overclockzonefanpage  overclockzoneth  TV  
Results 1 to 12 of 12

Thread: หูฟังนี้ต้องเบินไหมครับ5555ไม่รู้

  1. #1
    OverclockZone Member manmodifly's Avatar
    Join Date
    26 Mar 2008

    Default หูฟังนี้ต้องเบินไหมครับ5555ไม่รู้

    หูฟังนี้ต้องเบินไหมครับ5555ไม่รู้ ที่แถมมา

  2. #2
    OverclockZone Member manmodifly's Avatar
    Join Date
    26 Mar 2008

    Default

    ถ้าเบินต้องเบินกี่ชั่วโมงแล้วต้องเบินกับเครื่องอารัยดีที่สุดหรือเบินกับเครื่องเล่นที่เราชื่อมาดีที่สุด อันนี้ไม่ทราบจริงๆครับ

  3. #3
    OverclockZone Member raiden909's Avatar
    Join Date
    29 Jul 2007

    Default

    ผมเบิร์น กะคอม บ้าง mp3บ้าง 200 ชั่วโมง อ่ะ

    เบิ์ืนเเล้ว แตกต่างอย่างเเรง

  4. #4
    OverclockZone Member akirosspop's Avatar
    Join Date
    15 Mar 2007

    Default

    ทดลองด้วยตัวเองเลยครับ สัก 100 ชม . เห็นผลๆ

  5. #5
    OverclockZone Member karaboon's Avatar
    Join Date
    24 Dec 2007
    Location
    ท่าน้ำนนท์ l งามวงวาน l พระนั่งเกล้า l พระราม 5-6-7 l จรัญ l MRT BTS

    Default

    ขอถามไรหน่อยครับ เบินทำยังไงครับ ผมไม่ค่อยรู้เรื่องเสียง
    แต่เบินหูฟังคงไม่ทำ ผมจะเบินลำโพง

  6. #6
    OverclockZone Member longbo_arpache's Avatar
    Join Date
    1 Sep 2007

    Default

    ผมเครมเพิ่งได้มา ตัวใหม่กิ๊งๆ เลย อิอิ

    เปิดทิ้งไว้อยู่เลยค๊าบบบ

    เสียงยังกะอันละ 200 เหอะๆตอนยังไม่ได้เบรินนะ

    ระยะเวลา มันแล้วแต่ driver ของแต่ละตัวอ่าครับ ว่าตัวไหน จะเข้าที่ เร็วกว่ากัน

    แต่ส่วนใหญ่ ถ้าเกิน 200 ชัวโมงเงี้ย จะเข้าที่หมดแล้ว

  7. #7
    OverclockZone Member nitroboy's Avatar
    Join Date
    17 May 2007
    Location
    อยู่ที่ใจ ใช่ใบหน้า

    Default

    ต้องเบรินอยู่แล้วครับ
    เหตุผลเดียวกับที่ต้องเบรินลำโพงนั่นล่ะ

    ไดร์เวอร์ได้อ่อนตัว เข้าที่เข้าทาง กาวยืด 9ล9 ได้อยู่ไนสภาพที่พร้อมสั่น อิๆๆ

    ซัก100ชม. นี่ก็เห็นผลแล้วครับ ระยะเวลา ของแต่ละอันก็แล้วแต่ บางอันนี่ก็ต้องเบรินนานถึงจะเข้าที่ บางตัว40-50ชั่วโมงก็มาแล้ว

    การเบรินนี่ แค่เปิดเพลงหรือเสียง ไม่ต้องดังมาก ไห้แค่พอมีเสียง ก็พอครับ เหมือนวอมอัฟ
    ไฟล์เบริน ผมไม่แนะนำไห้ไช้เบรินหูฟังครับ ถึงเค้าจะว่ากันว่า ช่วยลดระยะเวลาก็เถอะ แต่มันทรมารหูฟังเปล่าๆ

    ไฟล์ที่ไช้ผมไช้ MDMS (Magnetic Domain Matrix Signals) - System Conditioning and Degaussing CD อย่างเดียวครับ (ถ้าไช้)

  8. #8
    OverclockZone Member manmodifly's Avatar
    Join Date
    26 Mar 2008

    Default

    แล้วต้องมีเพลงหรือโปรแกรมอารัยไช่เบิร์นครับ

  9. #9
    OverclockZone Member manmodifly's Avatar
    Join Date
    26 Mar 2008

    Default

    ส่งริ้งไห้ก็ได้นะครับจาขอบคุนอย่างมากครับชื่อLGมาครับเสียงยังกะควายออกลูกครับส่งสัยต้องเบรินครับและชื่อsumsungมาจาขายแต่ไม่มีไครสนเลยต้องไช้เองสนไจทิ่งเบอได้นะครับอย่ากขาย

  10. #10
    OverclockZone Member cynical's Avatar
    Join Date
    16 Sep 2006

    Default

    burn 100-200ชั่วโมง+ แล้วแต่หูฟังคับ

    ตัว Grado MS-1 ของผมซื้อมาใหม่ เสียงแสบหูมาก

    -การ Burn-

    -อย่าเปิดดังคับ เปิดแค่ที่เราฟังเพลงปกติ
    -File Burn ผมลอง 1440Kbps ไม่แนะนำให้ทำกับหูฟังคับลองมาแล้ว แนะนำ 320 พอคับ [เล่นเอา ไดร์เวอร์ ผมเสียเลยคับ แต่ถ้าเป็นลำโพงไม่เป็นไรคับแต่ก้ไม่แน่ -*-]
    -เปิด file เพลง ที่ตัวเองชอบคับ
    -ไม่ต้อง Burn ติดต่อกัน 200ชั่วโมง ก็ได้คับ มีเวลา burn เมื่อไหร่ก็ burn
    -burn กับเครื่องเล่นอะไรก้ได้คับ{จีนแดงก็แล้วแต่ไม่รับประกัน} แต่ผม burn กับคอม ผ่าน sb0100

  11. #11
    OverclockZone Member nitroboy's Avatar
    Join Date
    17 May 2007
    Location
    อยู่ที่ใจ ใช่ใบหน้า

    Default

    "burn-in" หูฟังคำถามยอดฮิตสำหรับคอ MP3

    "..ช่วงนี้ถ้าเข้าไปอ่านกระทู้ในโต๊ะ Gadget ของหมวด Technical Exchange จะมีคำถามหนึ่งที่จะเห็นประจำทุกวันนอกจากที่ว่าจะซื้อ MP3 รุ่นไหนดีแล้วก็คือจะมีคำถามว่า "burn-in หูฟังคืออะไร" หรือ "เบิร์นหูฟังต้องทำอย่างไรบ้างครับ.."

    ช่วงนี้ถ้าเข้าไปอ่านกระทู้ในโต๊ะ Gadget ของหมวด Technical Exchange จะมีคำถามหนึ่งที่จะเห็นประจำทุกวันนอกจากที่ว่าจะซื้อ MP3 รุ่นไหนดีแล้วก็คือจะมีคำถามว่า "burn-in หูฟังคืออะไร" หรือ "เบิร์นหูฟังต้องทำอย่างไรบ้างครับ" จนตอนนี้คำถามดังกล่าวเป็นคำถามยอดฮิตเลยก็ว่าได้ครับตอนนี้ ซึ่งถ้าพวกที่เคยศึกษาด้านเครื่องเสียงมาก่อนจะพอรู้ว่า "burn-in" คืออะไรบ้างแล้ว เพราะนอกจากจะเขาจะ "burn-in" หูฟังแล้ว ชุดลำโพงก็ต้องทำการ "burn-in" ด้วยเช่นกันครับ พอดีไปค้นข้อมูลเพิ่มเติมจากเวบต่างประเทศมาก็จะรวบรวมๆนำมาแปลไว้ในที่นี้เพื่อที่จะได้พอไขความสงสัยไปบ้างครับ


    "burn-in" คืออะไร?
    การ "burn-in" หรือที่มักเรียกติดปากคนไทยว่าการเบิร์นนั้นจริงๆถ้าจะเทียบก็คล้ายๆการ run-in รถยนต์ใหม่ให้เครื่องเข้าที่ครับ แต่หลายๆท่านจะเข้าใจว่าหูฟังนั้นเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้า จะไปเทียบกับรถยนต์ไม่ได้ แต่จริงๆแล้วหูฟังจะมีพวกแผ่นไดอะแฟรมที่เคลื่อนไหวให้เกิดเสียงครับ การ "burn-in" หูฟัง หรือลำโพงนั้นก็คือการทำให้แผ่นไดอะแฟรมเหล่านี้เข้าที่เข้าทาง มีการให้ตัวตามที่ควรจะเป็นไม่ได้ตึงแน่นเหมือนกับตอนที่เขาประกอบมาจากโรงงานครับ ซึ่งเมื่อ "burn-in" เข้าที่เข้าทางแล้วคุณภาพเสียงที่ออกมาจากหูฟังก็จะไม่เปลี่ยนไปจากนั้นแล้วครับ เพราะไดอะแฟรมจะเข้าที่แล้ว

    ถ้าจะ "burn-in" หูฟังหรือลำโพงควรจะทำอย่างไร?
    การ "burn-in" นั้นก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรครับ แค่ต่อหูฟัง หรือลำโพงเข้ากับแหล่งกำเนิดเสียง จะเป็นวิทยุ AM/FM หรือ CD หรือ MP3 ก็ได้ครับ แล้วก็เปิดให้มีเสียงออกมาจากหูฟังไปเรื่อยๆต่อเนื่อง เท่าที่อ่านดูจากหลายๆแห่งก็แนะนำให้ "burn-in" เป็นระยะเวลาสัก 100ชั่วโมงขึ้นไป หูฟัง หรือชุดลำโพงนั้นก็จะเข้าที่เข้าทางแสดงเสียงออกมาดูดีมีราคาขึ้นกว่าตอนที่ซื้อมาครับ แต่ถ้าไม่อยากจะเปิดเพลงทิ้งให้หูฟัง "burn-in" ต่อเนื่องก็จะสามารถใช้ฟังเพลงตามปรกติไปเรื่อยๆได้ครับ ก็ถือว่า "burn-in" ได้เช่นกัน แต่แบบนี้กว่าจะ "burn-in" ได้ที่ก็ต้องใช้ระยะเวลานานกว่าสักระยะหนึ่ง ดังนั้นหลายๆคนจึงเลือกที่จะ "burn-in" หูฟังทิ้งไว้ต่อเนื่องก่อนที่จะนำไปใช้งานจริงครับ นอกจากจะ "burn-in" ด้วยเพลง หรือสัญญาณเสียงจากวิทยุแล้ว บางท่านก็จะมีโปรแกรมสำหรับ generate คลื่นเสียงออกมาสำหรับ "burn-in" หูฟังโดยเฉพาะครับ ลองหาโหลดมาใช้ได้ ซึ่งผลที่ได้รับในท้ายสุดก็คือไดอะแฟรมจะถูกปรับสภาพให้เข้าที่เช่นกันครับ ก็เลือกวิธีตามสะดวกได้เลยครับ ส่วนระหว่างการ "burn-in" นั้นจะเอาหูฟังมาสวมฟังเพลงไปเลย หรือจะเอาไปยัดใต้โต๊ะก็ได้เช่นกันครับ

    จำเป็นที่จะต้อง "burn-in" หูฟังให้เสร็จก่อนที่จะนำไปใช้จริงหรือไม่?
    ไม่จำเป็นครับอย่างที่บอกไว้แล้วคือแล้วแต่สะดวก เพราะถึงแม้ว่าจะแกะกล่องออกมาแล้วใช้งานเลย ใช้ไปสักระยะนึงหูฟังก็จะเข้าที่เข้าทางเช่นกัน ก็เป็นการ "burn-in" ชนิดหนึ่งได้ แต่หลายๆคนอยากจะให้เสียงของหูฟังเข้าที่ก่อนที่จะนำมาใช้งานจริง ก็มักจะเลือกที่จะทำการ "burn-in" ก่อนนำมาใช้งานจริง แต่ถ้าไม่สะดวกก็ไม่จำเป็นต้องลำบากครับ

    จำเป็นหรือไม่ที่หลังจาก "burn-in" แล้วเสียงของหูฟังจะดีขึ้นกว่าตอนซื้อมาใหม่มาก?
    ข้อนี้ก็ไม่จำเป็นเสมอไปครับ ต้องแล้วแต่รุ่น หรือแล้วแต่หูฟังแต่ละตัวเลยครับ บางตัวที่ประกอบมาแล้วพอดีชิ้นส่วนต่างๆเกือบจะเข้าที่อยู่แล้วพอ "burn-in" เสร็จก็แทบจะไม่เห็นผลเท่าใดนัก แต่บางตัวที่ส่วนประกอบไดอะแฟรมค่อนข้างจะตึงมากพอ "burn-in" แล้วก็จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากอย่างเห็นได้ชัดครับ การ "burn-in" เป็นการทำให้หูฟังเข้าที่ตามที่มันควรจะเป็นเฉยๆ ไม่ใช่การทำให้คุณภาพเสียงดีขึ้นกว่าที่ควรจะเป็นนะครับต้องเข้าใจในจุดนี้ด้วย

    การ "burn-in" นานเกินไปจะทำให้เกิดผลเสียหรือไม่?
    การ "burn-in" นั้นอย่างที่บอกไว้คือการทำให้ชิ้นส่วนขับเสียงของหูฟังเข้าที่เข้าทางอย่างที่มันควรจะเป็น และเมื่อ "burn-in" ถึงจุดนั้นแล้วชิ้นส่วนต่างๆก็จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากนั้นแล้ว ฉะนั้นถึงจะ "burn-in" นานกว่าเดิมไปเท่าไรเสียงก็จะยังคงเหมือนจุดที่ "burn-in" เข้าที่พอดีครับไม่มีผลใดๆ

    ระดับเสียงที่ใช้ระหว่าง "burn-in" ควรจะเป็นที่ประมาณเท่าใด?
    ระดับเสียงที่จะใช้นั้นก็ประมาณที่เราใช้ฟังเพลงปรกติและสบายหูละครับ หรืออาจจะดังกว่าที่เราฟังปรกตินิดๆหน่อย เพราะถ้าเปิดเสียงดังมากไปอาจจะสร้างความเสียหายให้หูฟังเสียไปได้เลยครับ ดังนั้นเสียงไม่ควรที่จะดังมากไปครับ แต่ถ้าเสียงเบามากไปก็จะไม่ค่อยมีผลในการ "burn-in" เช่นกันครับ

    หวังว่าบทความนี้น่าจะช่วยไขข้อข้องใจไปบ้างนะครับ ทิ้งท้ายไว้นะครับว่า "burn-in" ไม่ใช่วิธีพิเศษอะไรที่จะทำให้หูฟังคุณภาพต่ำมีเสียงระดับหูทิพย์ฟัง แค่เป็นการทำให้ชุดหูฟังเข้าที่เข้าทางเปล่งเสียงออกมาได้ตามสเป็คที่โรงงานผลิตออกมาเท่านั้นครับ

    บทความจากคุณ ../ TechX แห่งเวปพันธ์ทิพย์

  12. #12
    OverclockZone Member manmodifly's Avatar
    Join Date
    26 Mar 2008

    Default

    -ขอบคุน


Bookmarks

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •