overclockzonefanpage  overclockzoneth  TV  
Results 1 to 17 of 17

Thread: ข่าวคนรวย คร๊าาาาบ

  1. #1
    OverclockZone Member jarzabrike's Avatar
    Join Date
    23 Sep 2006
    Location
    อาร์ดา (Arda)

    Default ข่าวคนรวย คร๊าาาาบ

    Carlos Slim เจ้าพ่อโทรคมนาคมเม็กซิกันแซงหน้า Bill Gates เป็น เศรฐษีอันดับ ๑ ของโลก

    เขาอาจจะไม่ค่อยดังเท่าไหร่นักในแวดวงอภิมหาเศรษฐี แต่หนังสือพิมพ์ Guardian ของอังกฤษบอกเช้านี้ว่าราคาหุ้นของบริษัทโทรคมนาคมของเขาพุ่งพรวดพรวดขึ้นมาในช่วงหลังนี้จนทำให้ความมั่งคั่งส่วนตัวของเขาแซงหน้า Bill Gates แห่ง Microsoft แล้ว

    เขาชื่อ Carlos Slim เป็นเจ้าของ America Movil Group ที่ไม่ค่อยชอบเป็นข่าวนัก แต่วันนี้ Guardian จับเขาขึ้นหน้าหนึ่งพร้อมตัวเลขราคาหุ้นที่พุ่งขึ้นไปอย่างมากในไตรมาสที่สองที่เพิ่งจบลง

    วันนี้, ประเมินกันว่าเขามีทรัพย์สินรวม ๖๗.๘ พันล้านเหรียญ ขณะที่บิล เกตส์มีความร่ำรวยทางการอยู่ที่ ๕๙.๒ พันล้านเหรียญ...แปลว่าเจ้าพ่อโทรคมนาคมเม็กซิกันคนนี้รวยกว่าอภิมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งเดิมของโลกถึง ๘.๖ พันล้านเหรียญ (ฉพาะส่วนที่รวยกว่าก็เท่ากับ ๓ แสนล้านบาทแล้ว...)

    ความมั่งคั่งส่วนตัวของ Carlos Slim เท่ากับร้อยละ ๘ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศเม็กซิโกทั้งประเทศทีเดียวเชียวแหละ

    คนที่ติดตามตัวเลขเปรียบเทียบระหว่าง Bill Gates กับ Carlos Slim คือหนังสือข่าวการเงินในอินเตอร์เน็ทของเม็กซิโกที่ชื่อ Sentido Comun

    ผู้ก่อตั้งสำนักข่าวนี้ชื่อ Eduardo Garcia ซึ่งเป็นคนบอกว่าสามเดือนก่อน, เขาประกาศผ่านทางเว็บไซท์เขาว่า Carlos Slim รวยกว่าเบอร์สองที่ชื่อ Warren Buffet แล้ว...และนิตยสาร Forbes ก็ยอมเชื่อ...ยกให้เจ้าพ่อสื่อโทรคมนาคมเม็กซิกันคนนี้ขึ้นเป็นที่สองในการจัดอันดับคนรวยที่สุดของโลก

    ปล.ข่าวจากoknation.net

  2. #2
    OverclockZone Member jarzabrike's Avatar
    Join Date
    23 Sep 2006
    Location
    อาร์ดา (Arda)

    Default

    อีกข่าวเมื่อต้นปี ที่อาจเป็นสาเหตุให้ลุงบิตตกอันดับ(อย่างงดงาม)

    -ถ้าใครได้อ่านข่าวสารในแวดวงของเศรษฐีอเมริกันในช่วงกลางปีที่แล้วคงจะแปลกมิใช่น้อยที่ได้เห็นข่าวการอุทิศตัวเพื่อการกุศลครั้งยิ่งใหญ่ของเศรษฐีอเมริกัน2คน
    -เศรษฐีทั้ง 2 คนนี้ไม่ใช่คนมีเงินมีทองธรรมดา แต่มีทรัพย์สินมหาศาลเป็นหมื่น ๆ ล้านดอลลาร์สหรัฐจนติดอันดับทำเนียบนักธุรกิจที่ร่ำรวยมากที่สุดในโลกทั้งคู่จากการ
    จัดอันดับของฟอร์บส์นิตสารธุรกิจ-การเงินชั้นแนวหน้าของโลกเรื่องเศรษฐีใจบุญเรื่องนี้ถือเป็นข่าวครึกโครมมากในสหรัฐในช่วงเวลานั้นคนอเมริกันตื่นเต้นกับข่าวนี้มาก
    กว่าข่าววันชาติของประเทศตัวเองเสียอีก ท่านผู้อ่านคงรู้แล้วใช่ไหมครับว่าผมหมายถึงใคร ใช่ครับ บิล เกตส์ และ วอร์เรน บัฟเฟตต์ นั่นเอง ผมคงไม่ต้องสาธยายประวัติ
    ความร่ำรวยของทั้งคู่มากนัก เพราะส่วนใหญ่ก็ทราบกันดีอยู่แล้ว
    - ถ้าจะให้เล่าให้ฟังแบบชนิดหมดเปลือก หน้ากระดาษคอลัมน์นี้ก็คงไม่พอเอาเป็นว่า บิล เกตส์นั้น เป็นเจ้าของบริษัท ไมโครซอฟต์ ยักษ์ใหญ่ในวงการซอฟต์แวร์โลก
    ถือเป็นนักธุรกิจที่รวยที่สุดในโลก เพราะมีเงินอยู่ถึง 51,000 ล้านดอลลาร์ ก็จะไม่ให้รวยได้ยังไงไหวละครับ ก็ธุรกิจคอมพิวเตอร์ของเขานั้น ทำเงินให้ถึง 250 ดอลลาร์
    ต่อวินาที คิดเป็น 20 ล้านดอลลาร์ต่อวัน และ 7,800 ล้านดอลลาร์ต่อปีทีเดียว
    - ส่วน วอร์เรน บัฟเฟตต์ วัย 75 ปี นั้น ชื่อเสียงอาจไม่คุ้นหูคนไทย แต่ในแวดวงตลาดการเงินโลกแล้วเขาดังมาก พอ ๆ กับบิล เกตส์ทีเดียว
    -บิล เกตส์นั้นเป็นอัจฉริยะด้านคอมพิวเตอร์ ส่วนวอร์เรน บัฟเฟตต์ ฉกาจฉกรรจ์ด้านการลงทุน ถือเป็นนักลงทุนที่เก่งที่สุดเท่าที่ตลาดวอลล์สตรีทเคยมีมาทีเดียว
    -บัฟเฟตต์ สามารถเพิ่มราคาหุ้นกองทุน Berkshire ของเขาถึง 3,600 เท่า จนกลายเป็นเศรษฐีอันดับ 2 ของโลกด้วยสินทรัพย์ 40,000 ล้านดอลลาร์
    -แม้บิล เกตส์ เป็นคนรวยหมายเลข 1 ของโลก ส่วนบัฟเฟตต์เป็นหมายเลข 2 แต่ทั้งคู่เป็นเพื่อนซี้ปึกกัน ระหว่างคนทั้ง 2 ไม่จำเป็นต้องแข่งขันหรือชิงดีชิงเด่นกันในเรื่อง
    ความมั่งมี เพราะต่างก็เป็นสุดยอดในวงการของตัวเอง เรียกได้ว่าเส้นทางชีวิตได้เดินทางมาถึงจุดสูงสุดแล้ว หรืออาจจะเกินฝั่งฝันเสียด้วยซ้ำไป
    -อย่างไรก็ตาม ความเป็นสุดยอดของทั้งคู่ที่โลกทั้งโลกต้องยกย่องและคารวะให้อย่างหมดใจนั้น หาได้อยู่ที่ตัวเลขความร่ำรวย หรือความเป็นนักธุรกิจที่เก่งฉกาจไม่ แต่อยู่
    ตรงที่ความเป็นคนที่มีมนุษยธรรม มีหัวใจแห่งความเมตตา และมีปรัชญาการดำรงชีวิตที่ดีงาม
    -บิล เกตส์ และภรรยา เมลิดา เกตส์ ตั้ง มูลนิธิบิล และเมลิดา เกตส์ ขึ้นมา แล้วบริจาคเงินให้มูลนิธินี้มากกว่า 27,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อให้มีเงินทุนไปทำโครงการดูแล-รัก
    ษาสุขภาพ โดยเฉพาะการต่อสู้กับเชื้อไวรัสเอชไอวี มาลาเรีย และวัณโรคในประเทศกำลังพัฒนา ถือเป็นมูลนิธิที่ใจบุญที่สุดแห่งหนึ่งของโลกไม่นานมานี้ เจ้าพ่อซอฟต์แวร์
    สร้างความตกตะลึงให้ ด้วยการประกาศวางมือจากไมโครซอฟท์ เพื่อทุ่มเทเวลาให้กับการทำงานในมูลนิธิที่เขาตั้งขึ้นเพื่อการกุศลอย่างเต็มที่เคยมีคนเคยถาม บิล เกตส์ ว่า
    ทำไมถึงไม่ยกทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้กับลูกทั้ง 3 คนเกตส์ ตอบว่า เงินจำนวนมหาศาลขนาดนี้หากยกให้ลูกจะไม่ทำให้เกิดประโยชน์แก่สังคมและกับลูกทั้งสาม เพราะปรัชญา
    ในการดำรงชีวิตของเขาก็คือนำทรัพย์สมบัติที่มีคืนให้กับสังคม
    -ส่วนวอร์เรน บัฟเฟตต์ ก็ทำในสิ่งที่นายทุนเจ้าของธุรกิจทั่วโลกตกใจเช่นกัน เมื่อประกาศบริจาคเงิน 42,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 75% ของทรัพย์สินทั้งหมดให้แก่องค์กรการ
    กุศล 5 แห่ง โดยมูลนิธิของบิล เกตส์ เพื่อนซี้ได้รับบริจาคมากสุด ว่ากันว่า "ระบบทุนนิยมอเมริกันนั้นไม่มีความเมตตาให้ใครระบบนี้ก่อให้เกิดทรัพย์สมบัติมหาศาล และความ
    ไม่เท่าเทียมกันอย่างยิ่ง ทำให้หลายคนเกลียดชัง แต่ก็เหมือนเรื่องราวในโลกใบนี้ ที่มักจะดี-เลวปะปนกัน อยู่ที่ว่าเราจะหยิบยกจุดไหนขึ้นมาพูดถึงนักธุรกิจอเมริกันหลาย ๆ
    คน มีสัญญาด้วยหัวใจโดยไม่ต้องเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรว่า "ผู้ชนะจะแบ่งปันความมั่งคั่งเพื่อชดเชยแก่ผู้แพ้ นายทุนชาวอเมริกันผู้ยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษที่ 19 เช่น
    คาร์เนกี และร็อกกีเฟลเลอร์ มีความมุ่งมั่นเช่นนั้น " ในการให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ครั้งหนึ่ง บัฟเฟตต์กล่าวว่า "ระบบเศรษฐกิจแบบตลาดไม่ประสบผลในแง่ของคนจน"
    แถมยังดูถูกผู้ที่ร่ำรวยจากเงินมรดกว่าเป็น "สมาชิกชมรมสเปิร์มผู้โชคดี"
    -บิล เกตส์ และวอร์เรน บัฟเฟตต์ต่างก็สมบุกสมบันกับทุนนิยมมาตลอดช่วงชีวิต แต่แทนที่อัครมหาเศรษฐีทั้งสองจะแข่งขันกันเอง กลับนำมรดกทั้งหมดมารวมกันเพื่อประ
    โยชน์ของสาธารณะชน ซึ่งจะส่งผลต่อผู้คนอีกหลายล้านชีวิตที่ทั้งยากจน เดือดร้อน และด้อยโอกาส
    -ผมจะมีโอกาสเห็นเศรษฐีนักธุรกิจไทยเราทำใน"สิ่งมหัศจรรย์" เฉกเช่นเกตส์และบัฟเฟตต์หรือไม่ ...
    มีบางไหมในเมืองพุทธอย่างเรา
    -คงไม่มีใครเรียกร้องให้บริจาคช่วยเหลือสังคมด้วยยอดเงินมหาศาลขนาดนั้นอย่างเศรษฐีอเมริกันคู่นี้ เพราะถือเป็นความเสียสละที่ยิ่งใหญ่มาก และอาจเป็นเรื่องที่เกินตัว
    ไปสำหรับบางคน แค่นำเงินส่วนเกินในชีวิตและธุรกิจมาทำประโยชน์ให้สังคมอย่างจริงจังและจริงใจ ไม่ทำแบบเอาหน้าเอาตาหรือขอไปทีแค่นี้คนไทยก็ยกย่องชื่นชมกันทั้ง
    ประเทศแล้วครับ

    ข่าวโดย BlueHill
    วันที่ พฤหัสบดี มกราคม 2550

  3. #3
    OverclockZone Member rsun's Avatar
    Join Date
    10 May 2007

    Default

    จารวยกันไปถึงไหน เอามาแบ่งกันบ้าง อิอิ

  4. #4
    OverclockZone Member jarzabrike's Avatar
    Join Date
    23 Sep 2006
    Location
    อาร์ดา (Arda)

    Default

    ไม่ค่อยมีใครอยากอ่านสงสัยยาวไปโหน่ย-*-

  5. #5
    OverclockZone Member DArKNeSs's Avatar
    Join Date
    10 May 2007
    Location
    OverClockZone Forum

    Default

    อย่างน้อยก็น่าจะมีคนอ่านหละครับ

    แต่คงอ่านกันไม่จบ เพราะมันยาว


    วันหลังต้องบอกเพื่อนว่า "นายรู้ไหม เราลูกใคร" "ใครกันอะ" "คาลอส สลิม ไง"
    หวังว่าเพื่อนคงจะรู้จักนะ -*-

  6. #6
    OverclockZone Member mocha's Avatar
    Join Date
    6 Jun 2007
    Location
    พัทยา

    Default

    ต่อไปผมจะแซงทั้งหมด อิอิ

  7. #7
    OverclockZone Member sync713n's Avatar
    Join Date
    1 May 2007
    Location
    พิษณุโลก

    Default

    ผมอ่านจบ ครับ ดีใจด้วยครับที่ มีคนดีอย่างนี้ บนโลก โอกาส ของคนมีไม่เท่ากันครับ อย่างที่ผมเคยอ่านหนังสือ มา ระหว่างเอาเงินไปสร้างโรงเรียน ระดับสูงปริญญาเอก กับ สร้างโรงเรียน มัธยม บ้าน นอก ถ้าเป้นท่าน จะเลืิอกอะไร เดียวจะมาบอกเหตุผล(ตามทฏษฏี นะครับ)

  8. #8
    OverclockZone Member zombieto's Avatar
    Join Date
    15 Feb 2007
    Location
    KMUTT Now in Chiangmai

    Default

    ความสุขไม่ได้อยู่ที่เงินทอง มีเงินไม่มีเพื่อนดีๆ ไม่มีแฟนที่จริงใจ คนคบหาก็เข้ามาเพื่อหวังผลประโยชน์
    อยู่อย่าง พอดี อิอิ

  9. #9
    OverclockZone Member zombieto's Avatar
    Join Date
    15 Feb 2007
    Location
    KMUTT Now in Chiangmai

    Default

    สรุปว่าตัวเองจนว่างั้น 555

  10. #10
    User มีปัญหา ห้ามโอน sc's Avatar
    Join Date
    20 Sep 2006
    Location
    ลำลูกกา..ค.13

    Default

    ตูติดอันดับที่เท่าไรหว่า คงอันดับ100000000000000000000000000000000แน่

  11. #11
    OverclockZone Member Dosantos's Avatar
    Join Date
    1 May 2007

    Default

    เฮ้อ อิจฉาคนรวยเว้ย

  12. #12
    OverclockZone Member jarzabrike's Avatar
    Join Date
    23 Sep 2006
    Location
    อาร์ดา (Arda)

    Default

    Quote Originally Posted by sync713n View Post
    ผมอ่านจบ ครับ ดีใจด้วยครับที่ มีคนดีอย่างนี้ บนโลก โอกาส ของคนมีไม่เท่ากันครับ อย่างที่ผมเคยอ่านหนังสือ มา ระหว่างเอาเงินไปสร้างโรงเรียน ระดับสูงปริญญาเอก กับ สร้างโรงเรียน มัธยม บ้าน นอก ถ้าเป้นท่าน จะเลืิอกอะไร เดียวจะมาบอกเหตุผล(ตามทฏษฏี นะครับ)
    เรื่องทฎษฎีผมไม่รู้อ่ะคับ แต่คงจะสร้างโรงเรียน มัธยม บ้าน นอกตามกระแสนิยม-*-
    แต่ถ้าเป็นผมเอาเงินไปสร้างวัด บำรุงศาสนาดีกว่าวัยรุ่นสมัยนี่***งไกลศาสนาไปทุกที เดียวก็เข้ากลียุค

  13. #13
    หน่วยจู่โจม guru's Avatar
    Join Date
    14 Sep 2006

    Default

    รวยแต่เดินตามท้องถนนไม่ได้ กลัวศัตร์ กลัวคนจะเอาสมบัติ ญาติพี่น้องก็ต้องระวังจะโดนจับไปเรียกค่าไถ่
    ---------------------------------
    ิมีเงินแต่ขาดความเป็นส่วนตัว แล้วชีวิตมันจะมีความสุขเหรอครับ
    ---------------------------------
    บางทีรวยเกินไปก็ไม่ดีเหมือนกัน

  14. #14
    OverclockZone Member eaknb's Avatar
    Join Date
    18 Jun 2007

    Default

    ผมก็ติดอันดับโลก เรื่องความจน อิอิ

  15. #15
    OverclockZone Member aI Loco's Avatar
    Join Date
    14 Sep 2007

    Default

    แบ่งมาให้ผมซัก 20000 ก็พอนะ ไม่เอามาก จะเอาไปถอย คอร์ทูดู มาซักชุด
    อ่ะ ล้อเล่น
    ถือว่าเป็นคนใจบุญมากครับ รวยแล้วยังน้ำใจงามอีก น่านับถือจริง ๆ

  16. #16
    OverclockZone Member jarzabrike's Avatar
    Join Date
    23 Sep 2006
    Location
    อาร์ดา (Arda)

    Default

    เค้าเรียกว่ารวยทั้งเงินรวยทั้งน้ำใจ จะเป็นที่จดจำไปอีกนาน ไม่เหมือนใครบางคน รวยแล้วยังไม่พออยากมีอยากได้เพิ่มไม่สนวิธีที่จะได้เงินมา จนต้องระเห็ดออกไปอยู่ต่างแดน(อังกฤษ)555+

  17. #17
    OverclockZone Member sync713n's Avatar
    Join Date
    1 May 2007
    Location
    พิษณุโลก

    Default

    ให้เรามองว่าคนกลุ่มใหญ่ของประเทศ ครับ คือ คนจน(ในประเทศกำลังพัฒนา เนื่องจากมีการกระจายรายได้ที่ไม่ทัดเทียมกัน ผลจากข้างต้นจึงทำให้มีช่องว่าง ของรายได้เยอะ) และในประเทศกำลังพัฒนามีอัตราอ่านออกเขียนได้ที่ต่ำเมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว ดังนัน้ การพัฒนาคงรจะเลือกให้กับคนกลุ่มมากของประเทศ เพื่อที่ จะช่วยเหลือทางด้านปัจจจัยพื้นฐาน โดยการศึกษามีผลต่อการที่ทำให้รายได้สูงขึ้น ดังนั้น ถ้า คนกลุ่มมาก มีการศึกษาที่สูงขึ้น ก็จะทำให้เขามีรายได้ที่สูงขึ้นด้วย รายได้ของทั้งประเทศก็จะสูงขึ้นด้วย ส่งผลให้เราเห้น โดยออกมาเป็นรุปแบบของ GNP ที่สูงขึ้นย่อมทำให้ประเทศมีการพัฒนา เมื่อเทียบกับการให้การศึกษากับ กลุ่มคนรวย และคนรวยเขาก็มี การเต็มใจที่จะจ่ายในการศึกษามากกว่าคนจนอยุ่แล้ว


Bookmarks

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •