overclockzonefanpage  overclockzoneth  TV  
Results 1 to 6 of 6

Thread: ใครใช้ O2 Cocoon เข้ามาหน่อยครับ มีปัญหาการใช้

  1. #1
    OverclockZone Member pleum88's Avatar
    Join Date
    1 Nov 2007
    Location
    เชียงใหม่ ประเทศไทย

    Exclamation ใครใช้ O2 Cocoon เข้ามาหน่อยครับ มีปัญหาการใช้

    ตัว G ที่อยู่ข้างสัญญาณโทรศัพท์ มันคือ GPRS ใช่ไหมครับ? ปิดยังไงผมปิดไม่ได้ อยากปิดมากมาย เปลืองแบต ใครรู้ช่วยบอกที่คัรบ ขอบคุณครับ

  2. #2
    OverclockZone Member pleum88's Avatar
    Join Date
    1 Nov 2007
    Location
    เชียงใหม่ ประเทศไทย

    Default

    กำไม่มีใครตอบ

  3. #3
    OverclockZone Member
    Join Date
    1 Apr 2008

    Default

    ตัว G ที่อยู่ข้างสัญญาณโทรศัพท์ มันคือ GPRS ใช่ไหมครับ? ปิดยังไงผมปิดไม่ได้ อยากปิดมากมาย เปลืองแบต ใครรู้ช่วยบอกที่คัรบ ขอบคุณครับ
    หมายถึงตัวมุมซ้ายที่ขึ้นว่า 2.5G เหรอเปล่าครับ นั่นคือ เมม 2.5 gig ที่อยูาในตัวเครื่อง ไม่ใช่ gprs ครับ

  4. #4
    OverclockZone Member gadgetity's Avatar
    Join Date
    8 Feb 2008

    Default

    ไม่ใช่mem นะครับ 2.5G คือระบบโทรศัพท์ของบ้านเราครับ Cocoon นั่นเป็นโทรศัพท์ ระบบ 3G
    เมื่อใช้ในเมืองไทยเป็นแค่ระบบ 2.5G จึงขึ้นเป็น 2.5G ครับ ส่วนจะปิดยังไงผมไม่ทราบครับ
    ตัวเครื่อง mem จะอยู่ที่ 2 Gig ครับ
    ความเป็นมาของ G ย่อมาจาก Generation

    1G - ระบบ Analog
    2G - ระบบ Digital
    3G - ระบบ Wireless

    ก่อนที่จะเป็น 3G นั้น เทคโนโลยีได้มีพัฒนาเรื่อยมา ...

    1G
    เริ่มตั้งแต่ 1G ... ซึ่งเป็นยุคที่ใช้ระบบ Analog คือใช้สัญญาณวิทยุในการส่งคลื่นเสียง โดยไม่รองรับการส่งผ่านข้อมูลใดๆทั้งสิ้น
    ซึ่งนั่นก็หมายความว่าสามารถใช้งานทางด้าน Voice ได้อย่างเดียว คือ โทรออก-รับสาย เท่านั้น
    ไม่มีการรองรับการใช้งานด้าน Data ใดๆ ทั้งสิ้น .. แม้แต่การรับ-ส่ง SMS ก็ยังทำไม่ได้ในยุค 1G
    แต่จริงๆแล้ว ... ในยุคนั้น ผู้บริโภคก็ยังไม่มีความต้องการในการใช้งานอื่นๆ นอกจากเสียง (Voice) อยู่แล้ว
    โดยปริมาณผู้ใช้โทรศัพท์มือถือยังอยู่ในขอบเขตที่จำกัดมาก และจะพบว่าผู้ใช้มักจะเป็นนักธุรกิจที่มีรายได้สูงเสียส่วนใหญ่

    2G
    หลังจากนั้น ก็ได้พัฒนาต่อมาเป็นยุค 2G
    ซึ่งเปลี่ยนจากการส่งคลื่นทางคลื่นวิทยุแบบ Analog มาเป็นการเข้ารหัส Digital ส่งทางคลื่น Microwave
    ซึ่งในยุคนี้เอง เป็นยุคที่เริ่มทำให้เราเริ่มที่จะสามารถใช้งานทางด้าน Data ได้ นอกเหนือจากการใช้งาน Voice เพียงอย่างเดียว

    ในยุค 2G นี้ ... เราสามารถ รับ-ส่งข้อมูลต่างๆและติดต่อเชื่อมโยงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อยๆ
    จนเกิดการกำหนดเส้นทางการเชื่อมกับสถานีฐาน หรือที่เรียกว่า cell site
    และก่อให้เกิดระบบ GSM (Global System for Mobilization) ซึ่งทำให้เราสามารถถือโทรศัพท์เครื่องเดียวไปใช้ได้เกือบทั่วโลก หรือที่เรียกว่า Roaming

    ยุค 2G นี้ ถือเป็นยุคเริ่มต้นแห่งการเฟื่องฟูของโทรศัพท์มือถือเลย ราคาของโทรศัพท์มือถือเริ่มต่ำลง (กว่ายุค 1G) ทำให้ปริมาณผู้ใช้โทรศัพท์มือถือมีมากขึ้น
    ซึ่งการส่งข้อมูลของยุค 2G นี้ เป็นยุคที่มีการเริ่มฮิต Download Ringtone , Wallpaper , Graphic ต่างๆ
    แต่ก็จะจำกัดอยู่ที่การ Downlaod Ringtone แบบ Monotone และ ภาพ Graphic ต่างๆก็เป็นเพียงแค่ภาพขาว-ดำที่มีความละเอียดต่ำเท่านั้น

    2.5G
    หลังจากนั้น ก็เป็นยุคก้ำกึ่งระหว่าง 2G และ 3G ... ซึ่งก็คือ 2.5G
    ซึ่ง 2.5G นี้ เป็นยุคที่กำเนิดเทคโนโลยี GPRS (General Packet Radio Service) นั่นเอง
    ซึ่งตามหลักการแล้ว ... เทคโนโลยี GPRS นี้สามารถส่งข้อมูลได้ที่ความเร็วสูงสุดถึง 115 Kbps เลยทีเดียว
    แต่เอาเข้าจริงๆ ความเร็วของ GPRS จะถูกจำกัดให้อยู่ที่ประมาณ 40 kbps เท่านั้น

    2.75G
    เพิ่มนิดนึง ... ก่อนจะมาถึงยุค 3G เราก็ยังมี 2.75G ด้วย ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มมีการใช้เทคโนโลยี EDGE (Enhanced Data rates for Global Evolution) นั่นเอง EDGE นั้นถือเป็นเทคโนโลยีต่อยอดของ GPRS และถูกเรียกกันว่าเทคโนโลยียุค 2.75 G (อย่างไม่เป็นทางการ)
    ลักษณะการทำงานของ EDGE นั้นจะเป็นการพัฒนาปรับปรุงคุณภาพความเร็วจากพื้นฐานของ GPRS ให้มีความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลได้สูงขึ้น

    **แต่ว่า ยุค 2.75G ของ EDGE นั้น ไม่ได้ถูกกำหนดขึ้นอย่างเป็นทางการ
    เพียงแค่ยกขึ้นมาเปรียบเทียบช่วงคาบเกี่ยวระหว่างยุค 2.5G และ 3G เพื่อให้เห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น**

    3G
    ต่อมา ... ก็ได้พัฒนามาเป็นระบบ 3G หรือ Third Generation ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการสื่อสารในยุคที่ 3
    จุดเด่นที่สุดของ 3G นั้น ... เป็นเรื่องของความเร็วในการเชื่อมต่อและการรับ-ส่งข้อมูล โดยเน้นการเชื่อมต่อแบบไร้สายด้วยความเร็วสูง
    ทำให้ประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูลต่างๆ รวดเร็วมากขึ้น พร้อมทั้งสามารถใช้ บริการ Multimedia ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และ มีประสิทธิภาพแบบมากยิ่งขึ้น
    เช่น การรับ-ส่ง File ที่มีขนาดใหญ่ , การใช้บริการ Video/Call Conference , Download เพลง , ดู TV Streaming ต่างๆ
    ซึ่งถ้่าเปรียบเทียบเทคโนโลยี 2G กับ 3G แล้ว ... 3G มีช่องสัญญาณความถี่ และ ความจุในการรับส่งข้อมูลที่มากกว่าเยอะเลย


    คุณสมบัติหลักที่เด่นๆ อีกอย่างหนึ่งของระบบ 3G ก็คือ Always On ... คือ มีการเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายของ 3G ตลอดเวลาที่เราเปิดโทรศัพท์ด้วย


    ข้อมูลจาก PDAMobiz

  5. #5
    OverclockZone Member pleum88's Avatar
    Join Date
    1 Nov 2007
    Location
    เชียงใหม่ ประเทศไทย

    Default

    ขอบคุณมากๆครับ ช้อมูลแน่นปึก แล้วเมื่อไหร่เมืองไทยจะมี 3G กะเค้ามั่งเนี่ย -*-

  6. #6
    OverclockZone Member คิม's Avatar
    Join Date
    14 Oct 2006
    Location
    เมืองนอก

    Default

    มาแล้วกำลังทดสอบ จะเปิดใช้เร็วๆนี้แล้วจ้า


Bookmarks

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •