Page: 8/8

GIGABYTE D.E.S.(Dynamic Energy Saver)Technology



                  เอาหละครับ สำหรับสิ่งที่เราค้างไว้ตั้งแต่ช่วงต้น กับข้อสงสัยที่อาจจะยังงงๆอยู่กับ LED ทั้ง 12 ดวงที่คอยแสดงสถาณะของภาคจ่ายไฟ ในบริเวณใกล้ๆกับสล๊อตแรมตามที่เห็นอยู่ในภาพนั้น มันจะมีอะไรเป็นพิเศษ จากที่ได้บอกกันไปบ้างแล้วว่ามันจะมาพร้อมกับเทคโนโลยีประหยัดพลังงานจากทาง GIGABYTE ในชื่อว่า DES. ( Dynamic Energy Saver) เดี๋ยวเรามาทำความรู้จักกับเทคโนโลยีนี้กันครับ

                 สำหรับเทคโนโลยี DES จาก GIGABYTE นั้น เป็นเทคโนโลยีในการประหยัดพลังงาน ด้วยการลดการใช้พลังงานของซีพียู การทำงานก็คือ หากเราเปิดใช้ฟังก์ชัน DES ซีพียูจะได้รับการจ่ายพลังงานให้เหมาะสมกับภาระที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา โดยการลดการจ่ายพลังงานตรงนี้ จะเป็นการเปิดและปิดจำนวนเฟสของภาคจ่ายไฟซีพียู กล่าวคือหากซีพียูอยู่ในโหมดหรือสถาณะ Idle ไม่ต้องมีการประมวลผลใดๆ เมนบอร์ดก็จะสั่งให้ภาคจ่ายไฟลดการจ่ายไฟ ด้วยการปิดการทำงานของ mosfet บางเฟสลงให้เหลือน้อยที่สุด ในที่นี้จะลดลงเหลือเพียง 4 เฟส ในภาวะที่ซีพียูต้องการพลังงานน้อยที่สุด และหากซีพียูของเรามีการทำงานขึ้นมา และต้องกสารพลังงานเพิ่มขึ้น เมนบอร์ดก็จะสั่งให้ Mosfet ทำงานเพิ่มขึ้นเป็น 6, 8 หรือครบทั้ง 12 เฟส ขึ้นอยู่กับภาระของซีพียูว่าต้องการพลังงานมากขนาดไหน และนี่ก็คือการจัดการพลังงานของเทคโนโลยี DES จากทาง GIGABYTE แต่จากการอธิบายตรงนี้ หลายๆท่านอาจจะยังนึกภาพไม่ออกว่า จากที่กล่าวไปนั้นมันเป็นอย่างไร และเพื่อให้เข้าใจได้มากขึ้น เรามาชมการทำงานด้วยการอธิบายด้วยภาพกันดีกว่านะครับ เพราะคาดว่าจะทำให้เข้าใจได้มากขึ้นอย่างแน่นอน

GIGABYTE D.E.S. Software


หน้าตาของ Software ที่ใช้ในการควบคุมฟังก์ชัน DES ของ GIGABYTE ออกแบบมาได้ค่อนข้างสวยงามเลยทีเดียว และนอกจากจะสวยงามแล้วนั้น อินเทอเฟสการใช้งานก็ง่ายดาย ไม่มีความยุ่งยากแต่อย่างไร

เริ่มต้น เรามาดูในช่วงสถาณะ Idle ในขณะที่ยังไม่เปิดใช้งาน DES กันนะครับ จะเห็นว่าซีพียูของเรานั้น มีการใช้พลังงานในช่วง Idle ที่ประมาณ 24.08W ส่วนการเปิดใช้งานนั้น ก็ไม่ยากครับเพียงคลิ๊กลงไปบนปุ่ม Dynamic Energy Server เท่านั้นเอง


Step 1 ( Gear 1 )
Step 3 ( Gear 3 )
Step แรกหลังจากที่เราเปิดการทำงานของ DES จะเห็นว่าซีพียูของเรานั้น มีอัตราการใช้พลังงานลดลงทันที และอีกหนึ่งจุดสังเกตก็คือ เราจะเห็นจำนวนลูกสูบที่กำลังทำงานอยูเพียง 6 สูบเท่านั้น ตรงนี้ทาง GIGABYTE ได้เลือกใช้จำนวนสูบเปรียบเปรยกับจำนวนเฟสภาคจ่ายไฟของซีพียู ซึ่งมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 12 เฟสก็เห็นได้ว่าจะมีลูกสูบด้วยกันทั้งหมด 12 สูบ ไอเดียดีไม่น้อยกับการเปรียบเทียบในลักษณะนี้ และต่อมาเราลองเพิ่มอัตราความประหยัดขึ้นไปแบบสุดๆ ด้วยการเลือกใช้ Step 3 หรือเปรียบเสมือนกับ Gear 3 ซึ่งผลที่ออกมาก ลูกสูบก็จะลดการทำงานลงเหลือเพียง 4 สูบเท่านั้น ตรงนี้ก็เท่ากับว่าในเวลานี้ ภาคจ่ายไฟของซีพียูกำลังทำงานอยู่เพียง 4 เฟสเท่านั้น และอัตราการบริโภคพลังงานของซีพียูก็ลดลงเหลือเพียง 14W กว่าๆเท่านั้น ตรงนี้จะเห็นว่าเราสามารถลดการใช้พลังงานได้มากกว่า 10W เลยทีเดียว ซึ่งจะเป็นประโยชน์เป็นอย่างมากสำหรับผู้ที่ต้องเปิดเครื่องทิ้งไว้เป็นระยะเวลานาน

GIGABYTE D.E.S. - Full Load Saver Energy


ตรงนี้เป็นการเปรียบเทียบให้เห็นในช่วงของการทำงาน Full Load ของซีพียู ว่าก่อนและหลังการเปิดใช้งาน DES นั้น ระดับการใช้พลังงานจะแตกต่างกันเพียงไร ซึ่งจากที่ทดลองทดสอบมาให้ชมนั้น ขนาดในช่วง Full Load แล้ว ลูกสูบแสดงสถาณะการทำงานเพียง 10 สูบเท่านั้น แสดงว่าซีพียูนั้น ยังไม่ได้ต้องการพลังงานแบบเต็มสูบแม้จะมี Load 100% ก็ตาม แต่หากไม่มีการใช้ DES แน่นอนว่าภาคจ่ายไฟยังคงทำงานครบทั้ง 12 เฟส และการใช้พลังงานก็จะมากขึ้นด้วย

GIGABYTE D.E.S. - LED




สำหรับ LED ที่ให้มา ก็จะแสดงสถาณะการจ่ายไฟของภาคจ่ายไฟตามจำนวนเฟสที่กำลังทำงาน เมื่อเราเปิดใช้งาน DES หลอด LED ก็จะสว่างขึ้น เมื่ออยู่ในช่วง Idle หากภาคจ่ายไฟทำงานอยู่เพียง 4 เฟส Led ก็จะสว่างเพียง 4 ดวง แต่เมื่อมีการทำงานของซีพียูเมื่อไหร่ LED ก็จะสว่างและวิ่งไปวิ่งมาเหมือนๆกับ UV ตามเครื่องขยายเสียง ตามจำนวนของภาคจ่ายไฟที่กำลังทำงานอยู่

GIGABYTE D.E.S. - VIDEO Present


อินเทอร์เฟสของการทำงานจาก Software DES ที่ทำออกมาได้อย่างสวยงาม ลองรับชมกันดูนะครับว่าจริงตามที่ได้บอกกล่าวไปเพียงไร และลักษณะการทำงานจากที่ได้อธิบายไว้ทั้งหมดว่า มันทำงานอย่างไร

Conclusion


                  สำหรับในวันนี้ เราก็ได้สัมผัสกันอีกครั้งกับประสิทธิภาพของชิบเซตตัวใหม่ล่าสุดจากทาง INtel ในนาม Bearlake X48 ที่ขยับเข้ามาแทนที่ Bearlake X38 ในกลุ่มของตลาดระดับบน สำหรับกลุ่ม Extreme GAMER และ Extreme Overclock ซึ่งจากการทดสอบที่ผ่านพ้นไป เราก็คงจะได้เห็นกันไปแล้วว่าประสิทธิภาพที่ออกมานั้น สามารถทำได้อย่างน่าประทับใจ สมกับเป็นเมนบอร์ดในระดับ Hi-End ซึ่งในวันนี้จากเมนบอร์ดของทาง GIGABYTE นั้นทาง GIGABYTE ก็ได้ปรับปรุงอะไรหลายๆอย่าง โดยเฉพาะเทคโนโลยีในส่วนของการช่วยในการประหยัดพลังงาน ที่จะเป็นอะไรที่เกิดประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง กับในช่วงเวลาของการรณรงค์การประหยัดการใช้พลังงานของโลกในเวลานี้ สำหรับฟังก์ชันดังกล่าว ยังคงมีจุดที่จะต้องปรับปรุงอยู่เล็กน้อย เพราะว่ามันจะใช้ได้ในภาวะที่ไม่มีการโอเวอร์คล๊อกเท่านั้น หากเรามีการปรับเพิ่มค่าของ FSB เราจะไม่สามารถเปิดใช้ฟังก์ชันนี้ได้ แต่หากเป็นการโอเวอร์คล๊อกโดยการปรับตัวคูณของ CPU เพิ่มขึ้นนั้น จะยังสามารถใช้งานได้อยู่ แต่กระนั้นการโอเวอร์คล๊อกด้วยการเพิ่มตัวคูณ จะสามารถทำได้ในซีพียูในระดับ Top เท่านั้น หรือคิดในอีกมุม ทางวิศวกรคงจะคิดมาแล้วว่า กลุ่มที่ชื่นชอบและรักในการโอเวอร์คล๊อกนั้น คงไม่จำเป็นที่จะใช้ฟังก์ชันนี้ จึงไม่จำเป็นต้องทำงานได้ในกรณีที่มีการโอเวอร์คล๊อก เอ่ยถึงในเรื่องของการโอเวอร์คล๊อกนั้น เมนบอร์ดตัวนี้ก็ยังคงมีอารมณและความรู้สึกของการโอเวอร์คล๊อก เหมือนๆกับเมนบอร์ดในตระกูล X38 เพราะว่าเมนู Bios ต่างๆนั้นยังคงเหมือนๆกัน แต่สิ่งหนึ่งที่รู้สึกได้ถึงความแตกต่างก็คือ มันสามารถบู๊ตได้ง่ายขึ้นกว่าซีรีย์ X38 อยู่มากพอสมควร คือสามารถที่จะบู๊ตได้จากค่า Strap ในหลายๆระดับ ผิดกับในตระกูล X38 หากเลือกค่า Strap ไม่ถูกต้องก็จะไม่บู๊ตทันที จากตรงนี้ก็ชัดเจนเลยว่าการแก้ปัญหาบั๊กในส่วนของเมโมรีจาก X38 มาเป็น X48 ของ Intel นั้นเป็นผลสำเร็จ เอาหละครับกับเรื่องราวของ GIGABYTE X48T-DQ6 จากเราในวันนี้ก็คงมีอะไรแต่เพียงเท่านี้ เอาไว้หากมีอะไรอับเดทนั้น เดี๋ยวเราจะมาอับเดทกันอีกครั้งหรือติดตามได้จากเวบบอร์ดของเรา สำหรับวันนี้ก็ต้องขอตัวก่อนนะครับ แล้วพบกันใหม่ สวัสดีครับ...


GIGABYTE X48T-DQ6

Special Tanks ...GIGABYTE UNITED INC.


| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | Discuss >>


This website optimize resolution best view for 800 x 600
Contact : Webmaster | Link : เวบเก่าคลิกที่นี่