Home | Help
Home
Mail to Ocz
Help

           พักเหนื่อยจากอุปกรณ์คอมพิวเตอร์กันซะหน่อย หลังจากที่ยุ่งวุ่นวายกับเมนบอร์ด หรือการ์ดจอเป็นเข่ง (หมายถึง เยอะจริงๆ เยอะโคดๆ...) ความจริง product ก็ยังไม่หมดหรอกนะครับ ยังคงมีของใหม่ๆ มาให้แฟนๆ OverclockZone ชมอย่างต่อเนื่อง แต่อยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง มาชมเรื่องราวของเทคโนโลยีไร้สาย Bluetooth ดีกว่า .... บลูทูธ คืออะไร?? ขออธิบายอีกครั้งว่า บลูทูธคือเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สาย โดยอาศัยการส่งผ่านข้อมูลที่ย่านความถี่ 2.4GHz ซึ่งในปัจจุบันนั้น บลูทูธสามารถส่งผ่านข้อมูลได้ที่ความเร็วสูงสุดที่ 1MB/s ด้วยระยะทางที่ไกลสูงสุด 100 เมตร ...

           บลูทูธ ถูกพัฒนาขึ้นโดย บริษัท อีริคสัน จำกัด แรกเริ่มเดิมทีนั้น อีริคสันตั้งใจจะให้บลูทูธเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการส่งผ่านข้อมูลแบบไร้สาย ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ PC กับโทรศัพท์มือถือ และหลังจากที่พัฒนาได้กำลังจะเป็นรูปเป็นร่าง ก็มีบริษัทต่างๆ มากมายเข้าร่วมพัฒนา เพื่อใช้ในวงการที่หลากหลายมากขึ้น โดยหลักๆ นั้น จะเป็นบริษัทในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์, ไอที และการสื่อสาร ในปัจจุบัน บลูทูธมีบทบาทมากขึ้น สังเกตได้จากโทรศัพท์มือถือบางรุ่น จะมีฟังก์ชันของบลูทูธรวมอยู่ด้วย และใน pocket PC ก็จะมีฟังก์ชันบลูทูธเช่นกัน เพื่อที่จะสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือได้นั่นเอง ... ถ้ายังจำกันได้อยู่ ผมเคยสาธิตการเชื่อมต่ออินเทอร์เนตผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยเทคโนโลยีบลูทูธไปแล้ว ความสะดวกสบายของการเชื่อมต่อด้วยเทคโนโลยีบลูทูธที่ดีกว่า Ir หรือรังสีอินฟราเรด ก็คือบลูทูธเป็นย่านความถี่ ไม่ใช่ลักษณะการยิงลำแสงเหมือนอินฟราเรด จึงไม่จำเป็นที่จะต้องนำอุปกรณ์รับ-ส่งมาจ่อให้ตรงกันนั่นเอง

           อย่างที่บอกไปข้างต้น ว่าบลูทูธมีบทบาทในวงการการสื่อสารพอสมควร โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือ และแน่นอนว่าต้องมีอุปกรณ์มารองรับ ซึ่งอุปกรณ์ที่มารองรับเทคโนโลยีบลูทูธที่ผมคิดว่าน่าสนใจตัวหนึ่งก็คือสิ่งที่เรียกว่า Bluetooth Headset หรือเรียกกันให้เข้าใจว่าเป็น smalltalk ไร้สายผ่านบลูทูธ (เอ..หรือว่าเรียกอย่างแรกจะเข้าใจกว่าเนี่ย?...) นั่นแหละครับ อย่างที่เข้าใจ...

โฉมหน้า Nokia Bluetooth Headset รุ่น HDW-2 ขนาดเล็กกะทัดรัด

ด้านข้างมีสวิตช์เปิด-ปิด และปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงสนทนา อีกด้านหนึ่งเป็นช่องเสียบเพื่อชาร์จไฟ สำหรับการชาร์จไฟนั้น ก็ใช้อะแดปเตอร์ชาร์จไฟของโทรศัพท์ Nokia มาเสียบได้เลย

เวลาใช้งานก็เอาที่เกี่ยวหูมาเกี่ยวเหมือนใส่แว่น โดยที่เกี่ยวหูนั้นสามารถถอดมาเปลี่ยนด้านได้ โดยสังเกตจากอักษร L และ R บนตัวที่เกี่ยว เพื่อใช้เกี่ยวที่หูซ้ายหรือขวาตามใจเรา

ปุ่มสีดำใหญ่ๆ ที่เห็นนั้น คือปุ่มที่ใช้ในการรับสาย - วางสาย - ปฏิเสธสาย - ฯลฯ อีกมากมายที่จะอธิบายให้ฟังทีหลัง และมีไฟแสดงสถานะการเชื่อมต่ออยู่ด้วย

เริ่มใช้งาน NOKIA HDW-2

พระเอกของงานนี้คือ Nokia 8910 (ไม่มี i เน้อ..) ซึ่งโทรศัพท์มือถือรุ่นที่มีฟังก์ชัน Bluetooth นั้นมีมากมายหลายยี่ห้อหลายรุ่น แต่ของ Nokia มีเพียงไม่กี่รุ่นเท่านั้น เช่น 8910, 8910i, 3650 แล้วก็ รุ่น 6.... อะไรซักอย่าง ส่วนยี่ห้ออื่นนั้น ก็พวก Sony-Ericsons T68i เป็นต้น (บอกล่วงหน้าซักนิดว่า Nokia 7650 นั้นก็มีฟังก์ชัน Bluetooth เช่นกัน แต่ว่าไม่รองรับ headset profile จึงไม่สามารถนำมาใช้งานกับ Nokia HDW-2 ตัวนี้ได้) เวลาจะเริ่มใช้งานก็แน่นอน มาเปิดการใช้งานของ Bluetooth ที่เครื่องโทรศัพท์ก่อน

เมื่อเปิดบลูทูธแล้ว ก็จะมีสัญลักษณ์ ((O)) อยู่มุมบนซ้ายเพื่อบ่งบอกว่า ใช้งานบลูทูธอยู่ หลังจากนั้นก็มา search หาอุปกรณ์บลูทูธรอบๆ เครื่องกันเลย โดยสามารถที่จะหาได้ในระยะครอบคลุม 10 เมตรรอบเครื่องโทรศัพท์มือถือ โดยในที่นี้ก็จะเจอ Nokia HDW-2 ตัวเก่งของเราเพียงตัวเดียว (หากท่านเจอมากกว่าหนึ่งตัวก็อย่าตกใจ อาจมีคนใช้งานคนอื่นอยู่ใกล้ๆ ตัวท่าน อิอิ)

เมื่อเลือกอุปกรณ์แล้ว จะมีเมนูมาให้ใส่รหัส 4 ตัว ซึ่งต้องใส่ให้ตรงกับคู่มือของ HDW-2 ที่ให้มาเท่านั้น เพื่อป้องกันการจับคู่อุปกรณ์ผิดพลาดนั่นเอง (ก็สมมติว่ามีคนอื่นมา search หาแล้วเจอ HDW-2 ของเรา จะได้เอาของเราไปใช้ไม่ได้ไงหละ) เมื่อใส่รหัสเรียบร้อย ก็ทำการเชื่อมต่ออุปกรณ์ หากสำเร็จ ก็สามารถมาเช็คได้ที่เมนู View active device ก็จะพบอุปกรณ์ของเราอยู่

เมื่อจับคู่กับ heatset เรียบร้อยแล้ว เครื่องจะมองเห็นเสมือนว่าเราเสียบสาย smalltalk อยู่เลย นั่นคือเสียงเรียกเข้าจะดังทั้งที่เครื่องโทรศัพท์และที่ HDW-2 และเวลาสนทนา จะสามารถสนทนาผ่านทาง HDW-2 เท่านั้น เว้นแต่กดยกเลิกใช้งาน หรือแบต HDW-2 หมด ถึงจะมาใช้สนทนาผ่านทางโทรศัพท์ตามปกติได้ นอกจากนี้ยังสามารถกดรับสายได้ทั้งที่เครื่องโทรศัพท์และที่ HDW-2 เอง หรือจะใช้ฟังก์ชัน automatic answer ก็ได้ เวลามีคนโทรมาก็จะดังครั้งเดียว แล้วรับสายอัตโนมัติโดยไม่ต้องกดปุ่มอะไรเลย สะดวกดีจริงๆ

           ลูกเล่นของ HDW-2 ยังมีอีกมากมาย เช่นเมื่อต้องการปฏิเสธสาย สามารถกดปุ่มสีดำ 2 ครั้งติดกัน (double-click นั่นเอง อิอิ) เพื่อปฏิเสธสายได้ หรือกดค้าง เพื่อตัดเข้าคำสั่ง voice tag หรือสั่งงานด้วยเสียงได้เลย (อาจะโดนคนรอบข้างหาว่ากระแดะได้ หากใช้ voice tag อย่างโจ่งแจ้ง 55) แรกๆ ที่ใช้งานนั้น อาจจะไม่คุ้นเคยซักเท่าไหร่ คนอื่นมองอาจจะเหมือนคนบ้า คุยกับอะไรก็ไม่รู้ (ก็มันมองจากอีกด้าน ไม่เห็นตัวเครื่อง HDW-2 นี่หว่า) มาพูดถึงการใช้งานจริงดีกว่า อัตราการเผาผลาญแบตเตอรี่นั้น ไม่ค่อยเห็นผลชัดเจนกับตัวเครื่องโทรศัพท์เท่าไหร่ แต่สำหรับตัว HDW-2 นั้น หาก stand-by ก็สามารถอยู่ได้นานประมาณ 2 วัน 2 คืน แต่หากใช้สายสนทนาบ่อยๆ ก็อาจจะต้องชาร์จไฟกันทุกคืนแหละครับ และระยะห่างระหว่างตัวเครื่องกับ HDW-2 ตาม spec ระบุไว้ที่ 10 เมตร แต่ใช้งานจริง พบว่าใช้ได้ไม่ถึง 10 เมตรดี เสียงสนทนาก็เริ่มขาดๆ หายๆ แต่ไม่ถึงกับหลุดไป โดยรวมๆ แล้วพบว่ามีความสะดวกสบายมาก หากใช้ในงานที่มือไม่ว่าง สามารถที่จะคุยโทรศัพท์ไป ทำงานไปด้วยได้ หรือขณะขับรถครับ ถือว่าเป็นอีกเทคโนโลยีหนึ่งที่พัฒนาไป หากผู้ใดสนใจก็หาซื้อได้ตามร้านค้าอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือตามห้างใหญ่ๆ ทั่วไป (รู้ๆ กันอยู่แล้วว่าห้างอะไร) ก็วันนี้ขอฉีกแนวมาแนะนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ซักนิดนึง หากมีข้อติ-ชมก็เมลล์มาบอกกันได้นะครับ