overclockzonefanpage  overclockzoneth  TV  
Page 1 of 2 12 LastLast
Results 1 to 20 of 40

Thread: คิดยังไงครับเครื่อง LHC ที่ฝรั่งเศษจะทดสอบในวันพรุ่งนี้

  1. #1
    OverclockZone Member bunyawat's Avatar
    Join Date
    31 Oct 2007
    Location
    Nonthaburi

    Default คิดยังไงครับเครื่อง LHC ที่ฝรั่งเศษจะทดสอบในวันพรุ่งนี้

    Large Hadron Collider (LHC) เป็นเครื่องเร่งความเร็วอนุภาค ของศูนย์วิจัย CERN ในสวิตเซอร์แลนด์ มีลักษณะเป็นท่อใต้ดินวนเป็นวงกลมยาว 27 กิโลเมตร เป้าหมายของ LHC คือใช้ทดลองเร่งความเร็วอนุภาคแล้วเอามาวิ่งชนกัน เพื่อตรวจสอบทฤษฎีทางฟิสิกส์อนุภาคว่าเป็นไปได้จริงหรือไม่ โดยเฉพาะ ซึ่งถ้าสร้างขึ้นมาได้จริงตามทฤษฎี วงการฟิสิกส์จะก้าวหน้าขึ้นไปอีกมาก LHC มีกำหนดเปิดใช้งาน 10 กันยายน 2008




    หลุมดำ (Black holes) ใคร ๆ ก็ต้องเคยได้ยินแต่ความเข้าใจเกี่ยวกับหลุมดำนั้น มีอยู่หลายระดับ ในภาพยนตร์เรื่อง Stratrek มีการกล่าวถึงคำว่า หลุมดำ อยู่บ่อย ๆ แต่ concept อย่างเป็นทางการ (หมายถึงทางวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับ) นิยามหลุมดำว่า “ เป็นอาณาบริเวณในกาลอวกาศ (spacetime) ที่มี สนามโน้มถ่วงสูงมาก ๆ แม้กระทั่งแสง (อนุภาคโฟตอนซึ่งเป็นสิ่งที่เดินทาง ได้เร็วที่สุดในเอกภพ เท่าที่เรารู้จักกัน) ก็ไม่สามารถเล็ดลอดออกมาได้ ทำให้อาณาบริเวณนั้นดูเหมือนเป็นสีดำ ” แน่นอนว่าเราไม่สามารถเห็นหลุมดำ ได้โดยตรง นักฟิสิกส์แบ่งหลุมดำออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้

    หลุมดำมวลยิ่งยวด (Supermassive black holes)

    เชื่อกันว่าหลุมดำมวลยิ่งยวดอยู่ใจกลางของควอซ่าร์ (Quasars) ซึ่งเป็นใจกลางของgalaxy ที่มีการระเบิดเกิดขึ้น และมันดูดดาวจำนวนนับพันล้านดวง รวมถึงก๊าซและฝุ่น ในอวกาศ หรือแม้กระทั่งดาวเคราะห์เข้าไป ด้วยเหตุนี้จึงเรียกว่าหลุมดำมวลยิ่งยวด ในปี 1994 กล้องโทรทรรศน์อวกาศ Hubble ได้ถ่ายภาพที่ถือว่าเป็นหลักฐานแห่งการค้นพบหลุมดำมวลยิ่งยวด ณ ใจกลางของ galaxy M87

    (อ่านเพิ่มเติมเรื่องหลุมดำมวลยิ่งยวดได้จากบทความในฟิสิกส์สารฉบับแรกที่ http://physics.science.cmu.ac.th/ps/ps1/ps1a4.htm )


    หลุมดำที่เกิดจากดาวที่ตายแล้ว (Stellar black holes)

