunshee แทน






    ภาพ Gigabyte - GA-630 ซึ่งใช้ชิพ Voodoo Banshee ซึ่งมาพร้อมกับ SGRAM 16 MB



    แม้ว่า Voodoo Banshee นั้นจะเป็นชิพกราฟิคที่ทำออกมาติดตั้งบนการ์ดที่ใช้การเชื่อมต่อแบบ AGP ก็ตามที แต่ Voodoo Banshee กับไม่สามารถใช้คุณสมบัติพิเศษที่มีอยู่ใน AGP ได้นั้นก็คือคุณสมบัติ AGP Texturing ครับ โดยเจ้าคุณสมบัติ AGP Texturing นี้จะทำให้กราฟิคการ์ดสามารถยืม RAM ในระบบหรือ RAM บนเมนบอร์ดมาช่วยในการเก็บข้อมูลได้ ซึ่งความสามารถเหล่านี้ไม่มีใน Voodoo Banshee ดังนั้นสิ่งเดียวที่ Voodoo Banshee ได้จากสล็อต AGP คือ ความเร็วที่เหนือกว่าสล็อต PCI เท่านั้นเองครับ

    สำหรับ Voodoo Bashee นี้กลุ่มเป้าหมายคือ ลูกค้าระดับกลาง หรือระดับ Mainstream ครับ ดังนั้น จึงไม่มีการ์ด Voodoo Banshee แบบอลังการงานสร้างมาให้เราๆ ท่านๆได้ตกใจเหมือนกับการ์ดในตระกูล Voodoo และ Voodoo 2 ครับ

    เมื่อทำการพัฒนา Voodoo Banshee เสร็จแล้วทีมพัฒนา Rampage Project ก็กลับไปพัฒนา Rampage Project ต่อไปครับ

    สำหรับคู่แข่งของ Voodoo ได้แก่

    • NVDIA RIVA TNT ซึ่งเป็นคู่แข่งที่หน้ากลัวที่สุด
    • S3 Savage3D ราคาถูก แรงพอตัว ภาพสวย ,Bug พอประมาณ
    • ATi Rage 128 แรง และเป็นที่นิยมของเครื่องคอมพิวเตอร์แบรนด์
    • Matrox G 200 ภาพสวย, เก่ง 2D, เก่ง Direct 3D และ อ่อน OpenGL






    MSI : 3D-AGPhantom Banshee (MS-4427) ซึ่งใช้ชิพ Voodoo Bunshee



    Voodoo Bunshee : specification

    • เทคโนยีการผลืต 350 นาโนเมตร
    • Core Clock 100 Mhz
    • 1 pixelpipeline 1 TMU (Texture Mapping unit)
    • memory : SD หรือ SGRAM 110 MHz 128 bit
    • Interface AGP


    เอาล่ะครับงานนี้เรามาชมผลการทดสอบดีกว่าว่า Voodoo Banshee นั้นแรงขนาดไหนครับ










    ขออธิบายนิดนึงนะครับสัก 2 ข้อ

    1. Voodoo 2 เมื่อทำงานเดี่ยวๆไม่ได้ต่อ SLi มันจะสามารถทำงานที่ความละเอียดสูงสุดไม่เกิน 800 x 600 แต่เมื่อต่อ SLi แล้วจะสามารถทำงานที่ความละเอียด 1024 x 768 ได้ครับ
    2. Voodoo Banshee นั้นแม้จะมีเพียง 1 TMU แต่ก็มีความเร็ว Core และ Mem สูงกว่า Voodoo 2 ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ Voodoo Banshee สามารถรันเกมที่เป็นเกม Single Texture อย่าง Forsaken, Turok และ Incoming ได้ดีกว่า หากนำ Voodoo Banshee ไปรันบนเกมที่เป็น Complex Texture อย่าง Quake 2 แล้วล่ะก็ Voodoo 2 ซึ่งมี 2 TMU จะทำงานได้ดีกว่า Voodoo Banshee ที่มีเพียง 1 TMU ครับ




    ภาพ Voodoo Banshee On board


    แม้ Voodoo Banshee จะเป็นแนวความคิดที่ดีของ 3dfx ก็ตาม แต่ขอจำกัดของ Voodoo Banshee คือไม่สามารถแสดงสี 32 bit ได้ และด้วยเหตุนี้ทำให้ลูกค้าของ 3dfx หนีไปใช้สินค้า ATi และ NVIDIA มากขึ้นครับ

    และนอกจากนี้ การพัฒนา Voodoo Banshee ยังมีส่งผลให้ Rampage Project ช้าลงไปอีกด้วย แต่โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่าการพัฒนา Voodoo Banshee ไม่ใช่สิ่งที่สร้างความเสียหายให้กับ 3dfx เลย เพราะหากไม่มี Voodoo Banshee แล้ว ก็คงจะไม่มี Voodoo 3 ซึ่งเป็น ชิพ 2D + 3D เช่นเดี่ยวกับ Voodoo Banshee อย่างแน่นอน

    โดยรวมแล้ว Voodoo Banshee ได้รับความนิยมสู้ Voodoo และ Voodoo 2 ไม่ได้ ซึ่งสิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงลางร้ายที่กำลังจะมาเยือน 3dfx ในไม่ช้า แล้วทาง 3dfx จะรับมืออย่างไร
    Last edited by IonRa; 31 Dec 2008 at 12:56:16.

  5. #5
    OverclockZone Member IonRa's Avatar
    Join Date
    20 Mar 2008
    Location
    http://ionra.blogspot.com/

    Default

    การกอบกู้ความนิยมกลับคืนมา

    จาก ตอนที่แล้วเราได้ทราบว่ากระแสความนิยมของ 3dfx ลดลงก็เพราะว่าการ์ดจอที่ใช้ชิพของ 3dfx ยังไม่สนับสนุนการแสดงผลที่สี 32 bit นั้นเองครับ ซึ่งชิพกราฟิคจากค่ายอื่นๆเขาก็สนับสนุนการแสดงผลที่สี 32 bit ไปกันหมดแล้ว งานนี้เราลองมาดูสิว่า 3dfx ว่าจะทำยังไง

    หลายคน อาจจะบอกว่า "ก็แค่ผลิตชิพที่สนับสนุนการแสดงผลสี 32 bit ออกมาสิ" แต่ก็อย่างว่าล่ะครับ พูดง่ายนะมันง่าย แต่ทำนะมันยาก เพราะการจะออกผลิตภันฑ์แต่ละตัวนั้นต้องใช้เวลาครับ ดังนั้น 3dfx จึงได้หันใช้ใช้วิธีการเรียกความนิยมที่ใช้ระยะเวลาน้อยที่สุด ง่ายที่สุด แต่ก็เปลื่องเงินที่สุดเช่นกัน นั้นก็การโฆษณาช่วนเชื่อนั้นเองครับ โดย 3dfx ดำเนินการ 2 ขั้นตอนดังนี้

    1. ทำการเปลี่ยน Logo ขององค์กรให้ดูทั้นสมัยเหมาะกับเกมเมอร์มากขึ้น
    2. ทำ การโฆษณาผ่านทางซื้อโทรทัศน์ ซึ่งเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้คนได้ง่ายกว่าสื่ออื่นๆที่มีอยู่ในสมัยนั้น เช่น internet และ นิตยสารคอมพิวเตอร์





    ภาพ Logo ของ 3dfx ที่เปลี่ยนใหม่ให้มีความทันสมัยมากขึ้น

    ชมโฆษณาชิพกราฟิคของ 3dfx ได้ที่

    โฆษณาของ 3dfx ชุด 3dfx proud engineer commercial URL => http://www.youtube.com/watch?v=6Q_qXlAJLiw

    โฆษณาของ 3dfx ชุด 3dfx Commercial - Best Chip ever URL => http://www.youtube.com/watch?v=k7c-Qh-dTXg

    ผลที่ได้คือ นอกจากจะมีคนที่รู้จัก 3dfx เพิ่มขึ้นแล้ว หลายๆคนก็ยังมีความอยากจะได้การ์ดจอที่ใช้ชิพของ 3dfx มาใช้งานมากกว่าการ์ดจอที่ใช้ชิพของผู้ผลิตรายอื่นๆ ซึ่งจะว่าไปแล้วเหตุการนี้ก็ไม่ใช้เรื่องแปลกอะไร เพราะคนส่วนใหญ่ก็มักจะสนใจ และอยากได้สินค้าที่โฆษณาทางโทรทัศน์มากกว่าสินค้าที่ไม่ได้โฆษณาทาง โทรทัศน์ใช่ไหมครับ


    ความโลภ ผู้ชี้นำหนทางแห่งความตาย


    หลัง จากที่ 3dfx ได้ทำการโฆษณาประชาสัมพันธ์ไปอย่างนักหน่วงกว่าผู้ผลิตชิพกราฟิค่ายใดๆ ที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ ส่งผลให้แบรนด์ หรือ ยี่ห้อ ของ 3dfx นั้นเป็นที่รูจักกันอย่างแพร่หลาย ลูกค้าหลายต่างก็ให้ความไว้เนื้อเชื่อใจ ไว้วางใจ และศัทธาในแบรนด์ของ 3dfx เป็นอย่างยิ่ง ช่วงเวลานั้นเรียกได้ว่า หากใครจะซื้อการ์ดจอไว้เล่นเกมต้องซื้อ Voodoo ของ 3dfx เท่านั้นครับ

    และ เมื่อความนิยมของมวลชนถาโถมเข้ามามากๆ ความโลภก็เขาครอบงำ 3dfx อย่างสนิท เจ้าความโลภนี้แหละ ที่ตนบัลดาลใจให้ 3dfx เหลือกหนทางที่จะผูกขาดตลาดการ์ดจอ และเงินทุกบาททุกสตางค์ในตลาดนี้ให้มาอยู่ในกระเป๋าของตัวเองเพียงคนเดียว

    โดย 3dfx ได้วางแผนซื้อ STB ซึ่งเป็นโรงงานผลิตการ์ดที่ตั้งอยู่ในแม็กซิโก โดย 3dfx มีความคิดว่า 3dfx จะเป็นคนผลิตชิพเอง แล้วก็ให้ STB ซึ่งเป็นโรงงานที่ต้นเองซื้อมาผลิตการ์ดให้ หลังจากนั้นตนเองก็ส่งการ์ดจอที่ผลิตได้เองไปขายเอง แล้วก็เก็บเงินทุกบาททุกสตางค์เขากระเป๋าตัวเองแต่เพียงผู้เดียว

    Voodoo 3

    เนื่องจากชิพที่ 3dfx หวังว่าจะได้จาก Rampage Project ยังพัฒนาไม่เสร็จสมบูรณ์ ทาง 3dfx จึงนำบางส่วนที่ได้จากพัฒนาเสร็จจาก Rampage Project มาผสมผสานกับพื้นฐานทางเท็คโนโลยีของ Voodoo Banshee และได้ออกมาเป็น Voodoo 3 ครับ

    ความแตกต่างระหว่าง Voodoo 3 และ Voodoo Banshee นั้นมีดังนี้ครับ

    • Voodoo 3 มีหน่วยประมวลผล 2D ที่ทำงานได้รวดเร็วกว่า Voodoo Banshee และ Voodoo 3 ยังสามารถถอดรหัส MPEG ได้ในระดับ Hardware
    • Voodoo 3 สนับสนุน DirectX 6 แต่ Voodoo Banshee เพียง DirectX 5
    • Voodoo 3 ใช้เทคโนโลยีการผลิต 250 นาโนเมตร แต่ Voodoo Banshee ใช้เทคโนโลยีการผลิต 350 นาโนเมตร
    • Voodoo 3 มี่ TMU จำนวน 2 Unit (ในรุ่น Voodoo 3 2000 ขึ้นไป)แต่ Voodoo Banshee มี่ TMU เพียงจำนวน 1 Unitเท่านั้น


    เพียงเท่านี้ก็มากพอที่จะทำให้ Voodoo 3 มีประสิทธิภาพแตกต่างจาก Voodoo Banshee อย่างมากมายครับ

    *หมายเหตุ Voodoo 3 มีอีกชื่อเล่นว่า Voodoo Banshee 2 ครับ

    สำหรับ ในช่วง Voodoo 3 นี้ 3dfx นี้ไม่ได้ทำการผู้ขาดมากมายอย่างที่ต้นเองคิดไว้ครับ เพราะ 3dfx กำลังปรับตัวอยู่นั้นเองครับ(เพื่อเตรียมตัวที่จะเป็นผู้ผูกขาดในชิพรุ่นต่อ ไปไงครับ อิอิ) โดยการที่ 3dfx เริ่มใช้ STB ผลิตการ์ดเองในบางส่วนเท่านั้น และบางส่วนก็ยังคงส่งชิพให้กับผู้ผลิตการ์ดจอรายอื่นๆนำไปผลิตเป็นการ์ดจอ อยู่ครับ

    Voodoo 3 มีรุ่นต่างๆดังนี้

    Velocity 100 หรือ Voodoo 3 1000 หรือ Voodoo 3 รุ่นประหยัด

    • เทคโนโลยีการผลิต 250 nm
    • Core speed 143 MHz
    • 1 pixelpipeline 1 TMU
    • Memory:SGRAM 8 MB 143 MHz 128bit
    • Slot AGP


    Velocity 200 หรือ Voodoo 3 1000 หรือ Voodoo 3 รุ่นประหยัด

    • เทคโนโลยีการผลิต 250 nm
    • Core speed 143 MHz
    • 1 pixelpipeline 1 TMU
    • Memory:SGRAM 16 MB 143 MHz 128bit
    • Slot AGP


    Voodoo3 2000

    • เทคโนโลยีการผลิต 250 nm
    • Core speed 143 MHz
    • 1 pixelpipeline 2 TMU
    • Memory:SGRAM และ SDRAM 16 MB 143 MHz 128 bit
    • Slot AGP และ PCI


    Voodoo3 3000

    • เทคโนโลยีการผลิต 250 nm
    • Core speed 166 MHz
    • 1 pixelpipeline 2 TMU
    • Memory:SGRAM และ SDRAM 16 MB 166 MHz 128 bit
    • Slot AGP


    Voodoo3 3500TV

    • เทคโนโลยีการผลิต 250 nm
    • Core speed 183 MHz
    • 1 pixelpipeline 2 TMU
    • Memory:SDRAM 16 MB 183 MHz 128 bit
    • Slot AGP
    • TV / FM





    ภาพ Velocity 100 หรือ Voodoo 3 1000 หรือ Voodoo 3(คลิกรูปดูภาพใหญ่)





    ภาพ Velocity 200 หรือ Voodoo 3 1000 หรือ Voodoo 3(คลิกรูปดูภาพใหญ่)






    ภาพ Voodoo3 2000 (คลิกรูปดูภาพใหญ่)





    ภาพ Voodoo3 3000(คลิกรูปดูภาพใหญ่)





    ภาพ Voodoo3 3500 (คลิกรูปดูภาพใหญ่)





    ภาพ การ์ด Asus Voodoo 3 3000 ซึ่งประกอบใน แม็กซิโก จากโรงงาน STB ของ 3dfx





    ภาพ การ์ด SuperTek Voodoo 3 2000 TV out ซึ่งประกอบในไตหวัน โดยโรงงานอื่นๆที่ไม่ใช่ของ 3dfx






    ภาพเมนบอร์ดยี่ห้อ A-Trend ATC6254 ซึ่งนำชิพ Voodoo 3 มาทำเป็นการ์ดจอ ออนบอร์ด

    เอาล่ะครับมาดูผลการทดสอบดีกว่าครับ

    คู่แข่ง Voodoo คือ

    • NVIDIA TNT2
    • ATi Rage 128
    • ATi Rage Furry (เป็นคู่ต่อสู้ที่ดูเหมือนว่าจะหน้ากลัวที่สุด)
    • Matrox G400
    • S3 Savage4

















    หากมองในแง่ของประสิทธิภาพเมื่อรันเกมในโหมดคุณภาพสี 16 บิตแล้ว ถือว่า Voodoo 3 Series เป็นการ์ดที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด แต่หน้าเสียดายที่ Voodoo 3 ไม่สามารถทำงานที่โหมดคุณภาพสี 32 บิตได้ครับ

    แต่การที่ Voodoo 3 ไม่สามารถแสดงผลที่คุณภาพสีที่ 32 bit ก็อย่าเพิ่งคิดว่าภาพของ Voodoo 3 นั้นจะสวยน้อยกว่าชิพของค่ายอื่นๆนะครับ เพราะการแสดงผล 3D นั้นมีองค์ประกอบหลายอย่างที่มีผลต่อความสวยงามของภาพครับ เช่น การสร้างพื้นผิวที่สมจริงสมจังโดยที่ภาพไม่แตก หรือ ความสามารถในการสร้างเปลวเปลิงที่แสดงผลได้ไม่ผิดเพี้ยน ดังนั้นการที่สามารถสร้างสีได้มากกว่าก็ไม่ได้หมายความว่าภาพจะสวยกว่าเสมอ ไปใช้ไหมครับ ว่าแล้วไปดูกันดีกว่า




    Matrox G400 คุณภาพสี 16 bit




    NVIDIA RIVA TNT2 คุณภาพสี 16 bit





    3dfx Voodoo3 คุณภาพสี 16 bit






    Matrox G400 คุณภาพสี 32 bit






    NVIDIA RIVA TNT2 คุณภาพสี 32 bit





    3dfx Voodoo3 คุณภาพสี 16 bit





    Matrox G400 คุณภาพสี 32 bit




    NVIDIA RIVA TNT2 คุณภาพสี 32 bit



    3dfx Voodoo3 คุณภาพสี 16 bit



    Matrox G400 คุณภาพสี 16 bit




    NVIDIA RIVA TNT2 คุณภาพสี 16 bit



    3dfx Voodoo3 คุณภาพสี 16 bit
    Last edited by IonRa; 31 Dec 2008 at 13:10:08.

  6. #6
    OverclockZone Member IonRa's Avatar
    Join Date
    20 Mar 2008
    Location
    http://ionra.blogspot.com/

    Default

    3dfx งานเข้า

    เอาล่ะครับพี้น้อง เดิมที่ 3dfx ก็มีโจรทย์ที่ต้องแก้ปัญหาให้ชิพของตนเองนั้นสามารถเล่นเกมในโหมดสี 32 บิต ให้ได้อยู่ แต่ก็ยังโชคดีอยู่ที่ว่าในตลาดเวลานั้นไม่มีการ์ดตัวไหนที่มีความเร็วเหนือ กว่า Voodoo3 3500TV ได้เลย แต่และแล้วความได้เปรียบด้านความเร็วของ 3dfx ก็ได้หายไปเมื่อ NVIDIA ส่งชิพกราฟิครุ่นใหม่ล่าสุดของตนลงมา นั้นก็คือ NVIDIA GeForce 256 ชิพกราฟิคที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น GPU ตัวแรกของโลก เจ้า GeForce 256 นี้มันมี T&L Unit อยู่ในตัวด้วยครับ ซึ่ง T&L Unit นี้จะช่วยประมวลผลโครงสร้าง 3D และคำนวณแสงตกกระทบแทนซีพียูครับ ทำให้ภาพที่ได้สวยงามขึ้น และเร็วขึ้นด้วยครับ

    งานนี่เรียกได้ 3dfx งานเข้าของจริงเสียแล้วครับ เพราะจุดได้เปรียบของตัวเองแทบไม่เหลือเลยครับ ยกเว้นความจงรักภักดีของแฟนๆ Voodoo ที่มีให้กลับ 3dfx ตลอดกาล










    จากผลการทดสอบเราจะเห็นว่า ในเรื่องของประสิทธิภาพนั้น ทุกค่ายแพ้ GeForce 256 แบบยับเยินไปเลยครับ

  7. #7
    OverclockZone Member IonRa's Avatar
    Join Date
    20 Mar 2008
    Location
    http://ionra.blogspot.com/

    Default

    สงครามครั้งสุดท้ายของ 3dfx

    เอา ล่ะครับ ในเมื่อทาง NVIDIA ส่ง GeForce 256 ซึ่งเป็นสุดยอดแห่งกราฟิคชิพลง ทาง 3dfx ก็มี Rampage Project ที่ตนเองเฝ้าคิดค้นมานานวัน แต่ว่า....Rampage Project ยังไม่เสร็จ ครับ T T ถึงแม้ว่า Ramepage Project จะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ก็เถอะ แต่ในระหว่างการพัฒนา Ramepage Project อยู่นั้น ก็มีดอกผลของ Ramepage Project มากพอที่ 3dfx จะเอาดอกผลเหล่านั้นมาสร้างชิพกราฟิคตัวใหม่ออกมาเพื่อต่อกรกับ GeForce 256 ได้ เพื่อเป็นการขัดตราทัพไว้จนกระทั้ง Ramepage Project เสร็จสมบูรณ์

    3dfx ของเราก็ได้ทำการพัฒนาชิพรุ่นใหม่ขึ้นมานั้นคือ VSA-100 ซึ่ง VSA-100 นี้จะมีคุณสมบัติกราฟิคใหม่ๆที่ทางทีม Rampage Project ได้พัฒนาขึ้นให้มันด้วยครับ นอกจากนี้ VSA-100 ซึ่งเป็นชิพตัวใหม่จาก 3dfx นี้สามารถแสดงผลที่คุณภาพสี 32 บิตได้ด้วยครับ ซึ่งก็เรียกได้ว่าเป็นการเป็นการลบจุดอ่อนของตนเองออกไปได้พอดีเลยครับ ว่าแล้วเราไปดูคุณสมบัติกราฟิคใหม่ที่อยู่ชิพ VSA-100 กันดีกว่า

    1.) T-Buffer เป็นทำ multiple frame buffers ทำให้การ Render ภาพสามารถทำได้ต่อเนื่องและเสมือนจริงมากขึ้น






    2.) FXT1 เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยในการบีบอัด Texture ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดพื้นที่หน่วยความจำที่ใช้ในการเก็บ Texture และยังช่วยทำให้ประมวลผล Texture ได้เร็วขึ้นด้วยครับ ซึ่งหากเทียบกับ S3TC ซึ่งเป็นเทคนิคการบีบอัด Texture ที่ชิพกราฟิคค่ายอื่นๆนิยมใช้กันอยู่ในขณะนั้นแล้ว FXT1 นั้นจะใช้พื้นที่หน่วยความจำ และพลังในการประมวลผลน้อยกว่า S3TC ครับ ส่วนเรื่องคุณภาพของภาพนั้นต้องขึ้นอยู่กับว่าจะใช้เล่นเกมไหนนั้นเองครับ เพราะบางเกม FXT1 ทำออกมาได้ดีกว่า แต่บางเกม S3TC ทำได้ดีกว่า แต่ประสิทธิภาพ FXT1 เหนือกว่าทุกเกมครับ สำหรับเกมที่สนับสนุน FXT1 คือเกม Serious series ครับ

    หน้าเสียดายที่ Microsoft ไม่ได้บรรจุ FXT1 ไว้ใน DirectX ทำให้ FXT1 ต้องตายไปพร้อมกับ 3dfx ครับ



    จากตาราง เราจะเห็น การใช้เทคนิค FXT1 ในการบีบอัด Texture จะทำให้ใช้พื้นที่ในการเก็บ Texture ในหน่วยความจำน้อยมากครับ เมื่อเทียบกับการเก็บ Texture แบบปกติในการแสดงผงที่โหมดสี 8, 16, 24 และ 32 บิต ตามลำดับ



    ภาพข้างบน Texture ในโหมด 32 บิต



    ภาพข้างบน Texture ในโหมด 16 บิต



    ภาพข้างบนTexture ซึ่งถูกบีบอัดโดย S3TC





    ภาพข้างบนTexture ซึ่งถูกบีบอัดโดย FXT1






    3.)FSAA คุณสมบัติลบรอยหยัก : VSA-100 ใช้เทคนิค Multi-Sampling ในการลบรอยหยักซึ่งคุณภาพจะดีกว่า เทคนิค Over-Sampling ที่ GeForce 256 และ Radeon รุ่นแรกใช้กันอยู่ในขณะนั้น ปัจจุบันนี้ ทั้ง Nvidia และ ATi ก็ได้หันมาใช้เทคนิค Multi-Sampling เหมือที่ 3dfx ใช้ใน VSA-100 ครับ โดย ATi เริ่มใช้ใน Radeon 8500 และ NVIDIA เริ่มใช้ใน GeForce 6 Series ครับ





    4.)Motion Blur เมื่อเปิดคุณสมบัตินี้แล้วจะทำให้วัตถุที่เคลื่อนมีความเบลอ หรือภาพติดตาระหว่างที่มันเคลื่อนที่ไปด้วย ทำให้มีความสมจริงสมจังมากขึ้นครับ




    ภาพ การเคลื่อนไหวของวัตถุที่มีการใช้เทคนิค Motion Blur





    ภาพ เกม Quake III เมื่อใช้เทคนิค Motion Blur (คลิกรูปดูภาพใหญ่)





    5.) The depth of field blur : คือเทคนิคที่ทำให้มุมกล้องสามารถ โพกัสภาพไปยังที่วัตถุที่ต้องการให้ผู้เล่นเกมเห็นได้ชัดขึ้นกว่าวัตถุทั่ว ไป โดยจะทำให้ภาพรอบข้างวัตถุที่ต้องการโฟกัสเกิดภาพเบลอ(Blur) ทำให้เราเห็นวัตถุที่ผู้สร้างเกมต้องการให้เราเห็นชัดขึ้น ซึ่งเทคนิคนี้เป็นเทคนิคเดียวกับที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนต์ครับ




    ภาพ ภาพยนต์ The bug life ที่มีการใช้เทคนิค The depth of field blur ทำให้ตัวมดเด่นขึ้น เพราะฉากรอบข้างตัวมดเบลอนั้นเองครับ



    6.) The Soft shadows : คือ เทคนิคการปรับแสงใต้พื้นที่ที่เงาของวัตถุบังอยู่ ทำให้เงาของวัตถุสมจริงสมจังมากขึ้น




    การสร้างเงาแบบปกติ




    การ สร้างเงาด้วยเทคนิค The Soft shadows


    7.) The Soft reflections : ทำให้ภาพที่เกิดจากจากสะท้อนแสงของวัตถุมีความสมจริงๆมากขึ้น โดยภาพสะท้อนที่อยู่ใกล้วัตถุก็จะมีความจัดเจนมาก และภาพสะท้อนในส่วนที่อยู่******งจากวัตถุออกไปมีความชัดเจนน้อยลงตามลำดับครับ



    ภาพที่มีการใช้เทคนิค The Soft reflections และ The Soft shadows




    งานนี้เรียกได้ว่าไม่แพ้กันเลยเพราะ NVIDIA ก็มี T&L ทาง 3dfx เองก็มี T-Buffer และเทคนิคสุดวิเศษอื่นๆอีกมากมายครับ ต้องมาตัดสินกันที่ประสิทธิภาพ และจำนวนเกมที่สนับสนุนเทคนิคการประมวลกราฟิคที่แต่ละคนมีแล้วล่ะครับ

    หลัง จากที่ 3dfx ทำการประกาศว่าจะมีเทคนิคใหม่อะไรบ้างในชิพ VSA-100 ของตนแล้ว ทาง 3dfx ก็ได้ประกาศให้ทราบอีกว่าชิพ VSA-100 จะนำไปติดตั้งบนการ์ด Voodoo ของ 3dfx ดังนี้

    • Voodoo4 4500 ใช้ชิพ VSA-100 1 ตัว
    • Voodoo5 5000 ใช้ชิพ VSA-100 2 ตัว แรม 32 MB (โดนยกเลิกการผลิตภายหลัง)
    • Voodoo5 5500 ใช้ชิพ VSA-100 2 ตัว
    • Voodoo5 6000 ใช้ชิพ VSA-100 4 ตัว


    สิ่ง เหล่านี้ ทำให้แฟนๆของ 3dfx และหนักเล่นเกมอีกหลายต่อหลายคนตั้งหน้าตั้งตารอซื้อการ์ดจอจาก 3dfx และด้วยความโลภมากในใจของ 3dfx เองนี้แหละครับ ทำให้ 3dfx ดำเนินการผลิตชิพเอง ประกอบการ์ดเอง และขายเองแต่เพียงผู้เดียว ดูสิจะเป็นยังไงต่อไป

    ภายในห้องทดลอง ของ 3dfx

    ก่อนที่จะดำเนินเนื้อเรื่องต่อไป เราตัดกลับมาดูภายในห้องทดลอง ของ 3dfx กันก่อนนะครับ

    หลัง จากที่พัฒนา VSA - 100 เสร็จ 3dfx ก็ได้ลองทดสอบดูภายในห้องทดลองของตน ผลปรากฎว่า VSA-100 จำนวน 1 ตัว ใช้งานร่วมกับหน่วยความจำ SDRAM ยังไม่สามารถเอาชนะ GeForce 256 ได้ 3dfx ก็ได้พยายามอีกครั้งโดยการนำ VSA-100 จำนวน 2 ตัว มาใช้งานร่วมหน่วยความจำ SDRAM ก็ยังคงเอาชนะ GeForce 256 ไม่ได้เหมือนเดิม 3dfx ได้ทดลองเปลี่ยนจากการใช้ SDRAM มาเป็น DDR-RAM ผลที่ได้ก็คือ VSA-100 จำนวน 2 ตัว ทำงานร่วมกับหน่วยความจำ DDR-RAM สามารถเอาชนะ GeForce 256 ได้ ทุกคนใน 3dfx ต่างก็ดีใจที่ชิพกราฟิคของตัวเองกำลังจะกลับขึ้นไปเป็นที่ 1 แห่งวงการชิพอีกแล้ว 3dfx จะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งแล้ว ทาง 3dfx กำลังเตรียมตัวที่จะสั่ง DDR-RAM จำนวนมากจากประเทศ ใต้หวัน เพื่อนำมาใช้กับชิพ VSA-100 ของตนเอง แต่และแล้วเหตุการณ์ที่ไม่มีใครขาดฝัน และไม่มีใครอยากจะให้มันก็เกิดขึ้นครับ นั้นก็คือ เหตุการแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ที่ใต้หวัน เหตุการณ์นี้ทำให้โรงผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่ของต้องพังพินาศไม่ มีชิ้นดี เหตุการณ์นี้ส่งผลให่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกขาดแคลน และมีราคาแพงขึ้นตามมา ซึ่งอุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือ RAM เพราะโรงงานที่เสียหายส่วนใหญ่แล้วเป็นโรงงานผลิตแรมนั้นเองครับ




    ภาพความเสียหายที่เกิดจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ ไต้หวัน เมื่อ เดือนกันยายน ปี ค.ศ. 1999

    จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ 3dfx ไม่สามารถนำ DDR-RAM มาใช้กับการ์ด Voodoo 4 และ 5 ได้เพราะว่า DDR-RAM ในช่วงเวลานั้นมีราคาแพงเป็นอย่างมาก และ 3dfx เองก็ต้องจำใจผลิตการ์ด Voodoo 4 และ 5 ที่ใช้ SDRAM แทนซึ่ง SDRAM ในเวลานั้นก็มีราคาที่แพงกว่า SDRAM ในเวลาปกติเกินกว่า 2 เท่าตัวเสียอีก ด้วยเหตุผลนี้ทำให้ต้นทุนการผลิตของ 3dfx สูงขึ้น (Voodoo5 6000 ซึ่งเป็นรุ่น TOP สุดของสายการผลิตมีการตั้งราคาไว้ที่ 600 เหรียญสหรัฐ ในเวลานั้น)

    และด้วยแผนการตลาดที่ 3dfx ได้วางไหวนั้นก็คือ "ดำเนินการผลิตชิพเอง ประกอบการ์ดเอง และขายเองแต่เพียงผู้เดียว" ทำการ์ณผลิตสินค้าของ 3dfx เป็นไปอย่างเชื่องช้า ส่งผลให้การวางจำหน่ายสินค้าของ 3dfx ช้าไปห้าเดือน จากกำหนดเดิมจะวางจำหน่าย Voodoo5 5500 ในเดือน ธันวาคม ปีค.ศ. 1999 ก็ต้องเลื่อนมาเป็นเดือน เมษายน ปี 2000 แทน แบบนี้ต่อให้แฟนของ 3dfx รักกันขนาดไหนก็คงรอกันไม่ไหวนะครับ

    เมื่อ Voodoo5 5500 ออกมาแล้ว ก็ยังไม่สามารถเอาชนะ GeForce 256 ได้เพราะต้องลดเสป็คไปใช้ SD-RAM นั้นเองครับ

    ต่อ NVIDIA ได้จูโจมต่อด้วยอาวุธใหม่ที่แรงกว่าเดิมนั้นก็คือ GeForce 2 GTS นั้นเองครับ

    3dfx ก็ได้ส่ง Voodoo4 4500 ออกมาเพื่อหวังที่จะทำตลาดระดับกลาง ที่มีราคาถูกลง เพราะในระดับนี้คงไม่มีใครสู้ Voodoo4 4500 ได้อย่างแน่นอน

    แต่แล้ว NVIDIA ก็ได้ส่ง GeForce 2 MX ซึ่งเป็น GeForce 2 ราคาประหยัดลงสู้กลับ Voodoo4 4500

    Voodoo4 4500 และ Voodoo5 5500 เสียเปรียบตรงที่สินค้ามีน้อย และหาซื้อยาก เพราะมีโรงงานผลิตแค่แห่งเดียวเท่านั้นครับ

    และ หลังจากนั้น 3dfx ก็ประสบปัญหาทางด้านการเงิน เพราะสินค้าขายได้น้อย และก่อนหน้านี้ตนเองก็ลงทุนไปมากกับหลายๆสิ่ง หลายอย่าง ทำให้ 3dfx ไม่สามารถยื่นอยู่บนตลาดกราฟิคชิพได้อีกต่อไป และได้ขายกิจการทั้งหมดของตนให้กับ NVIDIA ในที่สุด

    *หมายเหตุ แม้ทรัพย์สินหลายอย่างของ 3dfx จะตกเป็นของ NVIDIA แต่ลิขสิทธิ์ของชิพ VSA-100 3dfx ขายให้ Quantum 3D ไปก่อนหน้าที่ NVIDIA จะมาซื้อ 3dfx ครับ




    ภาพ Voodoo4 4500






    ภาพ Voodoo5 5500





    การ์ดจอ Quantum 3D AAlchemy 8164 ซึ่งใช้ชิพ VSA-100 จำนวน 8 ตัว
    Last edited by IonRa; 31 Dec 2008 at 13:21:59.

  8. #8
    OverclockZone Member IonRa's Avatar
    Join Date
    20 Mar 2008
    Location
    http://ionra.blogspot.com/

    Default

    สุดยอดอาวุธที่ไม่มีโอกาศได้เปิดตัวจาก 3dfx

    เราจะไปดูสุดยอดอาวุธการ์ดจอในตำนานของ 3dfx ที่ไม่มีโอกาศได้เกิดกันนะครับ

    1.) Voodoo5 6000 ซึ่งใช้ชิพ VSA-100 ถึง 4 ตัว ยังพัฒนาไม่เสร็จสมบูรณ์

    Voodoo5 6000 ซึ่งใช้ชิพ VSA-100 ถึง 4 ตัว ยังพัฒนาไม่เสร็จ เพราะมีปัญหาต่างๆจุกจิกมากมายดังนี้

    1. ปัญหา ในการเชื่อต่อชิพทั้ง 4 ตัว : โดยปกติชิพ 1 คู่หรือ 2 ตัวจะทำ SLI กันเองได้อยู่แล้ว แต่หากจะทำให้ชิพ 2 คู่ หรือ 4 ตัว ทำ SLI ซ้อนกันอีกที่จะต้องมีชิพเชื่อมสัญญาณอีก 1ตัว เพิ่มเข้า ตอนแรก 3dfx เลือกใช้ชิพของ Intel แต่ว่ามีปัญหาตรงที่ ชิพของ Intel ทำงานได้ช้า และ ไม่สเถียร ต่อมา 3dfx ได้เลือกใช้ชิพของ HINT แทน
    2. ปัญหา เรื่องการบริโภคไฟ : เนื่องจาก Voodoo5 6000 ใช้งานบนสล็อต AGP 2X ซึ่งไม่มีไฟมากพอที่จะเลี้ยงชิพ 4 ตัวได้ ตัง 3dfx จึงได้ออกแบบการเชื่อมต่อไฟของ Voodoo5 6000 เพิ่มขึ้นใหม่ หลายๆรูป โดยสามารถแบ่งได้เป็น 2 แบบ ใหญ่ๆ คือ แบบใช้ไฟจาก Power Supply ภายใน และแบบต่อไฟจากภายนอกเคสเขามา
    3. การจัด วางชิพบนการ์ดจอ : การนำชิพ 4 ตัวมาวางบนการ์ดตัวเดียวกันนั้นเป็นเรื่องยากทำให้การจัดวางชิพของ Voodoo5 6000 แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ แบบ 2 x 2 และ แบบ 1 x 4
    4. จาก เหตุผลข้างต้นเราพอจะมองเห็นภาพแล้วว่า Voodoo5 6000 นั้นต้องถูกทดลองผลิตออกมาหลายรูปแบบอย่างแน่นอน ซึ่งจริงๆแล้วก็มีหลายรูปแบบอย่างที่คิดไว้จริงๆครับ

    Voodoo5 6000 ไม่มีขายในตลาดทั่วไป แต่ในช่วงเวลานั้นใครที่อยากจะเป็นเจ้าของ Voodoo5 6000 จะต้องใช้เส้น หรือวิธีพิเศษอื่นๆที่จะนำ Voodoo5 6000 รุ่นทดสอบออกมาจากสำนักงานของ 3dfx เพื่อที่ตนเองจะได้เป็นเจ้าสิ่งของล้ำค่า และหายากชิ้นหนึ่งของโลกไอที

    มี Voodoo5 6000 รุ่นทดลองจำนวนไม่มากนักที่หลุดออกมาจากสำนักงานของ 3dfx นอกจากจะหามาใช้ได้อยางยากลำบากแล้ว Driver ของ Voodoo5 6000 เองก็ต้องให้คนนอก 3dfx นั้นเขียนขึ้นมาให้ใหม่ เพราะตอนที่ 3dfx ปิดกิจการไปนั้นยังไม่ได้ส่ง Driver ของ Voodoo5 6000 ออกมาเนื่องจากเป็นการ์ดรุ่นทดสอบ บวกกับไดรเวอร์ที่ไม่ใช้ตัวแท้จาก 3dfx ทำให้ Voodoo5 6000 มีประสิทธิภาพเหนือกว่า Voodoo5 5500 ไม่มากนัก




    ภาพ ข้างบน Voodoo5 6000 ตัวที่ที่นำไปแสดงที่งาน COMDEX เป็น Voodoo5 6000 ตัวแรกที่ปรากฎต่อสายตาสาธราณะชน





    ภาพข้างบน Voodoo5 6000 Model REV.1500 ซึ่งใช้ชิพ Bridge Chip จาก Intel และใช้ไฟจากภายนอกเคส





    ภาพข้างบน Voodoo5 6000 Model REV.2600 ซึ่งใช้ชิพ Bridge Chip จาก HINT และใช้ไฟจากภายนอกเคส





    ภาพข้างบน Voodoo5 6000 Model REV.3400A3 ซึ่งใช้ชิพ Bridge Chip จาก HINT และใช้ไฟจาก Power Supply ภายในเคส








    ภาพข้างบน Voodoo5 6000 Model REV.3700A ซึ่งใช้ชิพ Bridge Chip จาก HINT สามารถใช้ไฟได้ทั้งจากภายนอกและภายในเคส






    ภาพข้างบน Voodoo5 6000 Model REV.3700P ผมชอบ Model มากๆพัดลมสวยดีครับ





    ภาพ เรียงจากบนลงล่างตามลำดับ REV.3900A, 3400A3, 1500A1








    ภาพข้างบน สติกเกอร์ที่แปะมากับการ์ด บอกว่า "ห้ามขายต่อ นะ"

  9. #9
    OverclockZone Member IonRa's Avatar
    Join Date
    20 Mar 2008
    Location
    http://ionra.blogspot.com/

    Default

    2.) Daytona หรือ VSA-101


    VSA-101 คือชิพที่ลดเทคโนโลยีการผลิตลงเป็น 180 nm ซึ่งเล็กกว่า VSA-100 ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิต 250 nm การลดเทคโนโลยีการผลิตนี้ทำให้ 3dfx สามารถเร่งความเร็วของ VSA-101 ได้ถึง 183 - 200 MHz ซึ่งมากกว่า VSA-100 ที่มีความเร็ว 166 MHz แต่ Daytona ถูกออกแบบมาให้เป็นการ์ดที่ราคาถูกกว่าการ์ดที่ใช้ชิพตระกูล VSA-100 ดังนั้น Daytona หรือ VSA-101 จึงต้องถูกนำไปประกอบกับการ์ดที่ใช้หน่วยความจำ 64 บิต ซึ่งจะประสิทธิภาพที่ได้จะสู้ชิพ VSA-100 ที่ใช้งานร่วมกับหน่วยความจำ 128 bit ไม่ได้ แต่ Daytona หรือ VSA-101 ก็จะมีราคาที่ถูกกว่าครับ 3dfx มีแผ่นที่จะนำ Daytona หรือ VSA-101 ไปใช้กับการ์ดต่อไปนี้

    • Voodoo4 4200 ใช้ชิพ VSA-101 จำนวน 1 ตัว
    • Voodoo5 5200 ใช้ชิพ VSA-101 จำนวน 2 ตัว


    แต่ในที่สุด NVIDIA ก็เข้ามาซื้อกิจการของ 3dfx ก่อนครับ VSA-101 จริงไม่ได้เกิดครับ




    ภาพ Voodoo4 4200 AGP





    ภาพ Voodoo4 4200 PCI

  10. #10
    OverclockZone Member IonRa's Avatar
    Join Date
    20 Mar 2008
    Location
    http://ionra.blogspot.com/

    Default

    3.) 3dfx Spectre

    Spectre คือการ์ดจอของ 3dfx ซึ่งใช้ชิพกราฟิค Ramepage ซึ่งผลสำเร็จขั้นสุดท้ายของ Ramepage Project ซึ่งเป็นความหวังสุดท้ายของ 3dfx ที่จะใช้สู้กับ GeForce ของ NVIDIA ครับ

    นอก จากนี้แล้ว 3dfx ยังได้พัฒนาชิพ SEGA ขึ้นมาเพื่อใช้งานคู่กับ ชิพกราฟิค Ramepage โดยชิพ SEGA จะช่วยประมวลผลทางด้าน Geometry และ T&L ครับ ซึ่งเมื่อนำชิพ Ramepage และ SEGA มาประกอบรวมกันบนการ์ดจอ Spectre จะได้การ์ดจอสุดแรงแห่งยุคขึ้นมาครับ

    3dfx ได้ออกแบบ การ์ด Spectre ไว้ 3 ตัวดังนี้

    1. Spectre 1000 ใช้ชิพกราฟิค Rampage จำนวน 1 ตัว
    2. Spectre 2000 ใช้ชิพกราฟิค Rampage จำนวน 1 ตัว และ ชิพ SAGE จำนวน 1 ตัว
    3. Spectre 3000 ใช้ชิพกราฟิค Rampage จำนวน 2 ตัวและ ชิพ SAGE จำนวน 1 ตัว

    3dfx ได้ทดลองผลิต Spectre 1000 ออกมาสำหรับทดสอบในห้องปฏิบัติการจำนวน 20 ตัวครับ

    และหลังจากนั้นไม่นาน NVIDIA ก็เข้าซื้อกิจการของ 3dfX ครับ

    ผมคิดว่า NVIDIA คิดถูกแล้วครับ ที่รีบเข้าซื้อกิจการของ 3dfx เพราะหากปล่อยให้คนอื่นได้ไป หรือ 3dfx หาผู้มาเพิ่มถุนให้ตนเองได้ก่อนแล้วล่ะก็ NVIDIA คงต้องเหนือยแน่ๆเลยครับ





    ภาพ Spectre 1000




    ภาพ Spectre 3000

  11. #11
    OverclockZone Member IonRa's Avatar
    Join Date
    20 Mar 2008
    Location
    http://ionra.blogspot.com/

    Default

    ผลการทดสอบ Voodoo4 4500, Voodoo5 5500 และVoodoo5 6000

    - สำหรับ Voodoo5 6000 ที่นำมาทดสอบ คือ Model 3700A ครับ
























  12. #12
    OverclockZone Member IonRa's Avatar
    Join Date
    20 Mar 2008
    Location
    http://ionra.blogspot.com/

    Default

    NVIDIA GeForce 2


















    ==========================================================
    ==========================================================
    ==========================================================

    NVIDIA GeForce 3











    ==========================================================
    ==========================================================
    ==========================================================

    NVIDIA GeForce FX











    ==========================================================
    ==========================================================
    ==========================================================

    PowerVR / Kyro II













    ==========================================================
    ==========================================================
    ==========================================================

    ATi Radeon 8500












    ==========================================================
    ==========================================================
    ==========================================================

    3dfx Voodoo4 and 5 (VSA-100)










    ======================================================
    ======================================================
    ======================================================
    เอาล่ะครับเรื่องราวของ A.A.C ใน ภาคการ์ดจอ (ซึ่งจะมีภาคอุปกรณ์อื่นๆต่อไปอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้ครับ) ก็จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ แม้ว่าเนื้อหาส่วนใหญ่ออกจะโบราณไปพอสมควร แต่จุดประสงค์ที่แท้จริงของผมคือ อยากจะให้เพื่อนๆเกิดความรู้ชอบ และสนุกในการศึกษาเรื่องราวของการ์ดจอ เหมือนกับที่ผมกำลังรู้สึกอยู่ครับ ดังนั้นผมจึงทำบทความ A.A.C ขึ้นมาครับ โดยมุ่งเน้นนำเสนอเนื้อที่เป็นพื้นฐานเพื่อที่จะเป็นประโยชน์ ต่อการนำไปใช้ในการศึกษาเรื่องราวของการ์ดจอตัวใหม่ๆที่กำลังจะออกมาในอนาคต โดยมีรูปแบบการนำเสนอ ผ่านประวัติของผู้ผลิตชิพกราฟิครายต่างๆ สลับกับเนื้อหาทางวิชาการ สลับกับผลการทดสอบ หรือ BenchMark และสลับกับการชม Image Quality ของเกมที่ได้จากการ์ดจอยี่ห้อต่างๆ เพื่อที่จะทำให้ท่านผู้อ่านไม่เกิดความรู้สึกเบื่อระหว่างที่อ่านบทความ ครับ สุดท้ายนี้ก็ขอ ขอบคุณทุกท่านที่กรุณาเข้ามาอ่านบทความชุด A.A.C ภาค การ์ดจอครับ ขอให้ทุคท่านโชคดีมีความสุข สวัสดีครับ _/|\_

  13. #13
    OverclockZone Member สับสน's Avatar
    Join Date
    15 Apr 2007
    Location
    ตลิ่งชัน

    Default

    ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ เสียดาย Voodoo จริงๆ

  14. #14
    OverclockZone Member Toffeecheese's Avatar
    Join Date
    11 Sep 2007
    Location
    C:\Earth\Asia\Thailand\Chiangmai

    Default

    เห็น Doom ภาคแรกแล้วยิ้มเลย

  15. #15
    OverclockZone Member merlix's Avatar
    Join Date
    20 Dec 2007
    Location
    ทางช้างเผือก

    Default

    ติดตามอ่านตลอดคับ ต่อไปเป็นภาคอาไรคับ

  16. #16
    OverclockZone Member Shining's Avatar
    Join Date
    8 May 2007
    Location
    หาดใหญ่

    Default

    เสียดาย ไม่มีโอกาสได้สัมผัส Voodoo ^^ บทความท่านสุดยอดมากครับ รอภาคต่อนะครับผม

  17. #17
    OverclockZone Member
    Join Date
    21 Nov 2007

    Default

    ขอบคุณสำหรับบทความดีดีจ้า อ่านตั้งแต่เช้าเลย

  18. #18
    OverclockZone Member cmo's Avatar
    Join Date
    12 Jun 2007
    Location
    Italy

    Default

    ถ้าบอกว่าเคยเล่นไอ้เกม wolf อะไรนั่น จะมีคนหาว่าแก่มั้ยหว่า
    ปล. voodoo2 ที่บ้านยังมีแอบๆอยู่ในลิ้นชักอยู่เลย แต่รู้สึกจะพังไปละ

  19. #19
    OverclockZone Member darkface's Avatar
    Join Date
    16 Aug 2008
    Location
    หาดใหญ่

    Default

    กำ ทไมโหวต 100% อยู่อันเดียว

    เราก็โหวตอันนั้น

  20. #20
    OverclockZone Member IonRa's Avatar
    Join Date
    20 Mar 2008
    Location
    http://ionra.blogspot.com/

    Default

    Quote Originally Posted by darkface View Post
    กำ ทไมโหวต 100% อยู่อันเดียว

    เราก็โหวตอันนั้น
    อิอิ ผมก็โหวตอันนั้นด้วยเช่นกันครับ

Page 1 of 2 12 LastLast


Bookmarks

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •