overclockzonefanpage  overclockzoneth  TV  
Results 1 to 18 of 18
  1. #1
    OverclockZone Member XsoeIIsJ's Avatar
    Join Date
    5 Dec 2008
    Location
    สงบสุข & สันโดษ

    Default ช่วยสรุปหลักการทำงานของหลอด แบบสั้นๆ เข้าใจง่ายหน่อย

    สอบเสร็จก็มีเวลาว่างพอสมควร เลยศึกษาเรื่องแอมป์หลอดเพิ่ม เผื่ออนาคต

    ผมอ่านจากที่นี่

    http://www.ubmthai.com/leksoundsmf3/...p?topic=9267.0

    ตั้งแต่ต้นจนจบก็รู้แค่ว่ามันทำงานยังไง แต่ไม่รู้ว่าไปเกี่ยวกับสัญญาณ Analogs ที่ตรงใหน -*-

    ลองทำแบบจำลองในหัว อื่ม ... อิเล็คตรอนใด้รับไฟฟ้า วิ่งผ่านแผ่นโลหะ เหนี่ยวนำจนเกิดความร้อน

    แล้วก็วิ่งไปทางนั้น เกิดเป็นไอ้นั่นไอ้นี่ สุดท้ายก็งงรับประทาน ? เพราะไม่เคยเรียนอิเล็ค



    ถ้าผมสรุปสั้นๆ ว่ามันคือ C ตัวหนึ่ง ที่มีหลักการทำงานต่างจาก C ธรรมดา แต่ไช้หลักอิเล็คตรอนเหนี่ยวนำ

    แทนการไช้กระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านแบบ C แห้ง , Solid ในปัจจุบัน

    ซึ่งหลักการคือกระแสไฟฟ้ากระตุ้นอิเล็กตรอนภายในหลอด เกิดความร้อน , ความหน่วงสัญญาณกระแสไฟฟ้า

    เปลี่ยนแปลงรูปแบบความถี่บางประการ เกิดเป็นคลื่นกระแสไฟฟ้า แนวเสียง Analogs อันเป็นเอกลักษณ์ของหลอด

    เพราะก่อนจะมี Chip + C แห้ง ในอดีตก็ไช้หลอดจำนวนมากมาก่อนไม่ไช่หรือ ?



    ผมคิดว่า คำถามนี้น่าจะเป็นส่วนหนึ่ง ที่ช่วยบ่งบอกว่าห้อง Hi-end สมควร+พร้อมที่จะเปิดใด้หรือยัง

  2. #2
    OverclockZone Member demonine's Avatar
    Join Date
    30 Jul 2008
    Location
    เกษตร-นวมินท์

    Default

    C มันน่าจะตัวเก็บประจุมากกว่า

    ส่วนหลอดก็น่าจะวิวัฒนาการมาเป็น ทรานซิสเตอร์ แล้วก็มาเป็น ชิบ

    แต่ไอ้พวก หลอด ทรานซิลเตอร์ แล้วก็ ชิบ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันใช้ทำหน้าที่อะไร

    ปล.ผมก็ไม่มีความรู้เรื่องไฟฟ้าเหมือนกัน

  3. #3
    OverclockZone Member Wizardmans's Avatar
    Join Date
    6 Feb 2007

    Default

    หลอดสูญญากาศ > ทรานซิสเตอร์

  4. #4
    OverclockZone Member carbon_za's Avatar
    Join Date
    29 Nov 2007
    Location
    จรัญสนิทวงศ์ 13

    Default

    เท่าที่ผมหาข้อมูลมารู้สึกว่าแอมป์หลอดจะเป็นคลาส A ซึ่งคลาส A จะมีการจ่ายไฟตลอดเวลาจึงทำให้มันร้อนและเสียงมีความต่อเนื่องลื่นไหล จะใช้งานหรือไม่ใช้งานไฟก็หล่อเลี้ยงตลอดเวลา

    ส่วน C มีหน้าที่กักเก็บไฟทำให้ไฟมีความราบเรียบ Cค่ามากเปรียบเสมือนถังน้ำที่ใหญ่ สามารถสำรองไฟได้เยอะ

    ผิดถูกยังไงก็ขออภัยด้วย ผมก็อ่านตามเว็ปมาครับ
    Last edited by carbon_za; 28 Sep 2010 at 22:45:22.

  5. #5
    OverclockZone Member XsoeIIsJ's Avatar
    Join Date
    5 Dec 2008
    Location
    สงบสุข & สันโดษ

    Default

    ยังไม่ชัดเจน ขอคำตอบเพิ่มเติมล่ะกัน

    แค่การทำงานของชิพ DAC จากดิจิตอล 010100 เป็นอนาล๊อค ผมอ่าน 2-3 รอบก็เข้าใจ

    แต่นี่ไม่รู้กี่รอบล่ะ ตาลาย จะอ้วก -*- ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี

    กระแสไฟฟ้าแปลงเป็นอิเล็คตรอน แล้วอิเล็คตรอนที่วิ่งผ่านแผ่นเหล็กจุดสุดแผ่นก็แปลงกลับมาเป็นไฟฟ้าอีกที

    แล้วมันเกี่ยวกับคลื่นเสียง Analogs ยังไง เพราะอะไรเสียงแบบหลอดถึงเป็นเอกลักษณ์ ?

  6. #6
    TroRuwA
    Guest

    Default

    ไอเราก็นึกว่าหลอดน้ำ ชิส์
    เดี๋ยวมาอ่านไปทำของเล่นใหม่ก่อน

  7. #7
    OverclockZone Member lplline's Avatar
    Join Date
    21 Apr 2010

    Default

    ตอนแรกกะว่า จะเอาหลักการทำงานของหลอดไฟ มาแล้วนี่

  8. #8
    OverclockZone Member ManiacMaew's Avatar
    Join Date
    4 Aug 2009

    Default

    มาช่วยงง
    แล้วมันเกี่ยวกับคลื่นเสียง Analogs ยังไง เพราะอะไรเสียงแบบหลอดถึงเป็นเอกลักษณ์
    สงสัยมานานแหล่ะ คำว่าเสียง analog มันเป็นยังไง คำว่าเสียงdigital มันเป็นยังไง ต่างกันยังไง ไม่เข้าใจ
    ใครรู้อธิบายที

  9. #9
    OverclockZone Member RB26's Avatar
    Join Date
    6 Jan 2008
    Location
    Public administration

    Default

    ความคิดผมนะ หลอดมีหน้าที่ขยายแรงดันและกระแส จากสัญญาณAnalogจากแรงดันและกระแสขนาดเล็กให้สามารถขับลำโพงได้ แต่ทะว่า หลอดมีคุณสมบัติขยายแรงดันมากกว่ากระแส จึงทำให้ต้องมี output transformer เป็นตัวแปลงให้แรงดันและกระแสให้มีสัดส่วนของกระแสมากขึ้นเพื่อใช้ในการขับลำโพง ผิดถูกยังไง ขออภ้ยด้วย

  10. #10
    OverclockZone Member Rev's Avatar
    Join Date
    24 Sep 2007
    Location
    ท่าอิฐ,เดอะมอลล์พันทิพย์งามวงศ์วาน

    Default

    เอาง่ายๆ คุณรู้หลักการการทำงานของ Mosfet หรือเปล่า ถ้ารู้ มันก็คือกันนั่นแหละ เป็นสวิทช์ที่ทำงานด้วยแรงดัน(ทรานซิสเตอร์ทำงานด้วยกระแส)

    เทียบง่ายๆ
    ขา Mosfet=ขาหลอด
    D(rain)=Anode
    G(ate)=Gate
    S(orce)=Cathode

    เพียงแต่ของหลอดจะมีไส้หลอด(Heater)เพิ่มขึ้นมาเพื่ออุ่น Cathode ให้ร้อน เพื่อที่จะทำให้อิเล็คตรอนหลุดจาก Cathode ได้ง่ายขึ้น

    และหลอดเป็นสวิทช์ที่ทำงานได้ละเอียดอ่อนมากๆ ทำให้มันมีเอกลักษณ์ทางด้านเสียง(โดยเฉพาะเสียงกลางและเสียงแหลม)ที่ละเมียดละไมแบบที่หาไม่ได้จากทรานซิสเตอร์และมอสเฟต

  11. #11
    OverclockZone Member fenderfree's Avatar
    Join Date
    13 Aug 2009
    Location
    BKK

    Default

    ในกระบวนการ ขยายของหลอด จะเกิด ความเพี้ยนเชิง ฮาโมนิคเป็นเลขคู่ ส่วน แอมป์ ทรานซิสเตอร์เป็นเลขคี่ แล้วก็บังเอินเครื่องดนตรีทุกชนิดนั้นให้ความถี่เชิงฮาโมนิคเป็นเลขคู่ นี่คือสิ่งที่ทำให้มันมีเอกลักษณ์ ถึงแม้มันจะมีความเพี้ยน 5% แต่หูคนฟังไม่ออก
    ต่างกับ ทรานซิสเตอร์ ที่เพี้ยนแค่ 1% นั่นก็ถือว่ามากแล้ว นี่หล่ะคือเหตุ ผลที่ทำไมมันถึงได้อยู่ยงคงกระพันจากอดีตจนปัจจุบัน
    ส่วนสัญาณ analog คือการส่งสัญาณระหว่างอุปกรณ์ ในลักษณะ ลูกคลื่น ส่วน digital ส่งสัญาณ ในรูป แบบ ปิด กับ เปิด (0 กับ 1)
    ผิดพลาดประการใด ขออภัยด้วยนะครับ ^^

  12. #12
    OverclockZone Member funkyphile's Avatar
    Join Date
    10 Jun 2010

    Default

    หลอดทานตะวันจะงอได้ครับ ไปละครับฟิ้ว ..................

  13. #13
    OverclockZone Member Wizardmans's Avatar
    Join Date
    6 Feb 2007

    Default

    Quote Originally Posted by funkyphile View Post
    หลอดทานตะวันจะงอได้ครับ ไปละครับฟิ้ว ..................
    5555+

  14. #14
    OverclockZone Member milestone's Avatar
    Join Date
    1 Mar 2009

    Default

    "ภายในหลอดนั้น อิเล็กตรอนจะถูกเหนี่ยวนำโดยวัตถุชนิดหนึ่งให้เคลื่อนไปในสุญญากาศ ตรงนี้คือการแยกทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งของอะตอม ทำให้เกิดพลังงานที่เกิดขึ้นจากอิเล็กตรอนเพียงตัวเดียวหรือที่เรียก Work Function "

    ผมว่าท่อนนี้ผิดนะ ตามความคิดผม

    Work Function คือ พลังงานที่ทำให้อิเล็กตรอน 1 ตัวหลุดออกจากผิวโลหะได้พอดี เรียกอย่างเด็ก ม.ปลาย ก็คือพลังงานอิออนไนเซชั้น

    เรื่องแรงดันเพลตมีเนื้อหานิดเดียวเขียนซะ งงเลย เดี๋ยวไปหาอ่านมั่งดีกว่า อิ อิ

  15. #15
    OverclockZone Member blue's Avatar
    Join Date
    18 Sep 2006
    Location
    ดาวคะนอง ธนบุรี กรุงเทพ

    Default

    คอนเซป คล้ายๆ Transistor ต่างกันที่ transistor ใช้ current control ส่วนหลอดกะ FET มีคุณสมบัติคล้ายๆกันใช้ voltage control

    หลักการทำงาน Electron จะวิ่งจากจาก cathode ไปยัง anode ได้ เมื่อแรงดับระหว่าง Cathode และ anode สูงพอ
    ส่วนขา Grid ใส่มา เพือให้เกิดศักดิ์ไฟฟ้า ซึ่งศักดิ์ไฟฟ้านี้จะทำหน้าที่เพื่อหักล้างหรือเพิ่มความสามารถการไหลของ อิเลกตรอน จาก Cathode ไปยัง Anode

  16. #16
    OverclockZone Member keang's Avatar
    Join Date
    31 Oct 2006

    Default

    คุยเรื่องไรกันหว่า
    แบบว่า...ผมเกิดไม่ทัน

  17. #17
    OverclockZone Member indyz's Avatar
    Join Date
    13 Mar 2007

    Default

    เรื่องนี้อ่านกี่ทีก้อมึน ^^

  18. #18
    OverclockZone Member XsoeIIsJ's Avatar
    Join Date
    5 Dec 2008
    Location
    สงบสุข & สันโดษ

    Default

    Quote Originally Posted by Rev View Post
    หลอดเป็นสวิทช์ที่ทำงานได้ละเอียดอ่อนมากๆ ทำให้มันมีเอกลักษณ์ทางด้านเสียง(โดยเฉพาะเสียงกลางและเสียงแหลม)
    บางอ้อก็ตรงนี้เหละ

    ขอบคุณทุกท่านครับ ช่วยตอบมาเยอะดี


Bookmarks

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •