overclockzonefanpage  overclockzoneth  TV  
Page 1 of 68 12345 ... LastLast
Results 1 to 20 of 1359
  1. #1
    chinook's Avatar
    Join Date
    2 Nov 2008
    Location
    5 ส.-สงขลา สุทธิสาร สมุทรสาคร

    Thumbs up ประกันภัยรถยนต์ ประกันวินาศภัย

    รับประกันภัยรถยนต์และประกันวินาศภัย
    ของบริษัท ...

    กรุงเทพ ประกันภัย
    วิริยะ ประกันภัย
    สินมั่นคง ประกันภัย
    อาคเนย์ ประกันภัย
    แอลเอ็มจี ประกันภัย

    ต้องการเช็คเบี้ยประกัน เพื่อความใกล้เคียงและถูกต้องขอรายละเอียด
    ตามหัวข้อ ครับ

    1. ยี่ห้อรถ / รุ่น / ปีจดทะเบียน / ขนาดเครื่องยนต์
    2. ซ่อมห้าง / อู่

    3. ระบุผู้ขับขี่ / ไม่ระบุผู้ขับขี่ ( ถ้าต้องระบุผู้ขับขี่ได้ 2 คน ขออายุของทั้ง 2 คน )
    4. ทุนประกันเดิม (ปีที่ผ่านมา) เท่าไหร่ หรือ ทุนประกันที่ต้องการ
    5. การจดทะเบียน / ลักษณะการใช้งาน
    เช่น - จดทะเบียน รถเก๋ง การใช้งานส่วนตัว,
    - จดทะเบียนรถกระบะ การใช้งานรับจ้าง

    6. มีเคลมหรือไม่ ( ส่วนลดประวัติดี )
    7. e-mail / โทรศัพท์


    ข้อมูลอื่น ๆที่สมาชิกอาจจะให้เพิ่มเติม

    8. ประกันเดิมของบริษัทอะไร วันที่ประกันหมดอายุ
    9. ชื่อผู้เอาประกันเดิม (หรือเจ้าของรถ) / เลขที่กรมธรรม์เดิม

    สนใจติดต่อ

    ภักดี โทร.
    089 124 4949

    หรือ PM รายละเอียดส่งมา ครับ

    ขอบคุณ overclockzone และสมาชิก ครับ
    Last edited by chinook; 30 Jul 2017 at 14:35:38.

  2. #2
    chinook's Avatar
    Join Date
    2 Nov 2008
    Location
    5 ส.-สงขลา สุทธิสาร สมุทรสาคร

    Smile

    กรุงเทพประกันภัย ผ่อนประกันภัยชั้น 1 และ First Care 2+
    (ประเภทอื่น ยังไม่ได้ครับ)



    0% ระยะเวลา 6 เดือน ผ่านบัตรเครดิต
    บัตรเครดิตที่รับชำระ

    - ธนาคารกรุงเทพ
    - Citibank
    - KTC
    - กรุงศรีอยุธยา
    - Central Card
    - Robinson Card
    - HomePro Card


    ตัวอย่าง : รูปบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ









    กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ วิริยะประกันภัย ประเภท 3+, 3+ เอ็กซ์ตร้า









    เลือกแคมเปญประกันภัยรถยนต์ จาก อาคเนย์ประกันภัย


    Last edited by chinook; 15 Oct 2014 at 13:13:28.

  3. #3
    chinook's Avatar
    Join Date
    2 Nov 2008
    Location
    5 ส.-สงขลา สุทธิสาร สมุทรสาคร

    Red face

    ส่วนหนึ่งของกรมธรรม์-จัดส่งทางไปรษณีย์

    12/06/60 RK 3249 6066 3 TH
    RK 3249 6067 7 TH

    ...
    ....
    .....



    23/12/59 RK 3284 0286 6 TH
    21/12/59 RK 5436 7616 8 TH
    19/12/59 RL 2754 3989 5 TH

    ..
    ...
    ....

    30/08/59 RJ 8337 3438 5 TH
    26/08/59 RJ 8337 3284 4 TH
    16/08/59 RJ 5514 1816 5 TH
    RJ 5514 1817 4 TH
    05/08/59 RJ 8337 2233 4 TH
    26/07/59 RJ 8337 1581 5 TH
    RJ 8337 1582 9 TH
    13/07/59 RJ 8337 1105 3 TH
    08/07/59 RJ 8337 0662 3 TH
    EQ 1620 4339 7 TH
    28/06/59 RJ 8337 0390 5 TH
    RJ 8337 0391 9 TH
    24/06/59 RJ 8336 9942 3 TH
    08/06/59 RK 3584 2818 4 TH
    27/05/59 RJ 8336 8612 4 TH
    12/05/59 RJ 8336 7777 1 TH
    04/05/59 RJ 8336 7585 5 TH
    26/04/59 RK 2721 0693 9 TH
    31/03/59 RK 1306 2706 5 TH
    03/03/59 RJ 8336 2726 2 TH
    RJ 8336 2727 6 TH
    RJ 8336 2728 0 TH
    16/02/59 RJ 7769 2034 8 TH
    12/02/59 EN 5472 4154 1 TH
    08/02/59 EN 5472 3559 4 TH
    06/02/59 RJ 7769 1853 4 TH
    RJ 7769 1852 5 TH
    EP 5304 1190 0 TH
    04/02/59 RJ 7769 1781 7 TH
    08/01/59 RJ 7769 0273 8 TH

    26/12/58 RJ 7769 0003 4 TH
    24/12/58 RJ 7768 9440 0 TH
    08/12/58 RJ 7769 8526 6 TH
    30/11/58 RJ 7768 8338 4 TH
    18/11/58 RJ 7762 5184 7 TH
    RJ 7762 5185 5 TH
    11/11/58 EN 8988 1212 7 TH
    21/10/58 RJ 1662 9709 1 TH
    RJ 1662 9708 8 TH
    06/10/58 RJ 1662 7389 0 TH
    RJ 1662 7388 6 TH
    22/09/58 RJ 1662 6455 8 TH
    21/09/58 RJ 1662 6370 8 TH
    RJ 1662 6371 1 TH
    12/09/58 RJ 1662 6153 4 TH
    04/09/58 RJ 1662 4901 7 TH
    02/09/58 EN 2925 4835 7 TH
    29/08/58 RJ 1662 3273 1 TH
    22/08/58 RJ 1662 2867 0 TH
    18/08/58 RJ 1662 2724 6 TH
    06/08/58 RJ 1662 2054 3 TH
    03/08/58 EN 3540 5533 7 TH
    01/08/58 RJ 1366 9229 7 TH
    20/07/58 RJ 1662 1008 1 TH

    26/06/58 RJ 1675 4511 8 TH
    17/06/58 EN 3539 8908 5 TH
    08/06/58 RH 7992 1393 5 TH

    RH 7992 1392 1 TH

    RH 7992 1391 8 TH

    RH 7992 1390 4 TH


    11/05/58 RH 7992 0262 3 TH


    10/04/58 RH 7991 9155 4 TH

    RH 7991 9156 8 TH

    01/04/58 EL 8148 9600 9TH


    11/03/58 RH 7991 7378 5 TH


    23/02/58 RH 7991 6213 3 TH

    RH 7991 6212 0 TH


    14/02/58 RH 7991 6125 7 TH

    06/02/58 RH 7991 6066 2 TH


    24/12/57 RH 7991 2304 1 TH

    02/12/57 RH 7990 9995 7 TH
    RH 7990 9996 5 TH
    20/10/57 RH 7990 8683 4 TH
    04/10/57 RI 5133 9833 8 TH
    20/08/57 RH 7990 5512 5 TH
    29/07/57 RH 7990 4796 3 TH
    31/05/57 RH 7990 3772 8 TH
    25/04/57 RH 7990 3027 9 TH
    24/03/57 RH 2322 1782 6 TH
    RH 2322 1783 0 TH
    07/03/57 RH 4323 2135 6 TH


    11/11/56 RH 2321 8663 3 TH
    10/10/56 RG 8155 7478 4 TH





    วิธี " พ่วงแบตเตอรี่รถยนต์ "
    จาก ... รายการรู้ทันยานยนต์
    ออกอากาศ วันเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2553 "กด ดู Link ครับ"










    เลขหมายโทรศัทพ์ติดต่อหน่วยงานต่าง ๆ

    สำนักนายกรัฐมนตรี 1111

    สายด่วน ปภ. (กรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย) 1784

    บริการแพทย์ฉุกเฉิน และนำส่งโรงพยาบาล ฟรี 1669

    ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง 1130

    ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 1129

    ศูนย์ความปลอดภัย กรมทางหลวงชนบท 1146

    ตำรวจทางหลวง 1193

    การรถไฟแห่งประเทศไทย 1690

    ท่าอากาศยานไทย 02-535-1111

    สายด่วน บขส 1490
    (สอบถามเส้นทางเดินรถต่างจังหวัด)
    Last edited by chinook; 13 Jun 2017 at 11:06:32.

  4. #4
    chinook's Avatar
    Join Date
    2 Nov 2008
    Location
    5 ส.-สงขลา สุทธิสาร สมุทรสาคร

    Thumbs up

    up ครับ

  5. #5
    chinook's Avatar
    Join Date
    2 Nov 2008
    Location
    5 ส.-สงขลา สุทธิสาร สมุทรสาคร

    Smile ประกันภัยรถยนต์ ประกันวินาศภัย

    9 ข้อต้องรู้! ก่อนไปสอบใบขับขี่เกณฑ์ใหม่ 1 มิ.ย. 2557

    1. ปรับเกณฑ์การสอบใบขับขี่ใหม่ จะเริ่ม 1 มิ.ย. 57
    2. ในการสอบภาคทฤษฎีนั้นเพิ่มจำนวนข้อสอบเป็น 50 ข้อ ผ่านเกณฑ์การสอบร้อยละ 90
    (หรือทำได้ 45 ข้อ) จากเดิมข้อสอบ 30 ข้อเกณฑ์ผ่านเพียงร้อยละ 75 (หรือทำได้ 22 ข้อ)
    3. ข้อสอบแบบใหม่มีจำนวนทั้งสิ้น 1,000 ข้อ ใช้หมุนเวียนออกสอบในแต่ละรอบ
    4. ข้อสอบทั้งหมดเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของกรมขนส่งทางบก ให้ประชาชนได้ศึกษาก่อนสอบด้วย
    5. สำหรับการทดสอบภาคปฏิบัติ หรือการทดสอบขับรถนั้นจะทำในวันถัดไป
    แต่ไม่เกิน 90 วัน นับจากวันที่ยื่นเรื่องวันแรก
    6. ผู้ที่จะขอรับใบอนุญาตขับขี่ จะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ไม่มีใบอนุญาตชนิดเดียวกัน
    ไม่อยู่ระหว่างพักและเพิกถอนใบอนุญาต
    7. สำหรับผู้ที่มีร่างกายพิการดังต่อไปนี้ เช่น แขนขาดข้างเดียว ขาขาดข้างเดียว ตาบอดข้างเดียว
    ลำตัวพิการ หูหนวก เมื่อต้องการมีใบอนุญาตขับขี่ ต้องขอคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่ขนส่งก่อนจึงจะทำได้
    8. หลักฐานที่นำไปด้วย คือ
    -บัตรประชาชนตัวจริงพร้อมใบสำเนา หรือบัตรประจำตัวข้าราชการพร้อมใบสำเนาที่ใช้แทนบัตรประชาชน
    -ใบรับรองแพทย์ตัวจริงไม่เกิน 1 เดือน ที่รับรองว่าผู้ขอไม่มีโรคประจำตัวที่อาจเป็นอันตรายขณะขับรถ
    9. เนื่องจากปัจจุบันผู้ขอรับใบอนุญาตขับขี่มีจำนวนมากขึ้น ทำให้ต้องรอคิวอบรมและทดสอบเป็นเวลานาน
    กรมการขนส่งฯจึงให้สำนักงานขนส่งจังหวัดทุกจังหวัด ประสานสถาบันการศึกษาภาครัฐที่มีมาตรฐาน
    และมีความพร้อมจัดอบรมภาคทฤษฎีตามหลักสูตรที่กรมการขนส่งฯกำหนด ให้กับผู้ที่ประสงค์
    ขอรับใบอนุญาตขับขี่ เบื้องต้นเฉพาะผู้ขอรับใบอนุญาตขับขี่รถใหม่ และการต่ออายุใบอนุญาตขับขี่
    ส่วนจะเริ่มได้เมื่อไหร่นั้น จะมีการประชาสัมพันธ์ให้ทราบ




    5 วิธีป้องกันภัย ! โจรยิงสัญญาณบล็อกรีโมทรถ

    1.ระวังตัวในลานจอดรถ
    2.จอดในที่พลุกพล่าน หรือ มีคนผ่านบ่อย
    3.ลองดึงประตูรถหลังจากกดรีโมทล็อกรถทุกครั้ง
    4.สังเกตคนมีพิรุธ
    5.อย่าวางของมีค่าไว้ในห้องโดยสาร

    ขอบคุณข้อมูลจาก www.kapook.com






    4 จุดบอดที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนจากรถบรรทุก






    แบตเตอรี่รถยนต์ ทำหน้าที่ป้อนกระแสไฟฟ้าให้อุปกรณ์ต่าง ๆของเครื่องยนต์เพื่อให้ทำงานได้
    เช่น มอเตอร์สตาร์ท ระบบจุดระเบิด ในขณะที่สตาร์ทรถยนต์ นอกจากนี้ยังทำหน้าที่ป้อนพลังงาน
    ให้กับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกหลายๆอย่าง ด้วย เช่น ระบบไฟส่องสว่าง วิทยุเครื่องเสียง เป็นต้น

    นั่น หมายความว่าแบตเตอรี่รถยนต์จะหมดได้ก็มีอยู่เพียง 2 กรณี นั่นก็คือ

    1. เก็บไฟไม่อยู่ หรือ หมดอายุการใช้งาน

    2. ไดร์ชาร์จทำงานผิดปกติ หรือ บกพร่อง
    ซึ่งทำให้ประจุไฟเข้าไปยังแบตเตอรี่ได้น้อยมาก
    ไม่เพียงพอต่อการใช้งาน หรือ ไม่สามารถประจุไฟเข้าไปได้เลย

    แบตเตอรี่มีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด คือ

    1. แบบเปียก นิยม ใช้กันเป็นส่วนใหญ่ แบ่งย่อยออกได้อีกเป็น 2 แบบ คือ แบบที่ต้องเติม และ
    ดูแลน้ำกลั่นบ่อยๆ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง กับ แบบไม่ต้องดูแลบ่อย (Maintenance Free)
    ซึ่งจะกินน้ำกลั่นน้อยมาก โดยทั้ง 2 แบบนี้จะมีฝาปิด-เปิดสำหรับเติมน้ำกลั่น
    ในแบบแรกนี้จะมีอายุการใช้งานโดยประมาณ 1.5-2 ปี แต่ไม่ควรเกิน 3 ปี ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งาน
    และ การดูแลรักษา ถ้ามีการดูแลรักษาอยู่สม่ำเสมอก็จะทำให้แบตเตอรี่รถยนต์มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น
    อย่างไรก็ดีเมื่อถึงอายุการใช้งานของมันก็สมควรที่จะเปลี่ยนแบตเตอรี่ลูกใหม่ได้แล้ว

    2. แบบแห้ง ไม่ต้องเติมน้ำกลั่น มีความทนทาน มีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า และ มีราคาแพง
    แบตเตอรี่รถยนต์แบบแห้งนี้จะมีอายุการใช้งานโดยประมาณ 5-10 ปี แบตเตอรี่แบบนี้ไม่มีฝาปิด-เปิด
    สำหรับเติมน้ำกลั่น หรือไม่ก็ถูกซีลทับฝาไปเลย แต่จะมีตาแมวไว้สำหรับไว้คอยตรวจเช็คระดับน้ำกรด
    และ ระดับไฟชาร์จ

    สาเหตุที่ทำให้แบตเตอรี่เสื่อม

    1. การประจุไฟที่น้อยเกินควร Under Charging
    อาการ และลักษณะที่เกิดขึ้น:
    - เกิดคราบขาวที่แผ่นธาตุของแบตเตอรี่ส่งผลให้ประจุไฟได้ยาก
    - ทำให้แผ่นธาตุจะเสื่อมสภาพ

    2. การประจุไฟที่มากเกินควร Over Charging
    อาการ และลักษณะที่เกิดขึ้น:
    - น้ำกลั่นแปรสภาพเป็นแก๊สมากทำให้ระดับน้ำกลั่นลดลง
    - อุณหภูมิสูงขึ้นมากทำให้แผ่นธาตุเสื่อม
    - ทำให้ผงตะกั่วเกิดการสึกกร่อนจากแผ่นธาตุ
    - แผ่นธาตุงอโค้ง
    - ลดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่

    3. การลัดวงจรในช่องแบตเตอรี่ Short Circuit
    อาการ และลักษณะที่เกิดขึ้น:
    - เกิดตะกอนที่อยู่ส่วนล่างของหม้อแบตเตอรี่มากเกินไป
    - เกิดจากการแตกหักหรือการเสื่อมสภาพของแผ่นกั้นระหว่างแผ่นธาตุบวก และแผ่นธาตุลบ

    4. ปัญหาระบบไฟในรถ
    อาการ และลักษณะที่เกิดขึ้น:
    - การติดเครื่องเสียง สัญญาณกันขโมย อุปกรณ์เสริมในรถเพิ่มเติม (ไฟไม่พอ)
    - การเปลี่ยนแปลงขนาดของแบตเตอรี่
    - การลัดวงจรของสวิทซ์ไฟต่างๆในรถ
    - ประสิทธิภาพการทำงานของไดชาร์จไม่เต็มที่

    5. การมีสารอันตรายปะปนในหม้อแบตเตอรี่ Impurity
    อาการ และลักษณะที่เกิดขึ้น:
    - น้ำกรดไม่ได้คุณภาพ
    - น้ำกลั่นที่เติมลงไปไม่บริสุทธิ์
    - เติมน้ำกลั่นสี (สารหล่อเย็น) ลงไป

    6. การเกิดซัลเฟต (Sulfation)
    แผ่นธาตุที่มีผลึกซัลเฟตสีขาวเกาะติดอยู่ที่บริเวณแผ่นธาตุ เกิดจาก?..
    - ปล่อยทิ้งแบตเตอรี่ไว้นานๆ โดยไม่นำไปใช้
    - การประจุไฟที่น้อยเกินไป (Under Charging)
    - แผ่นธาตุโผล่พ้นระดับน้ำกรด

    ข้อสังเกตเมื่อแบตเตอรี่เสื่อม

    1. เครื่องยนต์เริ่มสตาร์ทติดยาก
    2. ไฟหน้าไม่ค่อยสว่าง
    3. ระบบกระจกไฟฟ้าทำงานช้าลง
    4. ระบบไฟฟ้าในรถทำงานผิดปกติ

    การเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์

    ในการเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ลูกใหม่นั้น ถ้าหากว่าไม่ได้มีการติดตั้งอุปกรณ์อะไร
    เพิ่มเติมขึ้นมา เช่น ติดตั้งพวกระบบเครื่องเสียงต่างๆ หรือ ติดตั้งพวกอุปกรณ์เพื่อ
    อำนวยความสะดวกต่างๆ ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่มีขนาดของแอมป์สูงขึ้น
    เพราะจะเป็นการทำให้สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ เพราะบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ได้มีการคำนวณ
    และ เลือกขนาดของแบตเตอรี่ให้เหมาะสมกับการใช้งานของรถรุ่นนั้นๆ อยู่แล้ว

    แต่ถ้ามีการติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวเพิ่มเติมขึ้นมาก็สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่มีขนาดของแอมป์สูงขึ้นได้
    สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรกก็คือ แบตเตอรี่ที่มีขนาดของแอมป์สูงขึ้นมักจะมีขนาดของตัวแบตเตอรี่
    ใหญ่ขึ้นด้วย ดังนั้นฐานของแบตเตอรี่เดิมติดรถสามารถรองรับได้หรือไม่

    ไม่ควรที่จะ เปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ โดยไปลดขนาดของแอมป์ลงโดยเด็ดขาด
    แต่สามารถเลือกแบตเตอรี่ที่มีขนาดของแอมป์สูงขึ้นได้โดยประมาณ 10-30 แอมป์


    การดูแลแบตเตอรี่ ให้ถูกวิธีจะช่วยให้เราใช้งานแบตเตอรี่ได้คุ้มค่าที่สุด

    1. ตรวจสอบสภาพของแบตเตอรี่เสมอ อย่าให้มีรอยแตกร้าว
    เพราะจะทำให้แบตเตอรี่ไม่เก็บประจุไฟฟ้า

    2. ดูแลขั้วแบตเตอรี่ให้สะอาดเสมอ ถ้ามีคราบเกลือเกิดขึ้น ให้ทำความสะอาด

    3. ตรวจสภาพของระดับน้ำกลั่นแบตเตอรี่ทุกๆ 1 สัปดาห์

    4. ตรวจเช็กระบบไฟชาร์จของอัลเตอร์เนเตอร์ ว่าระบบไฟชาร์จต่ำหรือสูงไป
    ถ้าต่ำไปจะมีผลทำให้กำลังไฟไม่พอใช้ในขณะสตาร์ตเครื่องยนต์
    หรือถ้าสูงไปจะทำให้น้ำกรดและน้ำกลั่นอยู่ภายในระเหยเร็วหรือเดือดเร็วได้ ในช่วงเวลาเดียวกัน

    5. ช่วงที่มีอากาศหนาวหรืออุณหภูมิต่ำ ประสิทธิภาพการแพร่กระจายของน้ำกรด
    และน้ำกลั่นจะด้อยลง เพราะฉะนั้นควรหลีกเลี่ยงการใช้กระแสไฟมากๆ ขณะอากาศเย็น

    6. ควรศึกษาถึงการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับแบตเตอรี่และไดชาร์จ
    เพื่อที่จะให้วงจรการไหลของไฟฟ้าเป็นไปด้วยดี

    7. ควรเติมน้ำกลั่นให้ได้ตามระดับที่กำหนด ไม่ควรเติมต่ำหรือสูงเกินไป
    (เติมสูงไป เป็นสาเหตุหลักทำให้ขี้เกลือขึ้นเร็ว แบตสกปรกเร็ว)

    สุดท้าย กรณีรถเสียกลางทางจริงๆ คงหนีไม่พ้นการพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์ เรามาดูวิธีการพ่วงแบตเตอรี่กันครับ

    การพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์

    ขั้นตอนที่ 1 ? ใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมกับรถของคุณ
    ก่อนอื่น เราต้องหารถอีกคันเพื่อทำการนี้ แต่ก็ไม่แน่เสมอไปว่า
    จะมีใครที่ยอมให้เราพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์ของเขา หรือไม่ และจะมีสายพ่วงแบตเตอรี่ที่เหมาะสมด้วย
    ดังนั้นจึงจำเป็นที่ต้องมีสายพ่วงแบตเตอรี่ที่มีความยาวอย่างน้อย 10 ฟุต เตรียมพร้อมในรถคุณ เพื่อที่จะง่ายสำหรับพ่วงกับรถทุกประเภท

    ขั้นตอนที่ 2 ? แน่ใจว่าแบตเตอรี่ของคุณ พ่วงสายได้
    หากแบตเตอรี่รถยนต์ของคุณได้รับความเสียหายก่อนที่จะทำการพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์
    ไม่ต้องเสียเวลาทำเลย มีหลายวิธีในการตรวจดูว่า เสียหรือไม่
    ถ้าแบตเตอรี่ของคุณมีฝาอยู่ ให้ลองดูว่าน้ำกลั่นแข็ง หรือไม่ หากแข็งก็ไม่ต้องดูอย่างอื่นแล้ว
    และคุณควรกระโดดถอย***งไม่ต้องพ่วงแบตเตอรี่แล้ว และหากคุณพบรอยแตกที่แบตเตอรี่
    เป็นเรื่องร้ายที่สุด และคุณก็ควรถอย***งเช่นกัน

    ขั้นตอนที่ 3 ? ขั้นตอนก่อนการพ่วงสายแบตเตอรี่
    หลังจากตรวจดูว่า เราจะทำการพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์ได้ หรือไม่
    ต้องตรวจเช่นกันว่าแบตเตอรี่ของรถคันอื่นมีกระแสไฟตรงกับรถคุณหรือไม่ด้วย
    มันอาจจะตรงกันแต่ตรวจสอบก่อนดีกว่า และควรดับเครื่องรถทั้งสองคันก่อนการพ่วงสายแบตเตอรี่

    ขั้นตอน 4 ? พ่วงสายแบตเตอรี่
    ที่แบตเตอรี่แต่ละตัว จะมีขั้วโลหะสองขั้ว อันหนึ่งเป็นขั้วบวก (+) และอีกอันเป็นขั้วลบ (-)
    หนีบสายพ่วงที่เป็นขั้วบวกที่รถทั้งสองคันให้ตรงกัน จากนั้นหนีบสายพ่วงขั้วลบเข้ากับรถที่มีแบตเตอรี่เต็ม
    ส่วนอีกด้านต่อกับตัวถังรถของคันที่แบตเตอรี่หมด อย่าให้สายขั้วลบไปแตะกับแบตเตอรีที่หมดหรือ
    ตำแหน่งอื่นๆที่อยู่ใกล้กับ แบตเตอรี่

    ขั้นตอนที่ 5 ? สตาร์ทเครื่องยนต์!
    ติดเครื่องรถคันที่มีแบตเตอรี่เต็มและทิ้งเอาไว้สักพัก หลังจากนั้นให้ลองสตาร์ทเครื่องรถอีกคัน
    ถ้าไม่ได้ ให้ทิ้งเอาไว้อีกสักพักแล้วลองใหม่

    ขั้นตอนที่ 6 ? เดินทางสู่จุดหมาย!
    ถอดสายพ่วงออกจากรถที่มีแบตเตอรี่ก่อน แล้วจึงถอดจากคันที่มาขอพ่วง แล้วออกรถไปได้เลย


    ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.toyotanon.com และ oknation.net









    ไฟตัดหมอกหลัง เปิดทิ้งไว้รบกวนสายตารถคันหลังที่ขับตาม
    เปิดใช้เมื่อฝนตกหนัก หรือ หมอกลงจัด(อย่าเปิดไฟฉุกเฉิน)
    หากขับรถผ่านจุดนั้นไปแล้ว (ฝนตกหนัก,หมอกลงจัด) ให้ปิดทันทีครับ




    วิธีไล่ฝ้ากระจกรถยนต์

    ช่วงที่ฝนตกหรืออากาศเย็นลงหลายคนอาจประสบปัญหาเวลาขับรถยนต์แล้วกระจกหน้า
    และกระจกหลังเกิดฝ้า ทำให้ทัศนะวิสัยในการขับขี่ไม่ดีเท่าที่ควร ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ



    ฝ้าที่กระจกรถเกิดจากอุณหภูมิความชื้นภายในและภายนอกรถแตกต่างกัน ฝ้าที่กระจกรถด้านนอก
    เกิดจากอุณหภูมิภายนอกสูงกว่าภายใน และฝ้าที่กระจกด้านในเกิดจากอุณหภูมิภายในรถสูงกว่าภายนอก
    วิธีแก้ไขง่ายๆ คือ ปรับเพิ่ม-ลดความเย็นแอร์ให้เกิดความสมดุลกัน การปรับทิศทางช่องลมและความแรงลม
    การใช้ที่ปัดน้ำฝน ใช้ผ้าเช็ด และการแง้มกระจกให้อุณหภูมิภายในและภายนอกรถเท่ากัน สักพักฝ้าที่เกาะบนกระจกก็หายไป

    การไล่ฝ้ากระจกหน้า ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม ผู้ขับขี่ก็ต้องกำจัดฝ้านั้นออกไป
    เพื่อเพิ่มทัศนะวิสัยในการมอง ผู้ขับขี่หลายท่านได้ทำความเข้าใจกับคู่มือการใช้รถเกี่ยวกับฝ้า
    ที่กระจกบังลมหน้า และในคู่มือการใช้รถยนต์ระบุไว้ว่าการไล่ฝ้าด้านในกระจกบังลมหน้าควรปฏิบัติดังนี้
    1. ตั้งความแรงพัดลม ไปที่ความแรงตามความต้องการ ยกเว้น OFF (ปิด)
    2. ตั้งอุณหภูมิ ไปที่อุณหภูมิตามความต้องการ ยกเว้น OFF (ปิด)
    3. ตั้งช่องอากาศเข้า ไปที่รับอากาศภายนอก

    การเปิดช่องรับอากาศด้านนอกเข้ามา เพื่อปรับอุณหภูมิภายในห้องโดยสาร ให้ใกล้เคียงกับอุณหภูมิด้านนอก
    จะช่วยลดการเกิดฝ้าได้ แต่บางครั้งอาจมีสิ่งแปลกปลอมเล็ดลอดเข้ามาไปติดที่ตู้แอร์ ส่งผลให้ตู้แอร์อุดตัน
    และเกิดการชำรุดในที่สุด ดังนั้น ทางผู้ขับขี่จะต้องระมัดระวังตรงจุดนี้ไว้ด้วย
    แต่ถ้าผู้ขับขี่มั่นใจว่าไม่มีสิ่งใดที่จะมีผลตามมาก็สามารถกระทำได้ตามข้อความข้างต้น

    การไล่ฝ้ากระจกหลัง ปุ่มไล่ฝ้า อุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มทัศนะวิสัยในการขับขี่ เพื่อความปลอดภัยมากขึ้น
    เส้นไล่ฝ้าติดตั้งอยู่ที่กระจกหลัง (เฉพาะรุ่นที่มี) เป็นเส้นลวดที่ทำมาจากนิกเกิลหรือทองแดง
    โดยฝังอยู่บนผิวหน้าของกระจก เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเข้าไปที่ขดลวด
    จะก่อให้เกิดความร้อนที่กระจก หยดน้ำที่เกิดขึ้นบนกระจกระเหยไป ทำให้มองผ่านกระจกได้อย่างชัดเจน

    ในรถยนต์แต่ละรุ่นจะแตกต่างกันไป รวมถึงสัญลักษณ์หรือตำแหน่งของสวิทช์
    ซึ่งในรถยนต์บางรุ่นสามารถที่จะตัดการทำงานโดยอัตโนมัติ ในกรณีที่กระจกแห้งหรือขดลวดร้อนเกินไป
    แต่ถ้าหากในรถยนต์ที่ไม่มีตัวตัดการทำงาน อันนี้ต้องระวังเป็นพิเศษ
    เพราะอาจทำให้กระจกแตกเสียหายได้ ดังนั้น เมื่อเห็นว่ากระจกแห้ง ก็ควรกดสวิทช์ตัดการทำงานทันที


    ขอบคุณข้อมูลจาก auto.sanook ครับ








    ปภ. แนะวิธีขับรถในขณะฝนตกอย่างปลอดภัย (กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย)

    ฤดูฝนเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนมากกว่าปกติ
    เนื่องจากถนนเปียกลื่นกว่าปกติ และทัศนวิสัยในการมองเห็นไม่ดี
    เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางถนนในช่วงฤดูฝน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกระทรวงมหาดไทย
    ขอแนะวิธีขับรถอย่างปลอดภัยในช่วงฤดูฝน ดังนี้

    การเตรียมสภาพรถ
    ผู้ขับขี่ควรตรวจสอบระบบสัญญาณไฟให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดี
    หากโคมแก้วเปื้อนให้เช็ดทำความสะอาดเพื่อให้ความสว่างเพิ่มขึ้น
    รวมถึงตรวจสอบอุปกรณ์ใบปัดน้ำฝนให้สามารถปัดกวาดน้ำฝนได้สะอาด
    ไม่มีรอยฝ้าหรือรอยขูดขีดบนกระจก และเตรียมผ้าแห้งไว้เช็ดฝ้าที่ติดอยู่กระจกภายในรถ
    รวมถึงหมั่นเติมน้ำในกระปุกฉีดน้ำอยู่เสมอ

    เลือกใช้ยางรถยนต์ที่มีดอกยางละเอียด เติมลมยางให้มีแรงดันลมมากกว่าปกติ 2-3 ปอนด์/ตารางนิ้ว
    เพื่อให้ หน้ายางแข็ง ซึ่งจะช่วยให้ยางมีกำลังในการรีดน้ำดียิ่งขึ้น
    ตลอดจนตรวจสอบผ้าเบรกให้สามารถใช้งานได้ดีในสภาพถนนเปียกลื่น
    หากเบรกแล้วรถมีอาการปัด ให้จัดการเปลี่ยนผ้าเบรกใหม่


    การขับรถในช่วงฝนตก

    เปิดใบปัดน้ำฝน โดยปรับระดับความเร็วของใบปัดน้ำฝน ให้สัมพันธ์กับความแรงและปริมาณฝนที่ตกลงมา

    การใช้น้ำฉีดกระจก ในช่วงที่ฝนเริ่มตกน้ำที่กระเด็นจากการดีดจะมีลักษณะเหนียวคล้ายโคลน
    ในกรณีนี้ แม้จะใช้เปิดก้านปัดน้ำฝนปัดก็ไม่สามารถปัดออกได้หมด จึงควรใช้น้ำฉีดกระจกช่วยชะล้างคราบโคลนเหล่านี้
    แต่สิ่งที่ต้องระวังก็คือ ไม่ควรฉีดน้ำในขณะที่ขับรถด้วยความเร็วสูง เพราะจะทำให้ไม่สามารถมองเห็นเส้นทางได้ชัดเจน

    เปิดไฟหน้า-หลังรถ เนื่องจากสภาพอากาศในช่วงที่ฝนตกหนักมักมืดครึ้มคล้ายช่วงหัวค่ำ
    ทำให้ผู้ขับขี่มองเห็นเส้นทางไม่ชัดเจน การเปิดไฟหน้า-หลังรถนอกจากจะช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นเส้นทางดีขึ้นแล้ว
    ยังช่วยให้ผู้ขับขี่รถคันอื่นเห็นรถของเราได้ชัดเจนมากขึ้นด้วย

    ลดความเร็ว จากการศึกษาพบว่าช่วงที่ฝนเริ่มตกใน 10 นาทีแรก เป็นช่วงที่รถมีโอกาสลื่นไถลมากที่สุด
    เพราะน้ำฝนจะชะล้างคราบดินและฝุ่นละอองที่ติดอยู่บนพื้นถนนซึ่งมีลักษณะคล้ายการละเลงโคลน
    ดังนั้น การลดความเร็วของรถ จึงเป็นการเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ ซึ่งระดับความเร็วที่ทำให้รถไม่เกิดการลื่นไถล
    คือ 60 ก.ม./ช.ม.

    ไม่ขับรถชิดคันหน้ามากเกินไป เพราะสภาพถนนที่เปียกลื่น
    ทำให้ต้องใช้ระยะทางในการหยุดรถเพิ่มขึ้น ผู้ขับขี่ ควรเว้นระยะจากรถคันหน้ามากกว่าการขับขี่ในช่วงปกติ
    10-15 เมตร เพื่อให้สามารถหยุดรถได้ทัน

    หากขณะขับรถแล้วรถลื่นไถลหรือเหินน้ำ ห้ามเหยียบเบรกจนล้อหยุดหมุนในทันที
    เพราะจะทำให้รถ พลิกคว่ำได้ ให้แก้ไขด้วยการถอนคันเร่ง ควบคุมพวงมาลัยให้มั่นคงแล้วพยายามลดความเร็ว
    โดยใช้เกียร์ต่ำจนกว่ารถจะ ทรงตัวได้ แล้วจึงค่อยเหยียบเบรกเพื่อหยุดรถ

    การขับรถผ่านเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง ผู้ขับขี่ควรหยุดประเมินสถานการณ์
    และขับรถผ่านถนนในบริเวณที่มีน้ำท่วมขังน้อยที่สุด
    และระมัดระวังในการขับผ่านถนนที่มีลักษณะนูนเป็นหลังเต่า เพราะหากขับรถเบี่ยงออกนอกเส้นทาง
    อาจทำให้รถจมน้ำได้ ขับรถโดยใช้เกียร์ 1 เร่งเครื่องให้รอบสูงแล้วเหยียบคลัทช์ เพื่อให้ความเร็วต่ำ
    แต่อย่าให้รอบต่ำ จะทำให้เครื่องดับกลางน้ำได้ ไม่ขับรถเร็วเกินไป เพราะจะทำให้มีน้ำกระเด็นเข้าเครื่องยนต์
    อีกทั้งระวังน้ำที่อาจกระเด็นจากรถคันอื่นเข้าไปในห้องเครื่อง เพราะจะทำให้เครื่องยนต์ดับหรือรถลอย
    ซึ่งจะทำให้ควบคุมรถได้ยากขึ้น หากมีน้ำท่วมสูง อย่าขับรถลุยน้ำโดยเด็ดขาด
    เพราะรถอาจถูกพัดไปตามกระแสน้ำได้

    ป้องกันอุบัติเหตุทางถนนในช่วงฝนตก ผู้ขับขี่ควรตรวจสอบสภาพยาง ใบปัดน้ำฝน
    ระบบสัญญาณไฟให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดี และหมั่นเติมน้ำในกระปุกฉีดน้ำฝนอย่างสม่ำเสมอ
    อีกทั้งเลือกใช้ยางที่มีดอกยางละเอียด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนและหยุดรถ
    ตลอดจนเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่มากกว่าปกติ ไม่ขับรถด้วยความเร็วสูง
    และเว้นระยะจากรถคันอื่นให้มากกว่าปกติ

    ขอบคุณข้อมูลจาก kapook.com และ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย





    วิธี " ลากรถยนต์เกียร์ AUTO เสีย "
    จาก ... รายการ รู้ทันยานยนต์
    ออกอากาศ วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2552 ตอน ลากรถ กรณีฉุกเฉิน "กด ดู Link ครับ"









    Last edited by chinook; 20 May 2018 at 14:09:07.

  6. #6
    chinook's Avatar
    Join Date
    2 Nov 2008
    Location
    5 ส.-สงขลา สุทธิสาร สมุทรสาคร

    Thumbs up ประกันภัยรถยนต์ ประกันวินาศภัย




    เวลาเราผ่านที่จอดรถกลางแจ้ง ก็มักจะเห็นรถยนต์หลายคัน
    ใช้เทคนิคยกก้านปัดน้ำฝนขึ้น โดยเชื่อว่าเป็นวิธีถนอม
    ใบปัดน้ำฝนให้มีอายุยาวนานขึ้นได้

    แต่รู้หรือไม่ว่าการยกก้านปัดน้ำฝนขึ้นนั้น
    จริงๆแล้วแทบไม่มีประโยชน์เลย แถมอาจจะทำให้เสียค่าซ่อม
    เพิ่มขึ้นด้วยซ้ำไป เนื่องจากธรรมชาติของยางปัดน้ำฝนที่มี
    การเสื่อมสภาพ การจอดรถกลางแดดไม่ว่าจะยกก้านปัดขึ้นหรือไม่
    ยางปัดน้ำฝนก็ยังคงได้รับความร้อนจากแสงอาทิตย์อยู่ดี
    ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งให้เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งานอยู่แล้ว

    แต่จุดสำคัญคือการยกก้านปัดน้ำฝนขึ้น จะทำให้สปริงยกก้าน
    ที่ปัดน้ำฝนเกิดการยืดตัวมากกว่าปกติ
    นานๆเข้าก็จะทำให้สปริงเสื่อมสภาพ
    ส่งผลให้แรงกดของก้านปัดลงบนกระจกน้อยลง
    ผลกระทบตามมาคือปัดไม่เกลี้ยง หรือมีอาการใบปัดโดด เป็นต้น
    ซึ่งค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนชุดก้านปัดน้ำฝนสูงกว่าค่าเปลี่ยนเฉพาะยาง
    ที่ปัดน้ำฝนมาก

    ดังนั้น การพยายามยืดอายุใบปัดน้ำฝนจึงอาจได้ไม่คุ้มเสีย
    ทางที่ดีควรบำรุงรักษาใบปัดน้ำฝนโดยการเช็ดส่วนที่เป็นยาง
    ด้วยผ้าชุบน้ำสะอาดประมาณ 1-2 สัปดาห์ต่อครั้ง
    เพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่อาจทำให้ปัดน้ำฝนไม่เกลี้ยงนั่นเอง



    ขอบคุณข้อมูลจาก http://auto.sanook.com/52915/
    Last edited by chinook; 23 May 2016 at 14:53:27.

  7. #7
    chinook's Avatar
    Join Date
    2 Nov 2008
    Location
    5 ส.-สงขลา สุทธิสาร สมุทรสาคร

    Thumbs up

    สอบถามได้ ครับ

  8. #8
    chinook's Avatar
    Join Date
    2 Nov 2008
    Location
    5 ส.-สงขลา สุทธิสาร สมุทรสาคร

    Thumbs up

    up ครับ

  9. #9
    chinook's Avatar
    Join Date
    2 Nov 2008
    Location
    5 ส.-สงขลา สุทธิสาร สมุทรสาคร

    Default

    สนใจติดต่อได้ ครับ

  10. #10
    chinook's Avatar
    Join Date
    2 Nov 2008
    Location
    5 ส.-สงขลา สุทธิสาร สมุทรสาคร

    Thumbs up

    อัพหน่อยครับ ก่อนหยุดเทศกาลสงกรานต์
    สอบถามได้ ครับ

  11. #11
    chinook's Avatar
    Join Date
    2 Nov 2008
    Location
    5 ส.-สงขลา สุทธิสาร สมุทรสาคร

    Thumbs up

    กลับมาทำงาน หลังหยุดพักผ่อน
    สอบถามกันได้ครับ

  12. #12
    chinook's Avatar
    Join Date
    2 Nov 2008
    Location
    5 ส.-สงขลา สุทธิสาร สมุทรสาคร

    Default

    อัพ ครับ

  13. #13
    chinook's Avatar
    Join Date
    2 Nov 2008
    Location
    5 ส.-สงขลา สุทธิสาร สมุทรสาคร

    Smile

    อัพ ครับ

  14. #14
    chinook's Avatar
    Join Date
    2 Nov 2008
    Location
    5 ส.-สงขลา สุทธิสาร สมุทรสาคร

    Smile

    ฝนตกกรุณาอย่าเปิดใช้ไฟกระพริบ (ไฟฉุกเฉิน) จะทำให้รถคันหลังสับสน
    ว่า รถคันนี้เสีย หรือ จอดอยู่ ช่วยกันใช้ไฟสัญญาณให้ถูกต้อง
    ลดอุบัติเหตุบนถนน ครับ

    ช่วงนี้พายุฤดูร้อนเข้ามาใช้รถ ใช้ถนนด้วยความระมัดระวัง นะครับ

  15. #15
    chinook's Avatar
    Join Date
    2 Nov 2008
    Location
    5 ส.-สงขลา สุทธิสาร สมุทรสาคร

    Smile

    อัพ ครับ

  16. #16
    chinook's Avatar
    Join Date
    2 Nov 2008
    Location
    5 ส.-สงขลา สุทธิสาร สมุทรสาคร

    Thumbs up

    อัพ ครับ

  17. #17
    chinook's Avatar
    Join Date
    2 Nov 2008
    Location
    5 ส.-สงขลา สุทธิสาร สมุทรสาคร

    Default

    สวัสดีครับ เริ่มต้นเดือนใหม่
    สอบถามได้ ครับ

  18. #18
    chinook's Avatar
    Join Date
    2 Nov 2008
    Location
    5 ส.-สงขลา สุทธิสาร สมุทรสาคร

    Smile

    อัพ ครับ

  19. #19
    chinook's Avatar
    Join Date
    2 Nov 2008
    Location
    5 ส.-สงขลา สุทธิสาร สมุทรสาคร

    Lightbulb

    อัพ ครับ

  20. #20
    chinook's Avatar
    Join Date
    2 Nov 2008
    Location
    5 ส.-สงขลา สุทธิสาร สมุทรสาคร

    Red face

    อัพ ก่อนจะหยุดยาว ครับ

Page 1 of 68 12345 ... LastLast

Bookmarks

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •