Home | Help
Home
Mail to Ocz
Help

           สวัสดีกันอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่เงียบหายไปนานสองนาน ก็ไม่ใช่เพราะอะไรหรอกครับ เหตุผลดั้งเดิม ติดสอบนั่นเอง คิดว่าตอนนี้เพื่อนๆ นักเรียน นักศึกษา ก็คงจะสอบเสร็จ ปิดเทอมกันหมดแล้ว (ยกเว้นพวกรอเอนทรานซ์ และพวกเอนท์ใหม่?) ... ผู้อาวุโส เอ๊ย วัยทำงานทั้งหลายก็คงจะคิดในใจ ปิดเทอมอะไรวะ... ไม่รู้จัก 555 เอาเป็นว่าเป็นช่วงเวลาที่เด็กๆ เค้าว่างกัน มีเวลาทำเรื่องไร้สาระ จับโน่นเผานี่ได้ตามใจชอบก็ละกันนะ เวลาก็เป็นใจจริงๆ ครับ สอบเสร็จปุ๊บ ก็มีของเล่นใหม่ๆ มาทันที เมื่อคืนเอามาโชว์กันไปแล้ว สำหรับซีพียู AMD Athlon 64 วันนี้ก็ถึงคิวของการทดสอบบ้างล่ะ จะแรงสมใจแฟนๆ AMD แค่ไหน ได้รู้กัน...

           ก่อนเริ่ม เรามารู้จักกับ AMD Athlon64 กันก่อนดีกว่า.... ดีมั้ย? ความใหม่สดของ AMD Athlon64 นั้น อาจทำให้แฟนๆ AMD ผิดหวังไปเปลาะแรก นั่นก็คือ AMD ตัดสินใจเปลี่ยน socket มาเป็น socket ใหม่ จากเดิม socket 462 หรือที่เรารู้จักกันในนาม socket A ที่อยู่คู่ฟ้า อมตะนิรันดร์การ มากับซีพียู AMD ตั้งแต่สมัยพ่อขุนราม ตัวแรกที่ออกมานั้นเป็น AMD Duron คอร์ Spitfire ความเร็ว 600 MHz และตั้งแต่นั้นมา AMD ไม่ละทิ้ง user โดยการออกซีพียูที่ใช้ socket A ล้วนๆ ไม่ว่าจะเป็น Duron Morgan, Athlon Thunderbird, Athlon XP Palomino, Thoroughbred, Barton, Duron Applebred, Thorton ตามลำดับ เรียกได้ว่าเมนบอร์ดเก่าๆ ยังเอามาใช้กับซีพียูใหม่ๆ ได้หลายตัวเลย (ถึงจะไม่ครบทุกตัวก็ตาม ด้วยปัญหาทางด้านการรองรับของชิพเซ็ต) อย่างไรก็ดี การตัดสินใจเปลี่ยน socket ของ AMD ครั้งนี้ ไม่ได้"เปลี่ยนเฉยๆ"เหมือนกับคู่แข่งอย่าง Intel ที่ทำการ"เปลี่ยนเฉยๆ"จาก 423 pin มาเป็น 478 pin ทำให้คนซื้อ socket 423 ตอนแรกถึงกับด่าพ่อล่อแม่กันเลยทีเดียว... การเปลี่ยน socket ของ AMD ครั้งนี้ ถือเป็นการเปลี่ยนศักราชใหม่ ด้วยพลังของ 64-bit processor ที่สามารถทำงานกับ application ต่างๆ ได้ทั้ง 64-bit และ 32-bit ในตัวเดียวกัน โดย socket ใหม่นั้น คือ socket 754 สำหรับ AMD Athlon64 และ socket 940 สำหรับ AMD Athlon64 FX และ AMD Opteron

           สถาปัตยกรรมของ AMD64 processor นั้น ยังคงโดดเด่นกว่าคู่แข่งในเรื่องของ IPC หรือ instructions per clock อยู่ นั่นคือในความเร็วสัญญาณนาฬิกาเท่ากัน ซีพียูของ AMD จะทำงานได้มากคำสั่งกว่า แต่ที่เหนือกว่าจริงๆ นั้นก็คือ รองรับระบบปฏิบัติการ 64-bit อย่างเต็มรูปแบบ และยังทำงานกับ appliction ของ 32-bit ไปได้พร้อมๆกับ 64-bit ด้วย ที่เพิ่มมาจากเดิมยังมีในเรื่องของ physical address ที่ทำให้ระบบรองรับแรมได้สูงถึง 1 terabyte (1,000 GB) จากเดิมที่เป็นข้อจำกัดอยู่ที่ 4GB เท่านั้น ผมจะขอพูดถึงข้อมูลทางด้านเทคนิคของ AMD64 แบบคร่าวๆ ละกันนะครับ เอาเฉพาะในเรื่องที่โดดเด่นขึ้นมาจริงๆ ในตัวชิพซีพียูของ AMD64 นั้นจะรวมเจ้า memory controller เข้าไปในซีพียูเลย (integrated DDR memory controller) จากเดิมที่อยู่กับตัวชิพเซ็ตนอร์ธบริจ การที่รวม memory controller เข้าไปในตัวซีพียู จะส่งผลต่อเรื่องของ memory latency ที่จะต่ำลง ทำให้การทำงานเร็วขึ้นนั่นเอง เดี๋ยวดูในผลการทดสอบ จะให้สังเกตว่า มี chipset อีกตัวฝังอยู่ในซีพียูนะครับ ใจเย็นๆ ... อีกเทคโนโลยีหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ ก็คือ เทคโนโลยี HyperTransport ของ AMD ที่สามารถเพิ่ม I/O bandwidth ทำให้ความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลของ harddisk, USB 2.0 หรือพวกระบบ LAN สูงยิ่งขึ้นอีกด้วย (เป็นการสรุปเทคโนโลยีแบบคร่าวๆ นะครับ ความจริงแล้วแต่ละเทคโนโลยีมีรายละเอียดที่ลึกลงไปอีกมาก ผู้สนใจสามารถเมลล์ขอข้อมูลของ AMD ได้ที่ผมเลย หรือจะหาข้อมูลจาก site ของ AMD เองก็ได้ครับ)

           AMD Athlon64 มีกี่รุ่น?... อาจจะเป็นคำถามที่หลายคนสงสัยอยู่ เนื่องจากอาจรอเก็บเงินซื้อรุ่นถูกๆ มาโอเวอร์คล๊อก (นั่นแน่... ใช้มุขเดิมอีกแล้ว สาวก AMD ทั้งหลาย...) คำตอบอาจทำให้หลายคนผิดหวังพอสมควรครับ ในขณะนี้ AMD ปล่อย Athlon64 ออกมาเพียงความเร็วเดียว นั่นคือ Athlon64 3200+ ทำงานที่ 2GHz ที่ผมจะทำการทดสอบให้ชมในวันนี้ (ในรุ่นของ mobile ที่ใช้กับ notebook นั้นมี 2 ความเร็วคือ 3000+ กับ 3200+) และ AMD ยังมีรุ่นใหญ่ตัวเป้งอีกตัวหนึ่ง นั่นคือ Athlon64 FX (ใช้ socket 940 เหมือน AMD Opteron) ออกมาความเร้วเดียวเช่นกัน ก็คือ Athlon64 FX-51 ทำงานที่ 2.2GHz ราคาแพงบรรลัย... ทั้งสองตัวมีแคช L2 สูงถึง 1MB เลยทีเดียว

           แล้ว AMD Athlon64 ต่างจาก AMD Athlon64 FX อย่างไรกันล่ะ?.... ข้อแรกคือ socket ที่บอกไปแล้ว ว่าเป็นคนละ socket กัน การที่ AMD แยก Athlon64 FX ออกมานั้น เนื่องจาก AMD ต้องการเจาะตลาดกลุ่ม"โคตร power user" หรือตลาดบนมากๆ ข้อแตกต่างทางด้านเทคนิคนั้น คือตัว memory controller ที่ฝังในตัวซีพียู ใน FX-51 จะฝัง memory controller แบบ 128-bit หรือ dual-channel DDR controller ไว้ และยังต้องใช้แรมชนิด Registered เท่านั้น ทำให้ราคาของระบบทั้งชุดยิ่งแพงขึ้นไปอีก ในขณะที่ Athlon64 3200+ นั้นสามารถใช้แรม DDR400 ทั่วๆ ไปได้เลย

           ฟังดูยุ่งวุ่นวาย ปวดหัวไปหมด กับรุ่นต่างๆ ที่ออกมามากมาย กับราคามหาโหด ที่กว่าจะมีความเร็วต่ำๆ ตามมานั้น อาจต้องรอถึงปีหน้า ตอนนี้จะขอพูดถึงเมนบอร์ดที่ออกมารองรับของ Athlon64 นี้ก่อน ปัจจุบันมีชิพเซ็ต 3 ค่ายที่ออกมารองรับกับ Athlon64 นี้ก็คือจาก nVidia ที่ออก nForce3 มา, ค่าย ALI ออกชิพเซ็ต M1687 และจากค่าย VIA ที่ออก K8T800 มารองรับเช่นกัน ส่วนตัวไหนจะดีกว่ากันยังไง จะเจาะลึกกันต่อในตอนต่อไปนะครับ วันนี้ขอทดสอบประสิทธิภาพของ Athlon64 ในเห็นกันไปก่อน โดยมีอาสาสมัครเมนบอร์ดเป็นชุดทดสอบในครั้งนี้จาก....

MSI - Micro Star International ที่ร้ายกาจไม่เบา เอาซีพียู Athlon64 3200+ รวมเข้าไปขายพร้อมกับเมนบอร์ด MSI K8T Neo (OverclockZone เคยนำเมนบอร์ดตัวนี้มาให้ชมไปแล้ว ถ้ายังจำกันได้นะ..) ซึ่งใครสนใจชุดเมนบอร์ด+ซีพียูนี้สามารถติดต่อเป็นเจ้าของได้แล้วนะครับ ราคาเบื้องต้นเพียง 2 หมื่นกว่าๆ เท่านั้นเอง แต่ก็ถือว่า MSI ฉลาดไม่เบาที่เอาซีพียูมาชายพร้อมบอร์ด เพราะว่าซีพียูก็มีออกมาแค่ความเร็วเดียว คนซื้อบอร์ดไปก็ต้องไปหาซื้อซีพียูตัวนี้อยู่ดี งานนี้รวมมันซะเลย ซื้อทีเดียวซะ..

System ที่ใช้ทดสอบ
Mainboard MSI K8T Neo / VIA K8T800
CPU AMD Athlon64 3200+
CPU Cooler AMD Retail HSF (AVC)
Memory Corsair XMS PC3500 CAS2 256MB x2
VGA Albatron FX5900PV / GeForceFX 5900 - 128MB
Harddisk Seagate ST340014A
Power Supply Enermax EG465P-VE 450W

รายละเอียด driver และโปรแกรมที่ทดสอบ
Chipset driver VIA Hyperion 4-in-1 v4.49
VGA driver nVIDIA Detonator FX v45.23
DirectX v9.0b
SiSoft Sandra 2004.10.9.89
3Dmark03 v 3.3.0
Aquamark Aquamark3
OS Microsoft Windows XP Pro SP1

BIOS

ดู BIOS กันก่อนเลย หน้าตาก็เหมือนกับ BIOS เดิมๆ ทั่วๆ ไป ไม่มีอะไรพิเศษ

ความสามารถในการโอเวอร์คล๊อกของ MSI K8T Neo นี้ สูงสุดอยู่ในภาพด้านขวาครับ ปรับบัสได้สูงสุดที่ 280 MHz, ไฟ DDR ที่ 2.85 V, ไฟ VCore เพิ่มได้สูงสุด 15%

+++ บทนำ +++

+++ รายละเอียดของระบบจากโปรแกรมต่างๆ +++

+++ ผลการทดสอบ และ บทสรุป +++