overclockzonefanpage  overclockzoneth  TV  
Results 1 to 10 of 10

Thread: แอมป์แบบคลาส A คลาส AB และคลาส D ต่างกันยังไงครับ

  1. #1
    OverclockZone Member
    Join Date
    2 Aug 2008

    Default แอมป์แบบคลาส A คลาส AB และคลาส D ต่างกันยังไงครับ

    แล้ว NAD c315 คลาสอะไรครับ



    ปล.มือใหม่หัดเล่นเครื่องเสียงครับ

  2. #2
    OverclockZone Member combonew's Avatar
    Join Date
    30 Apr 2008
    Location
    ในใจเธอ...

    Default

    จากGoogle...

    ในเรื่องการแบ่งคลาสของแอมป์นั้น จะแบ่งจากการไปอัดกระแสไฟให้กับทรานซิสเตอร์หรือ มอสเฟส ที่ทำหน้าที่ในวงจรขยายเสียง

    1. Class A พาวเวอร์แอมป์ชนิดนี้เน้นในเรื่องของคุณภาพเสียง ค่าความเพี้ยนตํ่า และเสียงรบกวนน้อย แต่มีข้อเสียในเรื่องของความร้อนที่ค่อนข้างจะสูงเพร าะมีการป้อนกระแสไฟให้ทรานซิสเตอร์อยู่ตลอดเวลา ถึงแม้จะไม่มีสัญญาณอินพุทเข้ามาก็ตาม และกำลังขับที่ได้นั้นก็ค่อนข้างจะน้อย แอมป์ประเภทนี้จึงเหมาะกับนักฟังที่เน้นรายละเอียดขอ งเสียงกลาง-แหลม ไม่เน้นอัดตูมตาม เป็นที่เอาเล่นแบบที่ว่าจะฟังเสียงใสๆๆๆนะครับ วัตต์จะไม่ค่อยแรงเท่าไร ราคา เอาเรื่องเหมือนกัน

    2. Class B เป็นการใช้ทรานซิสเตอร์ 2ตัว ทำงานแบบ Push-Pull หรือ ผลัก ดัน ช่วยกันทำงานคนละครึ่งทาง และจะไม่มีการป้อนกระแสไฟล่วงหน้า ซึ่งมีข้อดีคือเครื่องไม่ร้อน แต่ข้อเสียกลับมากกว่าเพราะความผิดเพี้ยนสูงมาก เสียงจึงไม่มีคุณภาพ แต่ในปัจจุบันแอมป์ คลาสนี้คงจะไม่มีแล้ว

    3. Class AB เป็นการรวมตัวกันของแอมป์ทั้ง 2คลาสที่กล่าวมา คือใช้ทรานซิสเตอร์ 2ตัว แต่จะมีการป้อนกระแสไฟปริมาณตํ่าๆเอาไว้ล่วงหน้าอยู่ ตลอดแต่จะไม่มากเท่าคลาส A และการจัดวงจรก็ใช้แบบ Push-Pull เหมือนคลาส B จึงทำให้พาวเวอร์แอมป์ประเภทนี้มีคุณภาพเสียงที่ค่อน ข้างดี ถึงแม้จะไม่เท่าคลาส A แต่ได้เปรียบในเรื่องของกำลังขับที่มากกว่า และเกิดความร้อนน้อยกว่า และคลาส AB นี้แหละเป็นแอมป์ที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบัน และสามารถนำไปขับได้ทั้งลำโพงกลาง-แหลม หรือแม้แต่ซับวูเฟอร์ก็ได้

    4. Class D เป็นพาวเวอร์แอมป์กำลังขับสูง เน้นหนักในเรื่องพละกำลังเพียงอย่างเดียว แอมป์ชนิดนี้ถูกออกแบบมาสำหรับขับซับโดยเฉพาะ เหมาะกับพวกที่ชอบฟังเพลงหนักๆ เน้นพลังเบส กระแทกแรงๆ แบบนี้เป็นแอมป์ที่เรา นิยมมาขับซัพ กันเพราะมีวัตต์สูง แต่ก้อมีความเพี้ยนมากพอดู

    5. CLASS H คือการนำเอาข้อดีในด้านประสิทธิภาพของแอมป์คลาสดี แต่ให้คุณภาพได้ดีเหมือนแอมป์คลาสเอบี แอมป์คลาสเอซนี้มีรูปแบบวงจรที่สลับซับซ้อนพอสมควรเร ียกได้ว่าเป็น แอมป์ที่ให้วัตต์สูงในแบบคลาสดี แต่ให้เสียงเหมือนคลาสเอบีและมีราคาแพง
    CLASS H จะแสดงความสามารถได้เด่นชัด เมื่อเล่นกับโหลดต่ำๆ เช่น 2 โอห์ม หรือ 1 โอห์ม ปัจจุบันถือเป็นความก้าวหน้าที่สุดของแอมป์ประเภทกำลังขับสูง และแบบนี้ยังไม่เป็นที่นิยมเท่าไรในตอนนี้ เพราะการจัดวงจรที่ยุ่งยากซับซ้อน

    6.CLASS T
    คือคือการนำเอาข้อดีในด้านประสิทธิภาพของแอมป์คลาสดี กับ คลาส เอบี มารวมกันเพือให้ได้เสียงดี และมีวัตต์ที่สูงขึ้น การจัดวงจรจะใกล้เคียงกับ คลาส h มาก แต่จะมีการกินกระแสมากว่าครับ

    ส่วนคำถาม รอผู้รู้ท่านอื่นล่ะกัน


  3. #3
    OverclockZone Member -:•:-KeeroV-:•:-'s Avatar
    Join Date
    19 Sep 2006
    Location
    Phuket Island Work@Patong Beach

  4. #4
    OverclockZone Member
    Join Date
    2 Aug 2008

    Default

    ขอบคุณครับ

  5. #5
    OverclockZone Member papababa's Avatar
    Join Date
    1 Aug 2007

    Default

    จริงๆเดี๋ยวนี้มีเทคนิดหลายอย่างที่ทำให้แอมป์คลาส D สามารถให้ความเพี้ยนได้น้อยมากๆ ออกมาหลายแบบแล้วนะครับ
    ในพวกแอมป์ระดับแสนก็มีหลายรุ่นเช่น Bel Canto S300i หรือ NAD M2

  6. #6
    OverclockZone Member fenderfree's Avatar
    Join Date
    13 Aug 2009
    Location
    BKK

    Default

    ตอนนี้คลาส G มาแรงครับ ผมว่าจะทำซักตัว

  7. #7
    TroRuwA
    Guest

    Default

    อะไรคือ Class G พึ่งเคยได้ยิน

  8. #8
    OverclockZone Member HERO-NUT's Avatar
    Join Date
    5 Oct 2008
    Location
    SINGBURI , Chachoengsao

    Default

    Class G ของใหม่ หนักหน่วงเทียบเท่า Class D โดยลดการสูญเสียโวลต์กับทรานซิลเตอร์เอาท์พุทโวลต์

    และทำลาย วอยด์ดอกได้ดีเหมือนเดิม

  9. #9
    OverclockZone Member fenderfree's Avatar
    Join Date
    13 Aug 2009
    Location
    BKK

    Default

    วงจรขยายคลาส G ถูกออกแบบและนำเสนอเป็นครั้งแรกในปี 1976 โดยบริษัท HIACHI แห่งญี่ปุ่น และในปี 1977 ก็ถูกนำมาใช้กับเครื่องเสียงของฮิตาชิรุ่น Dynaharmony HMA 8300 และรุ่นอื่นๆอีกหลายรุ่น แต่ในยุคแรกๆยังมีปัญหาเรื่องความเพี้ยนสูงมาก ทำให้ไม่ค่อยได้รับความนิยม และมีการใช้งานในวงจำกัด ช่วงเวลาเพียง 2-3 ปีหลังจากนั้นก็ค่อยๆเงียบหายไปจากวงการ และไม่เป็นที่รู้จักของนักเล่นเครื่องเสียงรุ่นใหม่ๆ แต่ปัจจุบันด้วยเทคนิคการออกแบบวงจรและการพัฒนามากขึ้นของอุปกรณ์อิเลคโทรนิคสมัยใหม่ทำให้สามารถออกแบบวงจรให้มีค่าความเพี้ยนต่ำมากๆได้และยังมีประสิทธิภาพเหนือคลาส B ซึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นวงจรที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ดังนั้นในปัจจุบันอาจกล่าวได้ว่า "วงจรคลาสจี เป็นจงจรขยายอนาล็อกที่ดีที่สุด" แบบหนึ่งทั้งเรื่องคุณภาพและประสิทธิภาพ ในวงการต่างกล่าวเอาใว้ว่า วงจรขยายคลาสจีคือวงจรขยายใกล้เคียงกับวงจรขยายในอุดมคติมากที่สุด

  10. #10
    OverclockZone Member fenderfree's Avatar
    Join Date
    13 Aug 2009
    Location
    BKK

    Default

    Quote Originally Posted by papababa View Post
    จริงๆเดี๋ยวนี้มีเทคนิดหลายอย่างที่ทำให้แอมป์คลาส D สามารถให้ความเพี้ยนได้น้อยมากๆ ออกมาหลายแบบแล้วนะครับ
    ในพวกแอมป์ระดับแสนก็มีหลายรุ่นเช่น Bel Canto S300i หรือ NAD M2
    ถ้าจะสร้างแอมป์ คลาส D ให้เสียงดีนั้นผมว่าต้นทุนจะสูงในงบเดียวกันผมว่าเอาไปสร้างคลาสอื่นเสียงดีกว่าครับ


Bookmarks

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •