Date: 19-Sep-07
Author: Thanongsak
Page: 1/
3

Asus Internet Radio

                  สวัสดีครับ วันนี้ก็มาพบกันอีกแล้วครับ กระกระผมคนเดิมที่ยังไม่หนีไปไหน ช่วงนี้มีไครเหงาๆ กันบ้างไหมครับ ถ้าเหงาวันนี้ผมมีของฝากมาให้คลายเหงากัน กับวิทยุทรานซิสเตอร์รุ่นใหม่ แกะกล่องจาก Asus ที่จะมาช่วยคลายเหงาให้กับทุกท่านในวันที่แสนน่าเบื่อครับ ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไร แล้วทำใมผมถึงเรียกว่า วิทยุทราสซิสเตอร์ ก็ไปชมกันเลยครับ

                  มาย้อนอดีตกันสักหน่อยดีกว่าครับ ย้อนไปในสมัยคุณย่ายังสาวโน้นเลยครับ ในยุคก่อนที่จะมีโทรทัศน์กันทุกบ้าน จะสี หรือ ขาว-ดำก็ตามแต่ครับ ในยุคนั้นมีสิ่งบันเทิงใจอยู่อย่างหนึ่งที่มักจะมีกันทุกบ้านทุกครัวเรือน สิ่งนั้นก็คือ วิทยุ นี่แหละครับ ที่มีกันทุกบ้าน ไม่ว่าจะยากดีมีจน ก็มีให้เลือกใช้กันหลากหลาย แล้ววิทยุที่ว่านี้ก็ไม่ใช่วิทยุแบบที่เรารับฟังกันในสมันนี้ ที่มีขนาดเล็กระทัดรัด พกพากันสะดวกสบาย แต่เป็นวิทยุที่มีขนาดพอๆ กับกระเป๋าหิ้วใบหนึ่งเลยทีเดียว แถมยังรับคลื่นได้เพียงระบบเดียว นั่นก็คือ วิทยุทราสซิสเตอร์นั่นเอง พอนึกกันออกใช้ใหมครับ เป็นวิทยุในรุ่นคุณยายยังสาวๆ เลย (ปัจจุบันนี้ ยายผมก็ยังใช้อยู่) ถ้าไครนึกหน้าตาไม่ออก ก็ประมาณ วิทยุที่ผมเอามาเทสนี่แหละครับ น่าตาก็จะประมาณนี้เลย ยี่ห้อที่แสนจะโด่งดังในสมัยนั้นก็ต้อง วิทยุทราสซิสเตอร์ ธานินธ์ นั่นแหละครับ นับเป็นที่ฮอตฮิตติดลมบนมากในสมัยนั้น ส่วนมากก็เอาไว้ฟังละคร คณะเกตุทิพย์ นั่นเอง พอยุคสมัยเปลี่ยนไป จากวิทยุทรานซิสเตอร์ที่รับได้เพียงระบบ AM ก็กลับกลายมาเป็นวิทยุ AM/FM แถมพ่วงระบบเทปคลาสเซ็ตมาอีกต่างหาก วิทยุทราสซิสเตอร์ จึงเริ่มหมดยุคไปเรื่อยๆ แต่มาในยุคปัจจุบันที่เป็นยุคดิจิตอล ระบบคอมพิวเตอร์ และการติดต่อสื่อสารเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ช่องทางในการแสวงหาความบันเทิงก็เพิ่มมากขึ้น จนมีคนคิดสร้างวิทยุผ่านระบบอินเตอร์เน็ตขึ้นมา ซึ่งต่างจากวิทยุระบบอื่นๆ ที่ใช้คลื่นความถี่ ซึ่งก็รวมทั้งวิทยุผ่านดาวเทียมด้วย เจ้าสถานีวิทยอินเตอร์เน็ตสถานีแรกที่เริ่มออกอากาศผ่านระบบอินเตอร์เน็ตก็คือ Internet Talk Radio ซึ่งจัดตั้งโดย Carl Malamud ในปี 1993 หรือเมื่อ 13 ปีที่ผ่านมาแล้ว โดยใช้เทคโนโลยี MBONE แต่ในปัจจุบันได้เป็นระบบ Streaming กันหมดแล้ว โดยไฟล์ที่นำมาใช้ก็มักจะเป็ฯในรูปแบบ MP3, Ogg และ WMA นั่นเอง ซึ่งโดยปกติแล้วก็ต้องใช้คอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งโปรแกรมสำหรับเล่นเพลงผ่านระบบอินเตอร์เน็ตอย่างเช่น เรียลเพลย์เยอร์ ในการรับฟัง แต่ว่า ก็มีวิทยุที่ออกแบบมาเพื่อรับฟังวิทยุอินเตอร์เน็ตเช่นกัน โดยหนึ่งในนั้นก็คือ Asus Internet Radio นั่นเองครับ ซึ่งนับเป็นวิทยุสุดแสนไฮเทค รับฟังได้ทั่วโลก แต่หน้าตากลับย้อนไปในยุคคุณย่ายังสาว ซึ่งจะมีอะไรที่เป็นทีเด็ดของวิทยุตัวนี้บ้างเดี๋ยวเรามาดูกันเลยครับ

 รู้จักกันก่อน

                  ก่อนจะไปลองเล่นของจริงกัน เรามาทำความรู้จักกับวิทยุอินเตอร์เน็ตจาก ASUS ตัวนี้กันสักเล็กน้อยครับ โดยที่วิทยุอินเตอร์เน็ตตัวนี้ออกแบบมาให้สามารถรับฟังรายการวิทยุที่ออกอากาศในเครือข่ายอินตอร์เน็ตจากทั่วโลกได้ ซึ่งมีมากกว่า 10,000 สถานี โดยสามารถใช้รับฟังเพลงได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งเครื่องคอมพิวเตอร์ในการทำงาน โดยเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ 2 ระบบคือ Wi-Fi หรือ Wireless LAN 802.11b/g หรือจะเชื่อมต่อผ่านทางสายแลน 10/100M ได้ตามความต้องการ โดยมีความไวในการรับส่งข้อมูลผ่านระบบ Wi-Fi อยู่ที่ 54 Mbits ซึ่งความเร็วในการรับส่งจะขึ้นอยู่กับความเร็วของระบบอินเตอร์เน็ตที่ใช้งานด้วยครับ ในการรับฟังรายการวิทยุ จะรองรับไฟล์ในรูปแบบ MP3/WMA ที่บิตเรต 16Kbps จนถึง 320kbps ดังนั้นคุณภาพของเสียงจึงขึ้นอยู่กับการส่งของสถานีวิทยุเสียมากกว่า เพราะตัวเครื่องรับสามารถรองรับบิตเรตได้ในย่านกว้าง

แกะกล่องลองเล่น


                  คราวนี้ก็มาลองของจริงกันได้แล้วครับ มาดูที่กล่องกันก่อนเลย ตัวกล่องสีขาวนวลตา ด้านหน้ามีรูปของตัววิทยุโชว์ด้วยเวอร์ชั่นสีน้ำตาล แต่ตัวที่ผมได้รับมาทดสอบจะเป็นสีดำครับ ภายในมีการรองรับแรงกกระแทกด้วยโฟมขนาดใหญ่ เพื่อป้องกันความเสียหายจากการขนส่ง เมื่อแกะชุดโฟมกันกระแทกออกก็จะพบกับเจ้าตัวที่เราต้องการครับ


                  หน้าตาของวิทยุตัวนี้ มองไปแล้วก็คล้ายวิทยุทรานซิสเตอร์อยู่ไม่น้อยเลยครับ นับเป็นดีไซด์ในแบบคลาสสิค ที่มองแล้วไม่น่าเบื่อดีครับ เป็นเครื่องประดับชิ้นงามได้เป็นอย่างดีครับ ซึ่งที่จริงแล้ว จะมีด้วยกัน 2 สีครับ คือสีน้ำตาลลายใม้สวยงาม และสีดำที่ผมได้มาทดสอบครับ ในส่วนของตัวนี้ จะทำด้วยสีดำเคลือบเงาที่ผ้วภายนอก สวยงาม และน่าใช้งานมากๆ ครับ ส่วนด้านในก็เป็นสีน้ำตาล ที่คล้ายๆ สีทองแดง ดูเป็นชิ้นโลหะที่ปิดด้านหน้า ซึ่งจะคล้ายๆ กับหน้าปัดของเครื่องเสียง Hi-End ที่มักใช้โทนสีแบบนี้ และแน่นอนว่าสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ จอแอลซีดีสีน้ำเงินที่เพิ่มความโดดเด่นเป็นอย่างมากครับ


                  การจัดวางเลย์เอาต์ของตัวเครื่องจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนอย่างเด่นชัด โดยทางด้านขวาจะเป็นที่อยู่ของปุ่มควบคุมการทำงาน โดยมีปุ่มโวลุ่มขนาดใหญ่ที่โดดเด่นสะดุดตา ด้านบนสุดจะเป็นจอแอลซีดีที่ใช้สำหรับแสดงข้อมูลต่างๆ ในการทำงาน ในส่วนของด้านซ้ายก็จะเป็นที่ติดตั้งลำโพง ซึ่งทั้งเครื่องนี้มีลำโพงเพียงตัวเดียวเท่านั้นครับ เป็นลำโพงที่รองรับกำลังขับจากภาคขยายเสียงในตัวเครื่องขนาด 5 วัตต์ ดดยที่ตัวลำโพงเอง มีค่าอิมพิแดนซ์อยู่ที่ 4 โอมห์ ซึ่งเมื่อรวมกับกำลังขยายแล้ว ก็น่าจะได้เสียงที่ดังพอสมควรครับ ก็น่าแปลกใจเล็กน้อยที่ติดตั้งลำโพงมาเพียงตัวเดียว แต่ถ้าดูตามคอนเซ็ปต์การออกแบบแล้วก็พอจะเข้าใจอยู่บ้างครับ นี่แหละที่ผมบอกว่าเหมือนวิทยุทราสซิสเตอร์จริงๆ เลย

                  พลิกกลับมาดูทางด้านหลังกันบ้าง ในส่วนของทางด้านหลังเป็นสีดำด้าน กับพลาสติกที่หนาพอสมควร มีจุดต่อต่างๆ อยู่ทางด้านหลัง พร้อมทั้งสวิตช์หลักในการเปิดปิดเครื่อง ก็อยู่ทางส่วนหลังนี้ จุดเด่นทางด้านหลังคือ ท่อเบสขนาดใหญ่ ที่อยู่ตรงกลาง ซึ่งทำให้เราพอมองเห็นว่า มีการออกแบบให้มีการควบคุมเสียง ซึ่งน่าจะได้เสียงที่ครบถ้วนน่าฟัง ซึ่งจะเป็นอย่างไร เอาไว้ตอนทดสอบก็รู้ครับ

 

| 1 | 2 | 3 |


This website optimize resolution best view for 800 x 600
Contact : Webmaster | Link : เวบเก่าคลิกที่นี่