Announcement

Collapse
No announcement yet.

[Review] Logitech Driving Force GT เล่นกับ PC พร้อมเกร็ดเล็กน้อยเกี่ยวกับจอยพวงมาลัย

Collapse
X
 
  • Filter
  • Time
  • Show
Clear All
new posts

  • [Review] Logitech Driving Force GT เล่นกับ PC พร้อมเกร็ดเล็กน้อยเกี่ยวกับจอยพวงมาลัย

    ไม่ได้เขียนรีวิวอะไรแบบนี้นานแล้วล่ะน่อ..
    ก่อนอื่นขอออกตัวไว้ก่อนเลยว่าผมไม่ได้โปรและไม่ได้รู้ไปทั้งหมด ทุกอย่างที่เขียนลงไปมาจากประสบการณ์ส่วนตัวเท่านั้น ผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

    มาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ

    อารัมภบท
    จอยพวงมาลัยสำหรับเล่นเกมแบ่งเป็นสองหมวดคือ
    1. ไม่มี Force Feedback
    ระบบข้างในของตัวพวงมาลัยจะเป็นสปริงหรืออะไรก็ตาม ที่จะทำให้พวงมาลัยเด้งกลับมาอยู่ตรงกลางได้เอง
    การตอบสนองอาจจะมีแค่สั่น หรือไม่มีเลย ขึ้นอยู่กับว่าผู้ผลิตจะใส่มาให้หรือไม่ โดยปกติแล้วพวงมาลัยจะสั่นได้ครับ
    พวงมาลัยไม่ต้องการไฟเลี้ยงเสริมจากข้างนอก แค่ไฟจากพอร์ท USB ก็พอที่จะจ่ายให้กับมอเตอร์สั่นแล้ว
    นอกจากนี้พวงมาลัยชนิดนี้ยังเสียงเงียบ เพราะไม่มีกลไกอะไรภายในมากมายนัก แค่สปริงกับมอเตอร์สั่นเท่านั้น

    2. มี Force Feedback
    ระบบข้างในพวงมาลัยจะมีมอเตอร์อยู่เพื่อสร้างแรงต้าน ตอบสนองมายังมือผู้ใช้ พวงมาลัยชนิดนี้ต้องการไฟเลี้ยง คือต้องต่อกับไฟภายนอกเพื่อจ่ายให้กับมอเตอร์ที่สร้างแรงต้านนั่นหล่ะครับ
    นอกจากนี้ก็ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกเช่นจำนวนมอเตอร์ที่อยู่ภายใน ถ้ารุ่นเล็กก็จะมีแค่ตัวเดียว รุ่นใหญ่ๆอาจจะมีถึง2 หรือ 3 มอเตอร์ด้วยกัน ในบางรุ่นบางยี่ห้อนอกจากจะมีมอเตอร์ที่สร้างแรงต้านแล้ว ยังมีมอเตอร์ทำหน้าที่สั่นอีกเพื่อสร้างการตอบสนองที่หลายหลายมากขึ้น
    ถัดจากจำนวนมอเตอร์แล้ว ระบบภายในก็ยังแยกไปได้อีกว่าเป็นระบบ belt (สายพาน) หรือ gear (เฟือง)
    การตอบสนองของระบบภายในนี้ให้ความรู้สึกต่างกันนะครับ รวมไปถึงเสียงที่ออกมาจากระบบก็ดังต่างกันด้วย
    พวงมาลัยพวกนี้สร้างเสียงรบกวนขณะใช้งาน เนื่องมาจากกลไกสร้างแรงต้านนี่หล่ะครับ
    ระบบที่ใช้เฟือง จะเสียงดังกว่าแบบใช้สายพาน (แถมยังน่ารำคาญกว่าด้วย เพราะมันจะดัง?แกรกๆวี๊ดๆ? ไม่ใช่ ?ฟืดๆวี๊ดๆ?)

    มาเข้าเรื่องกันดีกว่า
    Logitech Driving Force GT
    เดิมทีผลิตออกมาให้ใช้กับ Play Station 3 และแน่นอว่าลงท้ายด้วย GT มันต้องผลิตมาเพื่อเกมเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นครับ นั่นคือ Gran Turismo (แต่จริงๆแล้วใช้ได้กับทุกเกมนะ)
    ตัวพวงมาลัยเป็นการร่วมมือกันระหว่าง Logitech และ Polyphony Digital
    สำหรับใครที่อยากรู้ความเป็นมาแบบเต็มๆสามารถคลิกเข้าไปอ่านได้ที่นี่เลยครับ
    http://blog.logitech.com/2009/03/27/...ving-force-gt/


    คุณสมบัติของ Logitech Driving Force GT (ต่อไปนี้ขอเรียกย่อๆว่า DFGT นะครับ)
    - หมุนได้ 900 องศา
    - เส้นผ่านศูนย์กลางพวงมาลัย 28 ซม.
    - ตอบสนองแบบ Force Feedback
    - 21ปุ่ม (รวมกระปุกเกียร์ paddle shifter และ dial)
    - Sequential Gearbox
    - Paddle Shifters
    - แป้นเหยียบ2แป้น มาตราฐาน
    - เชื่อมต่อผ่าน USB

    เรื่องราวของการใช้ DFGT กับ PC นั้นต้องท้าวความไปเริ่มมาตั้งแต่ สมัยที่ Driving Force Pro (ต่อไปขอเรียกว่า DFP นะครับ) ซึ่งเป็นพวงมาลัยสำหรับ PS2 เอาไว้เล่นกับ GT4 มีคนกลุ่มนึงลองเอา driver จาก Logitech ลงแล้วเอาพวงมาลัยต่อเข้าไป ปรากฏว่าใช้งานได้ ไปๆมาๆ Logitech เลยต้องเขียน Driver ให้กับ PC ด้วยเช่นกัน
    และความสงสัยใครรู้มันก็สืบต่อมาจนถึงรุ่นนี้หล่ะครับ เอ... ก็เห็นเชื่อมต่อด้วย USB มันน่าจะเล่นกับคอมพ์ได้นะ... ว่าแล้วก็โหลด Driver จาก Logitech มาลง แล้วก็เสียบจอยเข้าไป ป๊าบบ!! ใช้งานได้จริงๆด้วย ในเริ่มแรกนั้น PC ยังเห็นว่าจอยตัวนี้เป็น DFP อยู่ สามารถใช้ทั้งแป้นเหยียบและพวงมาลัยได้ แต่ยังไม่สามารถใช้ปุ่มได้ครบทุกปุ่ม จนกระทั่ง Logitech ออก ไดร์เวอร์ Profiler 5.04 ออกมานั่นหล่ะครับ ทำให้ DFGT สามารถใช้ได้ทุกปุ่ม รวมไปถึงปุ่มหมุนสีแดงๆด้วย
    เป็นอันเริ่มต้นตำนานใหม่ของพวงมาลัย 900องศาราคาประหยัดจาก Logitech สำหรับคอ PC racing simulation อีกครั้ง

    อ่านตัวอักษรมามากแล้ว มาดูภาพกันบ้างดีกว่าครับ (ช่วงนี้ผมอาจจะถ่ายรูปไม่ค่อยสวย พอดีขาตั้งกล้องไม่อยู่กับตัวเน้อ ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ)


    หน้ากล่อง ขึ้นหราว่าเป็นจอยของ PS3 แต่ช่างมัน ฉันไม่แคร์
    ตอนซื้อมาที่ร้านบอกว่านี่ของ PS3 นะ ใช้ได้กับเพลย์3เท่านั้น ต่ออย่างอื่นไม่ติดนะน้อง ต้องเพลย์3จริงๆนะ ผมก็คร้าบๆไปแบบเนียนๆ



    กล่องอาจจะบุบๆบี้ๆหน่อย เพราะนี่กล่องสุดท้ายของที่ร้านแล้วครับ



    หลังกล่องบอกว่าใช้ได้กับทั้ง PS2 และ PS3 (พลิกมาที่ร้านเริ่มหน้าแหก จากที่บอกว่า PS3 Only)
    เกรงว่าเค้าจะหน้าแหกมากกว่านี้ ผมเลยรีบหยิบไปจ่ายตังค์
    โดนไป 92.99 ยูโร ถ้านับตามวันที่ผมไปจ่ายก็ตกอยู่ราวๆ 3905.58 บาทไทย
    ปัจจุบันขึ้นเป็น 129ยูโรตามหน้าเวป Logitech แล้ว ถอยตัวนี้มาด้วยความเฮง
    แต่ขอโทษเถอะ เมื่อปีที่แล้วมันขายอยู่ 65 ยูโรเองนะเฮ้ย



    เปิดกล่องออกมาก็จะมีตัวพวงมาลัย แป้นเหยียบ หม้อแปลงไฟ และคู่มือครับ



    เอามาวางเทียบกับตัวเก่า เท่ไม่ใช่เล่นๆเหมือนกันนะเนี่ย


    คั่นรายการ ดู VDO กันสักนิดครับ
    BORKED


    การใช้งานนั้นก็ไม่ยาก
    ก่อนอื่นให้โหลด Driver จากเวปไซต์ Logitech มาลงก่อน แล้วก็ต่อไฟเข้าพวงมาลัย แล้วต่อ USB เข้ากับคอมพ์ ครั้งแรกที่ต่อเข้าไปนั้น มันจะหมุนมาหมุนไปแล้วเบี้ยว เมื่อลง driver ทุกอย่างเสร็จแล้วให้ถอดออกจากคอมพ์ แล้วค่อยเสียบเข้าไปอีกครั้ง ทีนี้พวงมาลัยก็จะตรงแล้วครับ

    พวงมาลัยขนาด11นิ้วนั้น ให้ความรู้สึกที่ดีในการจับ เพราะตัวพวงมาลัยใหญ่เท่าๆกับ G25- G27 เลย
    แต่เปลี่ยนจากหุ้มหนังมาเป็นยาง ให้คามรู้สึกที่หนึบติดกับมือ ถ้าเป็นคนที่มือเหงื่อออกง่ายอาจจะรำคาญบ้าง
    ตัวพวงมาลัยมีตะเข็บหล่อนิดหน่อย

    ขาล็อกกับโต๊ะนั้นก็เป็นปกติของ Logitech ครับ เป็นขาสองข้าง หมุนปรับด้านบนเพื่อให้ขาเลื่อนขึ้น-ลง
    ใช้งานง่ายและแน่นหนาครับ

    ระบบ force feedback (ต่อไปขอเรียกว่า FFB) นั้นให้การตอบสนองที่ดีมากครับ ครั้งแรกๆที่ปรับตัวให้เข้ากับจอยนั้นบอกได้เลยว่าลำบอกอยู่พอควร เพราะมันเด้งค่อนข้างแรงทีเดียว ถึงไม่แรงเท่ารุ่นท๊อป แต่แรงแน่นอน
    เนื่องจากกริปจับเป็นยาง ในบางครั้งถ้าจับไม่แน่น พวงมาลัยจะดีดมาดีดไป ถูกับนิ้วโปง รู้สึกแสบใช่เล่นเหมือนกันครับ ถ้ากลัวนิ้วด้านก็หาถุงมือมาใส่ก็แล้วกัน
    ถ้าให้เทียบกับรุ่นเล็ก(และเก่า)อย่าง MOMO แล้ว ตัวนี้ดีกว่ากันเยอะครับ พวงมาลัยใหญ่กว่า เงียบกว่า FFBรายละเอียดดีกว่า วงรอบเยอะกว่า
    เวลาใช้ไปนานๆ ถ้า FFB ใช้งานหนักๆนั้น ตัวเคสจะร้อนมาก เคยมีคนบอกว่า G25 มอเตอร์ไหม้ไปแล้ว ส่วนของ DFGT ยังไม่มีใครเคยไหม้มาก่อน แต่ก็ควรจะระวังไว้ครับ

    ตัวพวงมาลัยสามารถปรับวงรอบได้โดยปรับจากไดร์เวอร์ ตั้งแต่40องศา ไปจนถึง 900องศา
    ทั้งนี้ควรปรับให้เหมาะกับรูปแบบเกมที่จะเล่นด้วยนะครับ

    มาต่อกันที่กระปุกเกียร์
    เกียร์นั้นถอดแบบมาจาก DFP ก็ว่าได้ เป็น sequential คือกดขึ้นกับลงได้เท่านั้น และติดอยู่ทางด้านขวา ไม่สามารถถอดเปลี่ยนมาด้านซ้ายได้แบบ MOMO
    นอกจากเกียร์ sequential แล้ว ก็ยังมี paddle shifters (ระบบเปลี่ยนหลังพวงมาลัย) มาให้อีก แต่paddle นี่ผมไม่อยากเรียกว่าแป้นสักเท่าไหร่เลย เพราะมันเป็นแค่ปุ่มจริงๆครับ
    ดูรูปประกอบ


    เทียบกับ Thrustmaster Ferrari GT Experience แล้ว TM FGT ยังดีกว่าเลย เพราะมาเป็นแป้นจริงๆ



    แป้นเหยียบคันเร่งกับเบรก
    ถึงแม้แรงกดจะต่างกันระหว่างทั้งสองแป้น แต่ดูไม่มีแรงต้านสักเท่าไหร่นัก กล้าบอกเลยว่าสปริงอ่อนมาก แต่เดี๋ยวก่อนอย่าเพิ่งถอดใจ แป้นเบรกนั้นในการกดลงไปแต่ละช่วงใช้แรงต่างกัน ทำให้สามารถกะระยะผ่อนแรงเบรกได้ง่ายเพื่อไม่ให้ล้อล๊อคครับ
    ตัวฐานทำมาแข็งแรง มีการถ่วงน้ำหนักและออกแบบมาอย่างดี เหยียบแล้วไม่กระดก (ของ Thrustmaster มันจะกระดกครับ)
    นอกจากนี้ใต้แป้นเหยียบมีขาหนาม สามารถกางออกมาเพื่อใช้วางบนพรมไม่ให้เลื่อนไปไหนขณะใช้งานได้

    มาดู Video ขณะใช้งานกันบ้าง ผมใช้เสียงที่อัดได้จากตัวกล้องเลยนะครับ จะได้รู้ว่าเวลาเล่นจริงๆแล้วเสียง force feedback จะดังขนาดไหน
    ลองกับ GTR Evloution ขับ Audi R8 V10 รอบ Monza 2008 สักสองรอบ
    BORKED

    ต่อมาก็เกมในดวงใจเลย แถมเป็นเกมแรลลี่ที่ผมว่า Force Feedback ดีที่สุดตั้งแต่เคยเล่นมาแล้ว Colin McRae DiRT 2
    Edit: วีดีโอโดนลบเนื่องจากอัดติดเพลงที่ฟังแล้วมันมีลิขสิทธิ์ ดังนั้นเอา GRID ไปแทนละกัน
    BORKED


    มาดูสรุปกันเลยดีกว่า
    ข้อดี
    - พวงมาลัยวงใหญ่ถึง 11? หรือ 28 ซม.
    - หมุนได้900องศา
    - ปุ่มเยอะ... มากกกกก
    - Force Feedback ทำงานได้ดี ให้รายละเอียดดี
    - มีกระปุกเกียร์
    - ขาล๊อกแน่นหนา ไม่ลื่นหลุดง่าย
    - ราคาคุ้มค่า ถ้าดูราคาไทย อ้างอิงจากร้าน Zest และ IT City ที่ตกอยู่ 5,900 และ 4,900 ตามลำดับ (อันหลังนี่ไปดูมาตอนกลับบ้าน ผิดพลาดก็ขออภัยด้วยครับ)

    ข้อเสีย
    - แป้นเหยียบออกจะพลาสติก และแรงต้านเบาบางมาก
    - paddle shifter เป็นแค่ปุ่มเล็กๆ ถ้าท่านเป็นคนที่ถนัดเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัย (แบบผม) ใช้ไปนานๆแล้วมันโคตรจะเมื่อยเลยครับ
    - กระปุกเกียร์มันอยู่ผิดด้าน(พูดเป็นคนอังกฤษเลยเนอะ อิๆ)... เราคนไทย ขับรถพวงมาลัยขวาจนชิน ให้เอามือขวาเปลี่ยนเกียร์แรกๆนี่งงเหมือนกันนะ (ประเทศที่ผมอยู่มันพวงมาลัยซ้าย ดังนั้นคนที่นี่เค้าไม่มีปัญหากันครับ... แต่ผมมี!!!)

    โดยรวมแล้วถือว่าเป็นพวงมาลัยที่คุ้มค่ามาก หากท่านมองหาจอยพวงมาลัยมาใช้กับ PS3 หรือ PC โดยที่ไม่อยากจ่ายแพงถึง G25, G27 แล้ว DFGT ตัวนี้ถือเป็นทางเลือกที่ดีอีกตัวนึงครับ มีทุกอย่างเกือบครบ แค่ไม่มีแป้นคลัชท์กับกระปุกเกียร์ H Pattern เท่านั้น
    เหมาะสำหรับผู้ใช้ทุกระดับ ทั้งเริ่มต้นหรือมือเก๋าก็ยังตอบสนองได้อย่างดี

    ขอฝากไว้อีกอย่างคือ ?จอยเกม ไม่ได้ลอง ไม่ได้เล่น อย่าซื้อ?
    ตอนนี้ต้องขอลาไปก่อน พบกันใหม่โอกาสหน้า สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ

    Beaver_XT


    ปล. ทีแรกผมจะรอ Fanatec Porsche Carrera ออก แต่ตอนนี้ประเทศผมมันประท้วงกันอยู่ แค่ข้าวปลาอาหารยังหาซื้อแทบไม่ได้ ของสั่งทางเนตส่งไปรษณีย์ยิ่งไม่ต้องพูดถึงครับ สั่งวันนี้ได้อีกทีก็ชาติหน้า เลยตัดสินใจถอย DFGT มาเลย ซื้อก่อนได้เล่นก่อน นี่หล่ะ คติผม

    ปล.2 ถ้าใครคิดจะซื้อ G25, G27 ได้แวะๆเข้าไปดูเวปร้าน Zest แล้วเห็นว่าเค้ากำลังจะเอา Fanatec Porsche 911 Turbo S เข้ามาล่ะก็ ถ้ารอได้ขอให้รอเลยครับ บอกได้เลยว่าถ้าเข้าไทยไม่เกิน 15,000 แล้วล่ะก็
    จะเป็นพวงมาลัย cross platform ที่ดีที่สุดเท่าที่เงินจะซื้อได้(ในไทย)แล้ว PC, PS3, Xbox360 มันเล่นได้หมด มอเตอร์3ตัว FFB 1 ตัว พร้อมมอเตอร์สั่นอีก 2 ตัว ระบบ FFB เป็นสายพาน เงียบ แรง! เทพกว่า G27 อีกหลายขุมครับ
    จริงๆน่าจะเอาตัวพร้อมชุด Club Sport Pedals เข้ามาด้วยนะ แต่ราคาคงเฉียดๆ 20,000 เลย
    - ข่าวร้ายในข่าวดี Fanatec เลิกผลิตรุ่นที่ Zest จะเอาเข้ามาแล้ว !!!

    ปล.3 ไม่ทำรีวิว Thrustmaster FGT นะครับ เพราะราคาในไทยขนาดนั้นน่ะ เอาไปซื้อ MOMO เหอะ
    Last edited by Beaver_XT; 19 Feb 2013, 21:13:51.

  • #2
    คนแรก
    Last edited by Sachai; 6 Oct 2010, 19:00:14.

    Comment


    • #3
      คนสอง

      Comment


      • #4
        คนสาม

        Comment


        • #5
          ^
          ^

          ถ้าผมเป็นคนทำรีวิว คงชื่นใจดีพิลึก -*-

          ของอย่างนี้มันต้องหาเก้าอี้แบบสะเทือนมาคู่กัน ไม่งั้นก็เหมือนหูฟังอ่ะ เบสท่วมหัว แต่ไม่รู้สึกมันส์เท่าลำโพงซัพข้างนอกเลย

          Comment


          • #6
            รีวิวได้ยอดเยี่ยมครับ รุ่นนี้สวยมากๆ เก็บเงินก่อน อิอิ ขอบคุณครับ

            Comment


            • #7
              เห็นFerrari Wireless GT แล้วแนวคิดเข้าท่าดีครับ

              เห็นราคาประมาณ8000 เสียดายเฟอร์เลิกผลิตเกียร์กระปุกไปแล้ว

              ถ้าใส่มาด้วยก็แจ่มเลย ชอบตรงมันพับเก็บได้เป็นชิ้นเดียวกับเลยตั้งแป้นทั้งพวงมาลัย

              Comment


              • #8
                ตัวนี้ชอบมากเหมือนกันครับบบ มันส์โฮก เคยเห็นของฝรั่งเอาสายรัดของมารัดเพื่อรั้งให้ที่เหยียบของDFGT มีแรงต้านมากขึ้น แต่ลืมแล้วว่า มัดยังไง ไอเดียดีมากเลย

                Comment


                • #9
                  http://www.youtube.com/watch?v=BZsBEHRgnUM&fs=1" width="644" height="390">http://www.youtube.com/watch?v=BZsBEHRgnUM&fs=1" />BORKED
                  ขออนุญาติคุณ beaver ร่วมรีวิวนะครับ อยากเชียร์ตัวนี้มากๆเลย คุ้มตังค์ดี
                  พอดีได้ลองเล่นเลยถ่ายเก็บไว้ ยังไม่ได้ซ้อมเลย ไลน์มั่วไปหมด55+ ตอนสุดท้ายทางตรงยาวผมไม่ได้ออกแรงที่นิ้วเลยนะครับ ที่พวงมาลัยมันชกเอง จะเห็นว่าพวงมาลัยมีFFb ที่ แรง ดีทีเดียว ได้อารมณ์มากๆ เล่นกับเกมส์ GTR-Evolution PC ก่อนหน้านี้ผมใช้ตัว โมโม่ แต่เล่นไม่นานคอก็หลวมแกะมาไขนัทให้แน่นก็เป็นอีก เลยไปเคลมเป็นตัวนี้มา ซึ่งได้รับคำแนะนำจาก Beaver นี่ล่ะครับ ต้องขอขอบพระคุณ คุณ Beaver มากๆเลยครับ ^^ ผมว่าตัวนี้มันดีกว่าโมโม่อย่างเยอะเลย ทนกว่าด้วย เล่นหนักกว่าโมโม่ มา 5เดือนแล้ว มีที่ต้องรักษาแค่ หยอดจารบีใหม่ ที่เหลือ ปกติดีทุกอย่าง FFBเนียนกว่า หากใครกำลังหาจอยพวงมาลัยล่ะก็ อยากแนะนำตัวนี้มากๆเลย เล่นแล้วมันมีความสุขจริงๆ ได้ขับรถในฝันมากมาย มีความสุขจริงๆ.....

                  Comment


                  • #10
                    แปะรูปเพิ่มอีกนิด

                    ตอนนี้ของผมแกะออกมาหยอดจารบีไปรอบนึงแล้ว กลับมาลื่นกว่าเดิมอีก สงสัยตอนวางไว้ในสต๊อกมันคงแห้งไปน่ะ

                    เพิ่มข้อมูลนิดหน่อย Fanatec เลิกผลิต Porsche 911 Turbo S แล้วนะครับ ไม่ทราบ Zest จะทำยังไงต่อเหมือนกัน
                    Last edited by Beaver_XT; 12 Jul 2011, 15:44:59.

                    Comment


                    • #11
                      ขอบคุณครับ นึกว่าจะไม่ review ซะแล้ว

                      ขอถามนิดนึงว่าตรง paddle shift มันกดถนัดไหมครับ

                      Comment


                      • #12
                        paddle นี่แล้วแต่ความถนัดของแต่ละคนครับ ถ้าเคยเล่นพวก Formula Force มาคงไม่เป็นไร แต่ถ้าเล่นพวก MOMO มานี่ไม่ถนัดแน่นอน เพราะมันเป็นแค่ปุ่มเล็กๆเอง เวลากดต้องเอื้อมมือเอนลงไปน่ะครับ
                        สำหรับผมแล้วใช้ไปสักพักจะเริ่มปวดโคนนิ้วกลางกับนิ้วนาง เพราะมันเหมือนต้องกำอะไรสักอย่างที่ไม่ค่อยพอดีมือไว้ตลอดเวลา

                        Comment


                        • #13
                          ไอ้ปุ่ม enter + - ทำเอาหมดราคาไปเลยชะโชวไปไหน เกียรคนละด้านกับประเทศเราอีก ตามราคาเนอะ
                          ถามอีกข้อพวงมาลัยมันปรับองค์ศา ได้มัน ผมชอบ ตั้งๆหนื่อยเหมือน honda เฉียงๆๆแบบ toyota มันยังไงไม่รู้

                          Comment


                          • #14
                            พวงมาลัยปรับเอนไม่ได้นะครับ บอดี้ข้างในมันล๊อกเอาไว้ครับ (ไม่เหมือนของพวกจีนแดงที่เป็นคอพลาสติกแล้วปรับได้) ถ้าอยากให้เอนได้ต้องต่อ cockpit เองครับ

                            ส่วนพวกปุ่มหมุน Enter + - เนี่ย ปกติมันเอาไว้ใช้กับ GT5 น่ะครับ เป็น on the fly settings ของรถ
                            พอเอามาเล่นกับคอมพ์ก็สามารถใช้งานได้นะครับ ปกติผมเอาปุ่มหมุนไว้ปรับ brake bias ส่วน +, - ไว้ปรับ boost อันนี้ก็แล้วแต่เกม
                            ที่แน่ๆปุ่มเยอะแบบนี้สะดวกดีออก (อันนี้ก็แล้วแต่คนชอบ) ถ้าอยากได้เรียบๆเหมือนรถจริงขอแนะนำ Fanatec ครับ เรียบหรูแบบ Porsche ปุ่มเรียบไปกับตัวพวงมาลัยเลย
                            หรือไม่ก็ Thrustmaster F430 อันนั้นเหมือนพวงมาลัย ใน Ferrari F430 แต่มีปุ่มเล็กๆอีก6ปุ่ม ส่วนปุ่มที่เขียนว่า Engine Start อันนั้นจริงๆแล้วเป็น D-Pad อ่ะน่อ

                            Comment


                            • #15
                              ผมใช้รุ่นนี้อยู่ครับ เล่นกัยเกม GT5 ขับอย่างเนียน ส่วนปุ้มเยอะนี่มันทำสำหรับ GT ตามรุ่นเลย
                              เพิ่งทำ Cockpit เสร็จต้อนรับ GT5 ตัวเต็มครับ
                              Last edited by samaa; 29 Dec 2010, 17:21:27.

                              Comment

                              Working...
                              X