overclockzonefanpage  overclockzoneth  TV  
Page 1 of 2 12 LastLast
Results 1 to 20 of 30
  1. #1
    OverclockZone Member ManiacMaew's Avatar
    Join Date
    4 Aug 2009

    Default สงสัยเรื่องเสียงหวี่ๆในหู

    ท่านอื่นเคยเป็นกันรึเปล่า ได้ยินหวี่ๆ แหลมๆ ในหู
    ผมเป็นบางครั้งไม่รู้ทำไม
    ช่วงนี้ยิ่งหนักเลย ฟังเพลงได้สักพักก็เป็น หยุดฟังแล้วก็ยังเป็นค้างอยู่นาน
    หรือว่าผมโมลำโพงจนเสียงมันบาดหูเกินไปป่าวเนี้ย

    แล้วจะแก้ยังไงดี

  2. #2
    OverclockZone Member XsoeIIsJ's Avatar
    Join Date
    5 Dec 2008
    Location
    สงบสุข & สันโดษ

    Default

    มีประวัติเคยไช้ in-ear ใหม ?

  3. #3
    OverclockZone Member maxcma's Avatar
    Join Date
    27 Oct 2009
    Location
    บางนา

    Default

    ฟังเพลง ดังไปป่าว

    ผมเคยเป็นตอนฟังเพลงหนักๆๆ ปวดหูก็ไม่ยอมลด จนไปเจอ กระทู้ หนึ่ง ที่บอกว่า ถ้าฟังเพลงดังๆๆหูจะดับ


    เลยเลิกฟังดังๆๆเลย

  4. #4
    OverclockZone Member ManiacMaew's Avatar
    Join Date
    4 Aug 2009

    Default

    inearเคยครับ เลิกใช้ไปนาน แล้วก็หลายปี+ไม่ได้ใช้มากครับ
    ตอนนี้ใช้Fullsize เป็นบ้าง
    ลำโพงตอนแรกไม่เป็น ตอนหลังๆ เริ่มเป็นบ่อย
    ปรกติ เปิดเบามากครับ บิดไม่เกิน 9นาฬิกา+ปรับในฟูบาร์แค่1/3
    แต่ตอนเทสหลังโมลำโพง/dac เสร็จบางทีปรับในฟูลบาร์ ถึงครึ่ง
    ลำโพง35wattเอง

  5. #5
    OverclockZone Member akekanick's Avatar
    Join Date
    29 May 2009
    Location
    Bangna,Rama3

    Default

    หูเรามีแค่ 1คู่2 ข้าง ไม่สามารถเปลี่ยนได้ ยังไงเพื่อนๆพี่ๆ ถนุถนอมกันบ้างนะคับ อย่าเปิดเพลงดังๆอัดหูกันนะคับ

  6. #6
    OverclockZone Member lplline's Avatar
    Join Date
    21 Apr 2010

    Default

    เสียงคล้ายกับ หลังโดนตบบ้องหูอะป่าวครับ
    วี๊ๆๆ หุหุ ระวังแก้วหูหน่อยก็ดีครับ

  7. #7
    OverclockZone Member XsoeIIsJ's Avatar
    Join Date
    5 Dec 2008
    Location
    สงบสุข & สันโดษ

    Default

    หูอื้อสาเหตุมันเกิดใด้หลายอย่าง

    กินอาหารรสจัด,พักผ่อนน้อย,เครียด,ชอบไปที่เสียงดัง,ไช้หูฟังทุกชนิดเป็นเวลานานๆ ( in-ear แรงกว่าเพื่อน )

    ฟังเพลงเสียงดัง , ขับมอไซด์เร็วๆ ไม่หาอะไรอุดหู (ลมกระแทกช่องหู) , มีประวัติเคยเป็นโรคช่องหู-คางทูม , ชอบแคะหูบ่อยๆ

    9 รอ 9

    ผมก็โดนไปหลายข้อ คิดว่าแก่ตัวลงก็เตรียมตัวหูตึงใด้เลย แต่ก็ ... ดีเหมือนกัน ไม่ใด้ยินซะมั่ง ไม่วุ่นวายดี

  8. #8
    OverclockZone Member Reach's Avatar
    Join Date
    19 Jun 2008

    Default

    เป็นเหมือนกัน อาจจะร้ายแรงถึงประสาทหูเสื่อม หรือไม่ก็ปัญหาเล็กๆ เช่นขี้หู บางคนต้องผ่าตัด บางคนให้หมอแคะขี้หูออกก็หาย

  9. #9
    OverclockZone Member funkyphile's Avatar
    Join Date
    10 Jun 2010

    Default

    ส่วนมากหูอื้อผมเป็นบ่อยครับ ไม่ได้เป็นเพราะเปิดดังนะครับ อื้อเพราะ เมียด่า ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

  10. #10
    OverclockZone Member dimensions's Avatar
    Join Date
    12 Sep 2007
    Location
    Rangsit University

    Default

    ระวังไว้หน่อยนะครับ เพื่อนผมไปเที่ยวผับปรากฎว่า แก้วหูทะลุ... รักษากันยาว
    ส่วนตัวเองเคยไปเที่ยวเหมือกันหูดับไป 4 - 5 วัน
    ก็ JBL เค้าเจ๋งนีน่า...

  11. #11
    OverclockZone Member ManiacMaew's Avatar
    Join Date
    4 Aug 2009

    Default

    อ่ะครับ ขอบคุณทุกๆท่าน

  12. #12
    OverclockZone Member naraklive's Avatar
    Join Date
    30 Aug 2008

    Default

    ได้ยินมาว่าเพราะอ็อกซิเจนไม่ได้เข้าไปในรูหู - -"

  13. #13
    OverclockZone Member kt_shy's Avatar
    Join Date
    26 Mar 2007

    Default

    เคยเป็นอยู่พักนึงโดยไม่มีสาเหตุน่ารำคาญมาก แต่ในที่สุดก็พบว่าเป็นเพราะที่ไล่หนูของคุณผู้หญิงหล่อนซื้อมาเสียบไว้ในครัวก็ไม่บอก เกือบไปหาหมอเหมือนกันแต่ก็สงสัยอยู่ว่าทำไมมันเป็นแค่ตอนอยู่ที่บ้าน

  14. #14
    thaiwebon's Avatar
    Join Date
    28 Feb 2008
    Location
    สระบุรี

    Default

    ของผมก็เป็นนะครับ ตอนนี้ก็เป็นอยู่ ได้ยินเสียงหวี่ๆ แหลมๆในหู
    ถ้าฟังเพลงจะไม่เป็นครับ แต่ถ้าอยู่เฉยๆเงียบๆจะเป็น

  15. #15
    OverclockZone Member firsthand's Avatar
    Join Date
    2 Feb 2010

    Default

    ผมจะมีอาการตอนที่ใส่หูฟังแล้วไม่ได้เปิดอะไรเลย ตอนนั้นจะได้ยินเสียงวิ้งครับ
    กับตอนเข้าห้องสตูดิโอ มันจะวิ้งเหมือนกัน แต่วิ้งคนละอารมณ์กัน

  16. #16
    OverclockZone Member ongzaa's Avatar
    Join Date
    18 Apr 2010
    Location
    Bangkok

    Default

    ผมก็เป็นครับ หลังกลับฝากผับ นั่งนานเกินไป ตั้งแต่ 3 ทุ่ม ยัน ตี 2 ครึ่ง หูอื้อ วี้ง วี้ง ไปสามวัน ฮ่าๆ แต่ใช่อินเอีย ไม่เคยเกิดปัญหานี้นะคับ เพราะฟังไม่นานเท่าไหร่ ไม่เกินสามชั่วโมง เปิดเสียงปานกลางครับ ก่อนถอดหูฟังออก ก็เริ่มเบาระดับเสียงเป็นระดับๆ เพื่อให้หูปรับสภาพก่อนจะดึงครับ (ใช้เวลาฟังนานๆ)

  17. #17
    OverclockZone Member HiddenDragon's Avatar
    Join Date
    18 Sep 2006

    Default

    ปัญหาใหญ่ของคนฟังเพลง ไปผับ หรือขับมอเตอรืไซค์
    เขาเรียกว่า ประสาทหูเสื่อม
    เนื่องจากในกระดูหูที่รับสัญญานเสียงนั้น ตัวในสุดคือขนเส้นเล็กๆที่เรียงตัวกันแบบก้นหอย ทำหน้าที่รับสัญญานอนาล๊อคแล้วประมวลเป้นคลื่นไฟฟ้า(คล้ายๆ DAC) ซึ่งรับสัญญานแล้วประมวลส่งต่อไปที่สมอง เวลาเราได้ยินเสียง มันก็จะขยับ ว่าง่ายๆ ก็ทำงานนี่แหละครับ
    แต่ว่า ถ้าเสียงดังเกินไป มันจะหุบตัวลงอย่างรุนแรง ข้อนี้แหละครับที่ทำให้เสื่อม
    มันหุบแล้ว ไม่กางอีกเลย เลยได้ยินเสียงเหมือนแมงหวี่ หรือแมงวัน บินให้ว่อน บางคนหนักกว่า เหมือนได้ยินจั๊กจั่น ร้องข้างหู เป็นฝูง!!!
    เรื่องนี้ผมรู้เยอะเพราะว่าสงสัยว่าทำไมในหูมีเสียงแบบนี้ เลยไปถามหมอ
    แต่โชคดี หมอบอกว่ายังไม่ถึงแบบนี้
    ท่านที่มีภาวะเสี่ยง ขอเถอะครับ อย่าไปอยู่หรือฟังเสียงดังๆ
    โรคนี้ ไม่มีทางรักษาครับ ทำอย่างไรก็ไม่หาย มีอาการ รีบเลิกซะเถอะครับ
    ส่วนท่านที่เป็นไปแล้ว มีอาการนี้บ่อยๆ ให้นั่งสมาธิ ทำใจไปกับมัน คิดเสียว่า ไม่มีอะไร ไม่ได้ยินอะไร ก็จบ
    มังกรซ่อนกาย
    ข้อมูงเพิ่มเติม
    http://www.google.co.th/#hl=th&sourc...524ed85fe4b478
    Last edited by HiddenDragon; 27 Sep 2010 at 08:47:44.

  18. #18
    OverclockZone Member
    Join Date
    23 Nov 2009

    Default

    ระวังจะเป็นน้ำในหูไม่เท่ากันนะครับ
    บ้านหมุนกันเชียวนะ

  19. #19
    OverclockZone Member Mirilin's Avatar
    Join Date
    29 Jul 2010

    Default

    อยู่ในห้องที่เงียบสนิท ปิดมิดชิด คนปกติได้ยินเสียงหวี่ ๆ ในหูถือเป็นเรื่องปกติค่ะ *-*

    แต่หากได้ยินเวลาอื่น ๆ ในชีวิตประจำวันด้วย อาจเป็นโรคเสียงในหูได้

    ขอนำบทความจากนายแพทย์มานัตมาฝากค่ะ เผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อพี่ ๆ ห้องเสียงที่น่ารักทุกคนค่ะ ^^


    Credit http://www.eartone.co.th/tinnitus_th.html#tinnitus1
    ---------------------------------------------------------------------------------
    เสียงในหูคืออะไร
    การได้ยินเสียงเหมือนเสียงจักจั่น หรือเสียงลมในหู โดยไม่มีเสียงนั้นจริง ๆ จากภายนอก เป็นอาการพบได้บ่อย ในคนทั่วไป
    บางคนอาจได้ยินเสียงเหมือนอยู่ในศีรษะ หรือบอกตำแหน่งได้ไม่ชัด จากการสำรวจทั่วโลกพบว่า มีผู้ที่มีได้ยินเสียงในหูประมาณ 15 %
    ของประชากรในแต่ละประเทศ ทางการแพทย์เรียกอาการนี้ว่า ทินไนตัส (Tinnitus)

    อาการหูไวผิดปกติ
    คืออาการที่ไม่สามารถทนต่อเสียงที่ปรกติเคยทนได้ แต่เมื่อมีอาการหูไวผิดปรกติจะทนไม่ได้โดยที่เสียงนั้นดัง
    เท่าเดิม จะเกิดอาการหงุดหงิด ปวดหู ปวดหัว เช่น เสียงเปิด ปิดประตู เสียงชักโครก เสียงกริ่งโทรศัพท์ เสียงเด็กร้อง
    เป็นอาการที่พบได้บ่อยในผู้ที่มีเสียงในหู บางคนเป็นมากจนเกิดอาการกลัวต่อเสียงใดเสียงหนึ่ง หรือกลัวเสียงทุกอย่าง
    (Phonophobia ) บางคนกลัวมากจนต้องใส่ที่อุดหูอยู่ตลอดเวลา หรือแยกตัวจากสังคม

    ระบบการตอบสนองต่อเสียงของมนุษย์
    มื่อเสียงกระทบหูคลื่นเสียงจะเคลื่อนที่จากหูชั้นนอก เข้า สู่หูชั้นใน ส่วนที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการได้ยินหรือ โคเคลีย (cochlea)
    หูชั้นในจะเปลี่ยนคลื่นเสียงเป็น คลื่นไฟฟ้า และส่งไปตามระบบประสาทการรับเสียงระดับต่างๆ จน ถึงระดับสูงสุดของสมอง
    สมองระดับสูงสุดจะสั่งให้เกิด การตอบสนองต่อเสียง โดยแสดงออกทางระบบประสาท อัตโนมัติ ทางร่างกายและทางอารมณ์
    เกิดจินตนาการ ต่างๆขึ้น เช่นได้ยินเสียงสุนัขเ*** จะจินตนาการเห็นภาพ สุนัขโดยที่ไม่เห็นตัว เด็กที่เคยถูกสุนัขกัดจะเกิดความกลัว
    ขึ้นมาทันที

    รูปแบบการตอบสนองต่างๆ นี้ ถูกเก็บสะสมไว้ตั้งแต่แรกคลอดจนโต ทั้งเวลาตื่นและหลับ ปฏิกิริยาตอบสนองต่อ
    เสียงใหม่จะถูกเก็บสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างเป็นระบบในสมองไม่มีที่สิ้นสุด สำหรับเสียงที่ไม่มีความสำคัญหรือ
    ไม่มีอันตรายต่อการดำรงชีวิต จะถูกละเลยไว้แค่สมองระดับล่างคือในระดับจิตใต้สำนึก ไม่เกิดปฏิกิริยาทางกาย
    และอารมณ์ เสียงที่มีความสำคัญ หรือคุกคามต่อการดำรงชีวิตจะถูกขยายให้เด่นขึ้นและเกิดปฏิกิริยาโต้ตอบ เช่น
    เราจะหันไปหาเสียงที่เรียกชื่อเราทันที แม้เสียงนั้นจะเบาและอยู่ในที่ที่มีเสียงจอแจ เมื่อได้ยินเสียงปืน หรือเสียง
    ระเบิด หัวใจจะเต้นเร็ว ตื่นตัว และเอามืออุดหู หรือเมื่อเราอยู่ในสภาพแวดล้อมของธรรมชาติ เช่น ชายทะเล ในป่า
    เสียงลมพัด เสียงคลื่น เสียงนกร้อง จะทำให้เรามีอารมณ์ผ่อนคลาย จิตใจสงบ

    เสียงในหูเกิดขึ้นได้อย่างไร
    จนถึงปัจจุบันทางการแพทย์ยังไม่สามารถระบุสาเหตุของอาการเสียงในหูได้ แต่จากการทดลองของนักวิทยาศาสตร์
    ชื่อ Heller และ Herqman ในปี ค . ศ .1953 พบว่า ในคนปกติที่ไม่เคยได้ยินเสียงในหู เมื่อเข้าไปอยู่ในห้อง
    เงียบมากๆ ที่ไม่มีเสียงรบกวน จะได้ยินเสียงในหูแบบเดียวกับผู้ที่มีเสียงในหู จึงเชื่อว่าโดยปกติจะมีเสียงที่เกิดจาก
    การทำงานของระบบประสาทการรับเสียงในสมอง แต่สมองได้เรียนรู้ว่าเสียงนี้ไม่มีความสำคัญ มันจึงถูกละเลยไว้
    ใต้จิตสำนึก แต่ในผู้ที่มีเสียงในหูอาจจะเกิดความผิดพลาดในการรับรู้เสียงนี้ชั่วขณะ หนึ่ง เช่น ประสาทหูถูกทำลายหรืออยู่ใน
    ภาวะเครียดกังวลมาก ทำให้สมอง จดจำเสียงการทำงาน ของประสาท นี้เป็นเสียงคุกคามและให้ความสำคัญ กับเสียงนี้
    สมองจึงสั่งการให้ร่างกาย ตื่นตัวเตรียมพร้อมเพื่อรับสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา นอนไม่หลับ กังวลและ เครียด
    ลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำๆ จน กลายเป็นนิสัย เชื่อกันว่าในผู้ที่มีหูไว ผิด ปกติก็เกิดขึ้นในลักษณะเดียวกัน ระบบประสาทการรับเสียง
    ระบบ ประสาทอัตโนมัติ และระบบประสาทควบคุมอารมณ์ เกิดการตอบสนอง เสมือนหนึ่งว่าร่างกายอยู่ในสภาวะถูก คุกคาม
    จึงตื่นตัวและไวเกินปกติอยู่ตลอดเวลาแม้มีเสียงกระตุ้นเพียงเบาๆ ก็จะถูกขยายให้ดังเกินเหตุ เกิดปฏิกิริยาในทางลบ
    เช่น ไม่ชอบเสียงที่เปลี่ยนแปลงแม้เพียงเล็กน้อยหรือกลัวเสียง

    เสียงในหูแบ่งเป็นสองประเภทใหญ่ ๆ

    • เสียงในหูประเภทที่สามารถตรวจพบได้ เช่น ผู้ที่มีหลอดเลือดบริเวณคอ ฐานกะโหลกศีรษะแคบลงผิด ปกติ
    เมื่อเลือดไหลผ่านหลอดเลือดที่แคบลง จะเกิดเสียงดังขึ้น ถ้าใช้เครื่องมือดักฟังก็จะได้ยินเสียงเหมือนที่ ผู้ป่วย
    ได้ยินเอง หรือบางท่านอาจได้ยินเสียงการกระตุกของกล้ามเนื้อบริเวณเพดานปาก กล้ามเนื้อใน หูชั้น กลาง
    หรือการเปิดปิดของท่อปรับความดันอากาศในหูชั้นกลาง
    • เสียงในหูประเภทที่ไม่สามารถตรวจพบได้ ได้ยินเฉพาะผู้ที่มีอาการ แต่ผู้อื่นไม่ได้ยิน เสียงในหูประเภทนี้
    ซึ่งสามารถแบ่งตามสาเหตุที่เกิดได้เป็น 2 กลุ่ม คือ
    1. เสียงในหูที่พบโรคอื่นร่วมด้วย
    เสียงในหูอาจเกิดในผู้ที่ป่วยเป็นโรคอื่น เช่น เมื่อถูกตบที่หู อาจจะมีอาการหูอื้อได้ยินน้อยลง ขณะเดียวกันจะได้ยิน
    เสียงในหูดังวี้ดๆ นานเป็นวัน ผู้ที่ได้รับยาฉีดโดยเฉพาะยาปฎิชีวนะ เช่น สเตร็ปโตมัยซิน อาจจะมีเสียงในหูร่วมกับ
    ประสาทหูที่เสื่อม ในผู้สูงอายุที่มีประสาทหูเสื่อม บางท่านอาจจะมีเสียงในหูร่วมด้วย ในผู้ป่วยที่เป็นโรคมีเนีย (Meniere )
    ซึ่งเป็นกลุ่มอาการของโรคที่ประกอบไปด้วยอาการ เวียนศีรษะ บ้านหมุน การได้ยินลดลง อาจจะมี เสียงในหูร่วมด้วยได้
    ในผู้ป่วยที่เป็นเนื้องอกของเส้นประสาทสมองเส้นที่ 8 (Acoustic neuroma) อาจมี อาการเสียงในหูร่วมด้วย
    ในผู้ป่วยที่เป็นโรคหินปูนเกาะที่ฐานกระดูกโกลน ( Otosclerosis ) อาจมีเสียงในหูร่วม กับการได้ยินที่ลดลงได้
    เสียงในหูประเภทเหล่านี้อาจจะลดลงหรือหายไปได้ ถ้าหากสาเหตุของโรคได้รับการแก้ไข
    2.เสียงในหูที่ไม่พบโรคอื่นร่วมด้วย
    ผู้ที่มีเสียงในหูส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มนี้ และเป็นกลุ่มที่พบมากที่สุด ตรวจไม่พบสาเหตุและไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ
    เกิดขึ้นได้ในคนสุขภาพกายและจิตปรกติ

    เสียงในหูจำแนกตามระยะเวลาที่เกิด
    ประเภทแรก เกิดขึ้นแบบเฉียบพลันไม่เกิน 3 เดือน ซึ่งมักเป็นชั่วคราวโอกาสที่จะหายเองมีมาก
    เช่น เมื่อเข้าไปในที่เงียบหรือห้องเก็บเสียงจะได้ยินเสียงในหูชั่วคราวแล้วค่อยๆ หายไป

    ประเภทที่สอง ประเภทเรื้อรัง คือ เป็นนานเกิน 3 เดือน ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดประมาณ 80%
    ของผู้ที่มีเสียงในหูทั้งหมดและมักหาสาเหตุไม่พบโอกาสหายเองมีน้อยต้องปรึกษาแพทย์ถ้าหากเกิดความรำคาญมาก
    จนมี อาการ หงุดหงิด ขาดสมาธิในการทำงาน นอนหลับยากหรือนอนไม่หลับ ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง
    หรือมีอาการหูไวผิด ปกติต่อเสียง ( Hyperscusis) บางชนิด หรือเป็นมากถึงขั้นกลัวเสียง (Phonophobia )

    การรักษาเสียงในหู
    ผู้ที่มีเสียงในหู ควรไปปรึกษา แพทย์เพื่อรับการ ตรวจวินิจฉัย ว่าเสียงในหู ที่เป็นอยู่มีสาเหตุจากโรค
    อื่นร่วมด้วย หรือไม่ซึ่ง ส่วนใหญ่มักจะไม่พบความ ผิดปรกติใดๆ ถ้าหากเสียงในหูนี้ ไม่ก่อให้เกิดความ
    รำคาญ นอน หลับได้ปรกติ การได้ทำความเข้าใจถึง สาเหตุของ โรคจะทำ ให้หายกังวลได้ มีเพียง 20 %
    ของผู้ที่มีเสียง ในหู ที่ต้องรับการ รักษาอาการ แทรกซ้อนที่เกิดขึ้น เช่น เกิด ความวิตก
    กังวลว่าอาจมีโรคร้ายแรงในสมอง นอนไม่หลับ ขาดสมาธิในการทำงาน ทนต่อเสียงดังได้น้อยลงการรักษา
    โดยการฝึกสมองให้เปลี่ยนวิธีการตอบสนองใหม่อย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่องเป็นวิธีที่ได้ผลมาก

    ข้อปฏิบัติในการรักษาเสียงในหู
    1. ต้องรักษาสภาพร่างกายและจิตใจให้สมบูรณ์ ผ่อนคลาย เลิกกังวล

    2. สร้างความเชื่อมั่นว่าเสียงในหูนี้รักษาได้
    3. ศึกษาและทำความความเข้าใจกับสมมติฐานของการเกิดโรค สร้างทัศนคติที่ดีต่อ แนวทางการปฏิบัติ

    4. หลีกเลี่ยงความเงียบ อย่าอยู่ในที่เงียบๆ เพียงลำพัง ความเงียบทำให้เสียงในหูเด่นชัดขึ้น ต้องพยายามรับเสียงจาก
    ภายนอกเพื่อเบี่ยงเบนให้เสียงในหูด้อยลง ฝึกให้สมองรับรู้และคุ้นกับเสียงรอบข้าง จากการทดลองพบว่าเสียงธรรมชาติ
    ที่ไม่มีความหมายจะทำให้สมองเกิดความเคยชิน และเบี่ยงเบนจากเสียงในหูได้ง่าย เช่น เสียงน้ำตก เสียง คลื่น เสียงน้ำไหล
    เราสามารถฟังเสียงเหล่านี้ได้จากแผ่นซีดี วิทยุเทป และควรฟังอย่างต่อเนื่องโดย เฉพาะเวลา กลางคืนอาจฟังจนกระทั่งหลับไป
    ในผู้ที่ไม่สะดวกที่จะพกวิทยุเทป หรือซาวด์อเบาท์ไปทุกที่ การใช้เครื่องกลบ เสียง ในหูอาจจะช่วยให้การบำบัด
    ได้ผลแน่นอนในเวลาที่รวดเร็วขึ้น

    การรักษาโดยใช้เครื่องกลบเสียงในหู
    อาศัยหลักการของการสร้างความเคยชินให้กับสมองคล้ายๆ กับเวลาที่เราย้าย บ้านไปอยู่ริมถนน ใหม่ๆ
    เราจะนอนไม่ หลับ รำคาญต่อเสียงรถยนต์ที่วิ่งผ่านไป มาขาดสมาธิในการทำงาน นานวันเข้าสมอง
    สามารถสร้างความเคยชินกับเสียง นี้ได้ ทำให้ไม่เกิดปฏิกิริยา ไม่ตื่นตัว ไม่รำคาญ มีสมาธิ ใน การทำงาน
    และนอน หลับได้ เสมือนหนึ่งไม่รับรู้ว่ามี เสียง รถวิ่ง แต่ถ้าหากเราตื่นขึ้นกลางดึกและตั้ง ใจฟังเสียงรถวิ่ง
    ก็จะได้ยินเด่นชัดขึ้น แต่เราก็สามารถที่จะหลับต่อไปได้อย่าง ง่ายดาย แสดงว่าเราสามารถที่จะฝึกสมอง
    ไม่ให้สนใจต่อ เสียงรถวิ่งและปล่อย การรับรู้เสียงนี้ไว้แค่ใต้จิตสำนึกไม่ขึ้น ไปสมองส่วนบนสุดจึงไม่เกิดปฏิกิริยา
    โต้ตอบสมองได้เรียนรู้ว่าเสียงรถวิ่งไม่ คุกคามต่อร่างกายหลังจากที่ถูกกระตุ้น อยู่หลายคืน จึงไม่เกิดปฏิกิริยาเตรียมพร้อม
    คือตื่นอยู่ตลอดเวลาจนถึงระดับหนึ่งสมองเกิดการวางเฉยและไม่รับรู้ต่อ เสียงรถวิ่งในที่สุด

    การรักษาโรคหูไวผิดปกติ
    ในผู้ที่มีหูไวผิดปกติ ละเกิดอาการกลัวเสียงจนต้องใช้ที่อุดหูกันเสียงแม้ในสภาพ แวดล้อมที่ไม่มีเสียงดังและจอแจมาก
    แนวทางการรักษาคือจะต้องหลีกเลี่ยงความ เงียบและต้องสร้างความเคยชินกับเสียงรอบข้าง โดยฝึกรับเสียงดังเพิ่มขึ้นทีละ น้อย
    และให้เลิกใช้ที่อุดหูในผู้ที่มีประสาทหูเสื่อมร่วมกับเสียงในหู และมีอาการ หูไวผิดปกติร่วมด้วย จำเป็นที่ต้องใส่เครื่องช่วยฟัง
    เพื่อให้รับเสียงภายนอกชัด เจนขึ้น โดยในระยะแรกที่ใส่เครื่องช่วยฟังควรปรับกำลังขยายให้อยู่ ในระดับพอ ได้ยินเสียงรอบข้าง
    และเสียงสนทนา และค่อย ๆ เพิ่มกำลังขยายขึ้นเรื่อยๆ จนถึง ระดับที่ต้องการ
    -------------------------------------------------------------------------------------

  20. #20
    OverclockZone Member ManiacMaew's Avatar
    Join Date
    4 Aug 2009

    Default

    อ่า โดนมากเลย ขอบคุณครับ
    รู้สึกมีปัญหา กับเส้นเลือดแถวๆ คอที่ไรเป็นทุกที แบบว่า ก้มเงยผิดท่า จนเส้นเลือดมันตุบๆ จะเป็น
    อีกทีก็ตอนอัด nichicom fw fa เยอะ 55+ เสียงบาดเกิน หูไม่ชิน

    ที่เป็นไม่ใช่แบบหูอื้อน่ะ แต่เป็นแบบหูไว ได้ยินอะไรดังนิดหน่อยก็รู้สึกดังมากแหล่ะ
    แถมเป็นคนเวลาปกติ ชอบอยู่เงียบมากๆ ด้วย

Page 1 of 2 12 LastLast

Bookmarks

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •