ขออนุญาตฝากบทความ .. "มิเตอร์ไฟฟ้าไร้สาย ติดตั้งง่าย ดูย้อนหลังได้ " อ่านรายละเอียดได้เลยนะครับที่ http://goo.gl/5tTKSl บทความเกิดจากการใช้งานจริง เนื่องจากที่พักไม่สะดวกในการดูมิเตอร์ไฟฟ้า และต้องการดูข้อมูลย้อนหลังการใช้งานในแต่ละเดือน หากเห็นว่าไม่เหมาะสมสามารถแจ้งกลับมา หรือทำการลบได้เลยนะครับ ขอบคุณสำหรับพื้นที่ครับ

#ติดตั้งด้วยตัวเองง่ายๆ มิเตอร์ไฟแบบไร้สาย Wireless Electricity Monitor Analyzer

สำหรับผู้ที่อยู่หอพัก หรือคอนโด หลายๆแห่ง มักจะไม่ติดมิเตอร์ไฟฟ้าไว้ให้ หรือหากติดก็อาจจะติดแบบรวมศูนย์ ทำให้ไม่สะดวก ในการดูหน่วยการใช้ไฟ ตามที่ต้องการ

หลายๆที่ และหลายๆคน ก็ไม่สะดวก หรือมีเครื่องมือ ที่จะติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้าไว้ดูภายในห้องของตัวเอง ผมเลยลองหาๆดูอุปกรณ์ที่จะใช้งานได้ง่าย ติดตั้งได้ง่าย ไม่ยุ่งยากมาก จนมาเจออุปกรณ์ มิเตอร์ไฟแบบไร้สาย Wireless Electricity Monitor Analyzer ซึ่งคิดว่าน่าจะตอบโจทย์การใช้งาน และไม่ยุ่งยาก

โดยมีจุดเด่นหลักๆ ของ มิเตอร์ไฟแบบไร้สาย Wireless Electricity Monitor Analyzer ดังนี้ ..

1. ติดตั้งง่าย
2. ดูผลการใช้ไฟย้อนหลังในแต่ละวันได้ ( ตาม Spec บอกว่า เก็บข้อมูลย้อนหลังไว้ 2 ปี )
3. เป็นระบบไร้สาย เพื่อความสะดวกในการใช้งาน
4. ไม่มีการตัด ต่อ สายไฟ Main ในการติดตั้งใช้งาน

มาดูหน้าตา มิเตอร์ไฟแบบไร้สาย กันก่อน ไม่มีอะไรมาก ประกอบด้วย ตัวส่ง และตัวรับ อย่างละตัว



มิเตอร์ไฟแบบไร้สาย ดูแบบ ชัดๆ ครับ





การตั้งค่าใช้งาน มิเตอร์ไฟแบบไร้สาย ไม่ยุ่งยากเท่าไหร่ครับ สามารถตั้งค่าจากปุ่มกดด้านบนเครื่องของตัวบันทึกข้อมูล ตามคู่มือได้เลยครับ โดยทั้งตัวรับ และ ตัวส่งข้อมูล ใช้ถ่าน AA จำนวน 3 ก้อน ต่อตัว ในการทำงาน แต่ตัวรับข้อมูล สามารถ ใช้ไฟเลี้ยงจาก Charger USB หรือ Adapter ได้ด้วย เพื่อความสะดวกในการใช้งาน








ตั้งค่า วัน เดือน ปี และเวลา ให้เป็น ปัจจุบัน .. จากนั้น จึงนำตัวส่งข้อมูล ไปติดตั้งที่ Breaker ไฟหลัก ที่ต้องการ




การต่อตัวส่งข้อมูลก็ไม่ยาก แต่ควรต่อโดยผู้ที่มีความรู้เรื่องไฟฟ้านะครับ เพราะค่อนข้างอันตราย ไม่แนะนำให้ทำเองเพียงลำพังนะครับ ปลอดภัยไว้ก่อน แต่สำหรับช่างไฟฟ้า หรือ คนที่พอมีความรู้ และเครื่องมือ สามารถทำได้โดยง่ายครับ แค่นำตัว Clamp Sensor ที่ให้มา ไปคล้องกับสายไฟ main ของระบบ และเสียบเข้าที่ตัวเครื่องส่งเท่านั้นครับ

ภาพแทน Clamp Sensor ของ Wireless Electricity Monitor Analyzer จาก internet





ต่อเข้ากับสาย main หลัก ของระบบไฟ .. เลือก Clamp ในช่วงที่ง่ายที่สุดของสาย ตรงช่วงใหนของสายไฟก็ได้ครับ





หลังจากต่อตัวส่งสัญญาณเรียบร้อยแล้ว ก็มาดูข้อมูลที่ตัวรับครับ .. โดยตัวรับข้อมูล สามารถ แสดงข้อมูลได้ 3 Mode หลักๆ

1. Energy แสดงหน่วยไฟที่ใช้ไป ทั้งหน่วยปัจจุบันที่ใช้งานอยู่ และหน่วยสะสม ในแต่ละชั่วโมง
2. Cost แสดงค่าไฟออกมาเป็นจำนวนเงินเบื้องต้น โดย สามารถแสดงผลได้ 4 สกุล ( ? , $ , ? , ?)
3. CO2 ค่าการเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ *** อันนี้บ้านเราไม่ได้ใช้งาน







จากการใช้งานจริง .. จะเห็นว่าในส่วนของ Cost จะไม่มีหน่วยเงินบาท ของบ้านเรา .. ผมเลยใช้ $ แทน ..
โดยถือว่า 1$ = 1 บาท ไปเลย จะได้ตั้งค่าตัวคูณค่าไฟได้ง่ายๆ ในที่นี้ ผมตั้งให้ไฟ 1 หน่วย ค่าไฟ ประมาณ 4 บาท เป็นตัวคูณ




*** ค่าที่ตั้ง เป็นค่าโดยประมาณ เพื่อเอามาเป็นตัวคูณหน่วยไฟเท่านั้น ซึ่งค่าไฟที่ระบบคำนวณได้ จะยังไม่ตรงกับค่าใช้งานจริง ที่คำนวณโดยมีอัตราก้าวหน้า และ FT + VAT อีก แต่ก็ค่อนข้างใกล้เคียงครับ

หลังจากเปิดทดลองใช้มาประมาณ 6 ชั่วโมง ตั้งแต่ 19:00 น. และทดลองดูข้อมูลย้อนหลัง ในแต่ละชั่วโมง



สรุปการใช้งาน Wireless Electricity Monitor Analyzer

จาก Function และ ความต้องการใช้งาน และการติดตั้งที่ไม่ค่อยยุ่งยาก ถือว่าค่อนข้างตอบโจทย์การใช้งานตามที่ต้องการได้ครับ แต่ก็มีข้อจำกัดเล็กๆ ที่ผู้จัดจำหน่ายไม่ได้บอกโดยละเอียด

ระบบ สามารถเก็บข้อมูลได้สูงสุด 2 ปี จริง แต่เป็นระบบการดูย้อนหลังในแบบ เดือน เท่านั้น ครับ คือ ดูย้อนหลังได้ 24 เดือน แต่ถ้าจะดูย้อนหลัง ตาม ชั่วโมง วันที่ สัปดาห์ จะสามารถดูย้อนหลังได้ แค่ 7 ช่วงของมันเท่านั้นคือ

ถ้าจะดูย้อนหลัง รายชั่วโมง จะดูได้ 7 ชั่วโมง ล่าสุด
ถ้าจะดูย้อนหลัง รายวัน จะดูได้ 7 วัน ล่าสุด
ถ้าจะดูย้อนหลัง รายสัปดาห์ จะดูได้ 7 สัปดาห์ ล่าสุด
ถ้าจะดูย้อนหลัง รายเดือน จะดูได้ 24 เดือน ล่าสุด

ในส่วนนี้ถ้าไม่ได้ใช้งานจริง อาจจะเข้าใจผิดว่าดูย้อนได้เป้นรายชั่วโมงตลอดทั้ง 24 เดือน .. ^_^;

และในส่วนของ battery ในการใช้งาน ถ้าหมด ระบบยังเก็บข้อมูลไว้อยู่ เนื่องจาก น่าจะมี battery backup อยู่ในระบบด้วย ไม่แน่ใจว่าเก้บข้อมูลไว้ได้นานเท่าไหร่ ยังไงถ้าแบตหมดก้ควรรีบหามาเปลี่ยน หรือ จะเปลี่ยนไปต่อเป็น Adapter ใช้งาน เพื่อความสะดวกก็ได้ครับ

ก็หวังว่าจะเป็นบทความที่มีประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจนะครับ หากเห็นว่าเป็นบทความที่มีประโยชน์ ช่วยกันกด Like กดแชร์ด้วยนะครับ