Home | Help
Home
Mail to Ocz
Help

          สวัสดีครับพี่ๆ น้องๆ ชาว OCZONE กระผมกลับมารายงานตัวกันอีกครั้ง หลังจากที่หายหน้าไปอีกแล้ว ผมไม่ได้ไปไหนหรอกครับก็แค่ทำงานแล้วบังเอิญไปต่างจังหวัดมาด้วยนะครับ ก็เลยกว่าจะได้กลับมาก็เมื่อดึกวันก่อนเองนะครับ เอาเป็นว่าวันนี้กลับมาอีกครั้ง พร้อมกับเรื่องราวที่น่าสนใจกันอีกครั้งนะครับ แต่ว่าในวันนี้ขอกล่าวถึงเรื่องราวของยี่ห้อกันหน่อยนะครับ เพราะหลังจากที่ผมได้พบประจบกับเรื่องราวในอดีตกาลนานมาแล้วก็เลยอยากที่จะเขียนมาให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ปู่ยาตายายลุงป้าน้าอา ได้อ่านถึงเรื่องราวคำว่า "ยี่ห้อ" กันเสียหน่อยนะครับ

          เข้าเรื่องกันเลยดีกว่านะครับ ไอ้คำว่า "ยี่ห้อ" เนี่ยอ่ะนะครับ ผมได้คุยกับหลายๆ ท่านที่เดินอยู่ตามห้างไอทีทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น พันธุ์ทิพย์ เสรี ซีคอน Zeerรังสิต หรือแม้แต่ IT Mall ก็ตาม คนส่วนมากมักไม่ค่อยที่จะได้สนใจกับคำว่า "ยี่ห้อ" เท่าที่ควร แต่ก็มีอีกจำพวกหนึ่งที่เป็นพวก "บ้ายี่ห้อ" อันนี้ก็ต้องแล้วแต่ว่าใครเป็นแบบไหนกันนะครับ แต่โดยส่วนตัวผมแล้วมักชอบที่ประสิทธิภาพให้คุ้มกับราคามากกว่านะ (จะว่าขี้เหนียวก็ได้นะ) แล้วคุณๆ ท่านๆ ทราบหรือไม่ว่าทำไมอุปกรณ์ IT ถึงมียี่ห้อมากมายทั้งๆ ที่ก็ใช้อะไรไรเหมือนๆ กัน ไม่เห็นจะแตกต่างกันเลย อันนี้ล่ะครับ ที่น่าสนใจมากกว่าเวลาที่จะไปเดินซื้อของมาใช้งานกันนะครับ คำว่า "ยี่ห้อ" หรือว่า "Trademark" เนี่ยก็หมายถึงเครื่องหมายการค้าของผู้ผลิตนั่นล่ะครับ ว่าของข้านี้จะเจ๋ง หรือจะห่วยกันไปน่ะครับ แต่บอกก่อนนะครับ ทุกอย่างที่จะบอกกล่าวกับทุกๆ ท่านวันนี้เป็นความคิดเห็นของคนที่คุยกันในกลุ่มๆ หนึ่งไม่ได้ต้องการที่จะเสียดสีใคร หรือประณามใคร อย่าไปคิดมากกันล่ะครับ (เพราะวันนี้อาจจะมีชื่อยี่ห้อ หรือชื่อร้านก็ได้ เอิ้ก...)

         เริ่มต้นกันเลยนะครับ อันดับแรกเลยที่อยากกล่าวถึงเรื่องของยี่ห้อนะครับก็เริ่มจากซีพียูก่อนล่ะกัน แน่นอนว่าตอนนี้ก็จะมีอยู่ก็จะมีเด่นๆอยู่ 2 ยี่ห้อก็คือ Intel และ AMD ซึ่งก็ไม่ยากที่จะเทียบกัน หรือจะตัดสินใจกันว่าจะใช้อะไรดี ก็ไม่ยากนะครับ อยากได้เร็ว แรง เสถียรภาพ แต่แพงก็ต้องไปอยู่กับพี่ Intel หรืออยากได้แบบประมาณว่าข้าขอเร็ว แรง Overclock ได้เยอะๆ ราคาถูก แต่ร้อนบรมโคตรก็ไปอยู่กับคุณท่าน AMD ทีนี้ก็ต้องเลือกล่ะครับว่าจะไปอยู่กับใครในเมื่อเวลานี้มีตัวเลือกเพียงแค่ 2 ยี่ห้อ หรือๆๆๆๆๆ ถ้าไม่อยากเหมือนกับใครก็ลองหันไปมองทางด้านของ VIA Cyrix หรือ WinChips ก็ได้นะครับไม่ว่ากัน (แต่จะมีวางขายเปล่าไม่รู้นะจ๊ะ) 

          อันต่อมาเรามาดูที่เมนบอร์ดกันบ้างล่ะ ยี่ห้อของเมนบอร์ดที่มีอยู่ในตลาดไอทีตอนนี้ก็มากมายหลากหลายยี่ห้อมากเลย ทั้งยี่ห้อที่เป็นที่ใฝ่ฝัน และยี่ห้อที่พึ่งมีคนนำเข้ามาก็มีให้เลือกใช้งานกัน แต่ว่าคนส่วนใหญ่มักเดินเลือกหาซื้อเมนบอร์ดก่อนที่จะเลือกซีพียู ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน เกิดซื้อเมนบอร์ดที่ใช้งานกับ Intel มาแต่ดันไปอยากได้ซีพียูของ AMD อันนี้ผมก็ไม่ทราบนะครับว่าพี่จะคิดยังไง อันที่จริงเมนบอร์ดเนี่ยสำคัญเหมือนกันนะครับ เพราะมันเป็นส่วนกลางของเครื่องที่จะทำให้เร็ว หรือช้า หรือว่ามีความเสถียรหรือไม่ด้วยนะครับ บอร์ดดีแต่อย่างอื่นห่วยเครื่องก็ไม่ต่างจากการเอา Ferrari F50 ไปลาก 18 ล้อ ที่บรรทุกมา 35 ตันหรอกนะครับ ดังนั้นเน้นหน่อยนะครับ ว่ายี่ห้ออะไรที่เหมาะสมกับเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณมากที่สุดนะครับ เพราะหลายคนเน้นถูกเข้าว่า ระวังเหมือนโบราณท่านว่านะครับ "เสียน้อย เสียยาก เสียมาก เสียง่าย" ดังนั้น ควรศึกษาจากข้อมูลต่างๆ หรือสื่อต่างๆ หน่อยก็ดีนะครับ (แต่ระวังสื่อรับเงินมาแล้วเขียนว่าดี เหมือนหนังสือบางเล่ม(45บาท) นะครับ เอิ้ก......)

          ในส่วนต่อมาก็จะมีเรื่องของหน่วยความจำ หรือ "RAM" นั่นเองนะครับ ก่อนเข้าเรื่องผมขอระบาย หรือเล่าเรื่องอะไรบางอย่างเกี่ยวกับแรมหน่อยนะครับ เรื่องมีอยู่ว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งเพื่อนในบริษัทเดียวกับที่ผมทำงานอยู่เกิดอยากได้แรมสักแถวหนึ่งเพื่อนำเอาไปใช้งานเลยถามผมว่า "เฮ้ยไอ้..... มึงมีแรมขายกูมั่งไหมว่ะ" ไอ้ผมเนี่ยก็มีอยู่ด้วย แถมคิดว่าในเมื่อเพื่อนอยากได้เอาว่ะขายให้ก็ได้ดีกว่าเก็บเอาไว้แปะข้างฝาบ้านผมเลยบอกว่า "มีว่ะ แต่มึงจะเอาขนาดไหนล่ะ ก็เหลือตัว 256MB อยู่มึงเอามั้ยล่ะ (ตอนนั้นยังเป็น SDRAM อยู่ แต่ผมเปลี่ยนมาใช้ DDRRAM แล้ว)" เพื่อนผมคนนั้นก็พยักหน้าแล้วตอบตกลงกันว่าผมขายให้ในราคา 1000 กว่าๆ ซึ่งตอนนั้นราคาก็ประมาณ 1000 กว่าๆ นั่นแหละครับ เช้าวันรุ่งขึ้นผมก็เอาแรมตัวนั้นมาใส่ซองแล้วก็เอาไปให้ไอ้เพื่อนคนนั้น หลังจากที่เอาเงินให้ผม และเขาก็รับของไป ซึ่งเช้าวันนั้นผมต้องออกไปงานสัมมนาที่ห้างไอทีแห่งหนึ่ง ด้วยความรีบร้อนจึงรีบออกไปโดยที่ยังไม่ได้บอกอะไรกับเพื่อนเกี่ยวกับแรมตัวนั้น แล้วเป็นไงเหรอครับ ไอ้เพื่อนผมคนนั้นมันเอาแรมตัวนั้นไปให้คนๆ หนึ่งที่ไม่รู้ว่ามันโง่ หรือไม่รู้เรื่องอะไรเลยกันแน่นะครับ ดูเกี่ยวกับแรมของผมแล้วมันก็สบถออกมาจากรูดากที่เน่าสุดๆ ว่า "มึงซื้อมาเท่าไหร่เนี่ย นี่มันแรมมือสองนะโว้ย ยี่ห้อห่าอะไรก็ไม่รู้ ไม่เคยเห็นเลย มึงแม่งโง่ โดนไอ้ ...... มันหลอกเอาซะแล้ว" เมื่อไอ้เพื่อนเวรของผมได้ยินดังนั้น จึงรีบไปที่โต๊ะแล้วเช็คราคาแรมว่าแรมมือหนึ่งราคาอยู่ที่เท่าไหร่ ซึ่งราคาก็ใกล้เคียงกับที่ผมขายให้ ด้วยความโมโหโกทาผมมากล่ะมั้ง มันเลยหักแรมตัวนั้นเป็น 2 ท่อน แล้วโทรมาหาผมว่า "เฮ้ย แรมมึงน่ะ เคลมได้มั้ยว่ะ" ผมเลยตอบกลับไปทันทีว่า "เคลมได้ แต่กูต้องเอาไปให้ลูกพี่กูเคลมให้นะ เพราะแรมตัวนั้น ประกันอยู่ที่สิงคโปร์" พอมันได้ยินดังนั้นมันก็วางโทรศัพท์ลง โดยที่ไม่พูดอะไรต่อ ผมเองก็งงเลยคุยกับเพื่อนๆ ที่ไปกับผมว่ามันเป็นห่าอะไรว่ะ พอผมกลับไปถึงที่ออฟฟิศ ผลปรากฏว่าแรมตัวนั้นที่มันหักครึ่งไปแล้วอยู่ที่โต๊ะทำงานของผม ผมเลยเดินไปถามมันว่า "มึงหักแรมทำไมว่ะ แล้วอย่างนี้จะเคลมได้มั้ยเนี่ย" เอาล่ะครับ หลังจากที่มันได้ยินเสียงผมปุ๊บมันโวยวายใส่ทันทีโดยที่ไม่สนเลยว่าผมจะพูดว่าอะไร เรื่องก็จบลงหลังจากที่เถียงกันอยู่สักพัก โดยที่ก็ยังไม่รู้ว่าแรมตัวนั้นน่ะ เป็นแรมที่สุดยอดตัวหนึ่งในเวลานั้น หลังจากผมมานั่งคิดแล้วผมก็เลยคิดได้ว่าเราเองก็ผิดนี่หว่าไม่รู้จักอธิบายก่อนว่าอะไรเป็นอะไร แต่ที่ผมแค้นมากที่สุดก็เป็นเพราะความโง่บรมบัด.... แถมมันช่างโง่แดกดานมากเลยที่ไอ้คนๆ นั้นมันดันพูดออกมาอย่างนั้น เรื่องก็เป็นเช่นนี้ล่ะครับ อ้อ!!! ลืมบอกไปแรมตัวนั้นเป็นแรมยี่ห้อ Crucial แบบ SDRAM 256MB 133MHz 2-2-2 Overclock ได้ประมาณที่บัส 165-170 นะครับ ผมซื้อมาเป็นหมื่นมันดันมาหักทิ้ง เฮ้อ! ความไม่รู้ของเพื่อนผมบวกกับความโง่เป็น ...... แถมยังระ ..... บัด ..... ของคนบางคนเลยทำให้แรมแสนรักของผมพังไป

          เปลี่ยนเป็นเรื่องอื่นต่อดีกว่าครับ มาที่การ์ดจอ หรือ VGA CARD กันบ้างนะครับ อันนี้ก็เด็ดครับ ล่าสุดเลยผมไปบ้านรุ่นน้องคนหนึ่งซึ่งเขามักโทรมาถามเรื่องปัญหาบ่อยๆ เผอิญว่าวันนั้นผ่านไปแถวนั้นเลยแวะหา เขาก็สาธยายต่างๆ นาๆ เกี่ยวกับเรื่องความเร็ว แรง ของเครื่องคอมพิวเตอร์ของเขาให้ฟัง (แต่ไม่ได้พูดถึงยี่ห้อเลยอะไรเลยนะครับ) จวบจนผมถามว่า "มึงใช้การ์ดจออะไรว่ะ ทำไมดูแม่งๆ (เวลาที่เล่นเกม 3มิติน่ะครับ)" มันก็ตอบมาว่า "Geforce4 MX440 64M เลยนะพี่ เป็นไงแรงมั้ย" ก็ก็ยังงงๆ เลยถามว่าของยี่ห้ออะไรว่ะ คำตอบของมันก็คือ "ไม่รู้ซิพี่ เห็นมันถูก แล้วเจ้าของร้านเค้าก็บอกว่าดีมากเลย แถม Overclock ได้ด้วยก็เลยเอามา" ซึ่งวันนั้นผมก็เอาเครื่องคอมของผมมาด้วย ผมเลยไปถอดการ์ดจอมาให้รุ่นน้องคนนั้นดู มันก็บอกว่า "ไม่เห็นแตกต่างกันเลยนี่พี่" ผมก็เลยลอง Benchmark ให้ดู มันเลยถึงบางอ้อว่าที่แท้เป็นอย่างนี้นี่เอง ซึ่งการ์ดจอของผมเนี่ยก็แพงกว่าไม่กี่ตังเองนะ การ์ดจอของผมยี่ห้อ C…… ส่วนของรุ่นน้องผมมันยี่ห้อ S….. ซื้อมาจากร้าน S….. ที่พันธุ์ทิพย์น่ะครับ ผมเลยบอกว่าเอาเหอะซื้อมาแล้วก็อย่าไปอะไรมากการ Benchmark มันก็เป็นเพียงตัวเลขอย่าไปคิดมากเล่นได้ไม่แฮงค์ก็ดีแล้ว แต่มันรู้สึกเสียดายน่ะครับ มันเลยบ่นให้ฟังว่าเจ้าของร้านนะ บอกว่ายี่ห้อนี้ดีกว่าการ์ดจอยี่ห้อ W…… มากเลยนะพี่ สูสีกับยี่ห้อ A ...... ด้วยนะ แต่พอใช้ก็เฉยๆ น่ะพี่ นึกว่ามันดี เรื่องของการ์ดจอนั้น อยากบอกนะครับ ว่าอย่าไปยึดติดกับเรื่องของการ Benchmark มากเกินไปเดี๋ยวจะพาลเอาเสียเงินไปหมดตูดไม่รู้นะครับ

          แต่เรื่องของยี่ห้อก็ใช่ว่ายี่ห้อดังๆ จะดีเสมอไปนะครับ เพราะหลายๆ ครั้งที่ยี่ห้อแปลกๆ ที่เขาพึ่งมาทำตลาดในบ้านเราเนี่ยก็สามารถที่จะมีประสิทธิภาพมากกว่ายี่ห้อดังๆ ในบ้านเราได้ เพราะผมก็เคย Test Hardware มาหลากหลายยี่ห้อแล้ว จึงทำให้ทราบได้ว่าอะไรที่เกิดขึ้นกับอุปกรณ์ต่างๆ ที่ทำการทดสอบ ดังนั้นอย่ายึดมั่นเรื่องยี่ห้อเกินไป หรือไม่มองเรื่องยี่ห้อเลยก็ไม่ได้นะครับ เอาเป็นว่าศึกษาให้ดีก่อนที่จะไปเดินเลือกซื้อกันนะครับ

Jaeng MAD