Page: 14/14

Power Consumption



                  เช่นทุกครั้งเมื่อได้รับรู้รับทราบถึงขีดความแรงความสามารถกันไปเป็นที่เรียบร้อย เราก็จะต้องมาต่อกันด้วยเรื่องของระดับการใช้พลังงาน ซึ่งจากประสิทธิภาพที่ได้รับมานั้นหากมาเปรียบเทียบกับอัตราการใช้พลังงานของ ARES แล้ว โดยภาพรวมแล้วยังถือว่าไม่ค่อยจะน่าพอใจนักหากมองจากที่ได้พบเห็นกันไป เพราะด้วยความแรงของมันนั้นก็ไม่ได้ทำได้ดีกว่า HD5870 CF มากนักแถมในบางกรณียังตามท้ายด้วยซ้ำไป แต่พอเรามามองกันที่อัตราการใช้พลังงานแล้วนั้นตามทฤษฎีแล้ว กับกราฟิกการ์ดในแบบ Single PCB / Dual-GPU มันควรจะมีอัตราการใช้พลังงานที่น้อยกว่า Dual-Card แต่มันไม่เป็นเช่นนั้นเพราะ ARES มีอัตราการใช้พลังงานที่สูงกว่า HD5870 จำนวนสองตัวด้วยซ้ำไปแม้ว่าจะมากกว่าเพียงประมาณ 30W ก็ตามที ซึ่งในจุดนี้หากดูจากความแรงหรือประสิทธิภาพต่ออัตราการใช้พลังงานของกราฟิกการ์ดที่น่าสนใจที่สุดเห็นจะเป็น ATI Radeon HD5970 ซึ่งถือว่าเป็นการ์ดในแบบ Dual-GPU ที่มีการใช้พลังงานค่อนข้างน่าคบหาที่สุด ส่วนกับ nVidia GTX480 นั้นแม้ว่าในการใช้งานในแบบ SLI ที่จะเห็นว่าให้ประสิทธิภาพได้อย่างโดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง แต่อัตราการใช้พลังงานก็โดดเด่นแบบไม่น่าภูมิใจเช่นกันด้วยการใช้พลังงานไปกว่า 782W


Working Temperature


เลื่อนเมาส์เหนือกราฟเพื่อชมการทดสอบในภาวะพัดลม 100%

                  สำหรับในเรื่องของอุณหภูมิการทำงานของ GPU ทั้งสองตัวจากการออกแบบมาให้มีฮีตซิงก์แยกจากกันอย่างอิสระ เราก็จะเห็นว่ามันสามารถช่วยให้อุณหภูมิในช่วง Full Load สามารถลดต่ำลงมาได้มากพอสมควร จากที่เราเคยพบเห็นมาก่อนหน้านี้จาก ATI Radeon HD5970 ที่อุณหภูมิในช่วง Full Load นั้นทะยายสูงขึ้นไปเกินกว่า 90C แต่สำหรับ ARES นั้นอุณหภูมิสูงสุดอยู่ในช่วงประมาณ 80C เท่านั้นเอง และสิ่งหนึ่งที่อาจจะสงสัยกันว่าผลที่ให้มานั้นผิดหรือเปล่าที่ภาวะการทำงานของพัดลมในแบบ Auto และ 100% นั้นให้ผลในช่วงของ Full Load เท่าๆกัน ในจุดนี้ไม่ผิดครับเพราะในช่วงการใช้งานในแบบ Auto นั้นตัวพัดลมก็เร่งตัวเองขึ้นมาอยู่ใช่วงประมาณ 90% ก็เลยส่งผลให้อุณหภูมิแตกต่างกันก็เพียงในช่วงของ Idle เมื่อเราบังคับให้มันทำงาน 100% ตลอดเวลา แต่สิ่งที่ไม่ค่อยจะน่าชื่นชมนักก็เห็นจะเป็นเรื่องของเสียงรบกวนจากพัดลม ที่มีเสียงการทำงานค่อนข้างดังเป็นอย่างมากหากมีรอบการทำงานสูงเกินกว่า 70% โดยรอบสูงสุดในการทำงานของมันนั้นสูงถึง 4800rpm เลยทีเดียว


Overclocking Ability - ASUS ARES @ 950/1300MHz (Stock Voltage)




วันนี้กับการทดสอบความสามารถในการโอเวอร์คล๊อกของเจ้า ARES นั้นด้วยระยะเวลาที่อยู่ด้วยกันอันน้อยนิด ก็เลยมีมาให้ได้ชมในแบบพื้นๆกับการทดลองโอเวอร์คล๊อกในแบบที่ไม่มีการเพิ่มไฟเลี้ยงให้กับ GPU เพิ่มเติม(สามารถเพิ่มได้จากโปรแกรมที่รองรับในปัจุบันอย่าง Smart Doctor และ...) ซึ่งความเร็วสูงสุดของ GPU ที่เราสามารถทำได้คือ 950MHz ส่วน Memory นั้นก็ได้ที่ 1300MHz (5200MHz effective) ส่วนตัวพัดลมก็ปล่อย Auto ไว้ได้เลยครับเพราะมันสามารถเร่งขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องไปปรับทิ้งไว้ให้เสียงดังตลอดเวลา


Conclusion


                เข้ามาสู่ในช่วงของบทสรุปในวันนี้ซึ่งผมเองนั้นก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นตรงจุดใดดี เพราะว่าแทบจะพูดไปทุกอย่างจนหมดแล้ว มาถึงตรงนี้ก็คงต้องพูดในแบบนำทุกอย่างมายำรวมกันทั้งหมดแล้วกัน อย่างนั้นขอเริ่มต้นกันที่เรื่องของประสิทธิภาพกันก่อนแล้วกันนะครับ สำหรับประสิทธิภาพที่ออกมาของ ASUS ARES ที่ได้รับชมกันไปนั้น คงต้องบอกเลยว่าอาจจะทำให้หลายๆท่านผิดหวังผิดกับที่คาดหวังไว้เล็กน้อย เพราะด้วยที่ว่าสุดท้ายแล้วมันยังไม่สามารถทำผลงานหนีจาก ATI Radeon HD5870 ในแบบ Crossfire ได้อย่างหมดจดนัก รวมทั้งในบางครั้งก็ทำผลงานออกมาเป็นที่ตามท้ายอีกด้วย ในจุดนี้หากมองไปที่ตัวสเป็คนันเราคงต้องคิดไว้ตั้งแต่ต้นว่าอย่างไรแล้วมันก็ควรจะมีประสิทธิภาพที่เหนือกว่า HD5870 Crossfire สักเล็กน้อยหรืออย่างเลวแล้วก็ไม่ควรที่จะต่ำกว่า แต่ท้ายที่สุดกับคำตอบที่ได้รับมันไม่เป็นเช่นนั้นทั้งๆที่หากมองลึกๆแล้ว ARES ก็คือ HD5870 CF รวมทั้งตัวมันเองก็พกเมโมรีมามากถึง 4GB ด้วยซ้ำไป แต่เราก็อย่าเพิ่งด่วนสรุปหรือว่าผิดหวังไปซะทีเดียว เพราะสิ่งหนึ่งที่สังเกตเห็นมาโดยตลอดจากแทบจะทุกๆการทดสอบก็คือประสิทธิภาพในช่วงของความละเอียดในระดับ 1920x1200pixel ที่เจ้า ARES นั้นสามารถทำผลงานขึ้นมาได้ดีขึ้นเป็นลำดับหากเปรียบเทียบกับการ์ดในโมเดลอื่นๆ ตรงจุดนี้ก็เป็นผลโดยตรงจากขนาดความจุของเมโมรีที่มีมาในจำนวนมากนั่นเอง และถ้าเรามองไปข้างหน้าหากว่ามีการทดสอบหรือได้ทดสอบกันที่ความละเอียดที่สูงกว่านี้เช่น 2560x1600pixel กับจอแสดงผลในขนาด 30" แล้วนั้นคิดว่าเจ้า ARES น่าจะสำแดงเดชออกมาได้เด่นชัดขึ้นแน่นอน โดยสรุปแล้วนั้นสำหรับความแรงความสามารถก็ถือว่าทำได้ดีพอตัวแม้จะยังไม่เป็นที่สุดก็ตามที

