อัพเดทช้าไปนิดสำหรับงาน Overclockzone ontour เพราะมีปัญหาหลายอย่างจริงๆที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานนอกสถานที่เช่นนี้
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ดินฟ้าอากาศที่ไม่เป็นใจเอาเสียเลย ฝนตกลงมาทั้งวันต้องคอยหลบหลีกกันตลอดเวลาเรียกว่าออกจากกรุงเทพฟ้าก็ครึ้มฝนมาตั้งแต่แรกเลย
 |
 |
|
ภาพหน้าสนามบินดอนเมือง มาถึงก็เห็นเมฆตั้งเค้ามารอท่าอยู่เลย
พอมาถึงที่สนามบินก็เห็นผู้โดยสารมารอเช็คอินไปไต้หวันเที่ยวเดียวกับ
overclockzone เยอะมากใช้เวลาต่อคิวอยู่เป็นชั่วโมง นี่ว่าจะไปถึงก่อนเวลาตั้งเกือบชั่วโมงครึ่งจะได้นั่งอัพเดทเวบที่สนามบินดอนเมืองมาเลย
แต่เอาเข้าจริงเช็คอินเสร็จก็ต้องรีบวิ่งขึ้นเครื่องกันแทบไม่ทัน
หน้าตาผู้โดยสารคุ้นๆกันทั้งนั้น ถึงที่สนามบินไต้หวันเมื่อไหร่จะตามจับมาถ่ายรูปหมู่กันให้หมดเลย
หลังจากขึ้นเครื่องได้ก็ออกเดินทางมุ่งตรงสู่ไต้หวันทันที
|
|
|
|
|
พอลงเครื่องสู่สนามบินเจียง ไค เช็ค เข้ามาภายในก็จะเห็นมีอุปกรณ์ต่างๆโชว์ให้ชมไว้เป็นการอุ่นเครื่องกันพอหอมปากหอมคอ
ในภาพเป็นโทรศัพท์มือถือรุ่นต่างๆของทาง BenQ ที่นำมาอวดโฉมกันตั้งแต่ปากประตูไต้หวันเลย
|

คน IT จากประเทศไทยที่เดินทางไปเที่ยวเดียวกับ overclockzone ที่พอจะวิ่งตามมาถ่ายรูปหมู่กันได้
 |
|
|
จากนั้นก็เดินทางเพื่อเข้าสู่ตัวเมืองไทเป
ซึ่งก็เจอฝนตั้งแต่อยู่เหนือเมืองไทเปแล้ว และก็ชุ่มฉ่ำไปตลอดการเดินทางเข้าเมือง
|
 |
|
|
หลังจากเก็บกระเป๋าเข้าที่พักเรียบร้อยก็เดินทางไปเติมพลังมื้อแรกที่ไต้หวัน
เป็นอาหารทะเลที่สดจริงๆเพราะยังเป็นๆอยู่ทั้งนั้นเลย
|
|
|
|
|
ปูตัวเล็กนิดเดียว ลองถามราคาดูตกประมาณตัวละ
300 บาท แพงน่าดูชมเลยละ ส่วนอาหารหลักก็จะเป็นปลาดิบสไตล์ญี่ปุ่นที่ตัวใหญ่เอาการเลย
แต่ว่าส่วนใหญ่จะนั่งดูเขาอร่อยกันมากกว่า ปลาดิบไม่ถูกกันกับผมครับ
ได้แต่นั่งมอง
|
 |
 |
|
เวลาจะดื่มน้ำที่นี่ต้องเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบกันเอาเอง
และจะมาเป็นกระป๋องโตๆแบบนี้ ที่เห็นในภาพเป็นชาจีนแช่เย็น
ส่วนภาพขวาเป็นขนมหวานที่เสริฟหลังอาหารใส่ถุงแพ็คเล็กๆมา
เห็นทีแรกคิดว่าเป็นขนมถั่วตัดแบบบ้านเรา แต่พอจับดูกลับรู้สึกเย็นๆ
เลยต้องลองชิมดู ปรากฏว่าเป็นไอศครีมรสถั่วบดครับ เขาเอาไว้ทานหลังอาหาร
ว่าจะเก็บใส่กระเป๋ากลับมาเมืองไทยสักหน่อยเลยอดเลย เพราะละลายก่อนจะขึ้นรถกลับที่พักด้วยซ้ำ
|
|
|
|
|
พอท้องอิ่มก็เริ่มทำงานกันเลย ตะเวณถ่ายรูปยามราตรีดีกว่า
แต่ฝนก็ยังตกพร่ำๆลงมาอยู่ตลอดเวลา ภาพซ้ายเป็นตึกบัญชาการของ
Mitec ที่สวยงามมาก เขาตกแต่งด้วยไฟสีฟ้าทั่วทั้งตึกที่ดูแล้วน่าประทับใจจริงๆ
จากนั้นก็ขับรถขึ้นเขาเพื่อเก็บภาพเมืองไทเปยามค่ำคืน ฝนก็ยังตกลงมาอยู่เรื่อยๆเลย
|
|
|
|
|
ด้านอีกเป็นอีกฝั่งหนึ่งของเมืองไทเป และจุดที่ถ่ายก็อยู่สูงขึ้นไปอีกมาก
ลมแรงก็แรง หนาวอีกต่างหาก ฝนก็ยังตกพรำๆอยู่ตลอดเวลา
|
|
|
|
|
พอลงเขาก็ตะเวณไนท์บาซ่ากันเลย ที่นี่เขามีเครื่องเล่นการพนันกันเยอะมาก
เล่นกันแบบโจ่งแจ้งแบบนี้แหละ
|
|
|
|
|
และที่ขาดไม่ได้ก็คืออาหารการกิน อาหารหน้าตาแปลกกันทั้งนั้น
และที่แปลกประหลาดก็คือตลาดค้าสัตว์เลี้ยงที่ดูแล้วเหมือนกับ
ตลาดจตุจักรบ้านเราไม่มีผิด แต่อยู่ในห้องแอร์ครับ แล้วกลิ่นก็ไม่เหม็นเหมือนบ้านเราด้วย
และที่สำคัญเขาขายกันถึงเที่ยงคืนทุกวัน
|
กว่าจะเดินกันจนทั่วก็
ร่วมจะตีหนึ่งเข้าไปแล้ว ที่นี่เขาจะเก็บร้านกันตรงเวลามาก ไม่ค่อยจะไหลเหมือนบ้านเรา
เราจึงเห็นภาพในขณะที่คนก็ยังเดินกันอยู่ เจ้าของร้านก็พากันเก็นข้าวของกันไป
จากนั้นก็ลองไปหาชิมบะหมี่ดูว่ารสชาดจะอร่อยกว่าบ้านเรามั้ย แต่ชิมดูแล้วผิดหวังมากๆครับ
อาหารการกินที่บ้านเรารสชาดดีกว่าเยอะ อาหารของที่นี่ จืดสนิทครับ
คราวหน้าต้องพกพริกน้ำปลาจากบ้านมาด้วยแล้วจะได้พอจะมีรสชาดที่ถูกปากกับเขาบ้าง
หลังจากอิ่มกันเต็มพุงแล้วก็ได้เวลากลับที่พัก เพื่อมาทำงานกันต่อ
แต่กลับมาถึงก็มีปัญหาต่อเนตไม่ได้ เลยต้องอดที่อัพเดท นี่คือสาเหตุที่ต้องเสียเวลาไปตั้ง
หนึ่งวัน วันนี้แค่นี้ก่อนนะครับ แล้วพรุ่งนี้เช้าเราจะเข้าไปชมงาน
Computex2003 ด้วยกัน บาย....................
ร่วมสนับสนุนการเดินทางข้ามประเทศโดย

Tee.