overclockzonefanpage  overclockzoneth  TV  
Results 1 to 15 of 15

Thread: +สงสัยครับ การโมลำโพงแบบลงทุนต่ำ เช่น Bi-cap เปลี่ยนสายให้หนาขึ้น บ.เขาไม่ทราบหรอ +

  1. #1
    OverclockZone Member 3310's Avatar
    Join Date
    6 Dec 2007

    Default +สงสัยครับ การโมลำโพงแบบลงทุนต่ำ เช่น Bi-cap เปลี่ยนสายให้หนาขึ้น บ.เขาไม่ทราบหรอ +

    บริษัทลำโพงเขาลงทุนเป็นร้อยล้านพันล้าน เอนจิเนียเต็มโรงงาน เรื่องแค่นี้เขาไม่รู้หรือครับ ที่ผมสงสัยมีอยู่2ประเด็นคือ
    1.บ.ไม่รู้อะไร เลยไม่ทำ (ช่างชาวบ้าน เก่งกว่า โรงงาน ...หรออออออ ?)
    2. บ.ก็รู้ ต้นทุนที่เพิ่มมาก็นิดหน่อย แต่ทำแล้วมันไม่ได้ดีขึ้นแบบที่เราๆท่านๆคิดไปเอง ดรงงานเลยไม่ทำ
    บางบทความ(ในนี้)บอกว่าเอามาโมBicapบ้าง เปลี่ยนสายแบบหนาบ้าง เสียงจะดีขึ้น30% (ไม่รู้เอาอะไรวัด) ซึ่งการโมแบบนี้ต้นทุนก็ไม่ได้สูงอะไรมากมายเลย แต่ถ้ามันทำให้ลำโพงเทพขึ้นมาจริงๆ แบบอัพเกรดลำโพงขึ้นไปอีกระดับนึงเลยทีเดียว ผมสงสัยว่า ทำไมบริษัทไม่ทำมาละครับ

  2. #2
    OverclockZone Member
    Join Date
    30 May 2007

    Default

    น่าจะเรื่องต้นทุนคับ และ ราคาขาย + กับ เป้าหมาย ของคนซื้อ

  3. #3
    OverclockZone Member camera's Avatar
    Join Date
    5 Oct 2006
    Location
    13.784893,100.613126

    Default

    มีบางตัวที่เทพ เค้าก็ทำมาให้เลยนะครับ

    เสียงดีขึ้นแน่ๆน่ะจริงครับ ถึง30% ไหม คงไม่น่าจะถึงขั้นนั้นครับ ส่วนการวัด นี่มีทั้งเครื่องมือง่ายๆก็สโครป แต่สุดท้ายก็จบลงที่หูคน
    แต่บางตัวของไทยทำราคาไม่แพงเช่น ปรีโมดิฟาย รุ่น ME-555 ก็ไบแคปมาให้เลย
    Last edited by camera; 17 Jun 2008 at 16:00:29.

  4. #4
    OverclockZone Member
    Join Date
    27 Jan 2007

    Default

    ถ้าเรื่องต้นทุนเพิ่ม ลำโพงหลักพันพอเข้าใจแต่ถ้าหลายๆพันขึ้นไปต้นทุนคงไม่ใช่ประเด็นหลัก

  5. #5
    OverclockZone Member 3310's Avatar
    Join Date
    6 Dec 2007

    Default

    ท่านพูดก็ถูกครับ ค่าสาย ค่าcap บ.ลงทุนอีก100นึง ทำหมื่นตัวก้กำไรหาย1ล้าน
    แต่.... ที่ผมจะถามคือ ถ้าเพิ่มอีก100เดียว แล้วเสียงมันเทพไปอีก30% เหมือนที่หลายๆท่านลองทำกัน นั้นแปลว่า บ.สามารถสร้างValue ลำโพงไปอีกระดับแบบผิดหูผิดตาได้จริง ด้วยวิธีหน่อมแน้มแค่นี้ บ.มีหรือจะไม่ลงทุนเพิ่ม ถ้ามันแหล่มขึ้นขนาดนั้น ต้นทุนที่เพิ่มมาแค่นี้ เพิ่มเข้ามาในราคาขายได้สบาย(ถ้าลำโพงมันเทพขึ้นจริง)

    ผมถึงกลับมาที่คำถามไงครับว่า บ.ไม่รู้
    หรือว่ารู้....แต่ลงทุนทำไอ้แค่นี้แล้วมันไม่ได้ดีขึ้นผิดหูผิดตา อย่างที่เราคิดกัน เขาถึงไม่ทำ

  6. #6
    OverclockZone Member tiksna's Avatar
    Join Date
    3 Oct 2007
    Location
    ศรีราชา ชลบุรี

