สวัสดีครับ
พี่ๆน้องๆ ชาว Overclockzone ทั้งหลายครับ ผมขอรายงานตัวหน่อยนะครับ
ผมได้กลับมาเขียนบทความอีกครั้งหลังจากที่ห่างเหินไปนานแสนนาน เพราะอาจจะเหตุผลส่วนตัว
และงานที่รัดจนพุงปลิ้น ซึ่งบางท่านอาจจะจำได้ (ใช่ที่แอบด่าอยู่ในใจรึเปล่า
เอิ้ก ...) หรือท่านอาจจะจำไม่ได้ แต่คราวนี้ผมกลับมาในคอลัมน์ใหม่ที่อาจจะถูกใจหลายท่าน
หรืออาจจะโดนด่ามากกว่าเดิมก็ได้เนาะ ก่อนอื่นกระผมนาย Jaeng_MAD
ขอรายงานตัวครับ
| โปรดใช้วิจารณญาณในการตัดสิน
บทความนี้ไม่เหมาะกับสตรีมีครรภ์ ผู้เป็นผู้ดีเท้า (ตีน) แดง
เด็กควรให้ผู้ใหญ่ที่ไม่ได้มือถือสากปากถือศีลเป็นผู้พิจารณาก่อนนะครับ
และไม่ควรอ่านเกินวันละ 2 ครั้ง เพราะอ่านมากเดี๋ยวเมล์มาด่าผมเยอะเอิ้ก......
|
 |
ครับผมเริ่มต้นกันเลยดีกว่า
วันนี้ผมจะขอเอาเรื่องของการเลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์มาฝากกันนะครับโดยผมจะไล่ไปเป็นส่วนๆ
กันนะ วันนี้เริ่มต้นกันที่การซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์แบบประกอบ (ไม่ให้ช้ำใจ)
ที่มีอยู่ตามห้างดังอย่าง พันธุ์ทิพย์ (ใครไม่ไปแต่ผมต้องไปไม่ไปก็อดตายซิครับ)
เสรีเซ็นเตอร์ IT Mall หรือ อีกหลายๆ ห้างที่มีการเปิดศูนย์ไอทีอยู่กันอย่างดาษดื่น
ในที่นี้จะไม่ขอเอ่ยถึงคอมพิวเตอร์แบรนด์เนม หรือ โลคอลแบรนด์ และเครื่องคอมพิวเตอร์ของรัฐบาลนะครับ
เอาไว้จะมาพูดถึงกันตอนหลังหรือบทความหลังกันนะครับ
ในการที่เราจะไปซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ (ไม่ให้ช้ำใจ)
มาไว้ใช้ซักเครื่องหนึ่งก็อยากจะให้เริ่มต้นจาก
|
กำหนดอัตราค่าของเงินในตัวก่อน
กำหนดความต้องการในการใช้งาน
กำหนดขนาด หรือสเปคเครื่องที่ต้องการ
ทำใจกับเรื่องต่างๆที่จะเกิดขึ้นตามมา
|
|
หลายคนที่เป็นเรื่องคอมพิวเตอร์กันอยู่แล้วคงสงสัยว่าทำไม ทำไม และทำไมต้องมาบอกเรื่องพวกนี้ด้วย
ก็เอาเป็นว่าเผื่อว่าท่านที่ยังไม่เก่ง หรือยังไม่ชำนาญ จะได้อ่านกัน
และ/หรือต้องการจะเอาไปแนะนำญาติพี่น้องของคนข้างบ้าน หรือของท่านเองก็จะได้บอกให้มาอ่านที่นี่ได้ไงล่ะครับ
(สงสัยว่างานนี้ผมโดนด่าอีกเยอะแน่ๆ เลย เหอ.... เอิ้ก....) ที่3
ข้อข้างบนนั้นเกิดจากการสำรวจของเหล่าช่างคอมพิวเตอร์, บก. หนังสือคอมพิวเตอร์
(อดีตครับ อดีตอันข่มขืน ..... ไม่ใช่ๆ ขมขื่น) และผู้ที่มีความรู้ต่างๆ
ว่าคิดเห็นกันอย่างไรน่ะจ๊า

เอาล่ะครับหลังจากที่พร่ำมานานก็เข้าเรื่องกันต่อนะครับ เมื่อท่านได้กำหนดแล้วว่าท่านมีเงินที่จะไปเดินซื้อคอมพิวเตอร์มาไว้ใช้งาน
ต่อไปก็เริ่มคิดเลยครับว่าเราจะซื้อมาไว้ใช้อะไร เช่น ดูหนัง, ฟังเพลง
(เครื่อง DVD + Stereo ถูกกว่านะ), เล่นเกม หรือ ว่าเอาไว้ทำงาน
เมื่อคิดได้แล้วว่าเอามาทำอะไร ท่านก็เริ่มต้นเดินไปยังร้านต่างๆ
ที่มีอยู่ในศูนย์ไอทีทั่วไปเพื่อเก็บโบชัวร์(เขียนถูกเปล่าเนี่ย)
แน่นอนถ้าคุณเคยเดินตามพันธุ์ทิพย์ก็จะเห็นแน่นอนว่ามีหลายคนเดินถือโบชัวร์กันเป็นปึกๆ
ไม่รู้ว่าจะเอาไปดูหรือพับถุงขาย เพราะบางคนเอามาแทบจะทุกร้านเลยก็ว่าได้
แต่อย่างว่าล่ะครับ เห็นราคาของแต่ละร้านแล้วก็จะสามารถมีตัวเลือกที่เยอะกว่าด้วย
เมื่อเดินเก็บใบโบชัวร์มาเป็นที่พออกพอใจแล้ว ต่อไปก็เอามานั่งดูเลยครับว่าจะเอาแบบไหนจะเอาของถูกหรือของแพงว่ากันไปตามใจรักเลยจ๊า
..หลังจากที่ท่านดูจนพอใจแล้วก็เดินต่อไปเลยครับ เดินไปให้เจ้าของร้าน
หรือพนักงานโขกสับฟันหัวแบะด่าผู้มีพระคุณ (ล้อเล่นนะครับ) ไปถามเลยครับว่าลดได้เท่าไหร่
(ไม่รู้เป็นไงกันนะครับ ผมก็เข้าใจว่าทุกคนอยากได้ของถูกกัน แต่ถ้าขายแล้วไม่กำไรจะขายทำพระแสงอะไรจริงมั้ยครับพี่ท่าน
ก็ผมเห็นบางคนต่อราคากันจนแบบว่าแทบจะลงไปทะเลาะกันเลยนี่) เท่าไหร่ก็เท่านั้นนะครับ
ลดนิดลดหน่อยก็ OK น่า หยวนๆ กันไปเนาะ เมื่อได้ราคาที่ถูกใจแล้ว
อันนี้ล่ะครับ ทีเด็ดว่าคุณจะได้เครื่องดีหรือไม่ดีเอาไปใช้งานกันล่ะครับ
เพราะอะไรน่ะเหรอครับ
คุณจะไม่เห็นเวลาที่เค้าประกอบเครื่องให้คุณ
คุณจะไม่รู้เลยว่าอะไรบ้างที่เค้าใส่ลงไปให้คุณ
จะได้ของที่มีประกัน
หรือของที่เค้าเคลมมาหรือเปล่า
อ่านแล้วสยองมั้ยล่ะครับ แน่นอนต้องมีคนเคยโดนมาแน่นอน เพราะเพื่อนผมโดนมาเอง
ไม่อยากเอ่ยชื่อร้าน อยากรู้ถามสาวดัชมิลล์แทนสาวยาคูลล์ล่ะกันนะครับ
แต่มันเป็นเรื่องจริงไม่อิงนิยายที่สังคมบ้านเรานั้นยังมีอยู่ทุกวัน
เรื่องโกงกัน หลอกกัน ลวงกัน มีให้อ่านตามหน้าหนังสือพิมพ์ทุกวัน
อ่านจนเอียนแทบอ้วกเลย
เมื่อทราบอย่างนี้แล้วควรทำอย่างไรใช่มั้ยครับ แน่นอนครับคุณต้องหาผู้ที่มีความรู้สักหน่อยติดตามไปด้วย
หรือถ้าไม่มีแล้วล่ะก็ควรทำอย่างไร อันดับแรกเลยคุณเองนั่นแหละครับ
ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้เองเสียก่อน โดยการติดตามการทดสอบต่างๆ หรือเป็นไปได้ลองไปคุยกับผู้ที่รู้เรื่องคอมพิวเตอร์ว่าควรซื้ออะไรอย่างไร
ดูอย่างไร แน่นอนครับคุณอาจจะได้คำตอบที่ดีหรือว่าถูกต้องมาใช้ในการประกอบการตัดสินใจ
แต่อย่าพึ่งคิดว่าถูกทั้งหมดล่ะครับ เพราะอันที่จริงตัวคนใช้ก็คือ
"เรา" ไม่ใช่ "เขา" ที่มาคิดให้เรา ดังนั้นการคิดเรื่องการเลือกซื้อก็เป็นเราเท่านั้นที่ควรเลือกเองคิดเอง
ไม่ใช่คิดใหม่ทำใหม่นะ เหอ... เอิ้ก...
เอาล่ะครับ หลังจากที่เราตกลงกับเจ้าของร้านแล้วต่อไปก็เหลือเวลาที่เขานั้นประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราออกมาให้เป็นรูปเป็นร่าง
แต่ และ แต่ เมื่อเสร็จแล้วเนี่ยเราจะรู้ได้อย่างไรล่ะถ้าเกิดว่า
เมื่อตอนที่เราตกลงกันว่าอุปกรณ์ต่างๆ ภายในนั้น เป็นยี่ห้อนั้น
ยี่ห้อนี้ แต่เวลาที่ส่งมาที่เราแล้วดันเป็นอีกยี่ห้อหนึ่งที่มีเกรด
หรือความสามารถที่ด้อยลงไปจะทำอย่างไรดี
|
|
ให้ทางร้านนั้นๆ เปิดฝาเครื่องเพื่อเช็คยี่ห้อ หรือรุ่นต่างๆ
ของอุปกรณ์ภายใน
ลองเปิดสวิทช์เครื่องเพื่อดูว่าเครื่องทำงานปกติ หรือเช็คจำนวนหน่วยความจำและความเร็วของซีพียูถูกต้องหรือไม่
ตรวจสอบการรับประกันต่างๆ ว่าเป็นช่วงเวลาที่เราซื้อ หรือไม่
|
ถ้าคุณสามารถที่จะทำได้เช่นนี้แล้วรับรองว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณก็จะสามารถที่จะสมบูรณ์อย่างที่คุณตั้งใจหรือหวังไว้แน่นอน
หรืออาจจะดีกว่าไปให้เขาทั้งหลายนั้น ตีหัวแบะฟันหัวขาด จริงมั้ยครับ
ไว้เดี๋ยวจะมาบอกเรื่องราวของการเลือกซื้ออุปกรณ์กันต่อนะครับ วันนี้ขอเท่านี้ก่อน
วันนี้เป็นเรื่องรวมๆ ไปก่อนเดี๋ยวจะมาแยกแตกออกให้อีกทีนะครับ
Jaeng_MAD