                เอ่ยถึงในเรื่องของความคาดหวังกันไปพอสมควรแล้ว คราวนี้เราลองมาดูกันต่อว่าแล้วภาพรวมของ ASUS ARES นั้นมันมีความน่าสนใจที่จุดใด แน่นอนว่ามันจะต้องมีและมีมากเสียด้วยซ้ำไปหากไม่ยึดติดกับคำว่าแรงที่สุด เพราะอย่างน้อยๆแล้วเราต้องไม่ลืมว่านี่คือ Limited Edition ที่ผลิตออกมาในจำนวนจำกัด ซึ่งนั่นหมายความว่าวันหนึ่งแม้ว่าจะมีเงินมากมายก็ไม่อาจจะเป็นเจ้าของได้อีกแล้วนั่นเอง ส่วนที่นอกเหนือไปจากความเป็น Limited Edition แล้วนั้นก็เห็นจะเป็นเรื่องของความสะดวกหรือความได้เปรียบในการใช้งาน ซึ่งทุกๆครั้งเราก็มักจะพูดถึงเรื่องนี้สำหรับกราฟิกการ์ดในแบบ Dual-GPU บน PCB ชุดเดียว เพราะมันจะมีความจำเป็นที่ต้องใช้งานสล๊อต Pci-express เพียงช่องเดียวเท่านั้น เราก็สามารถใช้งานกราฟิกการ์ดบนเทคโนโลยี Crossfire จากทาง ATI ได้ และถ้าจะมองโลกในแง่ดีมากขึ้นนั้นอย่างน้อยๆแล้วมันก็แรงกว่า ATI Radeon HD5970 ที่เป็นการ์ดในแบบใบเดียว 2 GPU อยู่มากพอสมควร จนเราสามารถกล่าวได้เลยว่า ASUS ARES คือกราฟิกการ์ดใบเดียวที่แรงที่สุดบนพื้นพิภพในเวลานี้ก็ว่าได้ แต่สิ่งสำคัญอีกสิ่งหนึ่งที่ดูเหมือนว่าจะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับใครหลายๆคน นั่นก็คือเรื่องของราคาค่าตัวที่มีการเปิดตัวออกมากว่า 1200USD หรือประมาณกว่า 39000 บาทไทย(แต่เห็นราคาแว๊ปๆในบ้านเราสูงถึง 45xxx บาท) และเรื่องนี้เองอาจจะเป็นเหตุให้มันลดความน่าสนใจลง แต่...หากย้อนกลับมามองอีกสักครั้งหากว่าราคาอยู่ในช่วง 39xxx บาทจริงๆนั้น ดูๆไปแล้วก็ยังพอยอมรับได้อยู่เหมือนกันหากว่ามองไปถึงการเลือกใช้ ATI Radeon HD5870 จำนวนสองใบ แต่ก็ไม่ได้ในความเป็น Special Edition ที่มีให้เห็นกันโดยทั่วไป แต่หากสามารถเพิ่มส่วนต่างในจุดนี้ได้อย่างไรแล้ว ASUS ARES ก็ยังคงเป็นกราฟิกการ์ดที่สามารถพูดได้ว่ามีมนต์ขลังน่าจับจองเป็นที่สุดตัวหนึ่ง หากใครที่มีความสามารถหรือมีโอกาสหามาครอบครองได้นั้นน่าจะลองทบทวนดูสักหน่อยก็ไม่น่าผิดนัก เพราะว่าหากช้าไปเดี๋ยวจะไม่มีให้ครอบครอง


ASUS ARES - Limited Edition. Unlimited Power

Special Thanks : ASUSTek Inc.


Page. | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | Discuss >>


This website optimize resolution best view for 800 x 600
Contact : Webmaster | Link : เวบเก่าคลิกที่นี่