    Default

    ในความคิดผมนะ(ส่วนตัวนะ) ผมว่าเขารู้ครับแต่ไม่ทำ เพราะ
    1.ถ้าโรงงานจะโม ของเก่าผมว่าเขาคงไม่ทำเพราะถ้าเขาโมของเก่า ราคาของเก่าก็จะสูงขึ้น สู้โมของเก่าแล้วเปลี่ยนรุ่นไม่ดีกว่าเหรอ
    2.การลงทุนเพิ่มนิดหน่อยแบบชาวบ้านคิดเพราะชาวบ้านคิดแบบลงทุนเพียงตัวเดียว แต่โรงงานไม่ ลองคิดเล่นๆดูนะครับ สมมติ โรงงานผลิตลำโพง100 ตัว ของเดิมลงทุนตัวละ 800 = 100x800 = 80,000
    ขายตัวละ 1,000 = 1,000x100 = 100,000
    กำไรสุทธิ = 100,000-80,000= 20,000
    ถ้านำตัวเก่ามาโมลงทุนเพิ่มตัวละ20 บาท = 800+20 = 820
    ลงทุนเพิ่ม = 100x820 = 82,000 ราคาขายเท่าเดิมแต่ต้นทุนสูงขึ้น =100,000-82,000 = 18,000
    แล้วถ้าผลิตเยอะกว่านี้ละ ผมว่าโรงงานคงจะคิดต้นทุนและกำไรมาอันดับ 1 คุณภาพมาอันดับ2 นี้เป็นความคิดส่วนตัวผมนะไม่ได้มีเจตนาจะโจมตีความคิดใครนะครับ ไม่เหมาะสมยังไง ก้ขออภัยทุกท่านด้วยครับผม.

  7. #7
    OverclockZone Member nitroboy's Avatar
    Join Date
    17 May 2007
    Location
    อยู่ที่ใจ ใช่ใบหน้า

    Default

    ความลดหลั่นของเสียง/รุ่น จะไม่สมดุลกันน่ะซิครับ ถ้าตัวเล็กๆโมได้ ตัวรุ่นไย่ๆโมแล้วตัน

  8. #8
    OverclockZone Member
    Join Date
    30 May 2007

    Default

    จริงๆผมก็เคยคิดแบบ เจ้าของกระทู้อ่ะ

    แต่ทำไง ได้ เนอะ ไม่มีทางเลือก :P

  9. #9
    Nhazzer's Avatar
    Join Date
    28 Dec 2007
    Location
    ศรีนครินทร์/บางนา

    Default

    Bi-cap คืออะไรครับ

    ทำที่ไหน

    ทุนเท่าไหร่ครับ

    แบบว่าไม่รู้เรื่องเลย

  10. #10
    OverclockZone Member b_ambee's Avatar
    Join Date
    21 Nov 2006

    Default

    อย่างนี้ น่าจะทำรุ่น ultimate edition แพงมหาโหดแต่ upgrade ให้หมดแล้วทุกอย่าง สำหรับคนบ้าพลัง 55
    Last edited by b_ambee; 18 Jun 2008 at 02:06:18.

  11. #11
    OverclockZone Member camera's Avatar
    Join Date
    5 Oct 2006
    Location
    13.784893,100.613126

    Default

    Quote Originally Posted by Nhazzer View Post
    Bi-cap คืออะไรครับ

    ทำที่ไหน

    ทุนเท่าไหร่ครับ

    แบบว่าไม่รู้เรื่องเลย
    copy มาให้อ่านจากหลายๆแหล่งครับ

    - การBicap เป็นนำ C.ค่าเล็กชนิดต่างๆที่ดีๆ ไปต่อขนานกับ C.electrol เพื่อลดค่าESR หรือลดความสูญเสียในตัวของC.electrol เพื่อให้ได้เสียงที่ฟังได้ว่าสะอาดหรือรายละเอียดด้านความถี่สูงชัดเจนขึ้นครับ

    -อธิบายการทำงานของ capacitor หรือที่เรียกย่อๆว่า cap กันก่อน
    Capacitor (C) จะยอมให้ความถี่สูงผ่านได้ แต่ความถี่ต่ำจะไม่ยอมให้ผ่านครับ C ตัวเล็กๆจะยอมให้ความถี่สูงผ่านได้เพียงอย่างเดียว ส่วน C ตัวใหญ่จะยอมให้ช่วงความถี่ผ่านได้กว้างกว่าตัวเล็ก คือยอมให้ความถี่ต่ำลงมาผ่านได้ด้วย มันมีสูตรคำนวนครับว่า C ค่าเท่านี้ จะยอมให้ความถี่ต่ำถึงเท่าใดผ่านได้
    Capacitor ที่เสียงดีมักมีราคาแพง โดยเฉพาะตัวใหญ่ๆจะแพงมาก แต่ก็ได้เสียงกลางแหลมที่ดีกว่า และด้วยราคาที่แพงนี่เองจึงเกิดมีการทำ bi-cap ขึ้นมาเพื่อการประหยัดแต่ยังได้ปลายแหลมที่ดีได้
    การทำ bi-cap ก็คือการนำ C ตัวเล็กๆมาต่อขนานกับ C หลักๆที่เป็นทางผ่านเสียง โดยเฉพาะย่านเสียงสูง การต่อขนานจะเป็นการบวกค่าความจุของ C เข้าด้วยกันเช่น C 3.3 uF + C 0.1 uF จะกลายเป็น C 3.4 uF ครับ
    ดังที่ผมบอกไว้ตอนต้นว่า C ตัวเล็กสามารถให้เสียงสูงผ่านได้ การนำ C ตัวเล็กไปขนานก็เพื่อช่วยในการผ่านสัญญาณเสียงสูงครับ ซึ่งไปแก้ข้อด้อยของ C ราคาถูกที่มักผ่านความถี่สูงได้ไม่ดี เพราะ C ตัวเล็กคุณภาพดี มีราคาไม่แพง การทำ bi-cap จึงเป็นการประหยัดกว่าการเปลี่ยน C คุณภาพดีตัวใหญ่ทั้งตัวมากครับผม
    อีกเหตุผลก็คือ C คุณภาพสูงมักมีค่าความจุไม่สูงมากนัก หากต้องการ C ค่าความจุเยอะๆก็ต้องหาตัวที่คุณภาพรองลงไปแล้วใช้ C คุณภาพสูงมาทำการ bi-cap เข้าไปแทน
    นอกจาก bi-cap แล้วยังมี tri-cap อีก แต่ยังไงย่อมสู้ C คุณภาพสูงตัวเดียวไม่ได้ บางเสียงก็บอกว่าการทำ bi-cap อาจมีการทำงานไม่พร้อมเพรียงของ C ทั้งสองตัว โดยเฉพาะ C ที่***งชั้นกันมากๆ ซึ่งก็ไม่เป็นที่ชัดเจนเท่าไหร่ครับตรงนี้
    อนึ่งการทำ bi-cap ต้องคำนึงถึงค่าความจุของ C ที่จะขนานลงไปด้วย เพราะการต่อขนานกันเป็นการทำให้ความจุโดยรวมเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่ยึดที่ 1% ของ C ตัวหลัก แต่สามารถเพิ่มหรือลดลงกว่านี้ได้ แล้วแต่ตำแหน่งหน้าที่ของ C ตัวนั้นว่าต้องการความเที่ยงตรงของค่าความจุเพียงใด

    อันนี้รูปตัวอย่างครับ (ยืมๆเค้ามา)
    Last edited by camera; 31 Aug 2008 at 22:25:33.

  12. #12
    OverclockZone Member ลุงอ๊อด's Avatar
    Join Date
    26 Oct 2006
    Location
    ดอนเมือง O81-31O-8322

    Red face

    Quote Originally Posted by b_ambee View Post
    อย่างนี้ น่าจะทำรุ่น ultimate edition แพงมหาโหดแต่ upgrade ให้หมดแล้วทุกอย่าง สำหรับคนบ้าพลัง 55
    บางทีก็มีทำครับ
    ......................................................

    แต่ราคาที่เพิ่มขึ้นไม่ใช่แค่ค่า C เท่านั้น
    BEP+ค่าการตลาด+แรงงาน+เวลา+ชื่อรุ่นพิเศษ+โฆษณา+....

    บ้าพลังแล้วต้องยอมจ่าย จริงมะ...ตะเอง อิอิอิอิ

  13. #13
    OverclockZone Member estrellas's Avatar
    Join Date
    4 Nov 2007

    Default

    สงสัยด้วยคน
    ส่วนตัวแล้วผมว่าน่าจะเป็นเรื่อง ต้นทุนของสายการผลิต ที่ต้องผลิตให้ได้กำไรสูงสุด
    อีกทั้งเวลาก็เป็นสิ่งจำกัดครับ มีกำหนดการและปัจจัยอีกหลายๆ อย่าง ที่ทำให้ไม่อาจใส่ทุกอย่างที่คิดได้จากสายพานการผลิต

    คุณ camera อธิบายเรื่อง Capa ละเอียดมากเลย ขอบคุณครับ

  14. #14
    OverclockZone Member -:•:-KeeroV-:•:-'s Avatar
    Join Date
    19 Sep 2006
    Location
    Phuket Island Work@Patong Beach

    Default

    โดยส่วนมากแล้ว จะทำการ BiCap กันตรงส่วนไหนครับ

  15. #15
    Nhazzer's Avatar
    Join Date
    28 Dec 2007
    Location
    ศรีนครินทร์/บางนา

    Default

    Quote Originally Posted by camera View Post
    copy มาให้อ่านจากหลายๆแหล่งครับ

    - การBicap เป็นนำ C.ค่าเล็กชนิดต่างๆที่ดีๆ ไปต่อขนานกับ C.electrol เพื่อลดค่าESR หรือลดความสูญเสียในตัวของC.electrol เพื่อให้ได้เสียงที่ฟังได้ว่าสะอาดหรือรายละเอียดด้านความถี่สูงชัดเจนขึ้นครับ

    -อธิบายการทำงานของ capacitor หรือที่เรียกย่อๆว่า cap กันก่อน
    Capacitor (C) จะยอมให้ความถี่สูงผ่านได้ แต่ความถี่ต่ำจะไม่ยอมให้ผ่านครับ C ตัวเล็กๆจะยอมให้ความถี่สูงผ่านได้เพียงอย่างเดียว ส่วน C ตัวใหญ่จะยอมให้ช่วงความถี่ผ่านได้กว้างกว่าตัวเล็ก คือยอมให้ความถี่ต่ำลงมาผ่านได้ด้วย มันมีสูตรคำนวนครับว่า C ค่าเท่านี้ จะยอมให้ความถี่ต่ำถึงเท่าใดผ่านได้
    Capacitor ที่เสียงดีมักมีราคาแพง โดยเฉพาะตัวใหญ่ๆจะแพงมาก แต่ก็ได้เสียงกลางแหลมที่ดีกว่า และด้วยราคาที่แพงนี่เองจึงเกิดมีการทำ bi-cap ขึ้นมาเพื่อการประหยัดแต่ยังได้ปลายแหลมที่ดีได้
    การทำ bi-cap ก็คือการนำ C ตัวเล็กๆมาต่อขนานกับ C หลักๆที่เป็นทางผ่านเสียง โดยเฉพาะย่านเสียงสูง การต่อขนานจะเป็นการบวกค่าความจุของ C เข้าด้วยกันเช่น C 3.3 uF + C 0.1 uF จะกลายเป็น C 3.4 uF ครับ
    ดังที่ผมบอกไว้ตอนต้นว่า C ตัวเล็กสามารถให้เสียงสูงผ่านได้ การนำ C ตัวเล็กไปขนานก็เพื่อช่วยในการผ่านสัญญาณเสียงสูงครับ ซึ่งไปแก้ข้อด้อยของ C ราคาถูกที่มักผ่านความถี่สูงได้ไม่ดี เพราะ C ตัวเล็กคุณภาพดี มีราคาไม่แพง การทำ bi-cap จึงเป็นการประหยัดกว่าการเปลี่ยน C คุณภาพดีตัวใหญ่ทั้งตัวมากครับผม
    อีกเหตุผลก็คือ C คุณภาพสูงมักมีค่าความจุไม่สูงมากนัก หากต้องการ C ค่าความจุเยอะๆก็ต้องหาตัวที่คุณภาพรองลงไปแล้วใช้ C คุณภาพสูงมาทำการ bi-cap เข้าไปแทน
    นอกจาก bi-cap แล้วยังมี tri-cap อีก แต่ยังไงย่อมสู้ C คุณภาพสูงตัวเดียวไม่ได้ บางเสียงก็บอกว่าการทำ bi-cap อาจมีการทำงานไม่พร้อมเพรียงของ C ทั้งสองตัว โดยเฉพาะ C ที่***งชั้นกันมากๆ ซึ่งก็ไม่เป็นที่ชัดเจนเท่าไหร่ครับตรงนี้
    อนึ่งการทำ bi-cap ต้องคำนึงถึงค่าความจุของ C ที่จะขนานลงไปด้วย เพราะการต่อขนานกันเป็นการทำให้ความจุโดยรวมเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่ยึดที่ 1% ของ C ตัวหลัก แต่สามารถเพิ่มหรือลดลงกว่านี้ได้ แล้วแต่ตำแหน่งหน้าที่ของ C ตัวนั้นว่าต้องการความเที่ยงตรงของค่าความจุเพียงใด

    อันนี้รูปตัวอย่างครับ (ยืมๆเค้ามา)
    ขอบคุณครับ กระจ่างเลย

    แต่ขอถามอีกหน่อยนะครับ

    "ที่ไหนรับโมบ้างครับ"


Bookmarks

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •