Home | Help
Home
Mail to Ocz
Help

          หลังจากที่เจ้ากล้องคู่ใจตัวเดิมที่ได้อยู่ร่วมกันมานานได้ถูกปลดระวางลง ผมก็มองหาสมาชิกใหม่ที่จะนำมาแทนที่สมาชิกเก่า มองหาอยู่หลายเดือน ตอนนี้ก็ได้ฤกษ์ที่จะต้องเสียเงินก้อนโตเพื่อที่จะนำสมาชิกใหม่เข้ามาร่วมงาน และเพื่อคุณภาพที่จะนำออกสู่สายตาให้เพื่อนได้ชมกัน จึงได้ตัดสินใจกำเงินสิบหมื่นไปถอยกล้องตัวใหม่ออกมา เล่นเอาเดินออกจากร้านถึงกับตัวเบาเลย และสมาชิกใหม่(กล้องใหม่)ของเราคืออะไรนั้น เราไปชมพร้อมๆกันเลย


Canon EOS10D ชุดนี้ละครับที่ทำให้เหลือเงินกลับบ้านแค่พันเดียว

Canon EOS10D Digital SLR ตัวแรกของ overclockzone พร้อมด้วยเลนซ์ Sigma Tele 105 mm. macro F2.8 และ Sigma Zoom 15-30 mm. F3.5-4.5 ความละเอียด 6.3 ล้านพิกเซล CCD ขนาด 15.1x22.7 mm. ซึ่งมีขนาดเล็กกว่ากล้อง SLR 35 mm. แบบฟิล์ม เลนซ์ที่นำมาใช้ถ้าจะทำให้มีขนาดเทียบเท่ากับกล้องแบบฟิล์มจึงจะต้องคูณความยาวโฟกัสเข้าไปอีก 1.6 เท่า จึงเท่ากับว่าจาก Tele 105 mm. F2.8 จึงกลายเป็น Tele 168 mm. F2.8 แทน (105x1.6) และ Zoom 15-30 F3.5-4.5 จึงกลายเป็น Zoom 24-48 F3.5-4.5 แทน นี่คือสาเหตุที่ทำไม ผมจึงต้องใช้เลนซ์ Zoom ที่มีความยาวโฟกัสกว้างมากถึง 15 mm.

ฟังชั่นเมนูที่ด้านบนช่วยให้ง่ายต่อการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งโฟกัสที่เลือกได้ถึง 7 จุด ขนาดความเร็วชัตเตอร์หรือรูรับแสง และปุ่มเลือกโหมดการใช้งานที่มีให้เลือกหลากหลายไม่ว่าจะเป็น Auto แบบใช้แฟลชร่วม หรือ Auto แบบไม่ใช้แฟลช หรือ Manual แบบเลือกรูรับแสงเอง หรือจะเป็นแบบเลือกความเร็วชัตเตอร์เอง หรือจะเป็นแบบเลือกเองทั้งหมดก็ทำได้ทั้งนั้น

ฮอทชูสำหรับใช้ต่อแฟลชภายนอกเพื่อช่วยเพิ่มแสงเมื่อยามถ่ายพริ๊ตตี้สวยๆจะได้เห็นชัดๆ ส่วนปุ่มเปิดปิดจะอยู่ด้านล่างใต้จอ LCD

          นำมาแนะนำกันในแบบย่อๆพอหอมปากหอมคอก่อน ส่วนคุณภาพจะเป็นอย่างไรนั้นคงจะต้องรอชมกันในช่วง Overclockzone ontour ที่ประเทศไต้หวัน จะพยายามหาภาพสวยๆมาเท่าที่ตัวเองจะพอถ่ายได้มาฝากกันและก็จะได้ชมถึงคุณภาพของเจ้ากล้องตัวนี้ไปด้วยว่าจะขนาดไหน จะสมกับค่าตัวขนาดนี้มั้ย ส่วนกับคำถามที่ว่า "Why Canon" นั้น ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นผมใช้แต่ของ Nikon มาโดยตลอด ก็ต้องตอบกันตรงๆเลยว่า ผมลังเลตัดสินใจไม่ได้มาร่วมเดือนระหว่างเจ้า Canon EOS10D ตัวนี้ กับเจ้า Nikon D100 ซึ่งใจผมนั้นเทไปทาง Nikon แบบหมดใจอยู่แล้ว แต่จากประสบการณ์ที่เคยมีกับตัวแทนจำหน่ายในประเทศที่เคยเจอมา เมื่อกล้องที่ซื้อหมดประกันแล้วดันเสียขึ้นมา นำไปซ่อมที่ตัวแทนจำหน่ายด้วยตัวเองเจอค่าเปิดเครื่อง 5,000 บาท (ห้าพันบาทครับไม่ได้พิมพ์ผิด) ถ้ามีอะไหล่เสียด้วยจะเริ่มต้นที่ 8,000 บาท โอ้มายก้อด!!! เข้าเกียร์ถอยแทบไม่ทัน หมดประกันแล้วโดนปล่อยเกาะเลยนี่หว่า (ขออภัยที่ใช้คำพูดไม่สุภาพเพราะฉุนจริงๆตอนนั้น) ไหนๆก็ไหนๆแล้วเอาไปเสี่ยงดวงซ่อมที่พันธ์ทิพย์ดีกว่า หมดไป 500 ครับ ย้ำครับ เสียไป 500 บาท ก็เลยทำให้เกิดอาการขยาดมาตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ใจนึงก็รักอีกใจนึงก็กลัว จะซื้อของหิ้วก็ยิ่งกลัวไปใหญ่เพราะราคาไม่ได้ถูกกว่าสักเท่าไหร่เลย ก็เลยต้องปิดฉากกับกล้อง Nikon ในประเทศไทยด้วยประการฉะนี้ถ้าชาติหน้ามีจริงเราค่อยมาเจอกันใหม่นะ ที่กล่าวมาไม่ใช่ว่าทาง Canon จะมีบริการที่ดีกว่านะครับ เดี๋ยวคนที่เคยมีประสบการณ์ร้ายๆกับทาง Canon มาก่อนจะมาต่อว่าผม เพียงแต่ว่าผมยังไม่เคยเจอก็เท่านั้น ก็ได้แต่ภาวนาให้อย่าได้เจอแบบที่เคยเจออีกเลย สาธุ........

Tee.