ทำไม Battery Health ถึงมีความสำคัญ ?


ทำไม Battery Health ถึงมีความสำคัญ ?

รีวิวโดย : AlphaA

Font Size A A A

     ถ้าในวันนี้รถไฟฟ้าเต็มรูปแบบหรือ EV ถูกใช้อย่างแพร่หลาย เราคงไม่ต้องตั้งคำถามเหล่านี้ให้กับพวกคุณ และเพื่อให้มันใกล้ตัวเข้าไปอีก เจ้าแบตเตอรี่ที่กำลังจะกล่าวถึงนี้ก็คือ แบตเตอรี่ในสมาร์ทโฟนที่หลายๆ คนกังวลโดยเฉพาะผู้ใช้ทางฝั่งแอปเปิ้ล

     เรื่องของสุขภาพแบตเตอรี่หรือ Battery Health เป็นเหมือนกับตัวบ่งชี้ความน่าเชื่อถือว่า แบตเตอรี่ของคุณมีการทำงานอย่างไร ถ้ามันทำงานได้ไม่ดีพอหรือเริ่มจะเสื่อมลงเรื่อยๆ ก็ใกล้ถึงเวลาเปลี่ยน ... จะเปลี่ยนเครื่องหรือเปลี่ยนแบตเตอรี่ เลือกเอาเอง แต่จริงๆ แล้วสุขภาพของแบตเตอรี่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับสุขภาพของอุปกรณ์โดยตรง (เว้นเสียแต่มันพังมานานจนพาลให้อุปกรณ์ภายในรวนไปด้วย) ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่หรือแม้กระทั่งผู้ผลิตสมาร์ทโฟนก็มีความเข้าใจหรือสร้างความเข้าใจกันอย่างผิดๆ ทั้งนั้น

 

สุขภาพของแบตเตอรี่คืออะไร

       การวัดค่าแบตเตอรี่อย่างแม่นยำเป็นเรื่องที่ทำได้ยากกว่าที่คิด แม้จะมีวิธีการที่นิยมใช้งานกันอย่างเช่น วัดค่าประจุของแบตเตอรี่ในขณะนั้น แต่วิธีนี้ก็ยังมีข้อผิดพลาดและไม่แม่นยำอีกด้วย ดังนั้นวิธีตรวจสอบสุขภาพของแบตเตอรี่ที่ทำได้ก็คือ การประเมินค่าอย่างคร่าวๆ โดยอาศัยกลไกภายในโทรศัพท์ ซึ่งจะวัดค่าแบตเตอรี่ออกมาได้อย่างแม่นยำพอสมควร

        แบตเตอรี่ที่นำมาใช้กับสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่มีการใช้อินทรีย์สารเข้ามาประกอบ ดังนั้นจึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดบางอย่างได้ นอกจากนั้นในการชาร์จแต่ละครั้ง ความจุของแบตเตอรี่เองก็จะมีค่าแตกต่างกันถึง 2-3 เปอร์เซ็นต์ บางครั้งอาจจะมากถึง 10 เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ ดังนั้นอย่าแปลกใจหากว่า คุณวัดค่าสุขภาพแบตเตอรี่แล้วได้ผลลัพธ์ที่ได้ลดลงจากครั้งก่อนถึง 10 เปอร์เซ็นต์ 

     เพื่อความเข้าใจที่มากขึ้น สมมุติว่าแบตเตอรี่ในสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ของคุณมีความจุ 3000mAh แล้ววันนี้แบตเตอรี่มันมีค่าความจุ 2880mAh สมาร์ทโฟนของคุณจะรายงานค่าการเปลี่ยนแปลงนี้ว่า "96% battery health" เพราะว่าแบตเตอรี่มันสามารถเก็บพลังงานได้ 96% จากความจุเริ่มต้น ตัวเลขนี้สามารถบ่งชี้ถึงการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่ได้เช่นกัน ดังนั้นถ้ามองว่ามันคือ สถานะของแบตเตอรี่ก็ทำได้อีกเช่นกัน

     แบตเตอรี่ทุกชนิดทุกก้อนล้วนต้องมีการเสื่อมสภาพ อาจจะเกิดจากส่วนประกอบทางเคมีล้มเหลว ทำปฏิกิริยาช้าลง ตัวเร่งปฏิกิริยาหยุดชะงัก แต่มันต้องใช้เวลายาวนานมากพอที่แบตเตอรี่ทุกก้อนหรือทุกเซลล์สูญเสียความสามารถโดยสิ้นเชิง ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะรักษาสุขภาพของแบตเตอรี่ด้วยการชาร์จไฟอย่างถูกต้อง ตัวเลข Battery health มันก็จะค่อยๆ ลดลงอยู่ดี

     โชคดีที่แบตเตอรี่ Li-ion ในวันนี้มีอายุการใช้งานยาวนานก่อนที่มันจะเสื่อมสภาพ แถมบางคนยังใช้งานแบตเตอรี่โทรศัพท์ได้นานกว่าอายุการใช้งานของอุปกรณ์เสียอีก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่สมาร์ทโฟนมือสอง อายุเกิน 2 ปี แต่สภาพของแบตเตอรี่ดันมีสุขภาพดีถึง 90 เปอร์เซ็นต์

     สำหรับการใช้งานโดยทั่วไปแล้ว ถ้าโทรศัพท์ของคุณวัดค่าความสมบูรณ์ของแบตเตอรี่ออกมาเกินว่า 80 เปอร์เซ็นต์ก็ไม่ต้องไปกังวลอะไร แต่ถ้ามันมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ก็ขอยินดีกับความสมบูรณ์แบบในการทำงานได้อย่างเต็มที่ของอุปกรณ์ อีกมุมหนึ่ง ถ้าตัวเลขชี้วัดนั้นมีค่าต่ำกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ และมีการลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง คุณควรต้องรีบตรวจสอบอย่างจริงจังและมองหาทางแก้ไขแต่เนิ่นๆ ได้เลย

ประเมินแบตเตอรี่ด้วยตัวเอง

    วิธีบ่งชี้ที่น่าเชื่อถือที่สุดในการประเมินสุขภาพของแบตเตอรี่ก็คือ ประสบการณ์การใช้งานของตัวคุณเอง  ถ้าคุณสังเกตพบว่า แบตเตอรี่เริ่มทำงานเปลี่ยนไปก็ให้ลองหมั่นสังเกตมากขึ้นว่า มันมีสัญญาณบ่งชี้อะไรที่ชัดเจนบ้าง อย่างเช่น โทรศัพท์ดับลงทันทีเมื่อมันมีแบตเตอรี่คงเหลืออยู่ 30% ใช้ระยะเวลาในการชาร์จนานกว่าปกติหรือนานกว่าเดิม 2 เท่า ตัวเครื่องบริเวณแบตเตอรี่มีความร้อนมากกว่าเดิมขณะใช้งานหรือชาร์จพลังงาน  อาการเหล่านี้ถือเป็นการบ่งชี้ปัญหาของแบตเตอรี่ได้อย่างน่าเชื่อถือ แต่บางครั้งแบตเตอรี่ของคุณก็ไม่ได้เป็นต้นเหตุของปัญหา ดังนั้นควรตรวจสอบอุปกรณ์ทุกๆ อย่างในแน่ชัดก่อนเดินทางไปศูนย์หรือหาร้านซ่อมใกล้ๆ บ้าน

 

ร่วมแสดงความคิดเห็น