เป็นอย่างไรกันบ้างครับในวันนี้กับ System สุดโหดภายใต้โค็ดเนม SkullTrail จากทาง Intel ที่ปล่อยออกมาในลักษณะเจาะจงไปกับคอนเซปที่ว่า " แพลทฟอร์มสำหรับคอเกมส์ " และกับประสิทธิภาพที่ออกมาแล้วนั้น ก็ต้องยอมรับหละครับว่าเป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ถึงกับเป็นที่น่าประทับใจด้วยหลากหลายข้อจำกัดที่ติดตามมาบนแพลทฟอร์มตัวนี้ ก่อนที่จะไปว่ากันถึงข้อจำกัดที่ว่านี้ เรามามองกันที่จุดเด่นประเด็นดังของแพลทฟอร์มตัวนี้กันก่อนนะครับ สำหรับจุดเด่นของแพลทฟอร์มนี้ที่เห็นเป็นจุดที่ดึงดูดความสนใจได้มากที่สุดก็คือ ความสามารถในการรองรับ SLI จากทาง Intel ที่หลายๆคนเฝ้ารอมานาน และประสิทธิภาพในการทำงานของ SLI ที่ได้รับมาก็มิได้ด้อยไปกว่าเมนบอร์ดบนแพลทฟอร์มของเจ้าของเทคโนโลยีอย่าง nVidia แต่อย่างไร และนี่ก็ยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เราก้ต้องรอดูต่อไปว่า nVidia เองนั้นจะออกมา Support แพลทฟอร์มตัวนี้กับการปล่อย Software และ Driver เพื่อรองรับมักมากน้อยขนาดไหน
เอาหละเรามาว่ากันที่ข้อจำกัดหลายๆด้านบนความเป็นแพลทฟอร์มสำหรับคอเกมส์พันธ์แท้ของ SkullTrail ในเวลานี้กัน จากการที่อินเทลนั้นได้ระบุและบอกกล่าวมาว่า SkullTrail จะเป็นแพลทฟอร์มสำหรับเกมส์เมอร์ แต่กลับใช้งานซีพียูภายใต้แพลทฟอร์ม LGA-775 เช่นเดียวกับ Xeon Processor ที่จะเน้นหนักไปในด้านของ Server หรือ Workstation ทั้งๆที่ตัว QX9775 นั้นก็เป็นอะไรที่ไม่แตกต่างไปจาก QX9770 เลย และกับการเลือกใช้ซีพียู Quad-Core ที่มากถึง 2 ตัวและมีคอร์ให้ได้ใช้งานกันถึง 8 คอร์ และถ้าย้อนมองไปที่ตัว Software รวมถึงเกมส์ต่างๆในท้องตลาดในขณะนี้ มีการรองรับของ Multi-Core ให้ได้ใช้งานกันกี่เกมส์ ? และส่วนต่อมาเหตุใดอินเทลจึงต้องเลือกใช้ชิบเซตสำหรับ Workstation อย่าง Intel 5400 และคำตอบที่ออกมาก็คือเพื่อให้มันสามารถใช้งานได้ในแบบ Multi-CPU แต่เมื่อเป็นชิบเซตในรหัส Intel 5400 เมโมรีที่จะต้องนำมาใช้งานด้วยนั้น ก็จะต้องเป็นเมโมรีในแบบ FBDIMM ซึ่งมีข้อจำกัดมากมายในเรื่องของการใช้งานจากทั้งเรื่องของการรองรับการโอเวอร์คล๊อก เรื่องของ Timing และถ้าหากมีการผลิตเมโมรีในแบบ FBDIMM สำหรับโอเวอร์คล๊อกจริงๆจังๆแล้วหละก็ ไม่อยากคิดถึงเรื่องราคาเลย.... จากข้อจำกัดต่างๆที่ได้กล่าวถึงไปนั้น หากนำมาสรุปรวมกันแล้วประเด็นหลักจะตกอยู่ที่ตัวเมนบอร์ดนั่นเอง แม้ว่าสิ่งที่คอเกมส์จะถูกใจคือ การที่มันสามารถเชื่อมต่อใช้งานกราฟิกการ์ดในแบบ SLI ได้ แต่ในส่วนอื่นๆแล้วล้วนยังไม่เป็นที่ประทับใจของเหล่าบรรดาเกมส์เมอร์ซักเท่าไหร่ และถ้าหากมองดูความเหมาะสมของแพลทฟอร์มตัวนี้ จากอุปกรณ์ต่างๆที่ประกอบขึ้นมาเป็น SkullTrail แล้วความเหมาะสมของมันจะตกอยู่กับกลุ่มคนทำงานในลักษณะ Workstation เสียมากกว่า กลุ่มผู้ใช้งานเหล่านี้จะได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง จากพลังซีพียูในแบบ Multi-Core ด้วย Application ที่ใช้งานต่างก็จะรองรับกับการทำงานบน Multi-CPU อาทิเช่นการ Encode VDO, 3D Rander, 3D Design เป็นต้น
เรามาลองมองกันในลักษณะมองต่างมุมจาก SkullTrail แพลทฟอร์มตัวนี้กันบ้าง หากมองกันให้เข้าใจง่ายๆ แน่นอนว่าที่อินเทลได้เลือกใช้ซีพียูในแพลทฟอร์ม LGA-771 จำนวน 2 ตัว และเรียกแพลทฟอร์มของตัวเองในแบบชื่อเล่นว่า V8 เป้นที่ชัดเจนว่าออกมาชนกับแพลทฟอร์ม 4x4 ของคู่แข่ง AMD และถ้าเรามองกันต่อไป แพลทฟอร์มตัวนี้นั้นจะเป็นอะไรที่แสดงให้เห็นถึงอนาคตของเทคโนโลยีว่าจะมีทิศทางไปในทิศทางใด แพลทฟอร์ม SkullTrail นี้ก็จะเปรียบได้คล้ายๆกับรถยนต์ต้นแบบ ที่เราพบเห็นได้ตามงานแสดงรถยนต์ทั่วๆไป ที่เราจะพบกับความล้ำสมัยอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีที่ยังมาไม่ถึง SkullTrail ก็น่าจะเป็นในลักษณะเดียวกัน เป็นการแสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีที่เราอาจจะได้สัมผัสในอนาคต และอีกหนึ่งจุดที่เราน่าจะให้ความสนใจนั่นก็คือ การที่อินเทลยังไม่ได้รับ Licence จาก nVidia เจ้าของเทคโนโลยี SLI แต่ด้วยการติดตั้งชิบเซต nForce 100MCPs ลงไป ก็สามารถทำให้เมนบอร์ดที่ใช้ชิบเซต Northbridge ที่เป็นชิบ Intel สามารถใช้งาน SLI ได้ และเราก็ได้เห็น SLI กันบนเมนบอร์ดในระดับที่ไม่ธรรมดา แล้วทำไมอินเทลจะทำลักษณะเดียวกันนี้บนเมนบอร์ด Desktop ธรรมดาทั่วๆไปไม่ได้ แน่นอนว่าอินเทลทำได้แน่นอน แต่ขึ้นอยู่กับว่าเมื่อไหร่เท่านั้น ?