iPhone Xs พร้อมจะแทนกล้อง DSLR แล้วหรือยัง?


iPhone Xs พร้อมจะแทนกล้อง DSLR แล้วหรือยัง?

รีวิวโดย : AlphaA

Font Size A A A

เมื่อพูดถึงกล้องที่ดีที่สุดที่คุณมีหรือจับต้องได้ หลายๆ ครั้งคุณจะยืนยันว่ามันคือกล้อง DSLR ขนาดใหญ่ ทว่า คุณจะได้หยิบมันออกไปใช้ทุกครั้งไหม คำตอบคือไม่ แต่ถ้าถามกลับกัน คุณจะออกจากบ้านโดยไม่พกเอา iPhone ไปด้วยกี่ครั้ง คำตอบก็คือ ไม่ เช่นกัน หากเราถามว่า ถ้าคุณมีกล้องที่ดีอยู่บน iPhone คุณจะเสียพลังงานไปกับการแบกกล้อง DSLR ทุกครั้งไหมที่มีโอกาสถ่ายภาพ คำตอบนี้คงไม่เหมือนกันทุกคน ดังนั้นสิ่งที่เราอยากจะถามคือ ในตอนนี้ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะวาง DSLR เอาไว้เฉยๆ และหันไปใช้ iPhone แทน ?

 

iPhone ที่มาพร้อมกับพลังการถ่ายภาพ
   
เชื่อว่าหลายๆ คนคงได้เห็นฟังก์ชันด้านการถ่ายภาพของ iPhone รุ่นใหม่ทั้ง 3 ตัวกันไปบ้างแล้ว แถมผลทดสอบ DXOMark ที่เพิ่งคลอดออกมาก็ระบุว่า ภาพถ่ายจากกล้องของ iPhone XS Max นั้นเป็นรองสมาร์ทโฟน P20 Pro เพียงตัวเดียว (จริงๆ แล้ว แม้ว่าเราจะจั่วหัวว่าเป็น iPhone Xs แต่อยากให้ทุกๆ คนมองภาพการใช้งานกล้องสมาร์ทโฟนอื่นๆ รวมเข้าไปด้วย)

   สำหรับ iPhone Xs และ Xs Max จะใช้กล้องเลนส์คู่ที่ให้ภาพถ่ายความละเอียด 12 ล้านพิกเซลเช่นเดียวกับ iPhone X แต่มันก็ได้รับการปรับปรุงทั้งในส่วนของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้ดีขึ้นไปอีกระดับ โดยโหมดถ่ายภาพบุคคล (Portrait) ในโทรศัพท์รุ่นใหม่สามารถปรับขนาดรูรับแสงได้ นั่นหมายความว่า คุณสามารถปรับระยะความลึกหรือ Dept of Field ได้แม้หลังจากคุณกดปุ่มชัตเตอร์ไปแล้ว นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Smart HDR ที่นำภาพในหลายๆ สภาพแสงมาประมวลผลผสมกับอัลกอริทึมชุดใหม่ ภาพที่ได้จึงมีรายละเอียดในส่วนของเงาหรือพื้นที่มืด (Shadow) และพื้นที่สว่าง (Highlight) มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังทำให้ iPhone Xs และ Xs Max ทำงานได้ดีขึ้นในสภาพแสงน้อยอีกด้วย

   แน่นอนว่า คุณภาพภาพที่ดีขึ้นนี้ช่วยให้ iPhone Xs มีประโยชน์สำหรับช่างภาพ เมื่อนำไปปรับแต่งกับแอพพลิเคชันอย่างเช่น Lightroom Mobile หรือแอพฯ ยอดนิยมอื่นๆ นอกจากนั้นสมาร์ทโฟนยังได้รับอนุญาตให้ใช้ถ่ายภาพได้ในหลายๆ สถานที่ที่ไม่อนุญาตให้ใช้กล้อง DSLR 

 

ประสบการณ์ที่คุ้นเคยจากกล้อง DSLR
   
ด้วยกล้อง DLSR ไม่ว่าคุณจะเป็นมืออาชีพหรือแค่รักการถ่ายภาพ คุณก็จะได้รับประสบการณ์ที่ดีๆ จากมัน ไม่ว่าจะเป็นการตั้งค่าถ่ายภาพที่หลากหลาย ทั้งแมนนวลหรืออัตโนมัติ ภาพที่ได้ก็จะใกล้เคียงกับจินตนาการ ยิ่ง DSLR ในยุคนี้ยังเพิ่มโหมดถ่ายภาพใหม่ๆ เข้ามา อาทิ  HDR หรือ Video Time-lapse เพียงแค่คุณศึกษาการใช้งานล่วงหน้าเท่านั้น


 
    ทุกๆ คนทราบดีอยู่แล้วถึงประโยชน์และศักยภาพของกล้อง DSLR แม้ว่าบางคนอาจต้องเวลาหลายปีกว่าจะควบคุมกล้องได้อย่างเชี่ยวชาญ นอกจากนั้นแล้วมันยังจับคู่กับเลนส์หลากหลายระยะได้แทบจะไม่สิ้นสุดหรือเสริมศักยภาพให้กับกล้องตัวเก่งได้อีกไม่ว่าจะกริป ชุดไฟแฟลช หรือรีเฟลก ในทำนองเดียวกัน คุณสามารถซื้อการ์ดบันทึกหรือ SD Card ได้ง่ายๆ ปัญหาเรื่องพื้นที่จัดเก็บข้อมูลจึงเกิดขึ้นได้ยาก เว้นเสียแต่คุณไม่ลงทุนกับมันเอง ไม่เพียงเท่านั้น หลายๆ คนยังชื่นชอบไฟล์ RAW พร้อมกับการประมวลผลภาพด้วยซอฟต์แวร์พิเศษที่ให้คุณยกระดับภาพไปอีกขั้น สรุปได้ว่า คุณสามารถควบคุมหลายๆ ได้อย่างลึกซึ้งในระดับพิกเซลเลย

 

เปรียบเทียบคุณสมบัติ
   สิ่งแรกที่ผู้คนมักจะเปรียบเทียบกับก็คือ เรื่องของความสามารถในการควบคุม แม้ว่าสมาร์ทโฟนจะมีคุณสมบัติในการปรับแต่งกล้องแบบแมนมวลมานานระยะหนึ่งแล้ว (ไม่ใช่สมาร์ทโฟนทั้งหมด) แต่สำหรับ iPhone พวกเขาไม่ได้บรรจุโหมดแมนนวลเต็มรูปแบบลงในอุปกรณ์ ถ้าอยากใช้งานจริงๆ ก็ซื้อแอพฯ เพิ่มเอา

   ส่วนการปรับค่ารูรับแสงนั้นถือเป็นเพียงคุณสมบัติเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นในมุมของนักถ่ายภาพ ในขณะที่ภาพถ่ายสวยๆ ส่วนหนึ่งมาจากการวางแผนและจัดการทุกๆ สิ่งอย่างเหมาะสมก่อนจะลั่นชัตเตอร์ (บางครั้งก็ผ่านซอฟต์แวร์ปรับแต่งภาพ) นอกจากนั้นฟีเจอร์ที่เหล่าสมาร์ทโฟนผลักดันออกมาอย่างภาพถ่ายบุคคลที่ฉากหลังละลายนั้นก็จะใช้คำว่า Bokeh ได้ไม่เต็มที่ เพราะส่วนใหญ่มันไม่เหมือนกับ  Bokeh ที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติในกล้อง DSLR

 

ความต่างในด้านเทคโนโลยี
   
กล้องถ่ายภาพที่ดีมักจะให้ภาพที่มีรายละเอียดและฟังก์ชันด้านการถ่ายภาพที่ดีเช่นกัน ถึงกระนั้นคุณก็ยังคงต้องนึกถึงการประมวลผลภาพด้วย ถ้าหากคุณไม่สามารถจบมันได้จากหลังกล้องเลย แต่สำหรับ iPhone Xs คุณจะมีพื้นที่จัดเก็บภาพและวิดีโอได้สูงสุดถึง 512GB จากจุดนั้นคุณจะสามารถเรียกแอพฯ ปรับแต่งภาพขึ้นมาได้ทันทีและปรับปรุงให้ภาพเป็นไปตามที่คุณชื่นชอบ แถมยังอัพโหลดไปยังเพื่อนๆ หรือโซเชียลมีเดียได้ในไม่กี่อึดใจ หรือจะใส่สติกเกอร์น่ารักๆ ลงไป เครื่องมือเหล่านั้นมีมากมายและจัดการทั้งหมดได้ผ่านปลายนิ้ว

   กลับกันหากเป็นกล้อง DSLR คุณต้องดาวน์โหลดภาพผ่าน Wi-Fi หรือตัวอ่านการ์ด หรือสายเคเบิ้ล จากนั้นคุณจะต้องมีคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลเพื่อดำเนินขั้นตอนต่อไป ซึ่งกระบวนการต่างๆ ตรงนั้นทำให้เกิดความล่าช้า แม้กระทั่งจะอัพโหลดขึ้นไปยังโลกโซเชียลที่เป็นเรื่องง่ายๆ

บทสรุป
 
  ถ้าคุณไม่ใช่ช่างภาพ คำตอบก็ชัดเจนเอามากๆ คุณสามารถใช้ประโยชน์จาก iPhone Xs หรือ Xs Max ได้มากกว่ากล้อง DSLR และยิ่งคุณกำลังมองหาอุปกรณ์ช่วยถ่ายทอดประสบการณ์และแบ่งปันสิ่งเหล่านั้นให้กับผู้คนหรือเพื่อนๆ iPhone ก็เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ถ้าคุณชีเรียสกับภาพถ่าย ต้องการนำภาพไปพิมพ์ หรือนำไปขายต่อในร้านขายภาพออนไลน์ กล้อง DLSR ก็ยังคงเป็นอุปกรณ์ที่เหมาะมากกว่า

ร่วมแสดงความคิดเห็น