......  สวัสดีครับ เป็นยังไงกันบ้างสงกรานต์ก็ผ่านกันไปแล้วแต่ที่ยังอยู่กับเราไม่หนีไปไหนก็เห็นจะเป็นความร้อนครับ ช่วงนี้ร้อนมากๆเลยนะครับ และประเด็นที่ร้อนไม่แพ้ใครก็เรื่องการโมดิฟายลำโพงนั้นเอง (เอ....ประเด็นร้อนหรือป่าวหว่า) เนื่องจากเห็นว่าหลายๆท่านยังงงๆเรื่องการเพิ่มตัวเก็บประจุ หรือ C ในวงจรของเครื่องเสียง วันนี้ก็เลยออกบทความเสริม (คล้ายๆ option เสริม อิอิ) เพื่อทำความเข้าใจเรื่องวงจร rectifier และ filter ให้เข้าใจมากขึ้นไม่มากก็น้อย เอ....ทำไมวันนี้เขียนเหมือนเขียน report เลย มีประโยค " ไม่มากก็น้อย " ด้วย อิอิ เอาหละครับ มามะมาดูกัน

ก่อนอื่นคือเราต้องทำการลดระดับแรงดันจาก 220 โวลต์ไปยังค่าที่เราต้องการ สมมุติว่า 12 โวลต์ละกันนะครับ อุปกรณ์ที่ใช้ลดระดับแรงดันก็คือ " หม้อแปลง " หรือเรียกให้หรูหราหน่อยก็ Tranfromer ไงครับ ^^;

หลังจากที่ลดระดับแรงดันลงมาแล้ว จากที่สมมุตืไว้เราก็จะได้ไฟ 12 โวลต์ อาร์ เอ็ม เอส ( Vrms ) ก็จัดการทำให้เป็นแรงดันสูงสุด(Vpeak)ก่อน จาก Vpeak = Vrms * 1.414 จากที่สมมุติไว้ Vpeak = 12 * 1.414 = 16.968 โวลต์ และหลังจากนั้นไฟ 16.968 โวลต์ก็จะไปยังวงจร " Rectifier " หรือเรียกให้เข้าใจง่ายๆก็คือ " วงจรเรียงกระแส " นั้นเองครับ และวงจรเรียงกระแสมีที่สำคัญๆมี 2 แบบคือ (1) Half wave (2) Full wave

ก่อนที่จะเข้าไปยังไดโอดรูปคลื่นที่ออกมาจากหม้อแปลงจะเป็นแบบนี้ครับ สังเกตุไว้ให้ดี ๆ นะว่าลูกคลื่นหน้าตาเป็นยังไง เดี๋ยวพอผ่านวงจร Rectifier หน้าตามันจะเปลี่ยนไปครับ

แบบแรก Half wave : อ้อ....ในที่นี้ผมจะใช้แหล่งจ่าย 12 Vrms 50 Hz แทนหม้อแปลง เพื่อวงจรดูง่ายๆจะได้ไม่งงหรืองงน้อยลง 555 ครับโดยคุณสมบัติของไดโอดที่ยอมให้กระแสไหลผ่านเมื่อมีแรงดันตกคร่อมที่ขั้ว Anode และ Cathod (จากในรูป ขั้วบวกด้านซ้าย ขั้วลบด้านขวาของตัวไดโอด) มากกว่า 0.7 โวลต์ (ไดโอดจะนำกระแสเมื่อแรงดันตกคร่อมมากว่า 0.7 โวลต์) ครับจากวงจรแบบ Half wave ก็จะได้รูปคลื่นออกมาแบบในรูป นั้นคือลูกคลื่นซีกลบหายไปเนื่องการไดโอดไม่นำกระแสเมื่อกระแสไหลกลับทาง

แบบ Full wave : วงจรนี้จะใช้ไดโอด 4 ตัวในการเรียงกระแส หรือ rectify เฮ้อ....ค่อนข้างหนักใจที่จะอธิบายหลักการทำงานของวงจรนี้ ไม่ใช่ว่าอธิบายไม่ได้นะ แต่กลัวจะงงกันเข้าไปมากกว่านี้เอาเป็นว่าใครอยากรู้หลักการทำงานจริงๆละก็เมล์มาถามกันได้เลยครับ ข้ามหลักการทำงานมาเลยละกันมาสนใจรูปคลื่นที่ได้ดีกว่าครับ สังเกตมั๊ยครับว่ารูปคลื่นที่ได้ออกมานั้นจะไม่มีช่องว่างระหว่างลูกคลื่นเลย ผลต่างของวงจร Half wave กับ Full wave จะเป็นยังไงเดี๋ยวรู้กันครับ

ต่อมาครับเราก็จับเอาเจ้าตัวเก็บประจุมาขนานกับโหลด (ในที่นี่นี้คือตัวต้านทาน 1k) โดย C ที่ต่อเข้ามานั้นจะทำหน้าที่กรองลูกคลื่นที่เป็นลูกๆให้เรียบจนคล้ายกับไฟกระแสตรง(DC)ให้มากที่สุด

อันนี้วงจร Full wave ที่ต่อตัวเก็บประจุเข้าไปแล้ว สังเกตดีๆจะเห็นว่าวงจร Rectifier แบบ Full wave ที่มีการต่อตัวเก็บประจุค่าเท่ากันกับที่อยู่ในวงจร Rectifier แบบ half wave จะได้ไฟที่ปรากฏที่โหลดเรียบกว่า

สรุป (ยาวๆ)

จากที่ simulate ให้ดูก็เห็นได้ชัดๆเลยนะครับว่า วงจร Rectifier แบบ Full wave เมื่อต่อตัวเก็บประจุกรองกระแส (C Filter) จะให้แรงดันขาออกเรียบ.....บ กว่าวงจร Rectifier แบบ half wave ที่ใช้ตัวเก็บประจุกรองกระแสค่าเท่ากัน ถึงตรงนี้ไม่ต้องตกใจกันนะครับว่าลำโพงที่คุณใช้อยู่จะใช้วงจรกรองกระแส หรือ วงจร Rectify แบบไหน เพราะเดี๋ยวนี้เค้าใช้วงจร Rectifier แบบ Full wave กันหมดแล้วครับ คราวนี้ก็ต้องขอเข้าสู่การปรับปรุงคุณภาพเสียงเบสของลำโพงอย่างง่ายๆก็คือการเพิ่มขนาดของตัวเก็บประจุกรองกระแสนั้นเอง (เหมือนในบทความที่โมฯลำโพง SBS 2.1)แต่ แต่ แต่ แต่ครับแต่ การเอาตัวเก็บประจุค่ามากๆซึ่งตัวใหญ่ไปบัดกรีแทนที่ตัวเก็บประจุตัวเดิมที่อยู่บนวงจรนั้นทำได้ยากเพราะข้อจำกัดของพื้นที่บนแผ่นปริ้น ง่ายๆที่สุดเลยครับก็คือการลากสายไฟออกมาแล้วไปบัดกรีกับตัวเก็บประจุที่จะนำมาเพิ่มค่าความจุ โดยที่ไม่ต้องบัดกรีตัวเก็บประจุตัวเดิมออก ( เพราะถ้านำตัวเก็บประจุมาขนานกันค่าความจุมาเท่ากับตัวเก็บประจุ 2 ตัวบวกกัน ) แต่ต้องระวังเรื่องขั้วของตัวเก็บประจที่นำมาขนานุด้วยนะครับว่าตรงกับขั้วของตัวเก็บประที่อยู่บนปริ้นหรือยัง เพราะหากบัดกรีกลับขั้วละก็....หลังจากเปิดสวิตซ์ก็จะเกิด แสง สี เสียง ตูม ตาม ตูม แน่นอนครับ 555 และอีกอย่างนึงที่ลืมไม่ได้เลยก็คือเรื่องอัตราการทนแรงดันของตัวเก็บประจุที่นำมาขนาน ง่ายๆเลยนะครับดูจากตัวเดิมที่อยู่บนแผ่นปริ้นว่าทนแรงดันเท่าไร ก็ให้ใช้ตัวเก็บประจุที่นำมาขนานที่ทนแรงดันเท่านั้นหรือทนแรงดันมากกว่าในกรณีที่หาซื้อไม่ได้ครับ คราวนี้ก็มาเรื่องที่ท่านๆผู้อ่านสับสนกันพอสมควรครับ นั้นก็คือเรื่องค่าของตัวเก็บประจุที่จะนำมาขนานจะใช้ค่าเท่าไรดี ต้องให้ได้ 19,000 µF หรือป่าว บอกกันไปตรงนี้เลยนะครับว่าค่าของตัวเก็บประจุที่จะนำมาขนานจะใช้ค่าเท่าไรก็ได้เช่น 1000 µF ขนานกับ 20 ตัวก็ได้ อันนี้แล้วแต่ปัจจัย(เงิน)ครับ 555 แล้วจะใส่ไปกี่ µF ก็ได้ครับ อันนี้แล้วแต่ปัจจัยเช่นกันครับ สรุปไว้เท่านี้ดีกว่าครับ รู้สึกว่ายิ่งอธิบายยิ่งงง เอาเป็นว่าใครงงเรื่องไหน งงยังไง เมล์มาถามได้เลยครับ

แถมท้ายครับหลังจากไม่มีรูปสาวลงซะนาน(กลัวโดนว่า) วันนี้ขอหน่อยละกันนะครับ ขอแนะนำ
น้องโฟร์ ศกลรัตน์ วรอุไร " เธอวางก่อนดิ ดิ ....ดิ..ดิ..ดิ.ดิ "

........

pod

 

Design By : www.one2site.com