overclockzonefanpage  overclockzoneth  TV  
Results 1 to 6 of 6

Thread: ช่วยอธิบายเกี่ยวกับ ความไวชัตเตอร์ กะ รูรับแสง(F) ทีหน่ะคับ พอดีมือใหม่มากๆหน่ะคับ งง

  1. #1
    OverclockZone Member Fon589's Avatar
    Join Date
    24 Oct 2006

    Default ช่วยอธิบายเกี่ยวกับ ความไวชัตเตอร์ กะ รูรับแสง(F) ทีหน่ะคับ พอดีมือใหม่มากๆหน่ะคับ งง

    ใช้กล้อง 400D เลนส์ kit พึ่งถอยมาหน่ะคับ ลองเล่นๆฝึกโหมด AV , TV , P อยู่หน่ะคับ

    1) ความไวชัตเตอร์เห็นมี 0.5" 0.8" 1" 2" จนถึง 30" และเห็นมี 1/5 , 1/10, 1/50 ไปจนถึง 1/4000 ค่าต่างๆเหล่านี้มันยังไงหรอคับ แบบไหนมากแบบไหนน้อย แล้วมีผลต่างกันยังไงบ้างหรอคับ ช่วยแนะนำเหตุการณ์หน่อยก็ดีคับ เพื่อความเข้าใจ

    2) รูรับแสงของผมเห็นมี F 3.5 ไปถึง 29 เลย ที่เข้าใจคือ ยิ่งถ้าตั้งค่าน้อยรูรับแสงก็จะเข้ามาก ทำให้ถ่ายเป็นชัดตื้นเหมาะกับถ่ายวัตถุระยะใกล้ๆ / แต่ถ้าเปิดค่ามากรูรับแสงค่าเข้าได้น้อยก็จะเป็นชัดลึก เหมาะกับถ่ายวิว หรือไฟตอนกลางคืน แบบนี้ผมเข้าใจถูกรึเปล่าคับ ?

    3) แล้วเราจะตั้งค่ายังไง ให้ค่ารูรับแสงกับความไวชัตเตอร์นั้นสัมพันธ์กันคับ ดูที่ยังไงหรอคับ

    ถ้ามีคำแนะนำอื่นๆอีกก็ขอบคุณมากๆคับ พึ่งมาหัด DSLR ได้ 2-3 วันเอง

  2. #2
    OverclockZone Member
    Join Date
    4 Jun 2007

    Default

    ข้อตอบเป็นข้อๆนะครับ เพราะใช้รุ่นเดียวกันพอดี และชอบใช้เลนส์คิดส์เหมือนกัน

    1. ความไวชัตเตอร์ มีหน่อยวัดเป็นวินาทีครับ เช่น 0.5 " คือม่านชัตเตอร์เปิด ครึ่งวินาที 1/4000 คือม่ายชัตเตอร์เปิด เศษหนึ่งส่วนสี่พันของวินาที มีประโยชในการถ่ายภาพอย่างไร เรามายกตัวอย่างกันครับ ยิงเร็ว จะหยุดความเคลื่อนไหวของภาพได้ เช่น ภาพคนวิ่ง กระโดด รถวิ่ง หยดน้ำ แต่ ถ้า ชัตเตอรช้า ภาพจะดูมีมูฟเม้น เช่น การถ่ายภาพแสงให้เปนเส้นๆริมถนน(ไฟรถ) น้ำพุ น้าตก ดูมีความซอฟ ของภาพ ประมาณนี้ครับ แต่การตั้งค่าเหล่านี้ ต้องระวังการไหวของภาพ ควรมีขาตั้ง หรือกลั้นหายก่อนกดชัตเตอร์(เหมือนยิงปืนอ่ะนะ) ภาพจะได้เบลอน้อย หรือไม่เบลอเลย

    เอาง่าย ถ้าซูมระยะ 50 mm ควรใช้ความเร็วชัตเตอร์ 1/50 ขึ้นไป จะทำให้เบลอน้อย ถ้ามือสั่นมาก อาจจะเพิ่มเปน 1/100 1/150 ก้อว่ากันไป(อันนี้สูตรของผมเองนะลองเอาไปใช้ดู) แต่จะทำยังไงให้เพิ่มสปีดได้โดยภาพไม่มืดลง มีสองวิธีครับ
    1.เพิ่ม ISO การเพิ่ม ISO ขึ้นมา 1 สต๊อป(1ขั้น 100 200 400 800 1600 ...) จะช่วยได้เยอะ แต่ต้องแลกกับสัญญาณรบกวนในภาพ ก้อคือน้อยซ์นั่นเอง ภาพจะเปนจุดๆ เส้นๆ ถ้าใช้ISO เยอะ มันก้อจะมาเยอะ จะสังเกตได้ชัดในภาพที่ออกไปทาง Lowkey (ภาพโทนมืด)
    2. การปรับรูรับแสง โดยปกติการปรับรูรับแสงของเลนส์คิดส์ จะมีจำกัดมาก เช่น ถ้าอยากได้รูกว้างสุด F3.5 ต้องใช้ช่วง 18 mm คือไวด์สุด แต่ถ้าซูม ที่ 55 mm กว้างสุดที่ทำได้ คือ F5.6 ซึ่งเกี่ยวกับข้อสองที่คุณถามแน่นอน อันนี้ขึ้นอยู่กับภาพ และองค์ประกอบภาพที่จะถ่ายเป็นหลักครับ


    2.เข้าใจถูกต้องครับ

    3.อันนี้ถ้ามือใหม่ซิงๆ ลองเล่น Av (ปรับรูรับแสง ความเร็วชัตเตอร์จะปรับให้เอง)กับ Tv (ปรับความเร็วชัตเตอร์ รูรับแสงปรับให้เอง) แต่ค่าต่างจะขึ้นอยู่กับการวัดแสงของกล้องด้วยนะครับ เช่นถ้ากล้องว่าภาพมืดไป มันก้อจะพยายามเพิ่มรูรับแสงให้่ หรือลดสปีดชัตเตอร์ให้ ลองเล่นๆดูก่อนแล้วสังเกตความสัมพันของมันดูนะครับ

    ถ่ายภาพลองหามุมมองใหม่ๆ ลองปรับค่ากล้องเป็น M ถ้าคุ้นเคยแล้ว จะเจออะไรอีกเยอะคับ ผมเองก้อเก็บตังตั้งนาน กว่าจะได้กล้อง พอได้แล้วก้อภูมิใจ อย่าไปบ้าอุปกรณ์แพงๆ ตามคนอื่น เอาเท่าที่มีแหละครับ ไม่ต้องไปอายใคร ถ่ายไปเรื่อยๆ ไม่ต้องกลัว เพราะไม่มีค่ายใช้จ่ายในการถ่ายอีกแล้ว ถ่ายแล้วไม่พอใจ ลบ ถ่ายใหม่ มันเป็นการฝึกฝนครับ แล้วต่อไปเราจะพอใจกับภาพ แล้วจะถ่ายทิ้งน้อยลง ไม่เชื่อลองดู เมื่อก่อนผมก้อไม่รู้จะเริ่มยังไง เหมือนคุณนั่นแหละ

    มีกล้องอยู่กับตัว ไม่ต้องกลัวจะถ่ายไม่เป็น ขอให้เราลองเล่น แล้วเราก้อจะเป็นเอง

    ขอให้สนุกกับการถ่ายภาพครับ อย่าซีเรียตกับกฏเกณฑ์มากมาย เอาเป็นแค่แนวทาง ต่อไปอยู่ที่จิตนาการเราคับ
    Last edited by xenosaga001; 5 Jun 2008 at 19:46:40.

  3. #3
    OverclockZone Member ด๊อกเตอร์แซด's Avatar
    Join Date
    15 Jun 2007
    Location
    ในใจของเธอตลอดไป....

    Default

    ตามข้างบนครับ...ไว้ออกทริืปสัปดาห์หน้า...กะพวกกผมจะช่วยแนะให้ครับ

  4. #4
    OverclockZone Member OT's Avatar
    Join Date
    13 Sep 2006

    Default

    เสริมให้ละกันครับ ตามความเข้าใจของผม

    กล้อง SLR หรือ DSLR มันใช้แสงครับ
    ดังนั้นที่เราต้องควบคุมคือแสงที่ตกบนฟิลม์ของ SLR
    หรือเซ็นเซอร์รับภาพของ DSLR
    ตัวที่ควบคุมปริมาณตรงนี้มีสองตัวครับ
    (จริงๆมี 3 ครับ แต่หลักๆ 2 ครับ)
    ตัวแรกคือความเร็วของม่านชัตเตอร์ครับ
    ตัวที่สองคือความกว้างของรูปรับแสงครับ
    (ตัวที่สามคือ ISO ครับ อันนี้เว้นไว้ก่อน)

    ทีนี้ หากเราสมมติเวลาใดเวลานึง แสงมันคงที่
    เมื่อเราปรับรูรับแสงค่าหนึ่ง และความเร็วม่านชัตเตอร์ค่าหนึ่ง เราจะได้ภาพที่มีความสว่างค่าหนึ่งครับ

    หากเราปรับรูรับแสงให้ใหญ่ขึ้น โดยใช้เวลาเปิดม่านชัตเตอร์เท่าเดิม ภาพก็จะสว่างมากขึ้น
    ในทางกลับกัน
    ถ้าเราปรับรูรับแสงเล็กลง โดยใช้เวลาเปิดม่านชัตเตอร์เท่าเดิมภาพก็จะมืดมากกว่าเดิมครับ
    นี่คือผลของการปรับรูรับแสงครับ

    หากเราให้รูรับแสงขนาดเท่าเดิม แต่ใช้เวลาเปิดม่านชัตเตอร์นานกว่าเดิม ภาพก็จะสว่างมากขึ้นครับ
    ในทางกลับกัน
    หากเราให้รูรับแสงขนาดเท่าเดิม แต่ใช้เวลาเปิดม่านชัตเตอร์เร็วกว่าเดิม ภาพก็จะมืดกว่าเดิมครับ
    นี่เป็นผลของการปรับความเร็วชัตเตอร์ครับ

    ที่นี้เวลาถ่ายจริงๆแล้วแสงสว่างมันไม่เท่ากันตลอดหรอกครับ
    ดังนั้นเราจึงต้องปรับค่าสองค่านี้ให้มันพอดี เพื่อให้แสงเข้ามาพอดีครับ
    แสงที่พอดีก็ดูจากแถบวัดแสงครับ ซึ่งก็เชื่อถือได้โดยส่วนมากครับ
    แต่ก็มีบางครั้งที่มันโดนรบกวนก็จะผิดพลาดกันได้ครับ
    นี่ป็นหลักแรกเลยครับ คือเราต้องการควบคุมปริมาณแสงครับ
    ถ้าเป็นการถ่ายเพื่อให้แสงเท่าเดิมเวลาเราลดค่าหนึ่ง แล้วเพิ่มอีกค่านึง
    ปริมาณแสงที่ได้รับก็จะกลับมาเท่ากันเหมือนเดิมครับ

    แต่คำว่าพอดีนอกจากจะไม่ให้มืดเกินไปแล้ว ยังเกี่ยวกับประเภทของภาพด้วยครับ
    เช่น
    ภาพที่อยากหยุดการเคลื่อนไหว ซึ่งต้องการให้ม่านชัตเตอร์เร็วมากๆ
    ดังนั้นรูรับแสงก็ต้องใหญ่เพื่อให้แสงเข้ามามากพอ
    หรือ
    ภาพที่อยากให้ชัดทั้งใกล้ไกล ซึ่งต้องใช้รูรับแสงเล็กๆ
    ก็จะมีผลให้ต้องตั้งม่านชัตเตอร์ช้าๆ เพื่อให้แสงเข้ามามากพอ

    คราวนี้ถ้าถึงจุดที่ไม่สามารถทำได้ล่ะครับ
    สมมติว่า
    แสงรอบๆมันน้อยเกินไป และเราก็ปรับรูรับแสงเราก็ปรับจนกว้างที่สุดของเลนส์แล้ว
    แต่ความเร็วชัตเตอร์เรายังไม่เพียงพอที่จะทำให้ภาพไม่เบลอ

    ตัวที่เกี่ยวตัวที่สามก็จะเข้ามาครับ ค่า ISO เป็นตัวช่วยเรื่องความไวแสงครับ
    นั่นคือกำหนดให้มันไวแสงเท่าไรครับ
    ถ้าเป็นฟิลม์ก็ตามที่ขายเลยครับ 100 200 400 ไรงี้
    ถ้าเป็นดิจิตอลก็จะไปเร่งความไวแสงของตัวเซ็นเซอร์แหละครับ

    มันก็จะทำให้แสงที่เข้ามาแม้จะน้อยแต่ก็ให้ภาพสว่างขึ้นได้
    แลกกับสัญญาณรบกวนแหละครับ noise นั่นเอง


    สุดท้ายที่เราทำไปทั้งหมด ก็เพื่อให้ภาพมี "แสง" ที่พอดีครับ
    ผมอยากเน้นตรงนี้ครับ น่าจะตรงใจว่าเราจะดูตรงไหนนะครับในข้อ 3 นะครับ

  5. #5
    OverclockZone Member godchild's Avatar
    Join Date
    16 Dec 2007
    Location
    Fashionรามอินทรา สนามบินสุวรรณภูมิ

    Default

    ได้ความรู้มากมาย ขอบคุณทุกท่านครับ

  6. #6
    OverclockZone Member Fon589's Avatar
    Join Date
    24 Oct 2006

    Default

    get very ๆ เลยคับ
    ลองอ่านไป ทำไปดู ดูภาพเปรียบเทียบ เข้าใจอีกขั้นไปเลยคับ

    ขอบคุณท่าน OT , xenosaga001 มากๆคร๊าบบบ


Bookmarks

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •