Page: 2/5
infinity Cupid
 |
คราวนี้ผมจะซูมให้ดูกล้องดิจิตอลกันอย่างชัดๆ นะครับ โดยกล้องความละเอียด 2 ล้านพิกเซลจะอยู่ตรงกลาง กล้องที่ใช้คาดว่าเป็นแบบ CMOS ซึ่งมีขนาดเล็ก เหมาะสำหรับใช้ในโทรศัพท์ ด้านข้างจะเห็นว่ามีช่องสีเหลี่ยมที่ดูคล้ายๆ ไฟส่องกลางคืน เพียงแต่ผมเอง ยังไม่เห็นว่าจะมีไฟออกมาจากจุเดนี้ได้อย่างไร และไม่มีตัวเลือกที่สามารถเปิดไฟในขณะถ่ายรูปได้ครับ กล้องดิจิตอลที่ให้มามีความละเอียดที่ 2 ล้านพิกเซล สามารถถ่ายภาพขนาดสูงสุดที่ 1600x1200 และสามารถลดขนาดของภาพได้ต่ำสุดที่ 128 x 160 ซึ่งเท่ากับขนาดของหน้าจอโทรศัพท์พอดีเลยครับ เหมาะสำหรับถ่ายภาพมาทำภาพหน้าจอ ส่วนคุณภาพของภาพ สามารถเลือกได้ 3 ระดับคือ สูง ปกติ และต่ำ มาดูกันที่ระบบการถ่ายภาพกันบ้างครับ โดยสามารถเลือกตั้งระบบไวด์บาลานซ์ (ระบบสมดุลย์แสงขาว) ได้ทั้งแบบอัตโนมัติ และแบบตั้งเอง 5 แบบสำหรับการถ่ายภาพในสภาพแสงที่แตกต่างกัน และสามารถชดเชยแสงได้ ที่ +4 จนถึง - 4 ฟังก์ชั่นอื่นๆ ที่เหลือก็มี ฟังก์ชั่น Night Mode และฟังก์ชั่น Banding ที่สามารถเลือกความถี่ได้ที่ 50 Hz และ 60 Hz และสุดท้ายก็คือ สามารถตั้งเสียงชัตเตอร์ได้ 3 เสียง หรือจะปิดก็ได้ นอกจากฟังก์ชั่นภาพนิ่งแล้วก็ยังสามารถถ่ายภาพวีดีโอในแบบ MP4 หรือ H 263 ได้โดยไม่จำกัดเวลา
 |
การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกของ Cupid ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย โดยติดตั้งพอร์ตที่ด้านล่างของตัวเครื่อง โดยเป็นทั้งที่เสียบแท่นชาร์จ และเชื่อมต่อแบบ USB โดยใช้สาย USB ที่แฝงตัวมาในรูปของสายชาร์จ ซึ่งใช้งานได้สะดวก และไม่ต้องซื้อหาเพิ่มเติม ในการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์จะใช้งานผ่านพอร์ต USB ซึ่งไม่จำเป็นต้องลงไดรว์เวอร์ ก็สามารถใช้งานได้ทั้นที และมองเห็นเป็นไดรฟ์ภายนอกตัวหนึ่งในทันที
คราวนี้ขอนำเสนอปุ่มควบคุมการทำงานกันบ้างครับ โดยอันดับแรกสุดก็คือแป้นพิมพ์ ที่อยู่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ที่มีขนาดเล็ก เนื่องจากมีพื้นที่ใช้สอยน้อย ปุ่มกดจึงมีขนาดเล็กตามไปด้วย โดยปุ่มกดที่ออกแบบมาจะคล้ายๆ กับของโมโตโรล่า แต่ก็ไม่เหมือนทั้งหมด โดยยึดหลักแนวทางของปุ่มกดที่ทำจากอลูมิเนียมแผ่นบางที่ปิดทับพื้นที่ทั้งหมด จากนั้นก็เจาะเป็นลวดลายตามหน้าที่ของปุ่มต่างๆ เพื่อให้แสงใฟส่องออกมาได้ และง่ายต่อการมองเห็น ส่วนการแบ่งระดับของปุ่มก็จะมียางที่นูนเป็นเส้นเล็กๆ สีขาวขึ้นมา เป็นตัวกั้นแถวของปุ่มกดต่างๆ เอาไว้ ซึ่งจะเรื่องแสงเวลาใช้งานด้วยเช่นกัน
 |
แป้นพิมพ์นี้จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนบนสุดจะทำหน้าที่เป็นปุ่มควบคุมการทำงานของตัวเครื่อง ซึ่งถ้าไล่เรียงจากทางซ้ายมือก็จะประกอบไปด้วย ปุ่มเมนู (รายการ) ที่ทำหน้าที่ ตกลง รายการต่างๆ เมื่อใช้งานเมนู ถัดมาเป็นปุ่มควบคุมแบบจอยสติกส์ 5 ทิศทางคือ บน - ล่าง - ซ้าย - ขวา และ กดลง ซึ่งใช้ในการเลือกเมนูการทำงาน และตั้งค่าการทำงานได้สะดวก ปุ่มต่อมาคือ ปุ่ม ยกเลิก ซึ่งในยามปกติจะทำหน้าที่เป็นปุ่มสมุทโทรศัพท์ ซึ่งในที่นี้เขียนว่า (ชื่อ) เท่านั้น ส่วนปุ่มสีเขียว และสีแดงคงไม่ต้องบอกว่าทำหน้าที่อันใด ซึ่งคิดว่าทุกคนคงรู้ดีอยู่แล้ว แต่ด้วยความที่ปุ่มทั้ง 2 นี้อยู่ติดกับปุ่มทางด้านบน อาจทำให้กดผิดพลาดอยู่บ้าง
ส่วนทางด้านล่างคือแป้นพิมพ์ตัวเลขและตัวอักษร ซึ่งอยู่เรียงติดกันโดยมีเส้นสีขาวแบ่งแยกแถวไว้ พอให้ใช้งานได้ง่าย และไม่กดผิดพลาด แต่การที่ปุ่มค่อนข้างแข็งพอสมควร และมีขนาดเล็ก ทำให้ต้องออกแรงกดมาก แม้ในยามใช้งานปกติจะใช้งานได้ไม่ติดขัดอะไรมากนัก แต่ในยามที่ต้องพิมพ์ข้อความแล้ว ก็ลำบากใจมิใช่น้อยครับ
จากข้อเสียเรื่องขนาด และความแข็ง แต่ก็มีข้อดีคือ เรื่องของความสวยงาม เมื่อยามที่มีแสงไฟสีน้ำเงินลอดออกจากปุ่มกดที่บริเวณตัวอักษร และช่องว่างระหว่างแป้นพิมพ์ ซึ่งมีความสว่าง และสวยงามน่าใช้เป็นอย่างมาก แต่ก็น่าเสียดายที่ในยามที่แป้นพิมพ์ถูกล็อคอยู่ มันจะไม่มีแสงไฟออกมา จนกว่าเราจะปลดล็อคเสียก่อน
ปุ่มชุดสุดท้ายที่เหลืออยู่ ติดตั้งอยู่ที่ด้านขวาของตัวเครื่อง ตรงบริเวณด้านข้าง เป็นปุ่มกดสไตล์เดียวกัน แต่ทำหน้าที่ต่างกัน ปุ่มกดนี้มีไว้สำหรับควบคุมระดับเสียง โดยสามารถเร่งหรือลดระดับเสียงได้ตามต้องการทั้ง การเล่นเพลง เสียงสนทนา หรือแม้แต่เสียงเรียกเข้า
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 |