Multi-GPU

Nvidia Scalable Link Interface (SLI) Technology

Scalable Link Interface (SLI)
คือวิธีที่ถูกพัฒนาโดย NVIDIA เพื่อเชื่อมการ์ดวีดิโอ 2 อัน (หรือมากกว่า) แล้วแสดงผลออกมาร่วมกัน SLI คือการใช้การประมวลผลแบบขนานเพื่อ computer graphics ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มในการประมวลผลของ graphics ด้วย SLI สามารถที่จะทำงานคร่าวๆได้สองเท่าจากจำนวนgraphic ที่ซับซ้อนให้เสร็จโดย computer ที่เพิ่ม video card ตัวที่สอง
3dfx ใช้ชื่อของ SLI เป็นรายแรกด้วย Scan-Line Interleave โดยเริ่มผลิตในปี 1998 โดยแนวคิด SLI ของทาง 3dfx นั้น ไม่ได้มีอะไรไปมากกว่าการที่จะเพิ่มความเร็วในการประมวลผล เพื่อรองรับกับเกม หรือถ้าจะเรียกว่า ต้องการเพิ่ม frame rates ก็ไม่น่าจะผิด โดยการเพิ่ม frame rates ในการเล่นเกมหรือเรนเดอร์ภาพจากการต่อ SLI ของ Voodoo2 นั้น ยังส่งผลไปถึงความละเอียด 1024x768 ซึ่งถือว่าเป็นความละเอียดที่สูงมากในขณะนั้น ซึ่ง 3dfx เองก็ได้พัฒนาให้ Graphic card Voodoo2 ของตนเอง รองรับกับเทคโนโลยี SLI อยู่พักใหญ่ๆ อย่างไรก็ตาม การ์ด Voodoo2 ที่รองรับ SLI ของ 3dfx นี้ ก็ไม่ได้วางจำหน่ายอย่างแพร่หลาย เป็นเพียงแนวคิดหนึ่งที่ไม่ได้ถูกนำมาใช้จริงเท่านั้นเอง เนื่องจากการมาถึงของ interface AGP ซึ่งทำให้ bandwidth ที่ได้จากslot AGP มีค่าสูงกว่า bandwidth ที่ได้จาก slot PCI มากนัก และไม่มีผู้ผลิตใดที่จะพัฒนา graphics card PCI ต่อ จึงดูเหมือนจะทำให้ตำนาน SLI ของ Voodoo2 จบลง
และหลังจากที่ชื่อของเทคโนโลยี SLI ได้***งหายไปนานร่วม 6 ปี ก็มาถึงคิวของทาง NVIDIA บ้างแล้ว ที่จะหยิกยกเอาเทคโนโลยีนี้มาใช้ สิ่งหนึ่งที่ทำให้เทคโนโลยี SLI ของ NVIDIA เป็นจริงได้ ก็เห็นจะเป็นการมาถึงของ interface PCI Express ซึ่งเป็น interface ที่ยืดหยุ่นในการกระจายช่องสัญญาณ ทำให้สามารถใช้ Graphic card ใน interface PCI Express จำนวนมากกว่าหนึ่งตัวได้ (ในขณะที่ interface เดิมอย่าง AGP นั้น ถูกจำกัดเอาไว้โดย chip set ที่จะมีได้เพียง slot เดียว) ทำให้ทาง NVIDIA ได้นำเอาแนวคิดของ 3dfx มาปรับปรุงใช้กับ Graphic card ตระกูลล่าสุดของตนเอง พร้อมทั้งพัฒนาchip set ที่รองรับกับ Graphic card PCI Express จำนวน 2 ช่อง ในนามของ NVIDIA nForce4 SLI และได้ทำการเปิดตัว NVIDIA SLI Technology อย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งคำว่า SLI ของ NVIDIA นี้ ย่อมาจาก Scalable Link Interface

3dfx SLI
Scan Line Interleave ซึ่งความหมายของมันก็คือ การแบ่งการประมวลผลโดยแบ่งจากเส้น scan line ของหน้าจอเป็นหลัก ซึ่งการ์ดตัวแรกจะทำการประมวลเส้นเส้น scan line ที่เป็นเลขคี่ ส่วนการ์ดอีกตัวหนึ่งจะประมวลผลเส้น scan line ที่เป็นเลขคู่
NVIDIA SLI Multi-GPU Technology
การทำงาน SLI ของ NVIDIA นั้น จะอาศัยเทคโนโลยีที่เรียกว่า Dynamic Load Balancing เพื่อแบ่งการทำงานไปยัง GPU ทั้งสองตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นั่นคือ NVIDIA SLI Multi-GPU จะพยายามทำให้ Graphic chip ทั้งสองตัว ทำงานแบบ full-load ตลอดเวลาขณะ rendering (หรือเรียกว่าการ balance นั่นเอง) และการแบ่งการทำงานนั้น ก็ยังแบ่งไม่เหมือนกับ 3dfx อีกด้วย นั่นก็คือ GPU ตัวแรกนั้นจะเรนเดอร์จากบนสุดของหน้าจอลงมา ส่วน GPU อีกตัวหนึ่งจะเรนเดอร์ภาพจากด้านล่างสุดของหน้าจอ และนำภาพที่เรนเดอร์เสร็จแล้วมารวมกันเป็นภาพที่สมบูรณ์ ซึ่งพื้นที่หน้าจอที่ GPU แต่ละตัวคำนวณมา อาจจะไม่เท่ากันก็ได้ นี่เป็นจุดหนึ่งที่ทำให้การทำงาน SLI ของทาง NVIDIA มีประสิทธิภาพที่สูงกว่า SLI ของทาง 3dfx ครับ นอกจากนี้ SLI ของ NVIDIA ก็ยังรองรับ bandwidth ที่สูงมาก และรองรับการทำงานของหน้าจอที่มีความละเอียดสูงสุดถึง 2048x1536 เลยทีเดียว
SLI Requirements
- อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับเทคโนโลยี SLI
- เมนบอร์ดที่รองรับ SLI Multi-GPU Technology จุดสำคัญของเมนบอร์ด SLI
ก็คือจะมี slot สำหรับ PCI Express x16 จำนวน 2 slotด้วยกัน และก็จำเป็นที่จะต้องมี SLI Connector มาให้พร้อมกับเมนบอร์ด
- Graphic card PCI Express ที่รองรับ SLI Capable จำนวน 2 ตัว Graphic card ทั้ง 2 ตัวที่จะนำมาต่อ SLI กันนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเป็น Graphic card รุ่นเดียวกัน ยี่ห้อเดียวกันเลยยิ่งดี เพราะบางยี่ห้อมีค่า clockความเร็วมาไม่เท่ากัน ซึ่งอาจส่งผลให้การทำงาน SLI มีปัญหาได้
- SLI Connector (SLI video bridge Connector) SLI Connector นี้ เป็น Connector เล็กๆ ที่เอาไว้เชื่อมต่อ Graphic card SLI ทั้งสองตัวเข้าด้วยกัน ซึ่งจะมีมาให้กับเมนบอร์ดที่รองรับ SLI อยู่แล้ว และเหตุที่ SLI Connector ต้องให้มากับเมนบอร์ดนั้น ก็เพราะว่าเมนบอร์ดแต่ละตัว อาจจะมีช่องว่างระหว่าง slot PCI Express x16 ทั้งสองslot ไม่เท่ากันนั่นเอง
- NVIDIA Driver with SLI supported
Driver Graphic card หรือ NVIDIA ForceWare Driver ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ Driverที่
รองรับ SLI Multi-GPU Technology โดย Driver
ตัวปัจจุบันที่อยู่ในเว็บไซท์ของ NVIDIA
ข้อมูลถูกส่งให้การ์ดหน้าที่ถัดไปคือ แบ่งหน้าที่การแสดงผลสร้างขึ้นมาบนหน้าจอเป็น pixels จากข้อมูลใน หน่วยความจำของการ์ด SLI มีวิธีแบ่งการทำงานได้ออกเป็น 3 วิธี

วิธีแรกที่รู้จัก ชื่อ Split Frame Rendering (SFR) วิเคราะห์ภาพแล้วแบ่งออกเป็น 50/50 ทำงานระหว่าง GPUs สองตัว การทำงานลักษณะนี้ได้แบ่งกรอบออกตามแนวนอนซึ่งแปรผันตามอัตราส่วนของรูปทรงเรขาคณิต ยกตัวอย่างเช่นในจอครึ่งบนส่วนใหญ่จะเป็นท้องฟ้าการแบ่งเส้นจะต่ำลงมา เพื่อความสมดุลของภาระงานในแต่ละ GPUs อย่างไรก็ตามวิธีการนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรูปทรงเรขาคณิตเช่นเดียวกับ AFR

วิธีที่ 2 รู้จักในชื่อ Alternate Frame Rendering (AFR) ในการทำงานของการ์ดจออันแรกได้มีการแบ่งเฟรมออกเป็นเลขคู่และการทำงานของการ์ดจอที่2ได้แบ่งเฟรมออกเป็นเลขคี่แล้วรวมเป็นหนึ่งหลังจากที่การ์ดที่ 2 ได้ทำงานเสร็จจะส่งผลลัพธ์ผ่านทาง SLI bridge ไปยัง GPU หลัก เมื่อนั้นแสดงผลออกมาเป็นเฟรมที่สมบูรณ์ในอุดมคติเวลาที่ใช้ในการแสดงผลน่าจะลดลงครึ่งหนึ่งและประสิทธิภาพจากวีดีโอการ์ดน่าจะเพิ่ม 2 เท่า ในการโฆษณาของ NVIDIA ยืนยันประสิทธิภาพจะเพิ่มขึ้นถึง1.9 เท่าของการ์ดหนึ่งตัวด้วย การติดตั้ง
Dual-card อย่างไรก็ตามวิธีนี้ไม่สามารถใช้ในเกมที่มีการใช้ องค์ประกอบของ แสงและเงา ในการทำงาน และ GPU ไม่สามารถ เข้าถึง frame buffer โดยตรงได้

วิธีที่ 3 คือ Antialiasing SLI นี่คือการทำงานโดดเดี่ยวโดยการใช้ antialiasing เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ 2 เท่าโดยการแบ่ง antialiasing งานระหว่าง 2 การ์ดจอ เพื่อคุณภาพที่ดีกว่า GPU ตัวแรกใช้รูปแบบ antialiasing รูปแบบตามปกติ และGPU อันที่2ใช้รูปแบบที่ถูกหักลบล้างกันโดยจำนวนที่เท่ากันในทิศทางตรงกันข้าม การรวมของผลลัพธ์ทั้งคู่ให้ภาพที่มีคุณภาพสูงกว่าปรกติ โหมดนี้ทำเพื่อไม่ให้มี framerates ที่สูงกว่าและทำงานประสิทธิภาพที่ต่ำแต่ทำมาแทนที่เกมที่ GPU-bound ไม่สามารถล้างภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อควรระวัง
การ์ดที่ขายออกมาสามารถทำงานได้ใน SLI Mode แต่ต้องมี GPU Model ที่เหมือนกัน เช่น G70 G73 G80 เป็นต้น การ์ดสามารถมี BIOs clock speeds หรือ memory แตกต่างกัน อย่างไรก็ตามการ์ดที่มีความประสิทธิภาพมากกว่า จะ ทำงานตาม ตัวที่ประสิทธิภาพน้อยกว่า
ในการเลือกใช้ SLI ต้องใช้ คู่กับ Motherboard ที่รองรับ SLI chipset เช่น nFOrce4 nForce 500 etc แต่ผู้ใช้บางคนสามารถที่จะแก้ไขให้ SLI ใช้ได้บน Motherboards อื่นๆ ซึ่งปัญหานี้เกิดขึ้นเมื่อ NVIDIA ผูกขาดลิขสิทธิ์ของ SLI แต่เพียงผู้เดียว
Drivers ของ เวอร์ชันแรกๆ ไม่สามารถทำงานได้เกินประสิทธิภาพของการ์ดจอหนึ่งตัว
Alternate frame rendering
Alternate frame rendering (AFR) โหมดนี้ปกติจะน่าสนใจมากกว่าและ เป็นการใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพของการประมวลผลของการ์ดจอสองตัวที่ได้รับประสิทธิภาพสูง อย่างมากสำหรับเกมที่ใช้ประโยชน์จาก multi-GPU rendering mode การแสดงผลเป็นวิธีที่สามารถประยุกต์ใช้มากในเกมและแอพลิเคชันในขณะที่อาจจะมีน้อยมากหรือไม่มีเลย inter-frame ที่ใช้ร่วมกันโดยกรณีนี้ส่วนมากจะเจอเกี่ยวข้องกับเกม ในตัวระบบเอง
วิธีนี้สามารถสร้าง จำนวนของจอ เป็นสองเท่าในเวลาเดียวกัน โดยเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งข้อมูลความสมบูรณ์ที่เพิ่มขึ้นหรือการเพิ่มของ Frame rate, เกม และ ส่วนอื่นๆ บ่อยครั้งที่จะให้มีการเพิ่ม frame และ รอคิวเพื่อแสดงผล ในกรณีนี้ multiple GPUs สามารถถูกใช้แสดงผลแบบสลับ

Frameเริ่มแรกทุกๆ Frame จะมีการแสดงภาพที่สมบูรณ์และจะมีการส่งต่อไปยังตำแหน่งที่ถูกใช้แสดงภาพ ภาพที่สมบูรณ์เป็นการแทน frame ที่ถูกส่งมายัง GPU ที่ใช้ GPU ส่งให้ GPU โดยตรง การส่งข้าม ความเร็วของ PCIe bus การแสดงภาพครั้งสุดท้ายบนหน้าจอ วิธีนี้ต้องการไม่ต้องการใช้ GPU-to-GPU Cables หรือ ตัวเชื่อมต่อเพื่อสื่อสารทำงานในประสิทธิภาพที่สูงขึ้น
ตัวตารางเวลา สำหรับการสร้าง Frame scene เพื่อสร้างการแสดงผลและภาพตอนท้าย
AFR นั้นเหมาะกับ ภาพที่ frame ในขณะนั้นไม่ขึ้นต่อข้อมูล frame ก่อนหน้านี้ AFR สามารถเพื่อภาพแบบคู่ขนานในการสร้าง โดยเจอมากในเกมคอมพิวเตอร์และการใช้งานอื่นๆ
Split Frame Rendering
Split Frame Rendering (SFR) เป็นการใช้ multiple GPUs เพื่อเพิ่มการแสดงผลภาพของทุก frame โดยแบ่ง frame เป็นสองส่วน ส่วนแรกสำหรับ GPU ตัวแรก และอีกส่วนสำหรับ GPU ตัวที่สองโดยแสดงดังรูป การใช้โหมดนี้มีข้อดีของการลดเวลาที่ต้องใช้ในการแสดงผลภาพที่สมบูรณ์ของทุกภาพดังนั้นมันจึงลดการประมวลผลเมื่อภาพที่ใกล้กันและภาพปัจจุบันมีการแสดงผลภาพที่เรียงต่อกันการใช้โหมดนี้ขึ้นอยู่กับว่าเกมหรือแอพลิเคชันยอมให้มีการแสดงผลภาพชนิดนี้หรือไม่ ไม่ใช่ทุกครั้งไปที่จะสามารถใช้ได้ บางครั้งเป็นการเพิ่มความซับซ้อนของแต่ละส่วนที่จะแสดงผลระหว่าง multiple GPUs จะลดความเร็วที่ได้รับใน frame สุดท้าย เมื่อเทียบกับการทำงานของ GPU ตัวเดียว
SFR ทุกๆ GPU จะมีหน้าที่ในการแสดงผลภาพโดยแบ่งส่วนของภาพที่สมบูรณ์ การทำแบบนี้ จะเป็นการเพิ่มจำนวนสี่เหลี่ยมที่ถูกเปลี่ยนรูปมา สี่เหลี่ยมที่แบ่งนี้จะไม่เหมือนกันในทุกๆ GPU และการแสดงแต่ละส่วนของฉากจะเป็นหน้าที่เฉพาะของแต่ละ GPU
ความจริงแล้วการกำหนดPixel ที่จะถูกประมวลผลภาพโดย GPU สามารถทำได้หลังจากส่งไปยังส่วนที่ว่าง โดยการกระทำนี้เป็นส่วนการประมวลผลของvertex โดยทุกๆ GPU จะใช้เทคโนโลยีrejectionในการลดการทำงานในส่วนที่มองไม่เห็น การกระทำทั้งคู่จะทำให้ได้vertexในอัตราที่เพิ่มขึ้น โดยเทคโนโลยีนี้จะลดความซ้ำซ้อนของvertexที่ส่งข้ามระหว่าง multiple-GPUs การรวมของvertexทั้งหมดจะถูกทำเพื่อการประมวลผลภาพที่สมบูรณ์ของframeจำนวนมาก SFR mode ทำขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสำหรบเกมและแอพลิเคชั่น โดยเฉพาะงานที่มีความละเอียดสูง
SFR เหมาะสำหรับภาพที่ frame ในปัจจุบันขึ้นอยู่กับข้อมูลของ frame ก่อนหน้านี้ การขึ้นต่อกัน
ระหว่าง Frameเป็นการทำงานร่วมกันโดยใช้การประมวลผลภาพเฟรมก่อนหน้านี้ที่องค์ประกอบเหมือนกับเฟรมที่ถูกประมวลผลภาพในปัจจุบัน การขึ้นต่อกันระหว่างเฟรมต้องมีการเรียงลำดับเฟรมที่จะประมวลผลภาพอย่างถูกต้อง เพราะฉะนั้นSFR mode ไม่ใช่ทุกครั้งที่จะยอมรับการใช้ Multiple-GPU เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
SLI Antialiasing
การทำงานในโหมดนี้จะให้ประสิทธิภาพสูงสุดในด้านของคุณภาพของภาพในแต่ละเฟรม ซึ่งภาพที่ได้จะมีความคมชัดและสวยงาม มากกว่าโหมดอื่นๆที่ได้กล่าวมา โดยการทำงานจะอาศัยวิธีการกระจายการคำนวณหรือการวิเคราะห์จุดเพื่อลบรอยหยักหรือเหลี่ยมมุมต่างๆของภาพในแต่ละเฟรม ทำให้ภาพในแต่ละเฟรมสามารถเพิ่มจุด AA(Anti-Aliasing) ให้มากขึ้นได้เป็น 2 เท่า ดังนั้นด้วยความเร็วและคุณภาพของภาพในระดับ 4x AA หรือ 8x SAA (Super Anti-Aliasing) จากกราฟิกการ์ดทั้งสองตัว เมื่อถูกนำมาผสานรวมกันก็จะได้คุณภาพของภาพที่สูงขึ้นในระดับ 8x AA หรือ 16x SAA เลยทีเดียว
สำหรับโหมด SLI Antialiasing นี้ นอกจากจะให้ประสิทธิภาพสูงสุดในด้านของคุณภาพของภาพในแต่ละเฟรมแล้ว ยังสนับสนุนการทำงานร่วมกับแอพพลิเคชั่นและเกมส์ต่างๆได้ทุกรูปแบบด้วยเช่นกัน
SLI PCB
ในการที่จะใช้ NVIDIA’s SLI technology การรวม สอง การ์ดข้าด้วยกัน จำเป็นต้องใช้ 2PCIe x 16 slots มากกว่าหรือหลังจากนี้ และการจะเชื่อมต้องใช้ชิ้นส่วนพิเศษของฮาร์ดแวร์ ในขณะนี้ตัวที่ใช้

ในการเชื่อมต่อนี้เรียกว่า PCB มี slot ไว้เชื่อมที่ปลายของอุปกรณ์ ไม่จำเป็นต้องใช้สายเคเบิ้ลในการส่งผ่านและการ์ดจอหนึ่งตัวทำงานเป็นตัวหลักอีกอันทำงานเป็นตัวรองเมื่อจะพูดถึงความเป็นไปได้ที่จะเชื่อมการ์ด 2 ตัว ด้วยสายเคเบิ้ลนั้น NVIDIA แสดงให้เห็นว่าการเชื่อมต่อควรใช้ PCB เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุด แต่พวกเขาก็ยังพัฒนาหาวิธีทางที่จำทำให้สามารถใช้ได้กับจุดอื่นๆ เพื่อเพิ่มสิ่งใหม่ๆ
สรุป Scalable Link Interface
SLIคือcard จอ 2 อันมาเชื่อมต่อกันแล้วแสดงผลออกมารวมกัน sli คือการประมวลผลแบบขนานเพื่อ computer graphics ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มในการประมวลผลของgraphic ที่ ซับช้อนให้เสร็จโดยcomputer โดยการทำงานของ sli จะแบ่งเป็น3 อย่างคือ
1.Split Frame Rendering (SFR)
2. Alternate Frame Rendering(AFR)
3. Antialiasing SLI


CrossFire

CrossFire เป็นเทคโนโลยี Multi-GPU สำหรับการแสดงผลแบบใหม่ของทาง ATI มีการ์ดแสดงผลจำนวนสองตัวคือการ์ดหลักที่เป็นเวอร์ชัน CrossFire เรียกว่าการ์ด Master ส่วนการ์ดอีกตัวหนึ่งจะเป็นการ์ดตัวรองหรือเรียกว่าการ์ด Slave
องค์ประกอบของ CrossFire ประกอบด้วยการ์ดแสดงผลเวอร์ชัน CrossFire มีทั้งตระกูล Radeon X800 และRadeon X850 และเมนบอร์อที่สนันสนุนการทำงานนคือเมนบอร์ดที่ใช้ชิปเซ็ต ATI Xpress 200 ที่มีสล็อต PCI-Express x16 จำนวนสองสล็อตหรือที่เป็นเวอร์ชัน CrossFire สำหรับการ์ด Radeon ทั้งสองตัว
รุ่นของ ATI ที่สามารถนำมาใช้งาน CrossFire
การเชื่อมต่อระหว่างการ์ดทั้งสองตัวบน CrossFire
CrossFire มีการเชื่อมต่อระหว่างการ์ดทั้งสองตัวผ่านทางพอร์ท DVI และ DMS ดังนี้

1)SuperTiling Mode
ภาพความละเอียดหนึ่งๆ จะถูกแบ่งขนาดพื้นที่ออกเป็นภาพย่อยๆ ที่มีขนาด 32 x 32
พิกเซล จากนั้นจะถูกเรนเดอร์โดยการ์ดแสดงผลตัวหนึ่ง ส่วนพื้นที่ภาพในส่วนถัดไป
จะถูกเรนเดอร์โดยการ์ดแสดงผลอีกตัว สลับการทำงานไปเรื่อยๆ จนกระทั้งภาพถูก
เรนเดอร์จนครบทั้ง

2) Scissor Mode
ภาพหนึ่งๆ จะถูกแบ่งพื้นที่ออกเป็นสองส่วนตามแนวนอน โดยที่พื้นที่ส่วนบนจะถูก
เรนเดอร์ด้วยการ์ดแสดงผลตัวหนึ่ง พื้นที่ส่วนล่างจะถูกเรนเดอร์ด้วยการ์ดอีกตัว

3)Alternative Frame Rendering (AFR) Mode
การ์ดแสดงผลทั้งสองตัวจะสลับกันเรนเดอร์เฟรมภาพที่อันดับภาพเป็นตัวกำหนด
โดยการ์ดมาสเตอร์เรนเดอร์ภาพหมายเลขคี่ส่วนการ์ดสเลฟเรนเดอร์ภาพหมายเลขคู่

4) Super Anti-Aliasing (Super AA) Mode
CrossFire จะแบ่งจุด sample เป็นสองชุด กระจายกันไปยังการ์ดทั้งสองตัว และการ์ด
แต่ละตัวจะทำการคำนวณ anti-aliasing เพื่อกำจัดขอบของภาพที่ขรุขระ เป็น
เหลี่ยม และพิกเซลที่มีปัญหา และนำมารวมกันในที่สุด
สรุปข้อแตกต่างท้ังสองทเคโนโลยี
เทคโนโลยี SLI และ CrossFire เป็นเทคโนโลยีที่มีการทำงานของกราฟิกการ์ด 2 ตัวพร้อมกันที่มีการเชื่อมต่อกันแบบ multi-GPU และใช้ความสามารถของระบบ PCI-Express ที่มีประสิทธิภาพสูงจำนวนสองตัวช่วยกันทำงานเหมือนกัน จึงส่งผลให้การประมวลผลภาพและการเรนเดอร์ภาพของสองเทคโนโลยีมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
เนื่องจากการใช้งานแต่ละประเภท ย่อมมีความต้องการที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมเพื่อเน้นประสิทธิภาพ หรือการใช้งานเพื่อเน้นความสวยงามคมชัด จึงควรเลือกเทคโนโลยีให้เหมาะสมกับความต้องการใช้งาน multi-GPU ของ user แต่ละคน