เช่นเคยนะครับก่อนที่จะไปว่ากันที่ตัวเมนบอร์ดพระเอกของเรื่องในวันนี้ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับชิบเซตตัวใหม่ในรหัส X58 ตัวนี้จาก Intel กันซักนิดก่อน มาดูกันว่ากับการรองรับการทำงานของ Core i7 หรือ Nehalem นั้นมันจะมีอะไรแตกต่างไปจากชิบเซตในตระกูล P45 หรือ X48 ก่อนหน้านี้อย่างไรบ้าง
สำหรับเจ้า Intel X58 Chipset นั้นแน่นอนว่าจะมีความแตกต่างไปจาก P45 หรือ X48 Chipset อย่างสิ้นเชิงด้วยประการทั้งปวง ด้วยเหตุที่ว่าซีพียูในตระกูลใหม่ในอนาคตอันใกล้จากอินเทลนั้นทางอินเทลได้มีการเปลี่ยนแปลงใหม่หมดในแบบ All New ทั้งสถาปัตยกรรมการผลิต รวมไปถึงขนาดและหน้าตา พูดง่ายๆประมาณว่าใหม่หมดทุกอย่าง แต่ในวันนี้คงจะไม่ขอพูดถึงรายละเอียดของซีพียูมากนัก สำหรับเรื่องราวของซีพียูนั้นเอาไว้ติดตามชมกันในครั้งต่อไปแล้วกันนะครับ วันนี้เราจะมาเน้นกันที่ตัวชิบเซตเป็นหลักแต่ก็คงจะต้องมีการพูดถึงในส่วนของซีพียูเข้ามาปะปนด้วย เนื่องด้วยทั้งสองอย่างนี้ยังคงเป้นของคู่กันนั่นเอง สำหรับความเปลี่ยนแปลงแรกเลยของซีพียูที่เป็นสาเหตุให้ต้องมีการออกแบบชิบเซตใหม่อีกครั้งนั้น เพราะทางอินเทลได้มีการเปลี่ยนสถาปัตยกรรมการผลิตจากเดิมที่เมโมรีคอนโทรเลอร์นั้นจะอยุ่ในชิบเซต Northbridge แต่มาในวันนี้กับยุค Nehalem นั้นทางอินเทลได้มีการเปลี่ยนแปลงชุดเมโมรีคอนโทรลเลอร์เข้าไปควบรวมไว้กับซีพียูเลย ซึ่งก็จะคล้ายๆหรือเหมือนๆกับทาง AMD ที่ได้มีการใช้เทคโนโลยีในลักษณะนี้มาก่อนหน้านี้ระยะเวลาหนึ่ง แต่สิ่งที่อินเทลได้สร้างความแตกต่างไปจาก AMD นั้นก็คือการเลือกใช้เมโมรีในแบบ Triple Channel แทนแบบเดิมที่เป็น Dual-Channel และจะมีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของ FSB ที่เราคุ้นเคยกันมานานมาเป็น QPI หรือ Intel QuickPatch Link ซึ่งจะเป็นช่องทางความเร็วสูงในการรับส่งข้อมูลระหว่างชิบเซตและซีพียู โดยจะมีความเร้วในการเชื่อมต่อที่ประมาณ 25.6GB/s หรือมีประสิทธิภาพมากกว่า X48 Chipset ที่ความเร็ว FSB1600MHz ถึงเท่าตัวเลยทีเดียว สำหรับประเภทเมโมรีที่รองรับนั้นจะเป็น DDR3 เท่านั้นโดยความเร็วที่รองรับก็จะอยู่ที่ 800, 1066 และ 1333MHz และมาถึงตรงนี้เราก้คงอาจจะสงสัยว่าแล้วถ้าเป็นเช่นนี้แล้วทำไมยังต้องมีชิบ Northbridge อยุ่หละ สำหรับคำตอบในเรื่องนี้ก็คือทางอินเทลนั้นจะยังคงใช้ Northbridge สำหรับการควบคุมสล๊อต PCI-Express โดยความเร็วในการเชื่อมต่อหรือแบนวิดท์สุงสุดจะอยุ่ที่ 32x หรือ 16x + 16x แต่ทั้งนี้ก็จะสามารถเชื่อมต่อกราฟิกการ์ดได้มากกว่าสองตัวขึ้นอยู่กับการออกแบบของแต่ละผู้ผลิต โดยที่จะสามารถแบ่งแบนวิดท์ออกเป็นมากที่สุด 4 ชุดคือ 8x + 8x + 8x + 8x ในกรณ์ที่มีการออกแบบให้สามารถติดตั้งกราฟิกการ์ดได้มากถึง 4 ตัว โดยเทคโนโลยีการเชื่อมต่อของ Pci--Express ตรงนี้แน่นอนว่าก็จะต้องเป็น Pci-Express 2.0 และสิ่งหนึ่งที่เกี่ยวกับกราฟิกการ์ดก็คงจะเป็นข่าวดีสำหรับใครหลายๆคนเพราะในวันนี้ Intel X58 พร้อมแล้วสำหรับการใช้งานทั้งเทคโนโลยี SLI และ Crossfire ในตัวเดียว และชิบเซตอีกหนึ่งตัวที่ยังคงไม่ขาดหายไปไหนนั่นก็คือ Southbridge ที่ทางอินเทลก้ยังคงใช้ Southbridge ในรหัส ICH10 ควบคุ่กับ X58 สำหรับควบคุมพอร์ทเชื่อมต่อต่างๆอาทิ SATA, USB 2.0, PCI 32bit เป็นต้น