|
|
Date: 25-10-08
Author: Thanongsak
Page: 1/1 |
My Cinema-PS3-100/PTS/FM/AV/RC
ALL in ONE อย่างแท้จริง กับความบันเทิงที่สัมผัสได้บนคอมพิวเตอร์ของคุณ ด้วย My Cinema-PS3-100 ที่รองรับสัญญาณทั้ง ดิจิตอล และอนาลอก เปิดโลกความบันเทิงที่สัมผัสได้ง่ายๆ ด้วยตัวคุณเอง
สวัสดีครับ เพื่อนๆ ชาว OCZ ทั้งหลาย สบายดีกันไหมครับ วันนี้ผมก็กลับมาพบกับเพื่อนๆ ทุกคนอีกเช่นเคยครับ เพราะว่าวันนี้ผมได้รับของมาทดสอบชิ้นใหม่ จึงต้องนำมาเสนอให้เพื่อนๆ ทุกคนเช่นเคยครับ โดยเพื่อนๆ ที่สนใจการ์ด TV สำหรับติดตั้งบนสล็อต PCI น่าจะชื่นชอบกันนะครับ เพราะการ์ดตัวนี้มีคุณสมบัติที่ดี และน่าใช้งานเป็นอย่างยิ่ง แต่จะให้พูดแค่นี้คงจะไม่พอแน่ เอาเป็นว่าไปดูรายละเอียดกันดีกว่าครับ
ASUS My Cinema-PS3-100/PTS/FM/AV/RC เป็นการ์ด TV สำหรับเชื่อต่อเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ในรูปแบบ PCI ปกติ หรือจะเรียกกว่าเป็นการ์ด TV แบบภายในก็ได้ครับ โดยออกแบบมาเพื่อตอบรับกับความบันเทิงผ่านทางสายอากาศยุคใหม่อย่าง DVB หรือระบบดิจิตอลวีดีโอ ทั้งทางดาวเทียม และระบบเคเบิล (บ้านเรายังไม่เปิดใช้งาน) และยังสามารถใช้กับสัญญาณ TV แบบอะนาลอก ซึ่งถือเป็นระบบทีวีพื้นฐานในบ้านเราด้วย นอกจากนี้ยังรองรับระบบ FM สำหรับการรับฟังวิทยุ และสัญญาณภาพภายนอกผ่านทางช่อง AV อินพุต เช่นการบันทึกสัญญาณภาพจากกล้องวีดีโอเป็นต้น จึงสามารถใช้งานแทนการ์ดตัดต่อขนาดใหญ่ได้
การ์ดขนาดใหญ่บนอินเตอร์เฟส PCI พื้นฐาน >>>> |
สำหรับ My Cinema-PS3-100 (ผมขอเรียกย่อๆ นะครับ เพราะชื่อยาวเหลือเกิน) ยังคงเป็นการ์ดขนาดใหญ่บนอินเตอร์เฟส PCI อยู่ ซึ่งอินเตอร์เฟสนี้ยังคงไม่ห่างหายไปจากเมนบอร์ด PC ครับ เพราะแม้ว่าจะมีอินเตอร์เฟสที่เร็วกว่าอย่างเช่น PCI-E ที่กำลังมาแรงอย่างต่อเนื่อง จนหลายคนคิดว่าอีกไม่นาน PCI คงจะหายไปอย่างแน่นอน แต่ว่าปัจจุบัน PCI ก็ยังคงเป็นพื้นฐานที่ต้องมี ไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ยังคงมีใช้งานอยู่
ด้วยความที่เป็นตัวการ์ดขนาดใหญ่ น้ำหนักค่อนข้างมาก ผมว่าอินเตอร์เฟสแบบ PCI นี่น่าจะดีกว่า PCI-E 1X นะครับ เพราะจะได้มีพื้นที่สล็อตมากกว่า ช่วยกระจายน้ำหนักของตัวการ์ดได้ดีกว่า ส่วนตัวการ์ดนั้นมาด้วย PCB สีเขียวแบบดังเดิม ที่เป็นสีเขียวก็เพราะใช้น้ำยาเคลือบ PCB สีเขียวนั้นเองครับ ไม่ได้หมายความว่า สีแต่ละสีจะดีจะเด่นแตกต่างกันแต่อย่างใดครับ ส่วนการวางอุปกรณ์ต่างๆ บนตัวการ์ด ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยดีครับ และไม่กินพื้นที่ของสล๊อตข้างเคียงครับ
TUNER คู่ รองรับทั้งดิจิตอลและอนาลอก >>>> |
My Cinema-PS3-100 เป็นการ์ด TUNER ที่แปลกกว่ารุ่นอื่นๆ เพราะมีการติดตั้ง TUNER มาให้ถึง 2 ตัว โดย TUNER ก็คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิสก์ที่ติดตั้งอยู่ภายในกล้องป้องกันสัญญาณรบกวน ซึ่งเราจะสังเกตได้ว่าบนการ์ดมีกล่องที่ว่านี้จำนวน 2 กล่อง โดยแบบออกเป็นกล่อง TUNER สำหรับ DVB หรือสัญญาณดิจิตอล และกล่องสำหรับสัญญาณอนาลอกทั่วไป สาเหตุที่ต้องแยกกัน ก็เพราะมีระบบการเข้ารหัสไม่เหมือนกันนั่นเองครับ
จุดต่อแยกใช้งานได้สะดวก >>>> |
มาดูจุดต่อบนการ์ดกันบ้างครับ บนตัวการ์ดจะมีจุดอินพุตต่างๆ แยกชัดเจน โดยมีจุดอินพุตของสัญญาณระบบดิจิตอลอย่าง DVB และก็มีจุดต่อสัญญาณสำหรับระบบอนาลอกสำหรับระบบทีวีปกติ และสุดท้ายยังมีจุดต่อสำหรับระบบ FM แยกมาให้ใช้งานอีกด้วย ส่วนจุดต่อสำหรับรีโมทจะเป็นช่องเล็กๆ และมีจุดต่อ AV IN/OUT ที่ใช้งานร่วมกับสายต่อแบบพิเศษอีกด้วย
ควบคุมการทำงานด้วยรีโมท >>>> |
มาดูที่ระบบควบคุมการทำงานแบบไร้สายกันบ้างครับ การใช้งานการ์ดทีวีโดยทั่วๆ ไปแล้วผู้ใช้งานจะได้รับความสะดวกสบายเพิ่มขึ้นด้วยระบบรีโมทไร้สาย ซึ่งการ์ดตัวนี้ก็มีมาให้เช่นกัน โดยเป็นรีโมทไร้สายขนาดใหญ่ที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ AA 2 ก้อน บนตัวรีโมทมีปุ่มที่ใช้ในการควบคุมการทำงานของฟังก์ชั่นต่างๆ อย่างครบถ้วน ทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้ควบคุมได้อย่างสบาย
ส่วนตัวรับสัญญาณจากรีโมท จะเป็นชุดแยกออกมาจากตัวการ์ดซึ่งเราต้องนำไปเสียบที่ตัวการ์ดแล้วนำตัวรับสัญญาณหรือเซ็นเซอร์มาติดไว้ที่หน้าเคส หรือโต๊ะคอมก็ได้ครับ ให้หันหน้ามาทางที่เราใช้งานก็พอครับ
สำหรับการ์ด TV ของ ASUS นั้นก็ขึ้นชื่อว่าให้อุปกรณ์เสริมมาครบถ้วนในทุกการใช้งานอยู่แล้วครับ การ์ดตัวนี้ก็เช่นกันครับ มาในกล่องขนาดใหญ่ พร้อมอุปกรณ์เสริมเพิ่มความสะดวกในการใช้งานมาให้อย่างจุใจครับ
อุปกรณ์ชิ้นแรกเลยก็คือ เสาอากาศครับ เป็นเสาอากาศขนาดเล็ก สำหรับ TV ครับ คล้ายๆ เสาหนวดกุ้ง (บ้านนอกไปไหม) ที่แถมมากับทีวีครับ ต่างกันตรงที่เป็นเสาต้นเดียว ที่ยืดหดได้ ปรับมุมได้ และมาพร้อมที่วางแบบตัวดูดสุญญากาศ ซึ่งถ้าใครใช้โต๊ะกระจกก็จะติดแน่นทนทานนานปีดีครับ
อุปกรณ์ตัวต่อมาก็คือ สายอากาศสำหรับระบบ FM ครับ โดยเป็นสายไฟเส้นเล็กๆ ที่เราต้องเอามาติดที่ผนังห้องครับ คุณภาพการรับสัญญาณดีมาก แม้จะลำบากในการติดตั้งสักนิด แต่คุณภาพเชื่อขนมกินได้ครับ
อุปกรณ์ถัดไปคือ สาย A/V ครับ เป็นสายต่อสัญญาณวีดีโอแบบคอมโพสิต และสัญญาณเสียงเขามาในตัวการ์ดครับ และยังมีช่องต่อสำหรับวีดีโอแบบ S-Video ด้วย ซึ่งเราสามารถต่อสัญญาณภาพและเสียงเข้ามาที่ตัวการ์ดเพื่อให้แสดงบนคอมพิวเตอร์ หรือจะนำมาบันทึกเก็บไว้ก็ย่อมได้
สุดท้ายคือแผ่น CD 2 แผ่น โดยเป็นแผ่นโปรแกรมไดรเวอร์ 1 แผ่น และแผ่นโปรแกรม PowerCinema 1 แผ่นครับ
สำหรับซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการรับชมรายการทีวีก็คือ Power Cinema ซึ่งเป็นโปรแกรมแบบ ALL In ONE ที่สามารถใช้งานได้อย่างหลากหลายมาก และยังทำตัวเป็นศูนย์รวมความบันเทิงแบบครบวงจรอีกด้วย โดยเราจะได้ซอฟต์แวร์ตัวเต็มที่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่ ในการติดตั้งนั้น ให้ติดตั้งการ์ดและไดร์เวอร์ให้เรียบร้อย จากนั้นจึงลงโปรแกรม Power Cinema ซึ่งเมื่อติดตั้งเสร็จก็จะเข้าสู้ขั้นตอนการตั้งค่าการใช้งานตามที่เราต้องการ ถ้าเราตั้งค่าได้อย่างถูกต้องก็จะสามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ
สำหรับซอฟต์แวร์ตัวนี้ สามารถทำงานเข้ากับรีโมทไร้สายได้เป็นอย่างดี ดังนั้นการใช้งานไม่ว่าจะดูทีวี ดูดีวีดี หรือฟังเพลงก็เป็นเรื่องง่ายๆ ครับ
คุณภาพสัญญาณดีเยี่ยม >>>> |
ระบบของการใช้งานจริงในการทดสอบ ผมใช้เพียงสายอากาศจากหอพักตามปกติ เพราะไม่มีระบบ DVB มาให้ทดสอบ จึงไม่สามารถประเมินค่าในส่วนของสัญญาณดิจิตอลได้ แต่ในส่วนของสัญญาณระบบอนาลอกถือว่ามีความคมชัดดีมาก ในช่องที่มีสัญญาณดี จะเห็นว่ามีความคมชัด สีสันที่สดใส ส่วนระบบเสียงก็สามารถทำออกมาได้ดีครับ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องต่อสายสัญญาณเสียงมาเข้าที่ตัวซาวด์การ์ดของเราเหมือนการ์ดทีวีรุ่นเก่าๆ แต่ไม่ต้องห่วงเรื่องการดีเลย์ของเสียง เพราะเท่าที่ทดสอบไม่มีการดีเลย์เกิดขึ้น
ในการใช้งานจะปรากฏว่าบางช่วงภาพมีการกระตุกไปบ้าง เนื่องจากการเปิดฟังก์ชั่น TIME SHIFT ไว้ครับ ทำให้ต้องมีการสำรองข้อมูลไว้ด้วย แต่ก็ใช้งานได้สะดวกมากขึ้นครับ และเรายังสามารถบันทึกภาพในขณะที่รับชมรายการทีวีได้ด้วย
สำหรับการ์ดที่ดูแปลกตา และรูปร่างที่ใหญ่โตนี้ มีคุณสมบัติการใช้งานที่ดี ฟังก์ชั่นเด่นๆ ของการ์ดตัวนี้คือรองรับระบบสัญญาณภาพแบบดิจิตอล หรือ DVB ทั้งแบบเคเบิ้ลและแบบดาวเทียม ซึ่งถือเป็นมาตรฐานของระบบทีวียุคใหม่ ที่มีความคมชัดสูงเพราะสามารถส่งสัญญาณภาพในระบบ HD ได้ และยังสามารถส่งสัญญาณเสียงในระบบ 5.1 ได้ด้วย นับว่าเป็นเทคโนโลยีที่น่าสนใจ เพียงแต่บ้านเรายังไม่มีการพัฒนาทางด้านนี้อย่างจริงจังเหมือนต่างประเทศ แต่คาดว่าอีกไม่นานก็คงจะมีใช้กันบ้าง แม้จะไม่มากก็ตามครับ
Discuss >>
 |
ASUS XG STATION
Contact : : ASUSTek Inc. |