    หลุมดำประเภทนี้เกิดจากดาวยักษ์แดง (Red giant stars) ที่มีมวลมากกว่า 3 เท่าของ มวลของดวงอาทิตย์ตามวิวัฒนาการของดวงดาว (Stellar evolution) ส่วนดาวที่มีมวล น้อยกว่านี้ก็จะวิวัฒนาการไปสู่ ดาวแคระขาว (white dwarfs) หรือ ดาวนิวตรอน (neutron stars) หลุมดำประเภทนี้เกิดจากการที่ดาวฤกษ์เผาผลาญพลังงานทุกอย่าง จนหมดสิ้นทำให้เกิดการยุบตัวเป็น singularity ( หมายถึงบริเวณที่เป็นอนันต์และ กฎเกณฑ์ทางฟิสิกส์ต่าง ๆไม่สามารถใช้ทำนายอะไรได้ถูกต้อง) ซึ่งถือว่าเป็นจุดตรงกลางของหลุมดำ ในทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษของไอสไตน์ singularity จะเกิดขึ้นได้เมื่อดวงดาวได้ยุบตัวจนถึง รัศมีชว๊าซชิลด์ (Schwarzschild radius) หรือ เรียกว่า ขอบเขตแห่งเหตุการณ์ (Event horizon) ซึ่งเป็นขอบเขตที่ไม่มีอะไรสามารถ หลุดพ้นออกมาได้ (ยกเว้นแต่ว่าใครจะทำความเร็วได้มากกว่าความเร็วแสง แต่ความเป็นไปได้ก็ถูกจำกัดโดยทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษของไอสไตน์ที่กล่าวว่า ไม่มีสิ่งใดที่สามารถเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าความเร็วแสง คุณจะมีมวลเป็นอนันต์ถ้าคุณเดินทาง ด้วยความเร็วเท่าแสง) หลุมดำประเภทนี้เชื่อกันว่าอยู่ที่กระจุกดาว Cygnus X-1

    หลุมดำจิ๋ว (Mini black holes)

    เชื่อกันว่าหลุมดำพวกนี้ (ขนาดราว 10-15 เมตร) เกิดขึ้นระหว่างการระเบิดครั้งยิ่งใหญ่ (The Big Bang) Stephen Hawking เป็นผู้นำในการเสนอทฤษฎีเกียวกับหลุมดำจิ๋ว ราวต้นทศวรรษ 70 อีกชื่อหนึ่งของหลุมดำจิ๋วคือ หลุมดำแรกเริ่ม (Primordial black holes) ในทฤษฎีนี้ โปรตอนและปฏิโปรตอนอาจเกิดขึ้นได้ รอบ ๆ หลุมดำจิ๋ว ตามหลัก ของการสร้างและการทำลายล้างอนุภาค (Pair production and annihilation) โดยที่ถ้าตัวตัวหนึ่งตกลงไปในหลุมดำอีกตัวก็จะออกมา จากปรากฎการณ์นี้ทำให้เรารู้ว่า หลุมดำระเหยสาบสูญไป (Evaporate) และหลุมดำก็แผ่รังสีออกมา Stephen Hawking ได้สร้างทฤษฎีเกี่ยวกับการแผ่รังสีของหลุมดำที่รู้จักกันในนาม Hawking Radiation



    โดยยึดหลักความไม่แน่นอนของไฮน์เซนเบอร์ก การที่หลุมดำแผ่รังสีทำให้มันมี อายุขัยที่จำกัด (หรือกล่าวว่าหลุมดำก็ตายได้) การสร้างอนุภาคในสูญญากาศต้องใช้ พลังงาน DE = 2mc2 ทำให้อายุขัยของหลุมดำ Dt ~ hbar /2mc2 นอกจากนี้ Hawking ได้พบด้วยว่าการแผ่รังสีของหลุมดำนั้นเป็นแบบ สเปกตรัมเชิงความร้อน (Thermal spectrum) โดยที่ T µ 1/M ( M คือมวลของหลุมดำ T คือ อุณหภูมิของ หลุมดำ ) และอายุขัย (τ) ของหลุมดำมีความสัมพันธ์ τ µ M3 นั่นคือว่าหลุมดำจิ๋วที่มีมวล 1015 กรัม ซึ่งมีอายุขัยน้อยกว่าเอกภพได้ระเหยสาบสูญไปแล้ว สำหรับหลุมดำ ชนิดอื่นเราสามารถละทิ้งความสำคัญของการระเหยสาบสูญได้ (การระเหยสาบสูญ คือการที่ขนาดของหลุมดำลดลงจนถึงระดับขั้นของแพล๊งค์ (Planck ‘s scale) ซึ่งมีขนาดประมาณ 10-35 เมตร ซึ่งเป็นขนาดที่มนุษย์ไม่มีทางสัมผัสได้ และเป็นขั้นที่ ศึกษากันในวิชาแรงโน้มถ่วงควอนตัม หรือ Quantum gravity)



    จากที่กล่าวมาข้างต้นเป็นหลุมดำทั้ง 3 ชนิดที่นักฟิสิกส์เป็นผู้แบ่งกลุ่ม แต่ชนิดไหนละที่ มนุษย์จะสร้างขึ้น ถ้าให้เดากันผู้อ่านก็คงจะเลือกหลุมดำจิ๋ว ซึ่งก็ถูกต้องแล้ว เพราะถ้า เราสร้างหลุมดำชนิดที่ 1 และ 2 ได้จริง ๆ ก็ไม่มีอะไรเหลืออยู่ เพราะเราและ ทุกอย่าง บนโลกจะถูกดูดหายไป และเราก็คงไม่ได้เรียนรู้อะไรอีก หลุมดำจิ๋วที่นักฟิสิกส์จะสร้างขึ้นมาอยู่ที่ CERN (ห้องทดลองทางฟิสิกส์อนุภาคที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์)โดยเครื่องมือที่จะสร้างมีชื่อว่า LHC (Large Hadron Collider) ซึ่งเป็นที่ที่นักฟิสิกส์ จะจับ เอา Hadron มาชนกันที่พลังงานสูงยิ่งยวด Hadron คืออนุภาคที่มีอันตรกิริยา อย่างแรง นั่นคือ Meson (ประกอบด้วยควาก และปฏิควาก (quark - antiquark) ) และ Baryon (ประกอบด้วย ควาก 3 ตัว เช่น โปรตอน นิวตรอน เป็นต้น) LHC ได้รับการ คาดหมายว่าจะสร้างเสร็จและเดินเครื่องได้ 10 กันยายน 2008 นักฟิสิกส์เชื่อว่า มันจะสร้างหลุมดำจิ๋วทุก ๆ วินาที และเมื่อ LHC สร้างเสร็จจะเป็น เครื่องเร่งอนุภาค ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยสร้างมา การที่อนุภาควิ่งมาชนกันที่ LHC นั้น จะเกิดพลังงาน ในระดับเดียวที่เกิดขึ้น 1 ในล้านล้านของวินาทีหลังจากการระเบิดครั้งยิ่งใหญ่ ซึ่งอุณภูมิของเอกภพ ตอนนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 1 หมื่นล้านล้านองศาเซลเซียส (1016 ) ที่พลังงานสูงมาก ๆ ระดับนี้ เราคาดหวังว่าสสารจะเปิดเผยความลับอันลึกซึ้งออกมา เช่น มวลสารนั้น มาจากไหนกัน นักฟิสิกส์คาดว่าจะเกิดหลุมดำจิ๋วขึ้นเป็นจำนวนมาก ในการชนที่พลังงานระดับนั้นแต่ขนาดของ หลุมดำจิ๋วจะไม่ใหญ่ไปกว่า 1 ในล้าน ของขนาดของนิวเคลียสของอะตอมและจะมีช่วงอายุขัยเพียงเศษเสี้ยวของวินาที ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลว่านักฟิสิกส์ที่ทดลองจะถูกดูดเข้าไปในหลุมดำจิ๋ว เรารู้ได้อย่างไรว่าได้เกิดหลุมดำจิ๋วขึ้นจริง ๆ เรารู้เพราะว่านักฟิสิกส์มีเครื่องมือวัด



    ถ้าเกิดหลุมดำจิ๋วขึ้นจริงที่ LHC ตามทฤษฎีการแผ่รังสีของ Hawking ซึ่งบอกเราว่า หลุมดำจะแผ่รังสีออกมา ซึ่งจะทำให้นักฟิสิกส์สามารถวัดการแผ่รังสีในรูปแบบของสัญญาณได้ พูดอีกแง่หนึ่งคือ การทดลองสร้างหลุมดำจิ๋วเป็นการทดสอบทฤษฎีของ Hawking ว่าถูกต้องหรือไม่ ที่น่าสนใจเช่นกันคือ การทดลองครั้งนี้จะทำให้นักฟิสิกส์เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ เกี่ยวกับมิติในเอกภพนี้ นักฟิสิกส์ได้เรียนรู้ว่าในช่วงเริ่มแรกของ เอกภพ มีมิติมากกว่า 3+1 มิติที่เรามีอยู่ทุกวันนี้ (+1 หมายถึงรวมเวลาเข้าไปด้วย)



    นั่นคือมีมิติเสริม (Extra dimensions) อยู่ที่มนุษย์ไม่สามารถสัมผัสได้ด้วยประสาท สัมผัสทั้ง 5 เชื่อกันว่ามิติเสริมนี้จะเกิดขึ้นในกระบวนการที่มีพลังงานสูงมาก ๆ เช่น การเกิดหลุมดำจิ๋ว จำนวนของมิติเสริมจะขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของหลุมดำจิ๋วและ ความเข้มของการแผ่รังสี Hawking องค์ความรู้เกี่ยวกับมิติเสริมจะเป็นกุญแจที่สำคัญ ไปสู่ความเข้าใจที่ดีขึ้นในวิชาความโน้มถ่วงควอนตัม เพราะนักฟิสิกส์เชื่อกันว่า แรงโน้มถ่วงนั้นมีความแรงเท่ากับแรงอื่น ๆ ทั้ง 3 ชนิด (แรงไฟฟ้าแม่เหล็ก แรงนิวเคลียร์อย่างแรง และ แรงนิวเคลียร์อย่างอ่อน) เพียงแต่ซ่อนเร้นอยู่ในมิติเสริม



    ความฝันของนักฟิสิกส์คือการนำแรงทั้ง 4 มารวมกันโดยการสร้างทฤษฎีเพียงหนึ่งเดียว ที่ใช้อธิบายปรากฎการณ์ต่าง ๆ ได้ แต่ก็ไม่เคยมีใครสามารถยืนยันได้ว่าความฝันอันนี้จะเป็นจริง การสร้าง LHC ขึ้นมาเป็นหนึ่งในความพยายามของนักฟิสิกส์ที่จะทำความฝัน นั้นให้เป็นจริงได้ จากที่กล่าวมาทั้งหมดสามารถสรุปได้ดังนี้



    1. การสร้าง LHC เพื่อเป็นห้องทดลองสร้างหลุมดำจิ๋วเป็นความหวังที่จะทดสอบ ทฤษฎีการแผ่รังสีของ Hawking เพื่อที่จะนำ ความรู้อันนั้นไปขยายความเข้าใจ เกี่ยวกับมิติเสริม ซึ่งเป็นกุญแจไปสู่วิชาความโน้มถ่วงควอนตัม เป็นไปได้ว่าถ้าเรามีความรู้ ความเข้าใจที่ลึกซึ้งในวิชานี้ ก็อาจทำให้ทฤษฎีการรวมแรงทั้ง 4 เป็นไปได้




    2. ไม่เป็นที่แน่นอนและไม่มีสามารถยืนยันได้ 100 % ว่าหลุมดำจิ๋วจะเกิดขึ้นได้จากฝีมือของมนุษย์จริง ๆ ภายในปี 2008 การสร้าง LHC นั้นต้องใช้เงินทุนมหาศาล ดังนั้นจะเห็น ได้ว่า ความรู้ความอยากเห็นของมนุษย์ต้องแลกมาด้วยการท่มเทอย่างมากและเป็นไปไม่ได้ ที่ทุกประเทศในโลกจะทำสิ่งนี้ได้สำเร็จ เพื่อให้ผู้อ่านเห็นจำนวนเงินที่ต้องลงทุน เพื่อสร้างหลุมดำจิ๋วที่มีขนาดเล็ก (10-15 เมตร) ในเวลาเศษเสี้ยวของวินาที ในปี 2001 CERN ได้วางจำนวนเงินไว้ประมาณ 3,400 ล้านฟรังค์สวิส คิดเป็นเงินไทยก็ 86,000 ล้านบาทไม่มากไม่น้อยไปกว่านี้ สำหรับประเทศไทยคงไม่จำเป็นต้องริเริ่มโครงการ เช่นนี้ เพียงแค่ส่งบุคลากรไปเรียนรู้และทำความเข้าใจปรากฎการณ์เหล่านี้ก็คงจะเพียง พอแล้ว

    สรุปคือเครื่องเร่งอนุภาค เพื่อจะทำให้ตัว LHC ทำความเร็วไปแตะระดับความเร็วแสง เพื่อทำให้เกิดปรากฎการใหม่ที่มนุษยชาติไม่เคยมีไครทำและทำได้ ถ้าทำได้สำเร็จจริงจะเป็นผลแห่งความรู้ใหม่อันมหาศาลทางวิทยาศาสตร์ของ มนุษย์โลก เอาแบบง่ายๆ ถ้าทำสำเร็จจะเป็นพื้นฐานของการทำเครื่อง Time Machine แต่ถ้าสำเร็จจริงผลเสียที่ตามมา ที่มีกลุ่มคนต่อต้านกันอยู่คือ มันเป็นเทคโนโลยีที่ใหม่มาก การประเมินผลเสียที่เกิดขึ้นเป็นแค่การสมมุติฐานและคำนวนตามทฤษฎีเท่านั้น จึงเป็นไปได้ทั้งสองทางคือ อาจจะเป็นผลที่ดีมาก หรือผลเสียมากต่อมนุษยชาติก็ได้ ดีก็ดีไปแต่ข้อเสียก็คือ การทำให้อะไรสักอย่างบนโลกใบนี้เร็วในระดับไปแตะก้นความเร็วแสงได้จริงมัน อาจทำให้เกิดหลุมดำขนาดหนึ่งขึ้นมาได้ และอาจจะดูดกลืนทุกสิ่งบนโลกใบนี้ให้หายไปเลยก็ได้ครับ ทั้งผลร้ายและผลดีนั้น คำนวนตามทฤษฎีของนักวิทยาศาสตร์ทั้งนั้นครับ ซึ่งไม่เคยมีใครมีประสบการณ์ในการทดลองจริงได้สำเร็จ



    ขอบคุณข้อมูลจาก FW และเว็บไซด์พันทิปดอทคอม

    ======================
    กลัวจริงๆ ถ้ามันเกิดหลุมดำขึ้นมา
    Last edited by bunyawat; 9 Sep 2008 at 21:17:56.

  2. #2
    Moderator mercadix's Avatar
    Join Date
    25 Mar 2007
    Location
    กรุงเทพมหานคร

    Default

    มันจะเกิด Worm Hole ด้วยหรือป่าวครับ อยากไปกลุ่มดาว Orion จัง



  3. #3
    OverclockZone Member comer's Avatar
    Join Date
    22 Oct 2006

    Default

    ก็ถ้ามันล้มเหลวแล้วเกิดหลุมดำชาวโลกนี่งานเข้าเลย แต่ถ้ามันได้ผลเราอาจจะรู้ประวัติศาสตร์ก่อนโลกไดโนเสาร์ก็ได้

  4. #4
    OverclockZone Member GOLDGEAR74's Avatar
    Join Date
    28 Mar 2008
    Location
    พระราม1

    Default

    น่าจะไปทดลองนอกโลกนะ

  5. #5
    OverclockZone Member bunyawat's Avatar
    Join Date
    31 Oct 2007
    Location
    Nonthaburi

    Default

    คิดว่าทดสอบนอกโลกผลกระทบอยู่ที่เราอยู่ดี

    เพราะว่าจะเสียสมดุลของระบบสุริยะนะ


    เพราะดวงเเต่ละดวงจะมีเเรงดึงดูดเป็นของตัวเองเมื่อดวงใดหายไปจะไม่มีเเรงโน้มถวงเเก่กันจะทำให้เรา ไกลหรือใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้น

  6. #6
    OverclockZone Member ooXYZoo's Avatar
    Join Date
    26 Oct 2007

    Default

    อยากให้เกิดหลุมดำจัง ทุกสิ่งทุกอย่างคงดี

  7. #7
    OverclockZone Member 13evils's Avatar
    Join Date
    16 Sep 2006
    Location
    In the darkside of your mind

    Default

    ซักพัก ก็จะทำการ Fold ไปยัง Mars

    Deculture !!!

  8. #8
    OverclockZone Member back_boy_zaa's Avatar
    Join Date
    7 Feb 2008

    Default

    มันน่าจะยากที่จะสำเร็จนะครับ

  9. #9
    OverclockZone Member nununu's Avatar
    Join Date
    9 Jan 2008
    Location
    ?uoz??o?????o

    Default

    ดวงผมยังมีชีวิตอีกเป็นหมื่นๆปี ไม่ตายหรอก อิอิ

  10. #10
    OverclockZone Member evilbenx's Avatar
    Join Date
    4 Aug 2007
    Location
    MRT บางซื่อ

    Default

    ไม่เกิดหลุดดำหรอกครับ เพราถ้าเกิดมันก็จะไม่เสถียร แล้วก็หายไป อดใจรอไม่ไหวแล้ว.............

    จะค้นพบอะไรใหม่ๆ สูตรคำนวณต่างๆอาจต้องเปลี่ยนไป

  11. #11
    OverclockZone Member Toffeecheese's Avatar
    Join Date
    11 Sep 2007
    Location
    C:\Earth\Asia\Thailand\Chiangmai

    Default

    ดีแล้วครับ อยากเจออะไรใหม่ๆ

    สมมติพรุ่งนี้เจอสิ่งที่มันเล็กกว่า อะตอม หรือ ควาร์ก

    อาจนำไปสู่ทฤษฎีสรรพสิ่ง

  12. #12
    OverclockZone Member janmukdamaster's Avatar
    Join Date
    6 Dec 2007
    Location
    สมาคมใหหนำด่านเกเต้

    Default

    ทดลองอะไรที่มันแผลงๆนะ หลุมดำนะครับไม่ใช่หลุมฝังขี้หมา

    ถ้าเกิดมันเกิดอะไรบ้าๆขึ้นมาเนี้ย -*- ทำไงละพี่น้อง

  13. #13
    OverclockZone Member leqslbonn's Avatar
    Join Date
    20 May 2008
    Location
    Fox River, Panama

    Default

    ผมว่ามันก็คือ ยาลดน้ำหนักคู่แข่งกับ LCH นะครับ

  14. #14
    OverclockZone Member leqslbonn's Avatar
    Join Date
    20 May 2008
    Location
    Fox River, Panama

    Talking

    Quote Originally Posted by ooXYZoo View Post
    อยากให้เกิดหลุมดำจัง ทุกสิ่งทุกอย่างคงดี
    ก็ดีนะมนุษย์จะได้หมดเวรหมดกำกันซะที่ แล้วเราเกิดมาทำไม แล้วโลกมีไว้ทำไม จักวาลมีไว้ทำไม
    - -* เคยคิดม่ะ

  15. #15
    OverclockZone Member kk's Avatar
    Join Date
    20 Aug 2007
    Location
    บางมด จอมทอง พุทธบูชา

    Default

    **สร้างมาทั้งที ถ้าไม่ทำ ก็คงไม่รู้

    หลุมดำ = ดาวเริกที่ได้หมดอายุลงแล้ว แล้วเกิดการดูดพลังงานกลับเข้าไป เนื่องจากตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมา ได้มีการเผาผลาญพลังงานไป และหลุมดำที่เกิดจากดาวเริกนั้น มีขนาดใหญ่มาก เนื่องจากส่วนมาก จะเกิดจากดาวเริกขนาดใหญ่ (ที่ใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ประมาณ 10 เท่า)
    ผมเห็นว่าการทดลองเรื่องยิงโปรตอนให้เกิดความเร็วสูงพอๆกับแสงแล้วให้มาชนกันนั้น ก็อาจจะเกิดหลุมดำขึ้นได้ แต่มีขนาดเล็กมาก เพราะการที่หลุมดำจะมีขนาดใหญ่ได้นั้น ต้องมีการดูมวลของสิงต่างๆเข้าไปจำนวนมากๆก่อน เพราะฉะนั้น ไม่มีทางที่โลกจะพังครับ ผวากันไปเอง

  16. #16
    OverclockZone Member kk's Avatar
    Join Date
    20 Aug 2007
    Location
    บางมด จอมทอง พุทธบูชา

    Default

    มนุษย์เกิดมาเพื่อ เรียนรู้และสร้างสรรค์สิงใหม่ๆ ถ้าไม่พัฒนาในหลายๆด้าน ก็ "โง่"

  17. #17
    OverclockZone Member tack77's Avatar
    Join Date
    15 Feb 2008
    Location
    โคกอีโด่ย

    Default

    ฝรั่งเศส รึสวิตครับ

  18. #18
    OverclockZone Member linglom's Avatar
    Join Date
    16 Mar 2008

    Default

    เดี๋ยวเดือดร้อน Spiderman อีก

  19. #19
    OverclockZone Member kk's Avatar
    Join Date
    20 Aug 2007
    Location
    บางมด จอมทอง พุทธบูชา

    Default

    Quote Originally Posted by tack77 View Post
    ฝรั่งเศส รึสวิตครับ
    ทำครอบคลุมหลายประเทศ แต่ ศูนย์วิจัยอยู่ที่สวิส

  20. #20
    OverclockZone Member milfeulle1GA's Avatar
    Join Date
    27 Jul 2008
    Location
    BKK

    Default

    เพื่อให้เข้าบรรยากาศ แนะนำให้หยิบ "เทวากับซาตาน" หนังสือของ แดน บราวน์ (คนเขียนเดอะ ดาวินชี่โค้ด) มาอ่านครับ

    เพราะเครื่อง LHC ในหนังสือ ก็คือเจ้าเครื่องที่กำลังพูดถึงกันอยู่นี่แหละ

    และนอกจากหลุมดำแล้ว อาจจะมีอีกหลายคำถามตามมาเกี่ยวกับเจ้าเครื่อง LHC
    "การคงอยู่ของ ปฎิสสาร"
    "ปฎิสสารและอันตรายของมัน!"
    "บิ๊กแบง อนุภาคแห่งพระเจ้ามีจริงหรือไม่?"
    "พระเจ้าสร้างโลกหรือวิทยาศาสตร์ทำ!"

    ป.ล. ผมว่าโอกาสเกิดข้อผิดพลาดไม่ได้มีสูงเหมือนที่เราดูในหนังหรอกครับ ใช่ว่าจะมีผู้ร้ายบุกไปที่เซิร์นพรุ่งนี้ หรือว่า ดร. คนนึง ลืมไขควงไว้ เป็นอุบัติเหตุโง่ๆ แบบหนังฮอลิวู้ด .. อิอิ

Page 1 of 2 12 LastLast

Bookmarks

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •