Date: 07-Dec-06
Author: spin 9
Page: 1/1

Garmin nüvi 310
The nü way to travel.

                  สวัสดีเพื่อนสมาชิกโอเวอร์คล๊อกโซนทุกท่านครับ วันนี้ผม spin 9 ก็มาทักทายเพื่อนสมาชิกอีกครั้ง กับของเล่นไอทีที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะผู้ที่รักการเดินทาง และมีรถยนต์ส่วนตัว เพราะวันนี้ ผมจะมาแนะนำเจ้าอุปกรณ์ที่เรียกว่า Navigator หรืออุปกรณ์ช่วยนำทางอัจฉริยะ ที่จะทำให้การเดินทางไปที่ไหนๆ ก็ตามในประเทศไทย (รวมถึงที่ต่างๆ บนโลกใบนี้) ง่ายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และจะทำให้ท่านลืมคำว่า "หลงทาง" ไปได้เลย ...

                  อุปกรณ์ช่วยนำทางอัจฉริยะ หรือบางคนอาจคุ้นเคยในชื่อของ GPS หรือ Navigator นั้น แท้จริงแล้วได้มีจำหน่ายอยู่ในประเทศไทยระยะหนึ่งแล้วครับ โดยอุปกรณ์ตัวนี้ จะทำหน้าที่เป็นแผนที่อิเล็กทรอนิกส์ และช่วยนำทางเราไปถึงจุดหมายที่เรากำหนดได้ โดยเราสามารถทำการ "ค้นหา" จุดมุ่งหมายที่เราจะไป ซึ่งในตัวอุปกรณ์เองก็จะมีฐานข้อมูลที่ประกอบไปด้วยสถานที่สำคัญต่างๆ ชื่อของบริษัทห้างร้าน ปั้มน้ำมัน ธนาคาร ตู้เอทีเอ็ม โรงแรมที่พัก ฯลฯ เอาไว้อย่างครบถ้วน เรียกว่า อยากไปที่ไหน แค่กำหนดจุดมุ่งหมายลงที่ เจ้าอุปกรณ์ตัวนี้จะนำทาง พาเราไปถึงจุดมุ่งหมายได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ โดยอาศัยการคำนวนเส้นทางที่ดีที่สุด ในแต่ละสถานการณ์ได้เลยด้วย ... คนที่ขับรถไปไหนมาไหนเป็นประจำ ฟังดูแล้วก็น่าสนใจไม่น้อยเลยใช่มั้ยล่ะครับ .....

Garmin nüvi 310

ก่อนที่จะไปดูถึงการใช้งานจริงนั้น ผมขอแนะนำให้รู้จักกับตัวอุปกรณ์หรือ Garmin nüvi 310 กันก่อนครับ

Garmin nüvi 310 มีหน้าตาเป็นกล่องสี่เหลี่ยมแบนๆ โดยมีหน้าจออยู่เต็มด้านหน้า ไม่มีปุ่มใดๆ ปรากฏให้เห็นครับ เพราะในการใช้งานจริงในรถยนต์ จะอาศัยการกดลงบนหน้าจอโดยตรง (ทัชสกรีน) ส่วนทางด้านหลัง ก็เป็นตำแหน่งของลำโพง (ที่ช่วยออกเสียงนำทางให้เรา) และเป็นตำแหน่งของเสารับสัญญาณดาวเทียม GPS
(ขนาดของตัวเครื่องคือ กว้าง 9.8 ซม. x สูง 7.4 ซม และ หนาประมาณ 2.2 ซม.)

ขอบด้านบนของตัวเครื่อง เป็นตำแหน่งของปุ่มเปิด/ปิดเพียงปุ่มเดียว และขอบด้านขวาของเครื่องเป็นตำแหน่งของช่องเสียบ SD Card (เดี๋ยวจะอธิบายต่อไปว่าทำไมจึงต้องมี SD Card), พอร์ท USB และช่องเสียบหูฟังครับ

ในส่วนของเสารับสัญญาณดาวเทียม GPS นั้น มีลักษณะเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมขนาดค่อนข้างโตทีเดียว ซึ่งปกติแล้ว เสารับสัญญาณดาวเทียม GPS ควรกางออกมาให้ขนานกับพื้นโลกในขณะใช้งานจริง ซึ่งเจ้า Garmin nüvi 310 นี้ก็รองรับการใช้งานในเกือบทุกมิติครับ นั่นก็คือมันสามารถกางขึ้นไปได้สุดถึง 180 องศา ในกรณีที่มีการวางเครื่องราบขนานกับพื้นโลก นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังมีการรองรับเสาอากศภายนอก (ขายแยกต่างหาก) เพื่อการรับสัญญาณที่ดียิ่งขึ้น โดยสายสัญญาณของเสาอากาศภายนอก ก็สามารถมาเสียบเข้ากับแจ็คสีทองของเสารับสัญญาณบนตัวเครื่องได้เลยโดยตรงครับ

Suction Cup

ในกล่อง ทาง Garmin ก็ได้ให้อุปกรณ์ในการยึดติดกับรถยนต์มาด้วย ซึ่งมีลักษณะเป็นแผ่นสูญญากาศดูดติดกับกระจก (suction cup) พร้อมฐานล็อคตัวเครื่อง และช่องเสียบสายไฟ ซึ่งอาศัยไฟเลี้ยงจากช่องจุดบุหรี่ในรถยนต์ (12V) ที่เป็นมาตรฐานของรถยนต์ทั่วไปในปัจจุบัน

Installations

การติดตั้ง Garmin nüvi 310 เข้ากับรถยนต์ก็สามารถทำได้ง่ายมากๆ ครับ เพียงแค่นำเอาแท่นสูญญากาศพร้อมฐานล็อคตัวเครื่อง มายึดกับกับกระจกหน้ารถ (ในตำแหน่งที่คนขับสามารถมองเห็นหน้าจอได้อย่างชัดเจน และ ไม่บังทัศนวิสัยในการขับขี่) เดินสายไฟไปเสียบเข้ากับที่จุดบุหรี่ของรถยนต์ เก็บสายให้เรียบร้อย ก็เสร็จพิธี พร้อมออกเดินทางและใช้งานได้เลยทันทีครับ (หากไม่เสียบสายไฟ ตัวเครื่องเองก็มีแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้นานประมาณ 4 ชั่วโมงต่อเนื่อง จากนั้นต้องทำการชาร์จไฟผ่านทางที่จุดบุหรี่ หรือจะนำลงมาชาร์จผ่านพอร์ท USB ก็ได้)

เมื่อใช้งานจริงบนท้องถนน หน้าจอจะแสดงสีและแผนที่ของถนนได้อย่างชัดเจน หรือจะตั้งให้มีการพูดออกเสียงเมื่อถึงตำแหน่งที่ต้องเลี้ยว, ชิดซ้าย/ชิดขวา, ฯลฯ รับประกันว่าไม่หลงทางอย่างแน่นอน

Drive !!

การใช้งาน Garmin nüvi 310 นั้น สามารถทำความเข้าใจและใช้งานได้ไม่ยากเลยครับ สำหรับมือใหม่ที่ไม่เคยใช้อุปกรณ์ GPS มาก่อน แค่ลองมั่วๆ จิ้มๆ ดูไม่กี่ที ก็ใช้เป็นแล้วล่ะครับ ... ภาพซ้ายเป็นเมนูหลักของตัวเครื่อง ซึ่งสังเกตว่า ทาง Garmin จะใช้ปุ่มขนาดค่อนข้างใหญ่ เพื่อความง่ายในการใช้นิ้วกดสัมผัสนั่นเองครับ โดยปุ่ม Where to? ก็จะเป็นปุ่มที่ใช้เวลาเราต้องการจะให้ตัวเครื่องนำทางเราไปที่ใดที่หนึ่ง ซึ่งเมื่อกดแล้ว ก็จะเจอเมนูตามภาพขวา

ผมขออนุญาตยกตัวอย่างง่ายๆ ในการใช้ฟังก์ชัน ค้นหา สถานที่ที่ผมต้องการจะไป (สมมติว่าผมจะไปพันธุ์ทิพย์ละกัน) เพียงแค่เลือก Where to? และ Spell Name จากนั้นผมก็จิ้มหน้าจอ สะกดคำว่า Pantip Plaza ครับ ตัวเครื่องก็จะแสดงผลการค้นหาออกมาอย่างที่เห็นเลย (รู้จัก Pantip Plaza 2 ที่งามวงศ์วานด้วย)

กดเลือกสถานที่ที่เราต้องการจะไป จากนั้นจะมีที่อยู่ของสถานที่นั้นๆ ขึ้นมายืนยันความถูกต้อง ถ้าตรวจสอบดีแล้ว ก็จิ้มปุ่ม Go! เพื่อให้ตัวเครื่องนำทางไปได้เลยครับ โดยหลังจากขั้นตอนนี้ เราก็แค่ขับรถไปตามเส้นทางที่แผนที่แนะนำครับ

เมื่อขับขี่จริงบนท้องถนน ตัวแผนที่ก็จะขยับตามตำแหน่งที่เราขับขี่ไปชนิด real-time ครับ และมีลูกศรพร้อมเส้นสีม่วงบ่งบอกเส้นทางที่ตัวเครื่องแนะนำ ซึ่งเมื่อใกล้ตำแหน่งที่จะต้องเลี้ยว หรือ ชิดซ้าย/ชิดขวา แล้ว ตัวเครื่องก็จะส่งเสียง ป๊องง !!! เพื่อให้เราสังเกต หรือถ้าตั้งไว้ให้เครื่องพูดนำทาง ก็จะได้ยินเสียงพูดด้วย (เช่น in 300 metres, keep left เป็นต้น) ง่ายดีจริงๆ ใช่มั้ยครับ

แต่ถ้าเราเกิดบังเอิญไปเจอเส้นทางที่รถติดเข้า อยากจะขับออกนอกเส้นทางที่เครื่องแนะนำ ก็ไม่มีปัญหาครับ เพราะถ้าตัวเครื่องจับได้ว่า เราขับออกนอกเส้นทางที่แนะนำไว้ (เส้นสีม่วง) ตัวเครื่องจะทำการคำนวนเส้นทางใหม่ให้ทันทีโดยอัตโนมัติ

                  นี่คือตัวอย่างแรกของการใช้งานเครื่อง Garmin nüvi 310 อุปกรณ์นำทางอัจฉริยะ แบบง่ายๆ ครับ ซึ่งอุปกรณ์นำทางตัวนี้ จะช่วยให้การขับขี่ไปสถานที่ใดๆ ก็ตามมีความง่ายดายมากขึ้นกว่าเดิม ไม่ต้องกลัวหลงทาง แม้ว่าจะไม่เคยไปสถานที่นั้นๆ มาก่อนก็ตาม โดยเจ้าเครื่อง Garmin nüvi 310 ก็จะพาเราไปสถานที่นั้นๆ ได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ โดยอาศัยเส้นทางที่ดีที่สุดสำหรับการขับขี่รถยนต์ ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ใดก็ตาม ซึ่งผมเชื่อว่า ผู้ขับขี่รถยนต์ส่วนมาก ต้องชื่นชอบกับความเก่งกาจของอุปกรณ์นำทางอัจฉริยะอย่างแน่นอนครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่ต้องเดินทางไปสถานที่ต่างๆ อยู่เป็นประจำ และประสบปัญหา ไม่รู้ทาง ขับแล้วหลงทาง เลี้ยวซ้ายในช่องทางห้ามเลี้ยว จนถูกตำรวจจับ (เพราะในฐานข้อมูลแผนที่ ได้มีบันทึกเส้นทางไว้ว่า ถนนเส้นไหน สามารถเลี้ยวซ้าย/เลี้ยวขวาได้ หรือเส้นไหนเป็นวันเวย์ เครื่องก็รู้จักหมดครับ ไม่นำเรามั่วซั่วให้ตำรวจซิว) ... ซึ่งความเก่งกาจของ Garmin nüvi 310 ไม่ได้มีเท่านี้นะครับ เดี๋ยวผมจะพาไปดูต่อว่า มันสามารถทำอะไรได้บ้าง

Food

หิว !!! กินอะไร ... กินอะไร ... กินอะไร ... ไม่ยากครับ เพราะในฐานข้อมูลของ Garmin nüvi 310 นั้น มีร้านอาหารชื่อดังอยู่จำนวนมาก แค่กดค้นหา เลือกหมวด Food ตัวเครื่องละทำการลิสต์รายชื่อร้านอาหารในละแวกใกล้เคียงออกมาทันที หรือจะทำการค้นหาร้านอาหารที่เรารู้จักชื่ออยู่แล้ว ให้มันช่วยนำทางไปยังร้านนั้นๆ ก็ทำได้โดยง่าย ไม่มีปัญหาเช่นกัน ;)

Lodging

นอนไหนดี ... ฐานข้อมูลของโรงแรมที่พักก็มีเช่นกันครับ ทั้งโรงแรมระดับห้าดาว ไล่ไปถึงระดับม่านรูด (ในกรณีที่เราทราบกันดี) โดยสถานที่ชื่อดังบางแห่ง ก็มีฐานข้อมูลของหมายเลขโทรศัพท์ให้ด้วย (เผื่อไว้ในกรณีที่ต้องติดต่อจองห้องพักก่อนไงล่ะครับ)

Transportation

อีกหนึ่งหมวดครับ กับหมวด Transportation หรือช่องทางคมนาคม ซึ่งในฐานข้อมูลก็มีครบทั้งท่ารถ ท่าเรือ ไปจนถึงท่าอากาศยาน และที่สำคัญก็คือ ทาง ESRI (บริษัทนำเข้าเครื่อง Garmin และผู้จัดทำแผนที่) เพิ่งจะทำการอัพเดทแผนที่เวอร์ชันใหม่ ที่ได้เพิ่มเอาแผงผังของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเข้าไปแล้วด้วย

แผงผังการเดินรถเข้าไปยังอาคารผู้โดยสารของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งมั่นใจได้ว่า เจ้าเครื่อง Garmin nüvi 310 นี้จะพาเราไปถึงตัวอาคารผู้โดยสารได้เลยล่ะครับ นอกจากนี้ ทาง ESRI ยังได้มีการอัพเดทแผนที่ในเส้นทางใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องครับ อย่างเวอร์ชันล่าสุดที่นอกเหนือจะมีท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแล้ว ยังมีในส่วนของสะพานวงแหวนอุตสาหกรรม ที่เพิ่งเปิดใช้งาน และยังมีบริษัท ห้างร้านใหม่ๆ ที่เพิ่งเปิดทำการในปีล่าสุดในฐานข้อมูลด้วย

Navigating ...

ต้องเรียนตามตรงว่า ณ วันที่เขียน ผมได้ใช้เครื่อง Garmin nüvi 310 นี้มานานกว่า 3-4 เดือนแล้ว จึงมีโอกาสได้สัมผัสถึงประสบการณ์ในการใช้งานเครื่องรับสัญญาณ GPS ในรถยนต์พอสมควร (แต่ที่เพิ่งนำมาให้ชมกัน ก็เพราะว่าทาง ESRI เพิ่งอัพเดทแผนที่เวอร์ชันใหม่ เลยถือโอกาสหยิบมาทำการทดสอบให้เพื่อนสมาชิกดูกันซะเลย) ต้องบอกเลยครับว่า ผมค่อนข้างพอใจกับระบบการนำทางของตัวเครื่อง Garmin nüvi 310 ตัวนี้มาก ทั้งในเรื่องของความละเอียดและแม่นยำ และในส่วนของแผนที่เองก็มีการเก็บรายละเอียดได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งในจุดที่เลี้ยวได้ ลัดได้ ซึ่งช่วยประหยัดเวลาไปไม่น้อยครับ

76 Provinces Covered

การเดินทางไปต่างจังหวัด คงเป็นอะไรที่คุ้มค่ามากสำหรับการใช้งานอุปกรณ์นำทางอัจฉริยะครับ เพราะเราคงไม่มีความคุ้นเคยกับทางหลวงหมายเลขต่างๆ มากมาย และก็คงไม่มีความคุ้นเคยถึงแผนที่ในตัวเมืองของจังหวัดที่เราไม่ได้อาศัยอยู่ ซึ่งงานนี้ Garmin nüvi 310 จะเป็นพระเอกช่วยเราเลยล่ะครับ ไม่ว่าจะเป็นการนำทางไปยังโรงแรม (ใช่ครับ ถึงจะเป็นต่างจังหวัด แต่ก็มีข้อมูลครบถ้วน) หรือบริษัทห้างร้านต่างๆ

แผนที่เวอร์ชันล่าสุด (Thailand City Navigator v7.0) ได้มีการเพิ่มแผนที่และชื่อของงานมหกรรมพืชสวนโลก ราชพฤกษ์ 2549 ที่จังหวัดเชียงใหม่เข้าไปด้วยครับ (Royal Flora Expo 2006)

Smart Search Engine

ความสามารถในการค้นหาของตัวเครื่อง อยู่ในระดับยอดเยี่ยมครับ โดยเราสามารถค้นหาส่วนใดส่วนหนึ่งของชื่อสถานที่ได้ ยกตัวอย่างเช่นผมค้นหาคำว่า Slim ก็จะไปพบสถานที่ที่มีคำว่า Muslim ด้วย

Custom Positioning

และในสถานที่ที่ไม่มีอยู่ในฐานข้อมูล แต่เราต้องการจะบันทึกสถานที่นั้นไว้ ก็สามารถทำการบันทึกได้เช่นกันครับ โดยอาจจะทำการขับรถไปยังสถานที่นั้นจริงๆ และให้ตัวเครื่องบันทึกตำแหน่งเอาไว้ หรือเราจะทำการใส่ค่าพิกัด (ละติจูด, ลองจิจูด ถ้าทราบ) เข้าไปเลยก็ได้ จากนั้นก็บันทึกเป็นชื่อสถานที่ที่เราต้องการเป็นอันเสร็จสิ้นครับ คราวนี้ ในวันหลังเราก็สามารถให้เครื่องนำทางไปยังสถานที่นี้ได้แล้ว ไม่ยากเลย

Statistics

ตัวเครื่อง สามารถเก็บสถิติ ในการขับขี่ได้ด้วยครับ โดยมันสามารถแสดงความเร็วปัจจุบันที่ขับขี่อยู่, ค่าความเร็วเฉลี่ย, เวลาที่รถเคลื่อน, เวลาที่รถหยุดนิ่ง รวมถึงความเร็วสูงสุด ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถทำการ reset เมื่อไหร่ก็ได้ ตามแต่สถานการณ์ที่เราจะทำการเก็บข้อมูลครับ

Path

เมื่อกำหนดสถานที่ปลายทางแล้ว เราสามารถกดดูได้ด้วยครับ ว่าเส้นทางที่ตัวเครื่องแนะนำนั้น เป็นอย่างไรบ้าง โดยในโหมด path นั้น จะมีการระบุว่า ในอีกกี่เมตร จะต้องเลี้ยวซ็าย หรือเลี้ยวขวา ที่ถนนอะไร เป็นต้น

Expressway

หรือถ้าเส้นทางไหน ขึ้นทางด่วนสะดวก และรวดเร็วกว่า ตัวเครื่องก็จะแนะนำให้ขึ้นทางด่วนยังจุดจ่ายเงินเพื่อขึ้นทางพิเศษอย่างแม่นยำเช่นกันครับ ซึ่งเมื่อขึ้นทางด่วนแล้ว เครื่องก็จะระบุชัดเจนว่าให้เราชิดซ้าย หรือ ชิดขวาที่ตำแหน่งไหน และให้ลงทางด่วนที่ถนนอะไร ในอีกกี่เมตร

Circle - Wong Wian Yai

ในส่วนของวงเวียนต่างๆ ก็ไม่มีปัญหาครับ ในภาพตัวอย่างนี้คือวงเวียนใหญ่ ฝั่งธนบุรี ซึ่งมันสามารถบอกได้อย่างละอียดเลยล่ะครับ

Bluetooth - Hands-Free Calls

มาดูฟีเจอร์อื่นๆ ที่นอกเนหือจากการเป็นอุปกรณ์นำทางของเจ้า Garmin nüvi 310 กันบ้างครับ ซึ่งอีกหนึ่งฟีเจอร์เด็ดของมันเลยก็คือ การเป็นอุปกรณ์ hands-free ให้กับโทรศัพท์มือถือ (ที่รองรับ Bluetooth) นั่นเองครับ เพราะว่าเจ้า Garmin nüvi 310 นั้น มีลำโพงและไมโครโฟนฝังติดตัวมาอยู่แล้ว หลังจากทำการจับคู่ (pair) เจ้า nüvi 310 เข้ากับโทรศัพท์มือถือแล้ว พอมีสายเรียกเข้า ตัวเครื่องจะทำการรับสายให้อัตโนมัติและเราก็ทำการสนทนาได้เลยทันที โดยที่ไม่ต้องไปหยิบตัวโทรศัพท์มือถือเลยครับ นอกจากนี้มันยังสามารถใช้ในการโทรออก แทนตัวโทรศัพท์มือถือเได้อีกด้วย และในกรณีที่เราต้องการความเป็นส่วนตัว ไม่อยากให้คนในรถได้ยินเสียงของคู่สนทนา (ไม่ว่าจะเป็นชู้ หรือ กิ๊กเก่าก็ตาม) ก็สามารถเลือกให้โอนเสียงสนทนากลับมาที่โทรศัพท์มือถือได้เช่นกันครับ (ก่อนที่จะโดนหยิกซะก่อน)

Travel Kit

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ติดมากับ nüvi 310 ก็คือชุดที่เรียกว่า Travel Kit ครับ ซึ่งเป็นเมนูที่รวมฟังก์ชันสำหรับผู้เดินทางเอาไว้อย่างครบถ้วนจริงๆ ไปดูกันดีกว่าว่ามันประกอบไปด้วยอะไรบ้าง

Language Guide

เมนูแรกครับ Language Guide เป็นพจนานุกรมหลากหลายภาษา ซึ่งเราสามารถเลือกได้ว่า จะแปลงภาษาอะไรเป็นภาษาอะไรได้ตามใจชอบครับ (ส่วนมากก็จะเป็นภาษาเยอรมัน ฝรั่งเศส อิตาลี ฯลฯ)

MP3 Player, Picture Viewer

เนื่องจากเจ้า nüvi 310 มีลำโพงฝังติดตัวมา ดังนั้นการที่มันจะเล่นเพลง MP3 ได้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกครับ และนี่คืออีกหนึ่งเหตุผลที่ตัวเครื่อง nüvi 310 มีช่องเสียบ SD Card มาให้ด้วย สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการฟังเพลง (แต่ลำโพงน่ะ เสียงไม่ดีเท่าไหร่ แล้วถ้าฟังในรถอยู่แล้ว ใช้ลำโพง รถยนต์ เจ๋งกว่าเยอะ เหมาะสำหรับผู้เดินทาง เสียบหูฟังเอามากกว่าครับ) ส่วนภาพขวาเป็นฟีเจอร์สำหรับดูภาพที่อยู่ใน memory (อาจจะถ่ายภาพจากกล้องดิจิตอลอยู่ใน SD Card และนำมาเปิดดู เป็นต้น)

World Clock, World Map

นาฬิการอบโลกครับ ต้องบอกก่อนว่าเจ้าเครื่องรับสัญญาณ GPS นี้ ไม่มีเมนูให้ตั้งเวลา และวันที่นะครับ เพราะข้อมูลจากดาวเทียม GPS สามารถบอกได้ทุกอย่างอยู่แล้ว และแน่นอนครับ เวลาที่ได้มาจากสัญญาณดาวเทียม GPS จะมีความแม่นยำสูงมาก ดังนั้นทุกครั้งที่ตัวเครื่องรับสัญญาณดาวเทียม GPS ได้ ก็จะมีการตรวจสอบเวลา และ วันที่ให้ถูกต้องแม่นยำอยู่ตลอดเวลา

Currency Converter, Calculator

ยังไม่พอครับ เพราะเจ้า nüvi 310 ยังทำหน้าที่เป็นเครื่องคิดเลข เครื่องคำนวนและแปลงหน่วยต่างๆ รวมถึงแปลงอัตราแลกปลี่ยนเงินตราต่างประเทศครับ (ต้องใส่อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันด้วยตัวเองก่อน ไม่สามารถทำการอัพเดทกับฐานข้อมูลจริงโดยอัตโนมัติได้นะครับ)

Compatible with PC

                  ลืมบอกไปครับ ว่าตัวเครื่อง nüvi 310 นั้นสามารถทำการเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านทางสาย USB ได้ตามปกติ โดยไม่ต้องอาศัยไดรเวอร์แต่อย่างใด เครื่องคอมพิวเตอร์จะมองเห็นเจ้า nüvi 310 เป็นสองไดร์ฟด้วยกัน คือไดร์ฟแรกเป็น internal memory ของตัวเครื่อง nüvi 310 เอง (มีความจุประมาณ 415 MB ซึ่งก็เป็นไฟล์ซิสเต็มพร้อมแผนที่ประเทศไทยที่บรรจุมาแล้ว ไปประมาณ 128MB) และส่วนที่สองคือไดร์ฟของหน่วยความจำ SD Card ที่เราสามารถบรรจุไฟล์เพลง, ภาพ รวมไปถึงไฟล์ฐานข้อมูลแผนที่ลงไปได้ด้วยครับ

                  การเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์นั้น ยังสามารถใช้ในการโหลดเวย์พอยท์ (waypoint) เพื่อไปเปิดในโปรแกรมแสดงแผนที่ของเครื่องคอมพิวเตอร์ได้อีกด้วยครับ นั่นหมายความว่า เราสามารถใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ดูแผนที่จากฐานข้อมูลของตัวเครื่อง nüvi 310 พร้อมโหลด waypoint ต่างๆ ที่เรากำหนดไว้ได้เลยด้วย... ยังไม่พอแค่นั้น สำหรับคนที่คุ้นเคยกับโปรแกรม Google Earth ที่น่าจะสนุกสนานกับการเล่นแผนที่ของภาพถ่ายทางอากาศ ... เราสามารถนำพิกัดที่เห็นจากโปรแกรม Google Earth (ที่มีค่าพิกัดเป็นละติจูด, ลองจิจูด) มาใส่ในเครื่อง nüvi 310 เพื่อให้ตัวเครื่องนำทางไปสถานที่นั้นๆ ได้อีกด้วยครับ เป็นอีกหนึ่งฟังก์ชันที่ผมได้ใช้และรู้สึกได้เลยว่า มันสะดวกต่อการใช้งานจริงๆ

                  ที่แนะนำมาทั้งหมดด้านบน ก็เป็นฟังก์ชันพื้นฐานที่ติดมากับตัวเครื่อง nüvi 310 ครับ ซึ่งในการใช้งานจริง อาจมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ผมนำมาพูดถึงไม่ครบถ้วนอีกพอสมควร แต่ผมก็หวังว่า หลายๆ ท่านน่าจะเห็นภาพรวมของเจ้าอุปกรณ์นำทางอัจฉริยะ ที่เหมาะจะเป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับรถยนต์เป็นอย่างยิ่ง ที่ใครได้ใช้แล้วคงจะติดใจครับ ... ก่อนที่จะไปถึงบทสรุปจากการใช้งานและการทดสอบ Garmin nüvi 310 นั้น ผมอยากแนะนำให้ทุกท่านรู้จักกับคำว่า GPS มากขึ้นซักเล็กน้อยก่อนครับ

GPS: Global Positioning System

                  จีพีเอส เป็นระบบการระบุตำแหน่งเป็นพิกัด โดยปัจจุบัน มีดาวเทียมที่ขช่วยในการระบุตำแหน่ง GPS โคจรอยู่รอบโลกทั้งสิ้น 30 ดวง (ตามภาพด้านบน) ซึ่งดาวเทียม GPS แต่ละดวง จะมีวงโคจรที่แน่นอนเป็นของตนเอง ดังนั้น เมื่อเรามีเครื่องรับสัญญาณ GPS อยู่บนพื้นโลก เครื่องรับสัญญาณนี้ ก็จะสามารถรับสัญญาณดาวเทียม GPS ได้อย่างน้อยประมาณ 3-4 ดวง (ยิ่งรับได้มากดวงเท่าไหร่ ค่าพิกัดที่ได้ ยิ่งมีความแม่นยำสูงขึ้นเท่านั้น) และทำการคำนวนค่าพิกัดที่แท้จริงบนพื้นโลกออกมาในลักษณะของละติจูด, ลองจิจูด จากนั้นจึงนำค่าพิกัดมาใช้ในการคำนวนในการใช้งานรูปแบบต่างๆ ต่อไป

GPS in Automotive Navigation

                  การระบุตำแหน่งผ่านทางดาวเทียม GPS นั้น ถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายในวงการต่างๆ ทั้งทางการทหาร, การระบุตำแหน่งของเรือเดินสมุทร, การเซอร์เวย์พื้นที่ใหม่ๆ ที่ยังไม่มีในแผนที่, ฯลฯ แต่เรื่องที่เราสนใจวันนี้ คือการใช้สัญญาณดาวเทียม GPS มาช่วยในการ "นำทาง" ของรถยนต์ครับ

                  ในหลายๆ ประเทศ อุปกรณ์นำทาง GPS ในรถยนต์นั้น ได้รับความนิยม และแพร่หลายจนเป็นเรื่องธรรมดาบนท้องถนนไปแล้ว แต่ในประเทศไทยบ้านเรานั้น ยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก และยังเป็นเรื่องที่มีผู้ให้ความสนใจเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์บางรุ่น บางยี่ห้อ เริ่มมีการฝังเอาอุปกรณ์รับสัญญาณ GPS เข้าไปให้เห็นบ้างแล้ว ตัวอย่างที่ชัดเจนก็คือ โตโยต้า คัมรี่ (Toyota Camry) ที่มีการฝังเอาเครื่องรับสัญญาณ GPS พร้อมแผนที่ประเทศไทย และหน้าจอพร้อมหน่วยประมวลผลในการช่วยนำทาง และออกเสียงให้กับผู้ที่กำลังขับรถได้อย่างแม่นยำ โดยฝังมากับคัมรี่รุ่นใหม่ๆ และเป็นออพชันเสริมราคาแพง ที่ทำให้โตโยต้าสามารถจำหน่ายรถยนต์รุ่นดังกล่าวในราคาที่สูงขึ้นได้ครับ

                  อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับรถยนต์รุ่นที่ไม่มีการฝังเอาอุปกรณ์นำทาง GPS มาให้กับรถยนต์ ก้คือการเลือกซื้อโมดูลเครื่องรับสัญญาณ GPS แยกต่างหาก และนำมาติดตั้งในรถยนต์ด้วยตนเอง เหมือนกับการซื้อเครื่อง Garmin nüvi 310 มาติดตั้งนี่เองครับ

Conclusion

                  Garmin nüvi 310 เป็นอุปกรณ์นำทางอัจฉิยะรุ่นที่น่าจะเหมาะกับการติดตั้งในรถยนต์ที่สุดในปัจจุบันครับ ทั้งในเรื่องของการออกแบบเพื่อติดตั้งในรถยนต์โดยเฉพาะ และในเรื่องของฟีเจอร์ ที่ครบถ้วนกับการเป็นอุปกรณ์นำทาง แถมยังมีฟีเจอร์น้ำจิ้มติดตัวมามากมาย และยังเป็นอุปกรณ์ hands-free ของโทรศัพท์มือถือได้อีกด้วยครับ

                  เรื่องที่ผมอยากจะเพิ่มเติมก็คือ ในส่วนของแผนที่ประเทศไทยที่ติดมากับเครื่องรับสัญญาณ GPS ยี่ห้อ Garmin ที่ทางบริษัท ESRI (ประเทศไทย) จำกัด พัฒนาขึ้นนั้น จัดได้ว่าเป็นแผนที่ประเทศไทยสำหรับเครื่องรับสัญญาณ GPS ที่สมบูรณ์ที่สุดในปัจจุบันครับ โดยเครื่องรับสัญญาณดาวเทียม GPS ยี่ห้อ Garmin ที่วางขายในประเทศไทย และจัดจำหน่ายโดย ESRI จะมีแผนที่ประเทศไทยนี้ติดมาให้กับตัวเครื่องทุกรุ่น พร้อมบริการอัพเกรดแผนที่ฟรี (ในระยะเวลาที่กำหนด) จึงน่าจะเป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่ใช้งานอุปกรณ์นำทางอัจฉริยะทั้งหลายได้เป็นอย่างดี เพราะอุปกรณ์นำทางจะทำงานได้ดีเท่าไหร่ ย่อมขึ้นอยู่กับความละเอียด และความสมบูรณ์ของตัวแผนที่ ที่ประกอบไปด้วยฐานข้อมูลสถานที่ต่างๆ มากมายนั่นเองครับ ... ที่สำคัญก็คือ ปัจจุบันทาง ESRI ได้มีการพัฒนาให้เครื่องรับสัญญาณ GPS เกือบทุกรุ่นที่ ESRI จำหน่าย รองรับภาษาไทยด้วย ซึ่งตัวเมนูทั้งหมด รวมไปถึงชื่อสถานที่ของฐานข้อมูลในแผนที่ จะเป็นภาษาไทยล้วนๆ ครับ (เครื่องที่ผมทำการทดสอบ ได้มาตั้งแต่ ESRI ยังไม่ได้พัฒนาเจ้า nüvi 310 ให้รองรับภาษาไทย แต่ปัจจุบันที่วางขาย เป็นภาษาไทยหมดแล้ว) และที่โดนใจมากลยก็คือ เสียงพูดนำทางของเครื่องรับเวอร์ชันภาษาไทย ก็พูดเป็นภาษาไทยด้วยนะครับ ... (ป๊องงงง... อีก.. สาม... ร้อย.. เมตร... เลี้ยว... ซ้าย...) ส่วนใครไม่ชอบ ก็สามารถปรับเสียงเป็นเวอร์ชันฝรั่ง ได้สำเนียงอินเตอร์ตามปกติครับ

                  พูดถึงเรื่องดีมาก็เยอะ แน่นอนครับ ว่ามันต้องมีข้อจำกัดของอุปกรณ์เช่นกัน อันดับแรกเลยก็คือ เนื่องจากตัวเครื่องรับสัญญาณ GPS นี้ ต้องอาศัยข้อมูลจากดาวเทียม GPS ที่โคจรอยู่บนฟ้า ดังนั้น ตัวเครื่องจะไม่สามารถใช้งานในสถานที่ที่อับสัญญาณได้ เช่นในอาคารที่จอดรถ (แน่นอนว่า เราคงไม่หลงทางในที่จอดรถ) หรือถ้าเป็นถนนเส้นที่ค่อนข้างอับสัญญาณ (มองไม่เห็นท้องฟ้า) เช่นใต้ทางด่วน หรือในอุโมงค์ ก็อาจส่งผลให้มีอาการเพี้ยนของเส้นทางขณะนั้นบ้างเล็กน้อย แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรมากมายครับ .. นอกจากนี้ ข้อจำกัดทางด้านแผนที่ ซึ่งค่อนข้างที่จะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และมีรายละเอียดค่อนข้างมาก ถึงวันนี้ก็ยังบอกได้ครับ ว่าตัวแผนที่ของ ESRI เองในบางจุดยังไม่มีความสมบูรณ์ 100% นัก (เช่น ตรอกซอกซอยในบางจุด) ซึ่งก็จะส่งผลให้การนำทางของตัวเครื่องมีความผิดพลาดได้บ้างเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้เป็นปัญหาที่ผมพบได้น้อยครั้งมากๆ ครับ และน่าจะค่อยๆ หมดไปเมื่อตัวแผนที่มีความสมบูรณ์มากขึ้นไปเรื่อยๆ แต่ถึงตอนนี้ ผมก็ต้องขอชมทาง ESRI ว่าตัวแผนที่มีความละเอียดดีมากแล้วครับ (รู้จักแม้กระทั่งชื่อซอยในหมู่บ้านต่างๆ ด้วยซ้ำ)

                  ในส่วนของอุปกรณ์นำทางอัจฉริยะที่นำมาใช้ในรถยนต์นั้น ผมฟันธงได้เลยว่า มันจะได้รับความนิยมและแพร่หลายในอนาคตอันใกล้อย่างแน่นอน ซึ่งปัจจุบันความสมบูรณ์ของแผนที่ก็มีมากขึ้น และราคาค่าตัวของเครื่องรับสัญญาณ GPS ก็เริ่มอยู่ในระดับที่พอซื้อหามาใช้กันได้แล้ว ซึ่งในอนาคต อุปกรณ์นำทางอัจฉริยะเหล่านี้ น่าจะเป็นออพชันหนึ่งสำหรับรถยนต์จนกลายเป็นเรื่องธรรมดาไป (อย่างที่บางประเทศเป็นอยู่ในขณะนี้) ใครที่คิดว่าตัวเองได้ประโยชน์จากอุปกรณ์ประเภทนี้ ก็สามารถไปซื้อหามาใช้กันได้ครับ แต่ถ้าใครได้แต่เดินทางในเส้นทางเดิมๆ ซ้ำๆ (เช่นแปดโมงเช้าไปที่ทำงาน หกโมงเย็นก็ขับรถกลับบ้าน วนเวียนไปมาอยู่แค่นี้) ก็คงไม่จำเป็นต้องเสียเงินไปซื้อหามาใช้ให้เปลืองเงินหรอกครับ เว้นแต่ว่า จะมีเงินเหลือกินเหลือใช้ จะซื้อมาประดับรถเป็นของเล่นไว้ก็ไม่ว่ากัน และส่งท้ายวันนี้ ก็เช่นเคยครับ ติดตามเรื่องราวดีๆ จากโอเวอร์คล๊อกโซนได้ทุกวันผ่านทางหน้าเว็บนะครับ เรามีเทคโนโลยีใหม่ๆ อุปกรณ์ไอทีที่น่าสนใจ มานำเสนอกันอย่างต่อเนื่อง ไม่อยากพลาด ไม่อยากตกเทรนด์ อย่าลืมแวะมาชมนะครับ แล้วพบกันโอกาหน้าครับ สวัสดีครับ ;)


 


This website optimize resolution best view for 800 x 600
Contact : Webmaster | Link : เวบเก่าคลิกที่นี่