ลือ NVIDIA อาจลดสเปก HBM ของ Rubin Ultra! รับมือปัญหาซัพพลาย HBM4E ตึงตัว เน้นส่งมอบ GPU AI ได้มากขึ้น
NVIDIA อาจปรับแผนของ Rubin Ultra GPU สำหรับงาน AI เจเนอเรชันถัดไป โดยมีรายงานว่าบริษัทกำลังประเมินการ ลดสเปกหน่วยความจำ HBM เพื่อรับมือกับข้อจำกัดด้านอุปทานของหน่วยความจำรุ่นใหม่ และเพิ่มจำนวนชิปที่สามารถผลิตได้ในปีหน้า
รายงานระบุว่า NVIDIA กำลังพิจารณาทางเลือกหลายรูปแบบ แทนการใช้ HBM4E แบบ 12-Hi ตามแผนเดิม เนื่องจากการพัฒนาและการผลิต HBM4E ยังมีความไม่แน่นอน
อาจลดจาก HBM4E เป็น HBM4
หนึ่งในแนวทางที่กำลังถูกพิจารณา คือ
- เปลี่ยนจาก HBM4E เป็น HBM4
สาเหตุหลักมาจากความไม่แน่นอนของกระบวนการตรวจสอบคุณภาพ (Validation) และการเตรียมสายการผลิตของผู้ผลิต DRAM รายใหญ่ทั้งสามราย
แม้ผู้ผลิตหน่วยความจำจะเร่งพัฒนา HBM4E แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะสามารถเข้าสู่การผลิตจำนวนมากได้ทันตามกำหนดหรือไม่
ลดจำนวนชั้น DRAM จาก 12-Hi เหลือ 8-Hi
อีกแนวทางที่ NVIDIA กำลังประเมิน คือ
- ลดการซ้อนชิป DRAM ในแต่ละ HBM Stack
- จาก 12-Hi
- เหลือ 8-Hi
แม้ว่าความจุหน่วยความจำต่อ Stack จะลดลง แต่ข้อดีคือ
สามารถผลิต HBM Stack ได้จำนวนมากขึ้นจากปริมาณชิป DRAM เท่าเดิม
กล่าวคือ
หากใช้ DRAM Die จำนวนเท่าเดิม
- การทำ Stack แบบ 8-Hi จะสร้างโมดูล HBM ได้มากกว่าแบบ 12-Hi
ส่งผลให้ NVIDIA สามารถผลิต GPU Rubin Ultra ได้จำนวนมากขึ้นในช่วงที่หน่วยความจำ HBM ยังขาดแคลน
เน้นเพิ่มจำนวน GPU มากกว่าความจุ HBM
รายงานมองว่า กลยุทธ์ดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้ NVIDIA สามารถส่งมอบสินค้าได้มากขึ้น
แทนที่จะผลิต GPU จำนวนน้อยแต่ใช้ HBM ความจุสูง
แนวคิดนี้คล้ายกับกรณีของ
Vera CPU
ที่เลือกใช้โมดูล LPDDR5X SOCAMM2 เพื่อให้สามารถกระจายหน่วยความจำได้ครอบคลุมจำนวนผลิตภัณฑ์มากขึ้นในช่วงที่ซัพพลายมีข้อจำกัด
Rubin Ultra อาจเน้น I/O มากกว่าเพิ่ม HBM
แหล่งข่าวยังระบุว่า
จุดเด่นสำคัญของ Rubin Ultra อาจไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มความจุ HBM เพียงอย่างเดียว
แต่จะเน้นการยกระดับ
- ความเร็วของระบบ I/O
- แบนด์วิดท์การเชื่อมต่อระหว่างชิป
- ประสิทธิภาพของระบบอินเตอร์คอนเน็กต์
ดังนั้น การลดขนาดของ HBM Stack อาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพโดยรวมน้อยกว่าที่หลายคนคาด
ผู้ผลิต AI ASIC ก็เริ่มพิจารณาลด HBM เช่นกัน
รายงานยังระบุว่า
ไม่ใช่เพียง NVIDIA เท่านั้น
ผู้ผลิตชิป AI แบบ ASIC หลายรายก็เริ่มพิจารณาใช้หน่วยความจำ HBM ที่มีความจุต่ำลงเช่นกัน
เนื่องจากข้อจำกัดของกำลังการผลิต HBM และความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากตลาด AI
วิกฤต HBM ยังเป็นปัญหาหลักของอุตสาหกรรม AI
ตลอดปี 2026 ผู้ผลิตหน่วยความจำอย่าง
- Samsung
- SK hynix
- Micron
ต่างเผชิญความต้องการ HBM ที่สูงเป็นประวัติการณ์
ขณะที่กำลังการผลิตส่วนใหญ่ถูกจองล่วงหน้าโดยผู้ให้บริการคลาวด์ ศูนย์ข้อมูล และบริษัทพัฒนา AI รายใหญ่
ทำให้ HBM กลายเป็นหนึ่งในคอขวดสำคัญของอุตสาหกรรมชิป AI ในปัจจุบัน
ยังเป็นเพียงรายงาน ยังไม่มีการยืนยันจาก NVIDIA
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดในขณะนี้ยังเป็นเพียงรายงานจากแหล่งข่าวในอุตสาหกรรม และ NVIDIA ยังไม่ได้ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการ ว่าจะปรับลดสเปก HBM ของ Rubin Ultra จริงหรือไม่
หากมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ก็สะท้อนให้เห็นว่าผู้ผลิตชิป AI รายใหญ่เริ่มให้ความสำคัญกับ การเพิ่มจำนวนสินค้าที่สามารถส่งมอบได้ มากกว่าการผลักดันสเปกสูงสุดของแต่ละผลิตภัณฑ์ ท่ามกลางภาวะขาดแคลนหน่วยความจำ HBM ที่คาดว่าจะยังคงดำเนินต่อไปในปี 2027 และอาจยาวนานถึงปี 2028
ที่มา: IT Home



