overclockzonefanpage  overclockzoneth  TV  
Results 1 to 8 of 8

Thread: [อ่านเจอมา]ฝ้า-รา ปัญหาหนักอกของนักถ่ายภาพ

  1. #1
    OverclockZone Member xxxxxz's Avatar
    Join Date
    3 Nov 2006
    Location
    ประชาสงเคราะห์16

    Default [อ่านเจอมา]ฝ้า-รา ปัญหาหนักอกของนักถ่ายภาพ

    อ่านแล้วได้ความรู้ดีครับ เลยเอามาฝาก

    ฝ้าเป็นอย่างไร... ฝ้าที่ผิวเลนส์นะไม่ใช่ฝ้าที่หน้าช่างภาพ ฝ้ามีลักษณะเป็นฟิล์มขาวๆ บนผิวเลนส์เมื่อเราลองส่องเลนซ์ดูจะเห็นว่าชิ้นแก้วของเลนส์ไม่ใสปิ๊งเท่าที่ควรคือจะมีฝ้าขาวๆ เคลือบอยู่ถ้าฝ้าเกิดที่ผิวนอกของเลนส์ก็ไม่มีปัญหามากเท่าไรใช้น้ำยาเช็ดเลนส์เช็ดทำความสะอาดก็ออกหมดแล้ว แต่ถ้าเกิดกับผิวด้านในเราไม่สามารถเช็ดได้ ทำให้เลนส์เสียคุณสมบัติทางการถ่ายภาพไป

    ฝ้าเกิดขึ้นได้อย่างไร มีหลายสาเหตุล้วนเกิดจากกรรมวิธีการผลิตเกี่ยวกับสารเคลือบชิ้นเลนส ์จะพบฝ้าเกิดกับเลนส์บางยี่ห้อมากเป็นพิเศษ ส่วนที่เกิดจากการใช้งานค่อนข้างน้อยและยังเกิดได้จากการที่เก็บไว้ในกระเป๋าเป็นเวลานานโดยไม่ได้ใช้งานอีกด้วย เมื่อไม่ได้ถ่ายภาพเป็นเวลานานก็ควรจะเอาออกมาส่องมองฟ้าดูนกดูเมฆให้เลนซ์มีแสงแดดส่องผ่านบ้างให้เลนส์ได้ทำงาน

    เป็นฝ้าแล้วจะทำอย่างไร ขายทิ้งไปเลยดีกว่าแล้วเปลี่ยนยี่ห้อใหม่ไปเลยหรือไม่ก็ต้องทนใช้ไป หรือส่งล้างตามร้านล้างเลนส์ คุณภาพที่ได้จะลดลงแน่นอนเพราะสารเคลือบผิวเลนส์ถูกทำลายขณะล้างหรือต้มชิ้นเลนส์ นี่ยังไม่รวมปัญหาที่ช่างประกอบคืนสภาพไม่ดี

    สรุปแล้วจะทำอย่างไร ก่อนซื้อกล้องลองหาข้อมูลดูก่อนว่าเลนส์ยี่ห้อเดียวกับกล้องมีปัญหาเรื่องฝ้ามากน้อยเพียงไร มีน่า..ยี่ห้อดีลองหาข้อมูลดู เมื่อซื้อเลนส์มาแล้วก็ต้องเก็บไว้ในที่ๆ มีความชื่นน้อยๆ หรือใส่สารดูดความชื้นไว้ในถุงเก็บเลนส์ ถ้าเกิดฝ้าเพียงเล็กน้อยก็รีบหาทางขายทิ้งไปซะก่อนที่จะมีอาการหนักจนให้ใครก็ไม่มีใครเอา ปัญหาเรื่องฝ้าจะพบได้ไม่บ่อยนัก ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยและสร้างความปวดหัวให้เจ้าของคือ รา

    ราเป็นอย่างไร.... รามีลักษณะเป็นเส้นสีขาวแตกแขนงเหมือนรากไม้หรือประการังพัด ตอนเริ่มเกิดราจะเป็นจุดเล็กๆ ตรงกลางของจุดจะมีสีทึบ ส่วนรอบๆ จะมีสีขาวจางๆ ยังมองไม่เห็นแตกแขนงเมื่อปล่อยไว้นานๆ จะเริ่มเกิดแขนงลุกลามไปทั่วผิวเลนส์โดยมีจุดกำเหนิดเป็นจุดศูนย์กลาง เส้นแขนงจะแผ่ออกรอบจุด ถ้ายังปล่อยทิ้งไว้ต่อไปแขนงดังกล่าวก็จะแผ่ไปจนเต็มหน้าเลนส์ ถ้ายังคงทิ้งไว้ต่อไปก็จะเห็นเหมือนรอยแตกลายงาของชามสังคโลก ถ้าเก็บไว้ต่อไป...ไม่ต้องเก็บแล้วโยนทิ้งไปเลยดีกว่าขืนเก็บไว้เห็นทีไรอดช้ำใจไม่ได้ แต่ถ้าเสียดายไม่ทิ้งก็เก็บไว้ลองถอดออกมาดูเล่นว่าภายในมันเป็นอย่างไร

    ราเกิดขึ้นได้อย่างไร... เลนส์ซูม, เลนส์ไวด์, เลนส์ตาปลา ล้วนเรียกว่าเลนส์ทั้งนั้น เลนส์ประกอบด้วยชิ้นกระจกผิวโค้งหลายชิ้นประกอบอยู่ในกระบอกเลนส์ ก็น่าแปลกใจว่าชิ้นแก้วหรือกระจกทำไมชอบเกิดรา หรือว่าราชอบกินกระจกแต่ทำไมกระจกหน้าต่างบ้านและแก้วน้ำที่เก็บไว้นานๆ ถึงไม่เกิดรา ราไม่ได้ชอบกินแก้วหรือกระจกแต่ราชอบกินสารที่เคลือบชิ้นแก้วที่เป็นส่วนประกอบของเลนส์ ให้ลองสังเกตกระจกแว่นตาที่ทางร้านจะถามเราว่าจะเอาชนิด Coat ธรรมดาหรือจะเอาแบบ Multi coat ซึ่งแบบหลังนี่ก็คือการเคลือบหลายชั้นลองสักเกตุดูจะเห็นว่าที่ชิ้นแก้วจะมีสีแปลกๆ นั่นล่ะคือสารเคลือบ เลนส์ถ่ายรูปก็เช่นเดียวกันมีการเคลือบหลายชั้นมากกว่าแว่นตาเสียอีกทั้งนี้เพื่อให้ภาพที่ถ่ายออกมาคมชัด สารที่เคลือบนี่เองเป็นอาหารจานโปรดของรากินแล้วโตวันโตคืน

    จะป้องกันราได้อย่างไร.... เราจะปราบราเราต้องรู้จุดอ่อนของราก่อน ราชอบขึ้นในที่ชื้นๆ ถ้าจะให้เป็นวิชาการหน่อยก็ระบุไปเลยว่าราชอบขึ้นในที่ชื้นที่มีค่าความชื้นมากกว่า 50% ขึ้นไปแล้วประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนชื้น มีความชื้นอยู่ระหว่าง 60-90% ฤดูหนาวความชื้นจะต่ำหน่อย ฤดูฝนก็มากหน่อย ซึ่งความชื้นขนาดนี้ราสามารถอยู่ได้อย่างร่มเย็นเป็นสุขกันทีเดียวเชียว ดังนั้นถ้าเราไม่ต้องการให้ราเกิดหรือเพิ่งเกิดไม่ให้เจริญเติบโตต่อไป เราก็ทำให้ที่อยู่ของรามีความชื้นน้อยๆ ราก็ไม่เกิด ที่เกิดแล้วก็จะไม่โตและแห้งตายไปในที่สุด วิธีทำให้ที่เก็บกล้องและเลนส์มีความชื้นน้อยๆ ง่ายนิดเดียว

    แบบสะดวกสบายแต่เสียเงินเยอะหน่อยก็คือเก็บไว้ในตู้กันความชื้น ราคาหลายพันบาท ไปซื้อมาจากร้านขายอุปกรณ์การถ่ายภาพพอมาถึงบ้านก็เสียบปลั๊กไฟ เปิดตู้ออกเอากล้องและเลนส์ใส่เข้าไปมีวงจรไฟฟ้าจัดการกับความชื้นให้อย่างเรียบร้อย ราไม่เกิดแน่นอน แต่เวลาโจรขึ้นบ้านขณะท่านไปทำงาน โจรมันจะยกไปทั้งตู้เลยเพราะทุกอย่างคุณรวมไว้ในที่เดียวกันอย่างเรียบร้อยไม่ต้องเสียเวลาหา ยกตู้เดียวพอกินไปหลายเดือน

    แบบประหยัด โดยการเก็บไว้ในถุงพลาสติกมัดปากถึงให้แน่นเพื่อป้องกันความชื้นภายนอกเข้า แล้วใส่สารดูดความชื้นสัก 2 ซองไว้ในถุงพลาสติกด้วย สารดูดความชื้นนี้จะต้องนำออกมาตากแดดบ้างสักเดือนละ 2 ครั้งหรืออย่างน้อยก็ 1 ครั้ง เพราะสารดูดความชื้นซองเล็ก ๆ นี้ ดูดความชื้นได้เพียงเล็กน้อยก็อิ่มตัว หรือไม่ยอมดูดซะแล้ว ดังนั้นเราจึงต้องนำออกไปตากแดดเพื่อให้ความชื้นที่อยู่ในตัวดูดความชื้นละเหยออกไปซะบ้าง

    การป้องกันความชื้นและราอีกวิธหนึ่งคือการเก็บกล้องไว้ในห้องแอร์ เพราะห้องแอร์จะมีความชื้นต่ำ เมื่อต้องการนำออกไปถ่ายรูปนอกห้องแอร์จะต้องเอากล้องใส่ถุงพลาสติก เมื่อนำออกมาแล้วรอให้กล้องหายเย็นแล้วค่อยนำออกมาจากถุง ถ้านำกล้องออกไปถ่ายรูปภายนอกห้องที่มีอุณหภูมิสูงกว่าอย่างทันทีทันใดจะเกิดความชื้นเป็นฝ้าละอองน้ำอย่างเห็นได้ชัด เพราะกล้องและเลนส์ที่อยู่ในห้องแอร์จะเย็นเมื่อออกไปเจออากาศร้อนนอกห้องจะเกิดการดูดความชื้นรอบๆ ข้างทำให้เกิดเป็นหยดน้ำเล็ก ในเลนส์ก็จะดูดความชื้นจากภายนอกเข้าไปในเลนส์ด้วยดังนั้นควรใส่กล้องไว้ในถุงพลาสติกก่อน ทิ้งไว้สักพักแล้วค่อยนำออกมาใช้งานตามปกติ

    วิธีการตากสารดูดความชื้น... วันใดแดดจัดให้เอาออกไปวางตากแดดวางบนหลังคารถเราที่ทำงานก็ได้ถ้าเห็นว่าฝนจะตกก็รีบออกไปเก็บแดดออกก็นำออกไปตากใหม่ ตากไว้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง เมื่อคิดว่าแห้งดีแล้วก็ให้เก็บใส่ถุงพลาสติก ( อย่างไม่รั่ว ) ปิดมิดชิดด้วยหนังยางป้องกันความชื้นจากภายนอกเข้าก่อนการใช้งาน เก็บไว้อย่างนั้นจนหายร้อนแล้วจึงนำเข้าไปใส่ในถุงพลาสติกที่เก็บกล้อง อย่าเอาไปใส่ขณะที่สารดูดความชื้นยังร้อนอยู่เพราะไม่เป็นผลดีกับกล้อง

    ราเกิดขึ้นแล้วจะทำอย่างไร.... อ่านจบแล้วรีบไปถอดเลนส์มาส่องดูถ้าเพิ่งเริ่มเกิดเป็นจุดเล็กๆ หรือเป็นสายแล้วแต่ไม่มากให้รีบเอาสารดูดความชื้นใส่อย่างด่วนใส่หลายๆ ซองดูดเต็มอัตราให้ภายในเลนส์แห้งสนิท ราก็จะตายหรือหยุดการเจริญเติบโตไม่ต้องเอาไปล้างเพราะล้างแล้วคุณภาพจะลดลง แต่ถ้าเป็นรามากแล้วเป็นสายเกือบทั่วเลนส์ก็ต้องส่งล้าง คุณภาพที่ได้ลดลงแน่นอน การประกอบคืนรู้ได้ไงว่าจะดีเหมือนเดิม แต่ถ้าเป็นรามากๆ จนเหมือนผิวแตกลายงาละก็โยนทิ้งไปเลยหรือไม่ก็เก็บไว้ถอดดูเล่น

