Home | Help
Home
Mail to Ocz
Help

           บททดสอบในวันนี้ เน้นหนักไปทางอุปกรณ์ทางด้าน network นะครับ หลังจากที่คุณ Tee. ได้พาทัวร์สิงคโปร์ไปแล้ว โดยมีในส่วนของการเชื่อมต่อโดยใช้ Wireless LAN หรือ Wi-Fi ผ่านจุดให้บริการเชื่อมต่อ hotspot ต่างๆ ซึ่งในเมืองนอกเมืองนาที่เขาเจริญแล้วนั้นมีจุดให้บริการอินเตอร์เน็ตหลายจุดทีเดียวครับ บางประเทศมีทั้งใน McDonald ทุกสาขา, StarBuck Coffee ทุกสาขา รวมไปถึงห้างสรรพสินค้าชื่อดัง แต่ในประเทศไทยนั้น ยังหาได้ยากครับ ได้ยินว่าในโรงแรมระดับ 6 ดาวบางโรงแรมก็มีให้บริการเช่นเดียวกัน เช่น โรงแรม Conrad ถนนวิทยุ, โรงแรม Oriental ซอยเจริญกรุง 40, ห้างสรรพสินค้า Siam Discovery Center และท่าอากาศยานกรุงเทพ รวมไปถึงอาคารสำคัญๆ ที่ใช้ในการประชุมสัมมนาต่างๆ ในมหาวิทยาลัยบางแห่ง ปัจจุบันก็กำลังมีการขยายจุดให้บริการต่างๆ ให้มีมากยิ่งขึ้น เนื่องจากเริ่มมีผู้คนสนใจและใช้บริการเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นเอง สำหรับอุปกรณ์ที่จำเป็นในการใช้บริการอินเตอร์เน็ตผ่านจุด hotspot นี้ก็มีเพียง notebook ที่รองรับ WiFi หรือคลื่นความถี่ 802.11b จากการทดลองของผม พบว่า notebook ที่มีรองรับ Bluetooth หรือเสียบ USB Bluetooth ไว้นั้น ก็สามารถที่จะใช้บริการจากจุด hotspot ได้เช่นเดียวกัน นั่นก็เพราะว่า Bluetooth ก็ใช้คลื่นความถี่ 2.4GHz ภายใต้มาตรฐาน 802.11b เหมือนกัน วันนี้ผมก็จะให้ทุกท่านมารู้จักกับการเชื่อมต่อในลักษณะนี้ให้มากขึ้น โดยมีอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องมาแนะนำ 2 ตัวด้วยกันครับ

NETGEAR 802.11b Wireless PC Card MA401

เริ่มจาก NETGEAR 802.11b Wireless PC Card ซึ่งเป็นรูปแบบของ PCMCIA Card สำหรับโน้ตบุ๊คโดยเฉพาะ มีความสามารถที่จะทำให้โน้ตบุ๊คตัวนั้นรองรับ WiFi ภายใต้มาตรฐาน 802.11b ได้ที่ความเร็วมาตรฐานของ Wireless Network ที่ 11Mbps

NETGEAR 802.11b Wireless Router MR314

ถัดมาเป็นอุปกรณ์ที่ชิ้นใหญ่ซักหน่อย จาก NETGEAR เช่นเดียวกัน เป็น Wireless Router หรือถ้าจะเรียกกันโดยทั่วไปก็คือ Wireless Access Point นั่นเอง มีความสามารถเด่นๆ 2 อย่างด้วยกันคือเป็น Router สำหรับ LAN แบบ 10/100 โดยต่อได้ 4 ports และมีพอร์ตสำหรับเชื่อมต่อกับ Cable/DSL Modem โดยตรงเพื่อเข้าใช้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง และทั้งหมดนี้มีเสาอากาศกระจายสัญญาณของ Wireless Network เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊คที่รองรับ Wi-Fi มาเชื่อมต่อเพื่ออยู่ในลง LAN เดียวกันได้ทันที

ด้านหน้ามีไฟบอกสถานะของทั้ง 10/100 BASE-TX , สถานะของ Cable/DSL MODEM และไฟสถานะของ Wireless Network อย่างชัดเจน

ด้านหลังก็เป็นพอร์ตเชื่อมต่อที่กล่าวไปแล้วข้างต้น

ทดลองใช้งานจริง

หลังจากที่ผมต่อ Wireless Router เข้ากับเครื่องที่สามารถใช้อินเตอร์เน็ตได้ผ่านทาง LAN 100 BASE-TX โดยใช้สาย RJ-45 ทั่วๆ ไป และก็เอาโน้ตบุ๊คมาเสียบใช้งานของ NETGEAR 802.11b Wireless PC Card ที่เป็น PCMCIA เมื่อลง driver เสร็จเรียบร้อยแล้ว เครื่องโน้ตบุ๊คก็จะพบจุด Access Point ที่ผมได้ต่อไว้ เราก็สามารถที่จะทำการ connect ได้เลยทันที

เมื่อทำการ connect เราสามารถที่จะเรียกดูสถานะการเชื่อมต่อ, ระดับสัญญาณ และความเร็วได้ผ่านทาง driver ของ NETGEAR ครับ

นอกจากนี้ยังเรียกดู version ของ driver และ firmware ได้อีกด้วย

ความเร็วในการเชื่อมต่อก็ตรงตามมาตรฐานของ Wireless Network ครับ อยู่ที่ 11.0 Mbps ซึ่งความเร็วนี้จะ drop ลงตามระยะห่างจากจุด access point โดยมีมาตรฐานการลดลงดังตารางต่อไปนี้ครับ

Indoor Environment (ในร่ม หรือ ภายในอาคาร)
1.0 Mbps 1650 ฟุต (503 เมตร)
2.0 Mbps 1320 ฟุต (402 เมตร)
5.5 Mbps 1155 ฟุต (352 เมตร)
11.0 Mbps 835 ฟุต (255 เมตร)
Outdoor Environment (กลางแจ้ง หรือ ภายนอกอาคาร)
1.0 Mbps 500 ฟุต (152 เมตร)
2.0 Mbps 400 ฟุต (122 เมตร)
5.5 Mbps 270 ฟุต (82 เมตร)
11.0 Mbps 175 ฟุต (53 เมตร)

เมื่อทำการเชื่อมต่อแล้ว ก็สามารถที่จะเข้าอินเตอร์เน็ต เล่นเวปกันได้ตามใจชอบ สะดวกดีจริงๆ เล่นเน็ตไร้สาย

บทสรุป

         เป็นเทคโนโลยีที่ปัจจุบันไม่ควรมองข้ามไปแล้ว สำหรับ Wireless Network ซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก อีกทั้งทาง Intel ก็สนับสนุนเทคนโลยีนี้อย่างเต็มที่ โดยออก Intel Centrino Mobile Technology ที่รวมคุณสมบัติของ Wireless Network ภายใต้มาตรฐาน 802.11b เข้าไปด้วย แต่สำหรับโน้ตบุ๊คที่ไม่มี Wireless Netowrk อยู่นั้น ก็คงต้องไปหาซื้อเป็นลักษณะของ PCMCIA card อย่างที่แนะนำในบทความข้างต้น ประโยชน์อีกอย่างหนึ่งก็เป็นการเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ในวง LAN หลายๆ เครื่อง อาจจะเป็นภายในสำนักงาน หรือ ตามบ้าน โดยไม่อยากที่จะลากสาย LAN ให้วุ่นวายเกะกะ ก็ใช้ Wireless Router กระจายสัญญาณ Wireless ไปเลย หรือใครอยากที่จะตั้งจุด Access Point ในหมู่บ้าน หรือ อาคารสำนักงานของตัวเอง ก็ใช้ได้เช่นกัน เรียกว่าสำนักงานของคุณก็จะทันสมัยสุดๆ ไปเลย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SiS Distribution (Thailand) โทร. 0 2640 3000

spin 9