Announcement

Collapse
No announcement yet.

วิธีการตั้งต่า SSD Cachiing ใน Motherboard Z68 ครับ

Collapse
This is a sticky topic.
X
X
 
  • Filter
  • Time
  • Show
Clear All
new posts

  • วิธีการตั้งต่า SSD Cachiing ใน Motherboard Z68 ครับ

    Latest Update 09 June 2013
    ------------------------------------------------------------------------------------------
    Original on 22 Dec 2011

    สืบเนื่องจากกระทู้นี้ ----> http://www.overclockzone.com/forums/...B8%B1%E0%B8%9A

    ผ่านไป 2 วันในที่สุดก็สำเร็จ = =' หาวิธีทำเองเจอแล้วครับจากเวบนอก (และก็ไม่มีคนตอบด้วย TT )
    เลยคิดว่าเอามาแชร์ไว้ดีกว่าเผื่อมีคนประสบเคราะห์กรรมเดียวกันจะได้ใช้ได้กันถ้วนหน้า

    Intro..
    วิธีของผมเป็นวิธีทำหลังจากที่ลง Windows เสร็จแล้ว หรือว่ามี Windows อยู่แล้วนะครับ อ่านเค้ามาแล้วก็มาดำน้ำปรับปรุงพลิกแพลงนิดหน่อย
    ใช้ได้เรียบร้อย บางคนอาจจะมีวิธีที่ง่ายกว่านี้ก็มา share กันนะครับ ผมว่าวิธีนี้น่าจะใช้ได้กับทุกบอร์ดที่ใช้ Intel Chipset Z68 นะ
    บอร์ดที่ผมทำคือ ASRock Extreme3 Gen3 (บางยี่ห้อ อาจจะมี Utility ที่ทำให้ใช้งานง่ายกว่านี้มาก )
    อยากบอกว่าของถูกก็ทำให้เราตื่นเต้นได้เหงื่อตกได้เหมือนกัน = =" (อะไรก็ดีขึ้นเยอะ OK อยู่หรอกนะแบรนด์นี้ แต่ Utility ไม่ไหวจริงๆ= =)
    หลังจากทำแล้ว มันดึงไอเต่า WD green ให้เร็วกระชากใจได้ดีขึ้นมากจริงๆ (อิจฉาไอรุ่นน้องเจ้าของเครื่องชะมัด X58 ของเรามันเก่าทำมั่ยด้ายยย ToT)
    ปล. วิธีนี้สำหรับ Windows 7 x86 และ x64 เท่านั้นนะครับ XP ไม่เคยทำ = =

    ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนเริ่มต้นติดตั้ง

    1ก่อนทำห้ามเชื่อมต่อ SSD และอย่าเพิ่งลง Intel Rapid Storage Technology Software นะครับ
    2.Update BIOS เป็นตัวล่าสุด พร้อมทั้ง Downloads Intel RST เวอร์ชั่นล่าสุดให้เรียบร้อย
    3.SSD ที่ใช้เป็น Caching รองรับมากสุด 64 GB ครับ ใหญ่กว่านั้นไม่มีประโยชน์
    4.การใช้งานร่วมกันข้าม Version ของ SSD และ HDD ระหว่าง SATA II และ III ไม่มีปัญหาทั้งในเรื่อง Ports และตัว Device ครับ
    5.จากข้อ 4 มีข้อจำกัดแค่ว่า Ports SATA นั้นๆ ต้องควบคุมด้วย Chipset Z68 ของ Intel เท่านั้นนะครับ (Host Controllers อื่นๆ เช่น Marvell etc. มันไม่รองรับ)
    6.HDD ที่ลง OS ไว้แล้ว จะแบ่ง partition ไว้ยังไงก็ได้ครับไม่มีปัญหา สบายแฮ

    ขั้นตอนการตั้งค่าและติดตั้งตามนี้ครับ


    1.ไปที่ Start > พิมพ์ Regedit เพื่อเข้า Registry Editor
    ตามนี้ครับ HKEY_LOCAL_MACHINE\System\CurrentControlSet\Services\iaStorV
    2. คลิกขวาที่ Icon start ใน iaStorV เลือก Modify
    3.เปลี่ยนค่าตัวเลขในช่อง Value Data จาก 3 เป็น 0 ครับ เพื่อ Reset ค่า RAID ใน Windows
    ปล.ขั้นตอนที่ 1-3 นี้จะคล้ายๆ ขั้นตอนการเปลี่ยน Mode HDD SATA NCQ จาก IDE เป็น AHCI นะครับ
    4.Restart เครื่อง 1 รอบครับ เพื่อให้ Windows Reset ค่า RAID ตัวเอง
    5.เชื่อมต่อ SSD โลดครับ รอๆให้ Windows มันจัดการ Detect SSD ให้เจอ จากนั้น Format SSD เพื่อทำการ Create Volumn บน SSD ครับ
    6.ลง Intel RST ให้เรียบร้อย แล้ว Restart อีก 1 รอบ
    7.จากนั้น ตรวจสอบดูให้แน่ใจว่า Intel RST ติดตั้งใช้งานและแสดงผลข้อมูลได้ชัดเจนเห็น Storage Drive ของเราครบทุกตัว และ Restart อีกรอบครับ
    8.จากนั้น เข้าไปเซ็ตค่าใน BIOS เปลี่ยนโหมด Storage จาก Mode ใดๆ ที่ใช้อยู่เป็น RAID mode ครับ
    9.เมื่อเซฟค่าแล้ว Boot Windows คราวนี้ SSD กับ HDD เราจาเข้าสู่ mode RAID0 และ boot Windows ได้ตามปกติ
    ปล . ขั้นตอนนี้ผมไม่แน่ใจว่าเมื่อ boot เสร็จแล้วมันจะ Detect เพื่อ Install drivers อะไรเพิ่มหรือเปล่า
    ถ้าของใครมันขึ้นให้ Restart now ก็ทำตามมันไปนะครับเพื่อความชัวร์ ^^

    เพิ่มเติมนะครับ อันนี้เป็นข้อแนะนำและความคิดเห็นเล็กน้อย

    - วิธีนี้ยังพลิกแพลง นำไปใช้กับผู้ที่อยากเร่งความเร็ว Drive เก็บข้อมูลที่ไม่ได้เป็น OS Drive ก็ได้นะครับ ประมาณว่า มี SSD เป็น OS Drive
    อยู่แล้ว แต่ HDD 2TB ที่ใช้เก็บข้อมูล มันแรงไม่สะใจ ก็ หา SSD ซักตัวมาทำ Caching ให้มันได้ครับ

    - แม้จะไม่เร็วเท่า Pure SSD แต่ก็ถือว่าเร็วกว่า Hybrid drive Momentus XT มาก (แหงสิ พวกนั้น cache 4 GB เอง)
    ถือว่าช่วยได้มากในเรื่องของการประหยัดงบ เพราะปัจจุบัน SSD ถือว่ายังแพงอยู่พอสมควร ให้ซื้อ128 GB ตัวละ 6xxx-8xxx ฿ มาลง Os เพียวๆ
    คงกินมาม่าไปเป็นเดือนๆ

    - วิธีนี้ ทำให้ System เร็วขึ้นทั้งระบบครับ เพราะมันเร่ง HDD ทั้งลูก ต่างจาก SSD เป็น OS Drive เพียวๆ เพราะแบบนั้น การboot win หรือ Run app เร็วจริง
    แต่การเข้าถึง Data ใน HDD ที่เป็น Storage Drive ก็ยังช้าอยู่ดี

    ------------------------------------------------------------------------------------------

    Latest Update 09 June 2013

    วันเวลาผ่านไปนานมากแล้ว ทั้ง Hardware และ Software ที่พัฒนาไปมากรวมทั้งราคาของ SSD ด้วย ทำให้วันนี้แทบกลับมาโล๊ะวิธีทำกันใหม่เลยหล่ะครับ
    จะพยายามให้กระชับและเข้าใจง่ายที่สุดเลยนะครับ

    Smart Response Technology เหมาะกับ User แบบไหน? มีข้อดีข้อเสียอย่างไร?
    1.มี HDD ใหญ่ๆเพียงลูกเดียว และต้องการความเร็ว HDD ทั้งลูกเพิ่มขึ้น หรือมี SSD ลูกย่อมๆ 20-60 อยู่ไม่ได้ใช้อยากนำมาใช้ประโยชน์
    2.ไม่มีงบหรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้ SSD ขนาด 128 GB เพื่อลง OS เพียวๆ(เดี๋ยวนี้งบ 3000 กว่าๆ มีให้เลือกมากมาย )
    3.ใช้ SSD ลง OS อยู่แล้วแต่ต้องการเพิ่มความเร็วของ HDD ที่ใช้เก็บข้อมูล สามารถหา SSD มาเพิ่มเพื่อทำ IRST ได้
    4.หากใช้ Raid 0 อยู่แล้วและไม่กลัวความเสี่ยงของ Raid 0 ให้มองข้ามวิธีนี้ไปเลย เร็วต่างกันไม่มากและใช้ซ้อนทับกันไม่ได้
    5.วิธีนี้มีค่าเทียบเท่า Raid 0,1 ที่ต้องใช้ HDD ถึง 4 ลูก และสะดวกกว่ามาก

    ข้อแนะนำก่อนตัดสินใจใช้ Intel Smart Response Technology
    1.บทความนี้เขียนขึ้นมาในช่วงที่ SSD ยังคงมีราคาสูงอยู่มาก (128GB ลูกละ 6000-8000 บาท) ดังนั้นปัจจุบัน Feature นี้จึงลดบทบาทลงไปมาก
    2.ปัจจุบันหันมาใช้ SSD 128GB ลง OS และแยก HDD เก็บข้อมูลต่างหากกันส่วนใหญ่แล้ว แต่บางคนต้องการเร็วทั้งระบบก็ยังใช้ IRST อยู่
    3.จากข้อ 2 เราสามารถ ซื้อ SSD ขนาด 128-256 GB มาพลิกแพลงแบ่ง Partition เพื่อทำหน้าที่ลง OS, IRST , และ Rapid Start Technology ได้หลากหลาย
    ทำให้เกิดความคล่องตัวขึ้นอีกมาก
    4.จากข้อ 3 Rapid Start technology เป็น Function ที่ทำให้คอมเราฟื้นจากสภาวะจำศีล (Hibernate) ได้ภายในไม่กี่วินาที (สภาวะหลับลึกนั่นเอง) < ต้องการพื้นที่ SSD 4-32GB
    5.SSD ที่จะนำมาลง Windows Vista, 7 หรือ 8 ควรมีความจุ 64 GB อย่างต่ำครับ ส่วนผู้ใช้ระดับ Mid-High Range ก็ 96-128 GB ครับ
    (ท่านที่ใช้โปรแกรมเฉพาะทางแบบผม อย่างพวกตระกูล Adobe , Autodesk กันเยอะมาก 64 GB ตัวเดียวลงไม่พอครับ )

    ข้อควรทราบเกี่ยวกับ Smart Response Technology
    1.บาง Brand จะมี Utility มาให้ เช่น Gigabye และ ASUS ทำให้ไม่ต้องมายุ่งยากทำตามวิธีของผม
    2.ของ ASUS จะมี Exclusive Feature ที่สามารถใช้พื้นที่ SSD ที่จะนำมาทำ caching ได้เกิน 64GB ตาม Spec ที่ Intel limited ไว้
    3.IRST เสมือนการ Raid 0 ระหว่าง HDD และ SSD ดังนั้นยังไงๆ ก็ถือว่ามีความเสี่ยง แม้จะน้อยมากๆ หากเทียบกับการ Raid0 แบบปกติ
    4.สำหรับ board ใหม่ๆ ใน Mode AHCI และ RAID ใน BIOS ตรงส่วนของ SATA ทุก port จะรองรับ Hot plug (Plug n play OS Function ใน board เก่าๆ)
    ซึ่ง port ที่จะทำหน้าที่เป็น Caching และ Accerelation Disk ต้อง Disable Hot plug mode หรือ External SATA mode นะครับไม่งั้น IRST จะไม่ยอมให้ drive นั้นๆทำ SRT ได้

    Hardware, Software และ OS ที่รองรับและจำเป็นในการติดตั้ง
    1.Windows Vista SP2, Windows 7 SP1 , Windows 8 ทั้ง 32 และ 64bit ไม่รองรับ Windows XP
    2.Chipset Intel ที่รองรับ Intel Smart Response Technology ได้แก่ Z68, Z77, Z87, H77, H87 ,X79 และ HM77 ล่าสุดตามนี้ครับ
    3.HDD และ SSD ทุกรุ่นทุก Version ในรูปแบบ SATA 1,2,3 ต้องเชื่อมต่อกับ Port SATA ที่ควบคุมโดย Chipset Intel จากข้อ 2 เท่านั้น
    4.Software Intel Rapid Storage Technology เวอร์ชั่นล่าสุด ตามนี้ >>> Latest Version IRST

    ขั้นตอนการทำ Intel Smart Response Technology
    *ข้อควรระวังสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ลง Windows อย่าเชื่อมต่อ SSD ตอนลง OS นะครับ เพราะในบางครั้งมันจะเอา System Reserve 100-350 MB ไปไว้ที่ SSD เดี๋ยวจะต้องวุ่นวายลงหรือย้ายกันใหม่
    **Update Windows เป็น Service Pack ล่าสุด ก่อนทำนะครับเพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้


    หลังจากลง OS และ Update ServicePack เรียบร้อยแล้ว เราก็มาเริ่มกันเลย..
    1.เชื่อม SSD เข้ากับ Motherboard แล้ว Reboot 1 รอบ เพื่อให้เครื่อง Install Drivers SSD ให้เรียบร้อย (บาง Board ฉลาด ไม่ต้อง Re มันก็ Install SSD ให้เราเสร็จสรรพ )
    * หากใครใช้ SATA controller เป็น IDE mode เข้า Bios ไปเปลี่ยนเป็น AHCI ก่อนนะครับ
    1.1 ก่อนเปลี่ยนเป็น AHCI mode พิมพ์ Regedit เพื่อเข้า Registry Editor ตามนี้ครับ HKEY_LOCAL_MACHINE\System\CurrentControlSet\Services\msahci
    1.2 คลิกขวาที่ Icon start ใน msahci เลือก Modify เปลี่ยนค่าตัวเลขในช่อง Value Data จาก 3 เป็น 0 ครับ เพื่อ Reset ค่า AHCI ใน Windows

    2.หลังจาก Windows เห็น SSD เรียบร้อยแล้ว ให้ไปที่ Start > พิมพ์ Regedit เพื่อเข้า Registry Editor ตามนี้ครับ HKEY_LOCAL_MACHINE\System\CurrentControlSet\Services\iaStorV

    3. คลิกขวาที่ Icon start ใน iaStorV เลือก Modify เปลี่ยนค่าตัวเลขในช่อง Value Data จาก 3 เป็น 0 ครับ เพื่อ Reset ค่า RAID ใน Windows
    ปล.ขั้นตอนที่ 2-3 นี้จะคล้ายๆ ขั้นตอนการเปลี่ยน Mode HDD SATA NCQ จาก IDE เป็น AHCI ในข้อ 1.1-1.2นะครับ

    4.Reboot แล้ว เข้า bios ไปเปลี่ยนจาก AHCI เป็น RAID จากนั้น เมื่อเข้า Windows เรียบร้อย ลง Intel Rapid Storage Technology แล้ว Reboot อีกรอบ

    5.รอให้ icontray Intel RST มีเครื่องหมายถูกสีเขียวขึ้นให้เรียบร้อย เปิดโปรแกรมขึ้นมา แล้วเลือกหัวข้อ "Performance "มองหาลิงค์คำสั่ง "Acceleration Enable" กดเข้าไปเพื่อตั้งค่าครับ
    *ถ้าไม่มีคำว่า Acceleration ให้ลอง Reinstall IRST ใหม่อีกรอบครับ

    6.เลือกความจุ SSD ที่ต้องการจะให้มันนำไปใช้ทำเป็น caching ครับ <<< ตามปกติทุกยี่ห้อได้ที่ 64 GB แต่ถ้า ASUS จะเกินได้ครับ

    7.เลือก Drive ที่เราลงOS ไว้ หรือ drive ใดๆ ที่เราต้องการจะใช้ SSD เร่งความเร็วมันครับ

    8.Enhanced mode กับ Maximize mode* อันนี้แล้วแต่ครับเลือกเอาตามศรัธทา = = (ถ้าไม่อยากตื่นเต้นอย่าเลือก Maximize mode นะครับ หุหุ)

    9.รอให้มันงงกับตัวเองซักครู่ จากนั้นเมื่อ SSD กลายเป็น caching ไปแล้ว Volumn SSD จะหายไปครับ เสร็จพิธี Restart แล้วพบความเร็วแรงได้เลยครับ*

    *หมายเหตุ : เท่าทีอ่านๆดู จากคำเตือนของโปรแกรม Maximize mode จะเสี่ยงกว่าในกรณีที่ SSD พัง ข้อมูล cache ต่างๆ จะหายไป (คล้ายๆ RAID0)
    แต่ผมไม่แน่ใจว่าหายเฉพาะ cache ของ OS หรือทั้ง HDD หายกันแน่ แต่จากที่อ่าน Review ของทางเว็บนอกมาเค้าว่าอย่าเสี่ยงดีกว่าเร็วต่างกันไม่มาก
    แต่ถ้าใคร Hardcore ไม่กลัวก็จัดเลยครับ อ่อ..ในการใช้งานแรกๆ จะไม่เร็วมากนะครับ แต่เมื่อ Windows เกบไฟล์ cache ต่างๆไว้มากๆ แล้วมันจะเร็วขึ้นเรื่อยๆครับ
    จากที่เวบนอกบอกมาและสังเกตุเองก็เป็นประมาณนี้ครับ



    วิธีแก้ไขกรณีเกิดปัญหาเบื้องต้น

    1.กรณี วันดีคืนดี การเชื่อมต่อขาดไปเอง boot ด้วย RAID mode ไม่ได้ ขึ้น "Startup windows repair"
    วิธีแก้ไข ให้ boot เครื่องด้วย IDE > AHCI ถ้า boot เข้าด้วย AHCI ได้ ให้เปิด IRST ดูว่า SSD error หรือเปล่า หาคำว่า "Reset to available" กดไป
    จากนั้นดูว่า IRST เห็นข้อมูล Drive ทุกตัวครบถ้วนถ้าปกติก็ reboot เปลี่ยนเป็น RAID mode อีกรอบถ้าเข้าได้ คือหายครับ ถ้าไม่ได้ให้ดูกรณีต่อๆไป

    2.boot แล้วไม่พบ OS
    วิธีแก้ไข ตอน boot OS มันจะมีช่วงนึงที่แสดง IRST information ให้เราสังเกตุดูตัวหนังสือสีเขียวๆ ว่า Drive ที่เราลง os ไว้มัน disable หรือไม่ หาก disable ให้ กด ctrl+I
    เข้าไปแล้วเลือก reset to Non-raid Disk แล้วจากนั้นลอง boot ใหม่ ถ้าเข้าได้ถือว่าหายเป็นปกติ

    3.IRST แสดง Drive information เป็น 0 GB หมด
    วิธีแก้ไข ง่ายๆเลยครับ Uninstall IRST ออกแล้วลงใหม่ รับรองหาย กรณีผิดพลาดนนี้ เกิดขึ้นได้เป็นบางครั้งในช่วงของการ Install เจ้า IRST

    4.อื่นๆ นอกเหนือจาก 3 ข้อข้างต้นให้ตรวจสอบ Hardware ตัวเองเลยครับว่าปกติดีไหม เพราะถ้าเป็นจาก Software เท่าที่เจอจะเป็นกรณีข้างต้นทั้งหมดครับ

    Thank you and Appreciate for this website
    ---> credit :
    http://www.xtremesystems.org/forums/...caching-on-Z68
    Last edited by zephyrus07; 9 Jun 2013, 05:13:35.

  • #2
    ขอบคุณมากครับ สำหรับการแบ่งปันสิ่งดี ๆ

    (ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น)

    Comment


    • #3
      อ่านวิธีเสร้จเหนื่อยเลย ถ้าเอา ssd ลงวินโดแทนจะดีกว่าไหมครับ

      Comment


      • #4
        ขอบคุณมากครับ ใช้ z68 v pro แต่ไม่เคยลองซักที ไว้มีตังซื้อ SSD จะมาเล่าให้ฟัง

        Comment


        • #5
          Originally posted by prapharn View Post
          อ่านวิธีเสร้จเหนื่อยเลย ถ้าเอา ssd ลงวินโดแทนจะดีกว่าไหมครับ
          เหมาะสำหรับยุคนี้ ที่ SSD ยังแพงอยู่น่ะครับ TT ใครอยากแรงแต่ไม่สะเทือนเป๋าตังค์มาก
          ผมว่าTech SRT นี่ช่วยได้เยอะจริงๆนะ

          Comment


          • #6
            ตอนนี้ ssd ถูกสุด 2500 30gb น่าเอามาเล่นเป็น cache ไหม ใช้ extreme7gen3 อยู่ ที่เร็วขึ้น ตอนบูท ส่วนเวลาเปิดโปรแกรม เล่นเกมส์ นี่โหลดเร็วขึ้นไหมครับ

            Comment


            • #7
              แหล่มๆ

              Comment


              • #8
                เพิ่งอ่านเพิ่มเติม อย่างนี้ HDD Caching มันเหมือนเอาข้อมูลที่เราใช้บ่อยๆมาเก็บในตัว Caching หมดใช่ไหม ตอนนี้ใช้ raptor 10000 rpm 74 GB ลง os 500gb green ลง เกม Hitachi 500gb โหลดบิท เก็บเพลง 2 tb เก็บหนัง ข้อมูล ถ้าหา ssd 30gb มา Caching น่าจะคุ้มกว่านะ ไว้ เก็บตัง รอ ssd 128 gb ราคาลงมาซัก 3000-4000 ค่อยจับมาลง OS

                Comment


                • #9
                  จดๆ

                  Comment


                  • #10
                    ผมใช้ GIGABYTE GA-Z68XP-UD3-iSSD มี ssd onboard อยู่ 20GB เลยลองทำมั่วๆดูครับ

                    มันมีความเปลื่ยนแปลงตรงไหนบ้างครับ ช่วยอธิบายให้หน่อยครับ 3 อย่างนี้มันคืออะไร Transfer rate , Access time , Burst rate

                    500GB


                    ssd onboard 20GB


                    หลังทำ


                    ถ้าผมเอา 500GB อีกลูกต่อ Raid มันดีกว่าไหมครับ

                    Comment


                    • #11
                      ดูจากรูปแล้ว คุ้มที่จะทำนะ ได้ access time เป้น ssd เลยนะนิ ของคุณ ()() ถ้าเอา500gbอีกลูกมาต่อ raid0 ก็น่าจะได้ transfer rate สูงขึ้นตามraid 0

                      ปล. แล้วคะแนนวินโดเพิ่มขึ้นไหมครับ หลัง ใช้ ssd HDD Caching

                      Comment


                      • #12
                        ใช้โปรแกรมไม่เยอะ แบบที่เป็นอาชีพโดยเฉพาะ
                        ลงเกมส์ ลงโปรแกรมพื้นฐาน ลง 0s ใช้ ssd อย่างเดียวก็น่าจะ สบายๆ + HDD เก็บข้อมูลก็แจ่มละครับ
                        แต่ขอบคุณมากครับ วันหลังอาจจะได้ทำ

                        Comment


                        • #13
                          แจ่ม

                          Comment


                          • #14
                            ความรู้ดีดีทั้งนั้นครับ ขอบคุณมากมากครับ

                            Comment


                            • #15
                              น่าสนใจครับ แต่สงสัยว่าแบบนี้มันจะทำให้ SSD มีการเขียนข้อมูลตลอดเวลาหรือเปล่าครับ
                              เพราะมันต้องเอามาเก็บเป็น caching ทุกอย่างที่เราเรียกใช้ แล้วพอไม่ได้ใช้ข้อมูลส่วนนั้นมันก็จะลบออก แล้วมันจะส่งผลต่ออายุการใช้งาน SSD หรือเปล่าครับ หรือผมคิดมากไปเอง

                              Comment

                              Working...
                              X