    ที่เขียนมานี่ก็เพื่อให้เราเก็บของไว้ใช้งานได้นานๆ ไม่ต้องเสียเงินซื้อบ่อยๆ เพราะนอกจากกระเป๋าเราจะแห้งลงแล้วยังทำให้เงินไหลออกนอก เลนส์ 1 ตัวราคาประมาณ 10,000 บาท ต้องขายข้าวเปลือกถึง 2 เกวียนซึ่งต้องใช้พื้นที่ปลูกถึง 6 ไร่ ส่งออกไม่ได้อีกต่างหากบ้านเราผลิตเองไม่ได้ก็ต้องซื้อ เมื่อซื้อมาแล้วก็ต้องใช้ให้คุ้มค่า

    เอามาจากที่นี่ http://www.tourdoi.com/general/camera/lensproblem.htm
    Credit : www.tourdoi.com

  2. #2
    OverclockZone Member colingpowder's Avatar
    Join Date
    27 Nov 2006
    Location
    ฉะเชิงเทรา ในห้องรกๆ (รังกระถิด)

    Default

    ขอบคุณมากครับ ได้ประโยชน์ครับ

  3. #3
    OverclockZone Member Kunio's Avatar
    Join Date
    6 Oct 2006
    Location
    อยู่ข้างๆสาวแว่นตลอดไป...ว่าแต่จะไปหาไหนอะ ?

    Default

    จตุคามรามเทพนี่เอง ????

  4. #4
    OverclockZone Member KamuiShirou's Avatar
    Join Date
    11 Jan 2008
    Location
    Bangkok

    Default

    อย่างนี้ต้องปักหมุดครับ

  5. #5
    OverclockZone Member
    Join Date
    2 May 2007

    Default

    ถ้าใช้บ่อย ๆ ก็ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องราเท่าไหร่ครับ แต่ถ้าไม่ได้ใช้นาน ๆ เก็บไว้ในตู้หรือกล่อง กันความชื้น ก็ช่วยได้ แต่ต้องคอยเช็คระดับความชื้นบ่อย ๆ สรุปแล้ว ใช้ ๆ มันไปเถอะ กล้องอ่ะ มีไว้ใช้ ไม่ได้มีไว้เก็บ ส่วนไอเรื่องฝ้าเนี่ย เป็นเหตุสุดวิสัย ใครซวย ก็เจอ ใครไม่ซวย ก็รอด ปัญหาเกิดจากกระบวนการผลิตครับ ปัญหาเหล่านี้มีมานานมากแล้ว บัดนี้ก็ยังมีอยู่ต่อไป ใช้ให้คุ้ม ก่อนมีฝ้า - รา จะไ้ด้ไม่เสียใจ

  6. #6
    G.แก้มก้น Member NICKKIEZ's Avatar
    Join Date
    17 Sep 2006
    Location
    http://phonpanu.tumblr.com/

    Default

    รายังพอแก้ไขได้ แต่ถ้าฝ้านี่ กินผิวเลนส์เลยแหละ

    กรี๊ดกันเลยทีเดียวครับพี่น้อง

  7. #7
    OCZone TV-Host KiDMaioRKz's Avatar
    Join Date
    24 Sep 2007
    Location
    sex

    Default





    ฝ้า-รา
    GLORIOUS PC MASTER RACE
    May your frame rate be mighty and your draw distance far.

  8. #8
    OverclockZone Member KamuiShirou's Avatar
    Join Date
    11 Jan 2008
    Location
    Bangkok

    Default

    เอ่อ อันหลังมันเห็ดไม่ใช่เหรอครับพี่น้อง


Bookmarks

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •