Home | Help
Home
Mail to Ocz
Help

         หวัดดีครับ กลับมาทักทายกันอีกครับหลังจากหาย(หัว)ไปนาน อิอิ ไม่ได้ขี้เกี้ยจหรอกครับแต่ว่าติดภารกิจอันยิ่งใหญ่ 5 5 5 ออกแนวเวอร์ ๆ นิด ๆ แต่ก็ต้องการจะสื่อว่าที่หายไป ไม่ได้ไปไหนครับแต่ไม่ว่างเลยครับ ไม่เฉพาะผมนะทีมงาน overclockzone ก็ไม่ค่อยว่างเลยหละครับ ถ้าใครมาเจอทีมงานของเราตอนนี้จะพบตัวตัวจะลีบๆ หน่อย ที่ลีบเพราะงานรัดตัวไงครับ เหอะ ๆๆ กลับมาวันนี้ว่างแล้วก็มีอะไรมาให้ดูกันอีก ........ วันนี้เราของเสนอ Creative Digital MP3 Player LX200 (วู้ ๆ ชื่อยาวเป็นกิโลเลย) อันนี้ 3 in 1 เลยหละ ไม่ใช่กาแฟหรือเครื่องมอลสกัดพร้อมดื่มนะครับ แต่จะเป็นยังไงคืออะไรตามมาอ่านซิ.........อิอิ

หน้าตา

  

นี่เลยครับหน้าตาของตัวที่ชื่อยาวเป็นกิโลหละครับ เล็ก ๆ อย่างงี้จุ 256 MB เลยนะครับ (เยอะว่าแรมเครื่องใครบางคนอีก 55) มาพร้อมกับ 3 in 1
คือ MP3/WMA Playback , FM Tuner , Voice/FM Recording หุหุ เป็นยังไงบ้างครับ ครับเลยในตัวเดียว มาดูในกล่องกันบ้างว่า
ให้อะไรมามั่ง อันแรกไม่ให้ไม่ได้แน่ ตัวเครื่องครับ เหอะ ๆ ต่อมาก็จะมี หูฟัง สายusb สายคล้องคอ คู่มือ + driver (สำหรับ Windows 98 )

  

อะนี่หละครับหน้าตาชัด ๆ ของ Creative LX200 (ขอเรียกสั้น ๆ นะครับ) ตัวจริงหล่อกว่าในรูปครับ สีเป็นสีเทาแมททาลิค(เขียนงี้ป่าวหว่า)
เอาเป็นว่าสีพ่นรถยนต์ละกัน ที่มีคล้าย ๆ กากเพชรอยู่ในสีอะครับ เหอะ ๆๆ ไม่รู้จะอธิบายยังไงแว้ว.....รูปทางขวาแค่เปรียบเทียบให้ดูขนาดครับ
ไม่ได้ขายของให้ค่ายมือถือค่ายไหนทั้งนั้น เดี๋ยวบางคนไปโจมตีในเว็บบอร์ดอีกหาว่าเรารับตัง อ๊ะถ้าไม่เชื่อผมจะบอกความจริงอะไรให้เอาป่าว คืองี้
เราได้ค่าขายของรูปละ 100000000000000000000000000000000000000 บาท เชื่อหรือยัง ????? เหอะ ๆๆ (หัวเราะเหมือนเจ้าพ่อหนังจีน)

ติดตั้ง

เอาหละโชว์หน้าตามามากพอแล้วมาประกอบร่างกันเลย ก็ไม่ต้องอะไรมากเลยครับ ตัวนี้มีถ่าน Li-ion อยู่ในตัวแล้ว โชคดีครับตัวที่รับมาทดสอบ
นี้แบตฯชาร์จมาแล้ว ก็เลยเปิดดูได้ แต่ไม่อะไรให้ฟัง ถึงฟังได้ก็ไม่ได้ยินเพราะยังไม่ได้เสียบหูฟังเลย 5555 ว่าเอาก็เอาหูฟังมาเสียบซะ แต่ก็ยังไม่ดัง
เพราะไม่ได้โหลดเพลงเข้าเลย เหอะ ๆๆ การโหลดเพลง และเล่นอะไรซน ๆ ตามไปอ่านช่วงลองของ ของ ของ ของ ของ (echoนิดๆ สบายใจไปนาน 55)

ลองของ

            อะเข้าช่วงเล่นซน เอ้ย ๆ ไม่ช่าย ลองของครับลองของ ช่วงนี้เราจะมาแจงกันว่า Creative LX200 ทำอะไรได้บ้าง ใช้ไปซื้อกับข้าวปากซอยได้มั๊ย อาบน้ำหมาได้ป่าว หรือนวดเวลาเมื่อยได้มั๊ย เจิ๊ย....มั่วไปใหญ่แล้ว ช่วงนี้จะมาลองเล่นให้ดูกันหละครับ ว่ากันง่าย ๆ ดีกว่า ว่าแล้วไปดู spec กันก่อน

Specification

 Size : WxHxD 80 x 45 x 17.5mm (หุๆ เล็กเอาเรื่องเหมือนกัน)
 Weight : 51g (with battery) (นี่ซิเจ็ง ๆ เบากว่ามือถือทุกรุ่นในตลาดตอนนี้ )
 Memory LX200 : 256MB built-in (เก็บไปเหอะ 256 MB เก็บอะไรก็ได้ที่เป็น file)
 Power : Built-in Li-Ion battery (Charge via USB port) (ชาร์จแบตฯก็ต้องเปิดคอมฯนะ)
 Battery Life : Up to 10hrs of continuous playtime (ฟังกันหูชาเลย)
 Interface : USB1.1 (ช้านิด ๆ แต่รอได้)
 Firmware : User upgradeable (อ่านคู่มือแล้วไม่บอกอะว่า up ไง งงเลย )
 Playback Formats : MP3/WMA (ประเทือง / แวมพาย / ถูกใจ รับได้ทุกแผ่น เหอะ ๆๆ )
 Voice/FM Recording Formats : ADPCM ( สวมมาดนักข่าวจำเป็นไปอัดเสียง กรั๊บ ประเด็นกรั๊บ !! )
 FM Tuner : Multi-region (ฟังแต่แค่ FM นะ ใครจะตรวจหวยทาง AM หมดสิทธิ์ เหอะ ๆๆ )
 Equalizer : Jazz, Pop, Rock,Classic, User Bass/ Treble (ปรับไปเลย ตั้งเองก็ได้)
 LCD Display : Adjustable Backlit/Contrast levels ( ไฟสีฟ้าน้ำทะเลสวยดี ใครนึกไม่ออกนึกถึงสีเมนบอร์ดจิ๊กกาไบท์)
 Language Display : English, Japanese, Chinese, Korean (ไทยก็รับนะ แต่เพี้ยน ๆ นิดนึง)
 Music Visualizer : WAVE / LEVEL (ปรับกันเหมือน winamp เลย )

  

เอาหละว่าแล้วก็จัดแจงชาร์จถ่านกันก่อนเลย ไม่ต้องอะไรมากเลยเอาสาย usb เสียบตรงพอร์ต usb เท่านั้นเครื่องก็จะชาร์จถ่านแล้วหละครับ
แถมขึ้นบอกเป็น % ด้วยนะครับว่าชาร์จไปได้แค่ไหนแล้ว คล้าย ๆ กับตอนเล่นเกมส์ general เวลาสร้างฐาน สร้างรถ ประมาณนั้น 55555
น่าจะมีแบบนี้ในมือถือบ้าง จะได้รู้ว่าชาร์จไปแค่ไหนแล้ว ......หลังจากชาร์จเต็ม(ประมาณ 2 ชั่วโมง)แล้ว หาเพลงมาลงกัน

Windows จะเห็นเป็น removeable เอง (windows รู้มากจริง ๆ เลย อิอิ) แต่ถ้าใครใช้ Windows 98 ต้องลง driverนะครับไม่งั้น
เล่นไม่ได้ กิ๊ว ๆ เหอะ ๆๆ ลืมบอกไปว่าการใส่เพลงก็ลากแล้ววางธรรมดาครับ เหมือนก๊อบปี้ไฟล์ธรรมดาเลยครับ ลาก วาง ตามชอบเลยครับ
   

  

        เอาเพลงลงตามชอบเสร็จแล้วก็มาเปิดกันเลย เปิดง่ายๆ เลยตัวนี้กดปุ่ม play 1 ครั้ง รอประมาณ 2 วินาที ก็จะพร้อมที่จะใช้งานแล้วหละครับ การปิดก็ปุ่มเดียวกับตอนเปิดเลยแต่เวลาปิดต้องกดค้าง 2 วินาที แล้วก็ดับไปพร้อมกับข้อความ Power off ! ( คล้ายจะบอกว่า ไปแล้ว ๆๆๆ บาย ๆๆๆ เหอะ ๆ ) ว่าแล้วก็เปิดขึ้นมาอีกครั้ง LX200 ตัวฉลาดพอตัวเลยนะครับ คือว่าก่อนที่จะปิดมัน ครั้งสุดท้ายทำไรค้างไว้ก็จะจำได้ เช่น ถ้าล่าสุดฟัง FM อยู่เปิดมาก็จะอยู่ mode FM เหมือนเดิม ว่าแล้วก็กดปุ่ม mode เพื่อเข้าโหมด ฟังเพลง อ้อ....เอาเพลงลง LX200 ห้ามใส่ folder ซ้อนกันนะครับ เรียกง่าย ๆ อย่าสร้างห้องซ้อนห้องหละครับ เพราะมันจะมองไม่เห็นครับ คือถ้าลากมาจากแผ่น mp3 ที่เป็น folder อยู่แล้วก็ไม่มีปัญหา ตัวนี้รับภาษาไทยด้วยนะครับ แต่เพี้ยนนิดนึงคือวรรณยุกต์จะเยื้องกับพยัญชนะ นึกกันออกมั๊ยว่าเยื้องยังไง อย่างนี้ครับ " เคร ื  ่ องเล ่ น " เอาน่าดีกว่าไม่รู้ว่าเพลงอะไรเหอะ ๆๆๆ ที่ไม่ถ่ายรูปให้ดูกลัวลิขสิทธิ์ครับ T_T ต่อมาใครสังเกตข้าง ๆ จะเป็นแถบแสดงระดับสัญญาณ (Visualizer) และสามารถปรับเป็นแบบรูปลูกคลื่นได้ด้วยเหมือนกับที่ winamp เลยหละครับ ต่อมาเรื่อง EQ กันบ้างก็ปรับได้หลายแบบหละครับ หรือจะปรับเองก็ได้โดย bass ปรับได้ตั้งแต่ 0 - 12 เพิ่มทีละ 2 ครับ treble ปรับได้ 0 - 6 เพิ่มทีละ 2 เหมือนกันทั้ง bass และ treble ปรับขึ้นได้อย่างเดียวปรับลงไม่ได้ เหอะ ๆๆ ถ้าเอาไปฟัง MP3 งิ้วคงแสบหูตายแน่เลย เหอะ ๆๆๆๆ (เวอร์อีกแล้ว) ส่วนการตั้ง repeat ก็ตั้งเหมือนเครื่องเล่นทั่วไปแต่ที่เหนือก็คือสามารถตั้ง repeat เป็นช่วงได้ โดยกำหนดช่วงที่เริ่มและช่วงที่จบ เท่านี้ก็ย้ำท่อน hook ของเพลงโปรดได้ไม่ยากครับ ปรับแต่งทุกอย่างก็เลื่อนปุ่ม hold ไปทางซ้ายแล้วก็เก็บใส่กระเป๋า เท่านี้ก็มันส์ได้แล้ว

  

        ฟังเพลงเบื่อแล้วก็เครื่องขึ้นมาเปลี่ยน mode ไป FM การจูนก็ดันปุ่ม menu ไปซ้าย หรือ ขวา ดันค้างก็จะ scan ไปจนกว่าจะเจอ เจอแล้วก็เก็บไว้ที่ preset ต่าง ๆ มีให้เลือกกัน 10 ช่องตามชอบเลย การจูนของ LX200 ทำได้ไม่ค่อยดีนักคือหยุดที่กึ่งกลางระหว่างสถานีบ่อยครั้ง ต้องดันปุ่ม menu ต่อเอาเองเพื่อให้ได้คลื่นที่ชัดที่สุด ใน mode FM ไม่สามารถทำการปรับ EQ ได้นะครับ ฟังกันเดิม ๆ ยังไงอย่างงั้นเลย ฟังวิทยุไปซักพักเบื่อ !! ก็เล่นเลื่อนไปสถานีไหนก็เพลงเหมือนกัน เพลงเดิม ว่าแล้วก็ควานหา LX200 ในกระเป๋ามาเล่นต่อ นึกออกแล้วไปอัดเสียงชาวบ้านเล่นดีกว่า อิอิ ปรับไปที่ mode RECORD แล้วกดอัดเลย อ่านคู่มือแล้วเค้าบอกว่า ลื้ออัดไปเหอะ 8 ชั่วโมงต่อเนื่อง อัดไปเรื่อย ๆ ครับ แล้วเดี๋ยวไปคุยกันเรื่องคุณภาพเสียงช่วงท้ายบทความครับ
        หลังจากที่ชาร์จแบตฯเต็มเล่นไปทั้งวัน ทั้งฟัง mp3 (เปิดทิ้งบ้าง ฟังบ้าง) ฟัง FM อัดเสียงคนนู้นคนนี้ หรือเรียกง่าย ๆ แอบอัด เหอะ ๆ เล่นมาทั้งวันแบตยังไม่ลดเลยครับ (รูปแบตฯมี 3 ขีด) แต่พอเอามาต่อกับคอมฯแบตฯเหลือ 80 % ถือว่าถูกใจวัยรุ่นเลยประหยัดแบตฯดี อ้อ ๆ เกือบบอกไปผมเปิดโวลุ่มที่ 20 จาก 40 bass ตั้งไว้ที่ 12 เลย ก็ถือว่าเรื่องพลังงานจากแบตฯ Li-ion ผ่านฉลุยสำหรับเพลงประมาณ 50 เพลง (แต่ถ้าไปที่กันดาลไม่มีคอมฯชาร์จแบตฯตัวใครตัวมันนะครับ 555) เรื่องการโอนถ่ายข้อมูลถือว่าอืดไปนิด ถ้าโหลดให้เต็ม 256 MB เลยก็ 2- 3 นาทีเหมือนกันครับ (เปิดเพลงฟังไปพลาง ๆ เลยหละครับ) การใช้งานในที่มืดทำได้ดีเห็นชัดครับ การตอบสนองไม่หน่วงทันใจดี แต่การเข้า menu แต่ละครั้งค่อนข้างช้าเนื่องจากระบบตั้งไว้ให้กดปุ่มค้าง 2 วินาทีครับ menu ใช้ง่ายไม่ต้องอ่านคู่มือก็พอที่จะงมๆไปได้เรื่อย ๆ เหอะ ๆๆ

ฟัง

MP3 Player  

       หลังจาก burn in 1 คืน( เปิดทิ้ง repeat all ) มาว่ากันเรื่องคุณภาพเสียงกันเลย จริง ๆ แล้วก็เอาอะไรมากไม่ได้มากกับ MP3 ครับ อย่างงี้ละกันครับ จากเพลงที่ผมใส่ไปทั้งเพลงไทยสากล และเพลงสากล การทดลองฟังจะตั้ง EQ ไว้ที่ user โดยไม่มีการปรับ bass หรือ treble เพิ่ม ฟังผ่าน earphones ที่แถมมาน้ำเสียงที่ได้มาจากเพลงสากลดูจะสดใสมากกว่าเพลงไทยสากลเยอะเลยครับ ถ้าเป็นเพลงไทยต้องเพิ่ม treble อีกนิดจะฟังลื่นหูขึ้น ส่วนเรื่อง bass นั้นแม้จะเพิ่มไปที่ 12 (สุดๆแล้ว) เบสที่ได้ออกจะบาง ๆ ไม่ค่อยเป็นตัวเป็นตน สู้พวก walkman ทั่วไปไม่ได้เลยครับ ถ้าจะให้พอมีเบสจะเค้าบ้างก็ต้องเพลงแนวหนัก ๆ นิดนึงถ้าเพลงไทยสากลก็ประมาณ " บ้าบอ " ของ silly fools อะไรประมาณนี้ แต่ก็ใช่ว่ามีข้อเสียอย่างเดียวนะครับ การที่เบสบางทำให้สามารถเร่งโวลุ่มไปได้สุดโดยไม่มีอาการเสียงแตก พร่า ให้ได้ยิน (ถ้าทนเสียงดังไหว เหอะ ๆๆ ) แต่ผมว่า creative จงใจออกแบบมาให้น้ำเสียงเป็นแบบนี้มากกว่าครับ เพราะอะไรเหรอครับ 1 ถ้าเบสมาก ๆ เวลาเอาไปต่อลำโพงภายนอกแล้วเสียงแตกแน่นอนเลย 2 ถ้าเบส ตึ๊บ ๆ ฟังแรก ๆ ก็มันส์ดีหละครับ (เหมือนนั่งหน้าตู้ซับ 18 นิ้ว 3 ตู้เลย) แต่ถ้าฟังไปซัก 5 - 6 เพลงก็เริ่มเบื่อ เริ่มพะอืดพะอมอยากอ๊วก เพราะเบสมากเกินไป... เอาเป็นว่าน้ำเสียงและแนวเสียงที่ได้จาก LX200 ออกแนวใส ๆ เบสไม่เด่น จะมีเบสเฉพาะเพลงที่เบสหนัก ๆ จริง ๆ .......ครับ

FM Tuner

        เรื่องของจูนเนอร์กันต่อเลยครับ การหาสถานีทำได้ไม่ได้นัก LX200 มักสับสนระหว่าง 2 สถานีที่ความถี่ใกล้เคียงกัน และบางครั้งฟังคลื่นที่เราเลือกไว้ดี ๆ ก็มีคลื่นแทรกก็มีครับ แต่ถ้าคลื่นไหนแรง ๆ ก็ไม่มีปัญหาครับฟังได้ชัดเจน และมีคำว่า Stereo แสดงด้วย ถ้าจะให้เทียบกับมือถือที่ฟังวิทยุได้ ขอบอกเลยว่าตัวนี้ดีกว่าเยอะเรื่องน้ำเสียง (และยังเปลี่ยนหูฟังได้ตามกำลังทรัพย์) แต่เรื่องการหาคลื่นพอ ๆ กัน เหอะ ๆๆ แต่ถ้าไปเทียบกับพวก walkman ขอบอก ๆ สู้ไม่ได้จริง ๆ อันนั้นของเค้าแรงกว่าเยอะ แต่ขนาดก็ใหญ่กว่าเยอะด้วย 555 เอาเป็นว่าถ้าเบื่อ mp3 แล้ว ก็มาพักฟังวิทยุที่สามารถ preset สถานีได้ 10 ช่อง น้ำเสียงที่ได้ก็ตามที่สถานีนั้น ๆ ส่งมา(ปรับ EQ ไม่ได้ใน mode FM) น้ำเสียงก็ถือว่าใช้ได้ ไล่ซ้าย/ขวา ชัดเจน แค่นี้ก็ ok แล้วหละครับ (ไม่แน่ฟัง FM แล้วอาจจะเจอข่าวดีจากนายกฯก็ได้ เช่น เครื่องเล่น MP3 เอื้ออาทร 55555 เหอะ ๆๆๆ )

Voice/FM Recording

        มาว่ากันเรื่องอัดเสียงเสียงกัน mode นี้เจ้าตัวนี้จะไม่สามารถปรับอะไรได้เลยนอกจากอัดอย่างเดียว คุณภาพอยู่ที่ 32 kbps 8bit mono ไม่ว่าจะอัดจากไมค์หรืออัดตอนฟัง FM คุณภาพเสียงเดียวกัน คุณภาพเสียงที่ได้ก็เหมือนกันเสียงตอนสัมภาษณ์นายก ในวิทยุอย่างงั้นเลย (เสียงออกหมอง ๆ )ความไวของไมค์ถือว่าใช้ได้เลยหละครับ ลองอัดระยะที่ผู้พูดอยู่ห่างจากเครื่องประมาณ 3 เมตรในห้องขนาดประมาณ 20 ตารางเมตร สามารถเก็บรายละเอียดได้ดีพอสมควรครับ ถ้าใครจะเอาไปอัดเสียงอาจารย์ตอนสอนก็ขอบอกเลยว่า สบายมาก ๆ (ถ้าไม่นั่งหลังห้อง) ถ้าจะให้ดีฝากใส่กระเป๋าเสื้ออาจารย์ หรือ คล้องคออาจารย์ไว้เลย ก็ได้ เหอะ ๆๆๆ ระยะเวลาอัด 8 ชั่วโมงต่อเนื่องครับ คงไม่มีอาจารย์หรือผู้บรรยายคนไหนพูดอะไรยาวนานขนาดนั้นนะ...5555 ก็ถือว่าเรื่องอัดเสียงทำได้ดีพอตัวเลยหละครับ

สรุป

        สำหรับใครที่รักการฟังเพลง(mp3/wma) เป็นชีวิตจิตใจ และยังอยากจะฟัง FM + อัดเสียง ถือว่า Creative LX200 สามารถตอบสนองคุณได้พอสมควรเลยหละครับ ด้วยความจุ 256 MB ที่สามารถใส่ file อย่างอื่นได้ด้วย ไม่ต่างอะไรกับ usb flash drive (แต่ต้องพกสาย usb ไปด้วยนะ) และด้วยขนาดที่เล็ก + น้ำหนักประมาณครึ่งขีด จึงไม่ใช่เรื่องยากที่คุณจะพกเจ้า LX200 ไปไหนมาไหนได้เท่าที่คุณอยากจะไป (ทำไมสำเนียงแปลก ๆ หว่า สงสัยอ่านหนังสือภาษาอังกฤษมากไปสำเนียงออกแนวโฆษณาขายของตอนเที่ยงคืน ) แต่อย่าลืมว่าการชาร์จแบตฯต้องอาศัย usb port นะครับ ฉะนั้นจะไปต่างจังหวัด โดยที่ไม่มีคอมฯติดไม้ติดมือไปด้วย ก็ให้คิด ๆ นิดนึงครับ....อิอิ ส่วนเรื่องราคาก็ 8000 กว่าบาทครับ......ทั้งนี้และทั้งนั้นคุณภาพเสียงที่ได้อาจจะพอใจสำหรับบางคน แต่สำหรับบางคนกลับกลายเป็นคนละเรื่องเดียวกันสำหรับอีกคน อย่างที่เคยบอกไปแล้วเรื่องของเสียงไม่สามารถ benchmark เป็นคะแนนกันได้เหมือน hardware ตัวอื่น การที่จะตัดสินว่าดีหรือไม่ได้ ขึ้นอยู่กับผู้อ่านหละครับ ..........เชื่อตัวเองดีที่สุดครับ ขอจบการทดสอบครับ หวัดดีครับ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ A&L Computer โทร. 0-2685-8800 (60 คู่สาย) ต่อ 8871-3 Customer Support

pod