overclockzonefanpage  overclockzoneth  TV  
Results 1 to 11 of 11

Thread: ping>TTL64 กับ TTL255 ต่างกันยังไงครับ

  1. #1
    OverclockZone Member
    Join Date
    12 Apr 2007

    Default ping>TTL64 กับ TTL255 ต่างกันยังไงครับ

    เปลี่ยน Router ใหม่ครับลองปิงดูตัวเลขมันต่างกันมากเลยสงสัยครับ

    tomson 536 ได้ TTL 64

    Ling sys wag 200g ได้ TTL 255 ก่อนหน้านี้ใช้ D-LING 2640T ก็ได้เท่าเนี้ย

    ช่วยตอบหน่อยคร๊าบอยากรู้ ของที่เกีอบเรียกว่าแถมมันดีกว่าหรือ!

  2. #2
    OverclockZone Member
    Join Date
    16 Mar 2007

    Default

    TTL ตัวนี้ย่อมาจาก Time To Live ผมก็ไม่แน่ใจ แต่เท่าที่สังเกตุ TTL=64 จะขึ้นเมื่อเวลาเรา ping เครื่องที่อยู่ในวง LAN เดียวกัน แต่เมื่อเรา ping ออก internet จะเป็น TTL=250 มันเป็นส่วนหนึ่งของ ICMP Packet จะอยู่ในช่วงบิทที่ 0-7 หรืออยุ่ในช่วง Header ของ Packet นั้น ผมเดาว่าเส้นทางที่เรา ping ต้อง trace มากเท่าใดค่า TTL ก็จะยิ่งเยอะ ไม่น่าจะเกี่ยวกับ router นะครับ รอผู้รู้มาตอบอีกทีแล้วกัน

  3. #3
    OverclockZone Member
    Join Date
    12 Apr 2007

    Default

    หรือครับ คือผมก็ ping 192.168.1.1 เหมือนกันไม่ได้เปลี่ยนอะไรนอกจาก RUOTER
    ที่ผมตั้งข้อสงสัยเพราะว่า tomson536 ได้มาตอนไปขอใช้เน็ต tot ในราคา100บาท
    มาถึงใช้ได้เลย tot เซ็ตมาให้แล้ว เปิดพอตร์มาให้ด้วย จึงสงสัยว่า tot จะ support
    ให้กับตัวนี้มากกว่า แต่อาจไม่ใช่ก็ได้

  4. #4
    OverclockZone Member big_1981's Avatar
    Join Date
    27 Mar 2007
    Location
    ทุกที่ที่มี Internet

    Default

    TTL ใช้บอกจำนวน Router หรือ Network ซึ่ง Traffic ทำการกระโดดข้าม ซึ่งจะต่างกันตามนี้ครับ

    TTL 64 จะเป็น ระบบ Linux หรือ Router ขนาดเล็กๆ
    TTL 128 เป็น OS พวก X86 เช่น Windows ต่างๆ
    TTL 254 เป็น Router ขนาดกลาง และ ใหญ่ ครับ

    ค่า TTL จะลดลงตามจำนวน Router ที่มันผ่านครับ

    เช่น คุณปิงจากบ้านไปยังจุดหมายปลายทาง ดูตัวอย่างข้างล่างนะครับ

    1.คุณปิงจากเครื่องคุณไปยัง เครื่องในวงแลนเดียวกัน ไม่มีการกระโดดผ่าน Router เนื่องจากเครื่องของคุณ และ ปลายทางเป็น OS X86 คุณจะได้ ค่า TTL = 128-0 = 128

    2. คุณปิงจากเครื่องคุณไปยัง เครื่องต่างวงแลนกัน มีการกระโดดผ่าน Router 2 ตัว เนื่องจากเครื่องของคุณ และ ปลายทางเป็น OS X86 คุณจะได้ ค่า TTL = 128-2 = 126

    3. คุณปิงจากเครื่องคุณไปยัง เครื่องในวงแลนเดียวกัน ไม่มีการกระโดดผ่าน Router เครื่องปลายทางเป็น Linux คุณจะได้ ค่า TTL = 64-0 = 64

    4. คุณปิงจากเครื่องคุณไปยัง เครื่องต่างวงแลนกัน มีการกระโดดผ่าน Router 1 ตัว เครื่องปลายทางเป็น Linux คุณจะได้ ค่า TTL = 64-1 = 63

    5. คุณปิงจากเครื่องคุณไปยัง Router ในวงแลนเดียวกัน คุณจะได้ ค่า TTL = 254-0 = 254

    6. คุณปิงจากเครื่องคุณไปยัง Router ของเพื่อนคุณซึ่งเป็น Router ขนาดเล็ก (Linux Embeded) มีการกระโดดผ่าน 6 Router จะได้ ค่า TTL = 64-6 = 58

    7.คุณปิงจากเครื่องคุณไปยัง Router ของ ISP มีการกระโดดข้าม 4 ครั้ง คุณจะได้ ค่า TTL = 254-4 = 250


    พอจะเห็นภาพไหมครับท่าน
    Last edited by big_1981; 24 Oct 2007 at 20:12:13.

  5. #5
    OverclockZone Member big_1981's Avatar
    Join Date
    27 Mar 2007
    Location
    ทุกที่ที่มี Internet

    Default

    แล้วก็ ถ้า ค่า TTL ต่ำจนถึง จำนวนหนึ่ง ระบบจะตัดสัญญาณทิ้งทั้งหมด ซึ่งจะทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า TTL Error หรือ Request time out ครับ
    จากที่ จขกท ถามมา นั้น ตัว Linksys นั้นดีกว่าครับ เพราะ มีค่า TTL มากกว่า ทำให้ ส่งผ่าน Hop ได้มากกว่าครับ

  6. #6
    OverclockZone Member
    Join Date
    12 Apr 2007

    Default

    ไม่มีอะไรอีกนอกจาก ขอบคุณมากคร้บ

  7. #7
    OverclockZone Member big_1981's Avatar
    Join Date
    27 Mar 2007
    Location
    ทุกที่ที่มี Internet

    Default

    ด้วยความยินดีครับ อิอิ

  8. #8
    OverclockZone Member JO's Avatar
    Join Date
    18 Sep 2006
    Location
    Laksi

    Default

    Quote Originally Posted by big_1981 View Post
    TTL ใช้บอกจำนวน Router หรือ Network ซึ่ง Traffic ทำการกระโดดข้าม ซึ่งจะต่างกันตามนี้ครับ

    TTL 64 จะเป็น ระบบ Linux หรือ Router ขนาดเล็กๆ
    TTL 128 เป็น OS พวก X86 เช่น Windows ต่างๆ
    TTL 254 เป็น Router ขนาดกลาง และ ใหญ่ ครับ

    ค่า TTL จะลดลงตามจำนวน Router ที่มันผ่านครับ

    เช่น คุณปิงจากบ้านไปยังจุดหมายปลายทาง ดูตัวอย่างข้างล่างนะครับ

    1.คุณปิงจากเครื่องคุณไปยัง เครื่องในวงแลนเดียวกัน ไม่มีการกระโดดผ่าน Router เนื่องจากเครื่องของคุณ และ ปลายทางเป็น OS X86 คุณจะได้ ค่า TTL = 128-0 = 128

    2. คุณปิงจากเครื่องคุณไปยัง เครื่องต่างวงแลนกัน มีการกระโดดผ่าน Router 2 ตัว เนื่องจากเครื่องของคุณ และ ปลายทางเป็น OS X86 คุณจะได้ ค่า TTL = 128-2 = 126

    3. คุณปิงจากเครื่องคุณไปยัง เครื่องในวงแลนเดียวกัน ไม่มีการกระโดดผ่าน Router เครื่องปลายทางเป็น Linux คุณจะได้ ค่า TTL = 64-0 = 64

    4. คุณปิงจากเครื่องคุณไปยัง เครื่องต่างวงแลนกัน มีการกระโดดผ่าน Router 1 ตัว เครื่องปลายทางเป็น Linux คุณจะได้ ค่า TTL = 64-1 = 63

    5. คุณปิงจากเครื่องคุณไปยัง Router ในวงแลนเดียวกัน คุณจะได้ ค่า TTL = 254-0 = 254

    6. คุณปิงจากเครื่องคุณไปยัง Router ของเพื่อนคุณซึ่งเป็น Router ขนาดเล็ก (Linux Embeded) มีการกระโดดผ่าน 6 Router จะได้ ค่า TTL = 64-6 = 58

    7.คุณปิงจากเครื่องคุณไปยัง Router ของ ISP มีการกระโดดข้าม 4 ครั้ง คุณจะได้ ค่า TTL = 254-4 = 250


    พอจะเห็นภาพไหมครับท่าน
    ตามนี้เลยครับ

  9. #9
    OverclockZone Member
    Join Date
    19 Sep 2007

    Default

    แจ่มครับ

  10. #10
    OverclockZone Member -:•:-KeeroV-:•:-'s Avatar
    Join Date
    19 Sep 2006
    Location
    Phuket Island Work@Patong Beach

    Default

    ความรู้ๆ

  11. #11
    OverclockZone Member zetarozz's Avatar
    Join Date
    18 Jun 2008

    Default

    ท่านผู้รู้ ตอบกระทู้นี้ให้ผมหน่อยครับ

    http://forums.overclockzone.com/foru...d.php?t=223568

    คำถามคล้ายๆกันครับ ปัญหามาจากตัว 64 กะ 255 นั่นแหล่ะ

    มีรูปให้ดูด้วยครับ

    ขอบคุณล่วงหน้านะครับ


Bookmarks

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •