overclockzonefanpage  overclockzoneth  TV  
Results 1 to 16 of 16

Thread: Harddisk จานแม่เหล็ก หรือแบบ SSD ดีกว่ากันครับ

  1. #1
    OverclockZone Member
    Join Date
    4 Aug 2007

    Post Harddisk จานแม่เหล็ก หรือแบบ SSD ดีกว่ากันครับ

    ไม่ค่อยเข้าใจอะครับ ช่วยอธิบายแบบระเอียดทีครับว่า ประสิทธิภาพมันต่างกันอย่างไร

    http://overclockzone.com/tor_za/year..._SSD/index.htm

    ซึ่งดูแล้วก็เร็วกว่าหลายเท่าแต่ผมก็ดูกราฟไม่ค่อยเข้าใจนักตรง
    หลายโปรแกรม burst rate ของ Harddisk จะสูงกว่า SSD

    แต่ทำไมของ HD tune อันเดียวที่ ความเร็ว burst rate ของ ssd สูงกว่า
    ส่วนเวลาในการอ่าน สูงกว่าทุกโปรแกรม

    แล้วก็ random access ms มันคืออะไรครับ มากดีหรือ น้อยดีครับ


    สุดท้ายแล้วถามหน่อยว่า SSD จะมาแทน Harddisk แบบ จานแม่เหล็กใน 2-3 ปี
    คุณคิดว่าเร็วขนาดนั้นเลยไหมครับ? ผมคิดว่าน่าจะซัก 5 ปี เมืองไทย คง 6-7 ปี
    Last edited by Sacrifice; 25 Nov 2008 at 02:08:45.

  2. #2
    OverclockZone Member
    Join Date
    9 Nov 2008

    Default

    แรงกว่า ทนกว่า แต่ถ้าราคาถูกกว่านี้คงจะสามารถมาแทนแบบเก่าได้ในไม่ช้า จากคนชอบของแรง

  3. #3
    OverclockZone Member tawincam's Avatar
    Join Date
    31 May 2008
    Location
    ปางกะ ปิ ตะวันนา

    Default

    แรงกว่าจานแม่เหล็ก ไม่ร้อน ขนาดเล็กกว่า แต่ถ้าเกิด BAD ขึ้นมาจุด 1แก้ไมได้เหมือนแบบจานแม่เหล็ก

  4. #4
    OverclockZone Member
    Join Date
    4 Aug 2007

    Default

    แล้วความเร็วในการเขียนข้อมูลละครับ เหมือนผมเคย อ่านเจอใน board netbook
    เขาแนะนำว่าให้ซื้อแบบจานแม่เหล็กดีกว่า เพราะเร็วกว่า


    สรุปประสิทธิภาพ SSD กับ HD อย่างไหนมันดีกว่ากันหรือครับ

  5. #5
    OverclockZone Member
    Join Date
    23 Jan 2008

    Default

    random access ถ้าแปลตรงๆ คือ เวลาการเข้าถึงอ่านข้อมูลแบบสุ่ม

    SSD จะมีค่า random access ที่น้อยกว่าแบบ HD ซึ่งยิ่งมีค่าน้อยก็ยิ่งเข้าถึงข้อมูลเพื่ออ่านค่าไฟล์ได้เร็วกว่านั้นเอง นี่คือข้อดีของ SSD

    แต่ข้อเสียของ SSD ก็คือ การเขียนไฟล์ที่ทำได้ช้ากว่า HD

    นี่ยังเป็นประเด็นสำคัญที่ยังแตกต่างกันอยู๋ในปัจจุบัน

    ถ้าหากในอนาคต SSD สามารถอ่านเขียนข้อมูลได้เร็วกว่า HD เมื่อไหร่ HD ก็ต้องจบลง

    ส่วนเรื่องขนาด ความดังในการอ่านเขียนข้อมูล นั้นก็มีความแตกต่างกัน ซึ่ง SSD จะได้เปรียบตรงจุดนี้

    ทำให้ปัจจุบัน SSD มีข้อดีมากกว่าเมื่อเทียบกับ HD เสียอย่างเดียวเขียนข้อมูลช้ากว่า

  6. #6
    OverclockZone Member jocole's Avatar
    Join Date
    18 Sep 2006

    Default

    ที่เคยดูในรายการแบไต๋ เค้าเอาบทความของtom hardware มากล่าวว่า

    เรื่องของความเร็วนั้น ยอมรับว่าเร็วจริง ทั้งอ่านและเขียน (ทั้งทางทฤษฏีและปฎิบัติ)

    แต่เมืองนอกเค้าได้โปรโมทไว้มาก ว่า เจ้าตัวนี้ดีตรงประหยัดไฟแบบสุดๆ

    tom hardware ก้อได้ ทนสอบเช่นกัน แต่ ก้อออกมาขัดว่า การกินไฟนั้น ไม่จริงอย่างที่โปรโมทไว้


    เรื่องเทคโนโลยี ตัวนี้ เข้าประเทคไทยมาได้ซักพักแล้ว แต่ใช้บน Notebook พวกNB ตัวจิ๋วๆอะที่ไม่ถึงหมื่น(จำชื่อรุ่นไม่ได้)

    แต่ที่ผมสังเกตุคือ NBที่ขายนั้น อัดแบตเตอรี่ เยอะมากกว่า NBขายไปทั่วไปเกือบ2-3เท่า

    เพราะฉะนั้นจากผลทดสอบของ tom hardware เปงที่น่าเชื่อถือ

    ปล.ผมดูรายการเค้ามาอีกที ข้อมูลผิดพลาดขออภัย

  7. #7
    OverclockZone Member
    Join Date
    9 Nov 2006

    Default

    ฟันธงเลยครับ อีก2-3 ปีใช้กันเยอะแน่

  8. #8
    OverclockZone Member sicklab's Avatar
    Join Date
    8 May 2007
    Location
    Bangkok,Thailand

    Default

    รอดูกันต่อไป

  9. #9
    OverclockZone Member papababa's Avatar
    Join Date
    1 Aug 2007

    Default

    ยังไง ฮาร์ดดิสมันก็ยังได้เปรียบเรื่อง ราคา/ความจุ อยู่ดี
    ถ้าข้อได้เปรียบนี้ยังมีอยู่ มันก็ยังอยู่ต่อไปได้อีกนาน

  10. #10
    OverclockZone Member PGuSSo's Avatar
    Join Date
    26 Sep 2008
    Location
    BKK.THAILAND

    Default

    Quote Originally Posted by jocole View Post
    ที่เคยดูในรายการแบไต๋ เค้าเอาบทความของtom hardware มากล่าวว่า

    เรื่องของความเร็วนั้น ยอมรับว่าเร็วจริง ทั้งอ่านและเขียน (ทั้งทางทฤษฏีและปฎิบัติ)

    แต่เมืองนอกเค้าได้โปรโมทไว้มาก ว่า เจ้าตัวนี้ดีตรงประหยัดไฟแบบสุดๆ

    tom hardware ก้อได้ ทนสอบเช่นกัน แต่ ก้อออกมาขัดว่า การกินไฟนั้น ไม่จริงอย่างที่โปรโมทไว้


    เรื่องเทคโนโลยี ตัวนี้ เข้าประเทคไทยมาได้ซักพักแล้ว แต่ใช้บน Notebook พวกNB ตัวจิ๋วๆอะที่ไม่ถึงหมื่น(จำชื่อรุ่นไม่ได้)

    แต่ที่ผมสังเกตุคือ NBที่ขายนั้น อัดแบตเตอรี่ เยอะมากกว่า NBขายไปทั่วไปเกือบ2-3เท่า

    เพราะฉะนั้นจากผลทดสอบของ tom hardware เปงที่น่าเชื่อถือ

    ปล.ผมดูรายการเค้ามาอีกที ข้อมูลผิดพลาดขออภัย
    ตอนนี้ tom hardware ออกมาแก้ข่าวให้แล้วครับว่าประหยัดไฟจริงในรุ่นไหม่ๆ
    ดูมาจากแบไต๋เช่นกันครับ

  11. #11
    OverclockZone Member jocole's Avatar
    Join Date
    18 Sep 2006

    Default

    Quote Originally Posted by PGuSSo View Post
    ตอนนี้ tom hardware ออกมาแก้ข่าวให้แล้วครับว่าประหยัดไฟจริงในรุ่นไหม่ๆ
    ดูมาจากแบไต๋เช่นกันครับ
    Ohhhh ขอบคุณครับ ที่ช่วยupdate เพราะผมดูรายการมานานแล้ว

    ก้อคงขาด คือ ความจุ ที่มันไม่เยอะ และราคา(น่าจะแพงอยู๋สำหรับ เทคโนโลยีใหม่)

  12. #12
    OverclockZone Member Livingrooms's Avatar
    Join Date
    16 Aug 2007

    Default

    ที่เห็นง่าย ๆในบ้านเราก้อ
    Asus eee 12k SSD4Gb
    Mac book air 32gb มั้งดูผ่าน แต่ราคาจำได้แม่นสะดุ้ง 70k
    ข้อเสียเท่าที่รู้ ๆ ก้อเขียนช้า และเขียนซ้ำต่อจุดได้น้อยครั้ง ราว ๆ นี้

    อันนี้คลิปการทดสอบของ Samsung
    http://www.youtube.com/watch?v=rjCmLJtITK4

  13. #13
    OverclockZone Member pab6533's Avatar
    Join Date
    27 Nov 2007

    Default

    เมื่อไหรจะมี 1 ลูก 5TB บ้างหน่อ

  14. #14
    OverclockZone Member exit's Avatar
    Join Date
    23 Nov 2006

    Default

    เวอร์ชั่นเต็ม: เจาะลึกเทคโนโลยีล่าสุด ฮาร์ดดิสก์ ผสมแฟลชเมมโมรี่ (SSD)
    kuu 8-10-2008 12:03
    เจาะลึกเทคโนโลยีล่าสุด ฮาร์ดดิสก์ ผสมแฟลชเมมโมรี่ (SSD)
    หน่วยความจำแบบแฟลชอาจไม่สามารถชิงตำแหน่งทำงานแทนที่ฮาร์ดดิสก์ในเร็ววันนี้ แต่มันก็จะเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของการใช้งาน ก่อนที่เวลานั้นจะมาถึง James Morris ขออธิบายให้เราฟัง

    ฮาร์ดดิสก์ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเรามานานเกินกว่าที่คุณจะนึกภาพออก การนำเอาวัสดุมาใช้เป็นวัตถุดิบครั้งแรกนั้นเริ่มต้นในช่วงยุค 1950 และรูปแบบ IBM Winchester ซึ่งเป็นรูปแบบที่เราใช้กันอยู่ในทุกวันนี้ ได้กำเนิดขึ้นในปี 1973 นับตั้งแต่วันนั้นเกจิอาจารย์ทั้งหลายได้ทำนายวันสิ้นชะตาของฮาร์ดดิสก์อยู่หลายครั้ง ด้วยการเพิ่มขึ้นของจำนวนหน่วยความจำแบบแฟลช (Flash memory) ในอุปกรณ์แบบพกพาทั้งหลาย ซึ่งทำให้มีราคาถูกลงกว่าเดิม เป็นเรื่องที่คาดการณ์กันไว้ว่าแหล่งเก็บข้อมูลแบบ Solid State Disk (SSD) จะมาแทนที่แหล่งเก็บข้อมูลแบบจักรกล-กลไกในเร็ววันนี้แน่นอน แต่ในขณะที่เรายังไม่พบสัญญาณใดๆ ส่อถึงเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น มีเทคโนโลยีแบบใหม่กำลังก่อตัวอยู่ ซึ่งเป็นการใช้หน่วยความจำแบบแฟลชเป็นอุปกรณ์สำคัญชิ้นหนึ่งในการเก็บข้อมูลของเครื่องพีซี


    Samsung และ Seagate ได้ออกไดรฟ์ลูกผสมมาแล้ว ซึ่งมีหน่วยความจำแบบแฟลชติดตั้งเป็นบัฟเฟอร์ลงไปบนฮาร์ดดิสก์มาตรฐาน

    เวลาการขับเคลื่อน
    เทคโนโลยีของฮาร์ดดิสก์ถูกหลอกหลอนด้วยปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Superparamagnetic ซึ่งเป็นสิ่งที่มากำหนดขนาดของอณูหรือขั้วอำนาจแม่เหล็กบนพื้นที่ฮาร์ดดิสก์นั้นๆ เมื่อขนาดดังกล่าวเล็กลงกว่าที่มันควรจะเป็น อุณหภูมิจะเพิ่มมากขึ้นจนสามารถเบี่ยงเบนขั้วแม่เหล็กบนจานดิสก์ให้ผิดไปได้ ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ฮาร์ดดิสก์นั้นเกิดความไร้เสถียรภาพ เมื่อวันเวลาผ่านไป ปรากฏการณ์ Superparamagnetic ก็ชะลอตัวลงเนื่องจากการพัฒนาวิธีการอ่านเขียนข้อมูลในแนวดิ่ง (perpendicular) ซึ่งเอื้อให้ขนาดของอณูอำนาจแม่เหล็กนั้นมีขนาดใหญ่ขึ้นและใส่บนไปบนพื้นผิวของฮาร์ดดิสก์ในแนวตั้ง หากเป็นการอ่านเขียนข้อมูลในแนวนอนธรรมดา อณูจะวางเรียงตัวกันไปในแนวนั้น ซึ่งกินพื้นที่มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวแล้ว การอ่านเขียนในแนวดิ่งเป็นเพียงแค่วิธีการเยื้อวันตายของฮาร์ดดิสก์ไปเท่านั้นเอง
    หน่วยความจำแบบแฟลชนั้นใช้พลังงานน้อยกว่าจานดิสก์แบบกลไก ฮาร์ดดิสก์ขนาด 2.5 นิ้ว 5K160 ของ Hitachi สิ้นพลังงานเพียงแค่ 1.8W ขณะอ่านและเขียน และ 0.8W ขณะที่ไม่ได้ทำงานใดๆ ในทางกลับกัน ไดรฟ์แบบ SSD ของ Samsung ซึ่งใช้หน่วยความจำแฟลชใช้กำลังไฟเพียงแค่ 0.5W สำหรับการอ่านและเขียน และสุดแสนเล็กน้อยจนแทบจะมาตรมิได้เพียง 0.01W ขณะที่ไม่ได้ทำงานใดๆ



    รู้จักกับ
    ROBSON


    เทคโนโลยี Robson ของ Intel จับเอาหน่วยความจำแบบแฟลชเชื่อมตรงกับเมนบอร์ด ผ่านสล็อต PCI Express ตรงไปส่วนชิปเซต Southbridge
    นอกเหนือไปจากนั้น หน่วยความจำแบบแฟลชใช้เวลาการเข้าถึงข้อมูลน้อยกว่าฮาร์ดดิสก์ Western Digital Raptor X ความเร็ว 10,000rpm ซึ่งเป็นฮาร์ดดิสก์ SATA ที่เร็วที่สุดในปัจจุบันนี้ ใช้เวลาในการเข้าถึงข้อมูลราวๆ 8ms แต่หน่วยความจำแบบแฟลชใช้เวลาการเข้าถึงข้อมูลต่ำกว่า 100 ไมโครวินาที ซึ่งเร็วกว่าราวๆ 100 เท่าตัว ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ ฮาร์ดดิสก์แบบแฟลชนั้นให้ความเร็วในการใช้งานทั่วไปอย่างน้อยก็เร็วกกว่าฮาร์ดดิสก์แบบธรรมดาถึง 25-50%

    ข้อเสียของหน่วยความจำแบบแฟลชก็คือ ความจุข้อมูลยังคงน้อยอยู่ในเวลานี้ และมันก็มีราคาแพงเป็นอย่างมาก ไดรฟ์แบบ SSD ที่มีวางขายอยู่ในเวลานี้ก็คือ PQI ขนาด 2.5 นิ้ว DiskOnModule ความจุ 64GB ไดรฟ์ SSD ส่วนใหญ่นั้นมีความจุ 32GB หรือน้อยกว่า ด้วยราคา 93,500 บาท ซึ่งแพงกว่าฮาร์ดดิสก์แบบจานแม่เหล็กในความจุเท่าๆ กันถึง 25 เท่าตัว ไดรฟ์ SSD ยังคงไม่สามารถเอาชนะฮาร์ดดิสก์แบบจานแม่เหล็กได้ในเรื่องความเร็วการส่งข้อมูล Samsung กล่าวว่าไดรฟ์ SSD ของพวกเขานั้นให้ความเร็ว 57MB/วินาที ซึ่งก็แค่เร็วพอๆ กับฮาร์ดดิสก์ 2.5 นิ้วสำหรับโน้ตบุ๊ค แต่ช้ากว่าฮาร์ดดิสก์ SATA ขนาด 3.5 นิ้ว 7,200rpm ทั่วไปถึง 10MB/วินาที อย่างไรก็ตาม ความเร็วในการเขียนข้อมูลยิ่งแย่กว่า เพียง 32MB/วินาที

    จับใส่ให้ลงตัว
    ไดรฟ์แบบ SSD มีทั้งข้อดีและข้อเสียเมื่อเทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบกลไก ซึ่งทำให้เกิดแนวคิดแบบใหม่ขึ้นมาว่า ทำไมเราไม่ใช้ทั้งสองแบบในเวลาเดียวกันล่ะ Samsung เป็นบริษัทรายแรกที่แถลงแนวคิดดังกล่าวและได้อธิบายเรื่องราวของ Hybrid Hard Disk (HHD) เมื่อปีที่แล้ว วิธีการก็คือการจับใช้หน่วยความจำแฟลช Samsung OneNAND 128MB ลงไปบนฮาร์ดดิสก์แบบปกติ หน่วยความจำแฟลชนั้นถูกใช้เป็นบัฟเฟอร์ เอาไว้ใช้เก็บข้อมูลสำหรับเขียนลงดิสก์จนกว่ามันจะเต็ม และจากนั้นข้อมูลก็จะถูกเขียนลงฮาร์ดดิสก์ ด้วยวิธีการเช่นนี้ ณ ความเร็วสูง ฮาร์ดดิสก์สามารถอยู่ในสถานะไม่ทำงานใดๆ หรือ Sleep Mode ได้นานมากขึ้นกว่าเดิม Samsung อ้างว่าสิ่งนี้จะช่วยลดการบริโภคพลังงานลงราวๆ 9% ทางด้าน Seagate Momentus 5400 PSD ก็ใช้หลักการคล้ายๆ กัน แต่ว่ามีจำนวนหน่วยความจำแฟลชมากกว่าถึงสองเท่า (256MB) Seagate ใส่ความจำมากกว่าซึ่งทำให้การบริโภคพลังงานน้อยลงกว่าเป็นเท่าตัว

    เมื่อหน่วยความจำแบบแฟลชสามารถเก็บข้อมูลได้โดยไม่ต้องใช้พลังงาน มันจึงเป็นแหล่งที่ดีสำหรับการเก็บไฟล์ Hibernation (คือโหมดปิดเครื่องลักษณะหนึ่ง) Seagate แจ้งว่าเทคโนโลยีของพวกเขาสามารถทำให้เครื่องกลับมาสู่สถานะการทำงานปกติด้วยความเร็วมากกว่าเดิม 20% การใช้หน่วยความจำแฟลชเป็นบัฟเฟอร์สามารถยืดอายุการใช้งานของไดรฟ์ได้ เพราะโดยปกติแล้วอายุการใช้งานของฮาร์ดดิสก์จะถูกนับด้วยจำนวนชั่วโมงการใช้งานสูงสุดที่ทำได้ (Mean time before failure)



    นอกเหนือไปจากการที่ Samsung เป็นรายแรกที่แถลงเทคโนโลยี HHD มันก็ยังเป็นการพัฒนาร่วมกับ Microsoft ด้วย อันที่จริงเทคโนโลยีสองตัวใน Windows Vista จะใช้ประโยชน์จากตรงนี้ ReadyDrive คือคุณสมบัติการรองรับ Hybrid drive ใน Windows Vista และไดรเวอร์คือสิ่งจำเป็นที่จะจัดการการทำงานของไดรฟ์ดังกล่าว อย่างไรก็ดี Microsoft ได้พัฒนาไปสู่สิ่งที่เหนือความคาดหมายในทำนองของลูกผสม ด้วยความแพร่หลายของ USB แฟลชไดรฟ์ Windows Vista มาพร้อมกับ ReadyBoost ซึ่งใครๆ ก็สามารถใช้งานได้ทันที แทนที่จะต้องมีหน่วยความจำแฟลชติดลงไปกับตัวฮาร์ดดิสก์ ReadyBoost สามารถให้คุณใช้แฟลชไดรฟ์ทั่วไปได้ทันที ในเดือนกรกฎาคม Samsung ได้ออกไดรฟ์ 4GB ATA SSD ซึ่งตั้งเป้าไว้ใช้กับ ReadyBoost โดยเฉพาะ

    บางทีรูปแบบของแนวคิดลูกผสมดังกล่าวอีกอย่างหนึ่งที่เป็นไปได้ในทางปฏิบัติมากกว่าใครอื่นก็คือแนวคิดจาก Intel ที่เรียกว่า Robson แทนที่จะต้องมุ่งพึ่งพาการใช้ฮาร์ดดิสก์หรือหน่วยความจำแฟลชของบริษัทอื่นใดมาร่วมทำงานด้วยกัน Robson ใช้การจัดวางลงไปตรงๆ บนเมนบอร์ดเลย เชื่อมต่อกับส่วน Southbridge ผ่าน PCI Express ด้วยวิธีเช่นนั้น ฮาร์ดดิสก์ใดๆ ก็สามารถใช้งานร่วมกันได้ ทำให้คุณไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องความเข้ากันได้ของอุปกรณ์

    ประโยชน์ของ ReadyDrive ก็คือเรื่องของการบริโภคพลังงาน ดังนั้นมันก็จะมุ่งไปที่ตลาดเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพา แต่ด้วยระบบ ReadyBoost พร้อมความจุ 4GB ให้ใช้กันแล้วในวันนี้ แนวคิดลูกผสมดังกล่าวก็ดูเหมือนว่าจะนิรนัยให้ประจักษ์แล้วว่าเครื่องเดสก์ท็อปก็รับอานิสงส์ด้วยไม่ต่างกัน ดังนั้น กว่า SSD จะมาแทนที่ HDD นั้นคงต้องถูกทำนายว่าเป็นเวลาอีกยาวนั้น และที่เกิดขึ้นในเวลานี้ก็คือการเข้ามามีส่วนร่วมกับวิถีใช้งานสามัญของเราด้วยกายลักษณ์ในบริบทที่ล้ำกว่าที่เราคิดไว้ตอนแรก
    เวอร์ชั่นเต็ม: ใกล้ถึงยุคล่มสลายของฮาร์ดดิสก์
    Ruta 30-7-2008 08:34
    ใกล้ถึงยุคล่มสลายของฮาร์ดดิสก์

    SSD คือ Harddisk ในยุคต่อไปสำหรับเหล่า PC ทั้งหลาย
    SDD ให้ความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลได้เร็วมากกว่า Harddisk ธรรมดาถึง 100 เท่า เนื่องจากเปลี่ยนมาใช้ระบบ Flash ซึ่งแต่เดิมเป็นระบบจานหมุน
    ทุกๆคนทราบกันดีอยู่ว่า Harddisk เป็นตัวทำให้ก่อเกิดปัญหาคอขวดในระบบคอมพิวเตอร์มานาน การเปลี่ยนมาใช้ SSD จะทำให้ความเร็วของเครื่องคอมพิวเตอร์เร็วขึ้นมากจนประหลาดใจได้

    ตอนนี้ได้มีโครงการนำร่อง นำไปใช้กับ Notebook เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    อย่างของ Apple เองก็คือ

    MacBook Air รุ่นที่ใช้ SSD
    นอกจากการหั่นราคาลงของ MacBook Air ก็ยังได้อัพเกรดหน่วยประมวลผลจากเดิม 1.6GHz มาเป็น 1.8GHz (ราคาเพิ่มขึ้นจากเดิม 200 เหรียญฯ เป็น 300 เหรียญสหรัฐ) ทั้งรุ่นที่ใช้หน่วยความจำแบบแฟลชและฮาร์ดดิสก์ ทั้งนี้การใช้หน่วยความจำแบบแฟลชแทนฮาร์ดดิสก์ในการจัดเก็บข้อมูลต่างๆ จะช่วยให้ระบบมีเสถียรภาพในการทำงานมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดโอกาสเสี่ยงต่อความเสียหายของข้อมูลได้ดีกว่าฮาร์ดดิสก์ปกติอีกด้วย
    และตอนนี้หลาย ๆ คนอาจจะเคยได้ยินมาบ้างแล้ว เรามาดูของ อีกค่ายหนึ่ง

    ======================================
    ซัมซุงเปิดตัวฮาร์ดดิสก์แบบ SSD 256 GB....เร็วที่สุดในโลก

    ถ้ากล่าวถึง โน้ตบุ้คราคาประหยัดอย่าง Asus Eee PC สิ่งหนึ่งที่เป็นที่ฮือฮาพอๆกับการเปิดตัว Eee คือ ฮาร์ดดิสก์แบบ SSD หรือ solid state ด้วยพื้นฐานการทำงานเป็นแบบ flash memory โดย เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ที่ผ่านมานั้น ทาง ซัมซุง ได้เปิดตัวฮาร์ดดิสก์แบบ SSD มาสู้ศึกในสงคราม SSD ที่กำลังมาแรง ด้วย ความจุ 256GB (ย้ำว่า 256 GB นะครับ ตอนแรกที่อ่านข่าวก็ งงเหมือนกัน ไม่คิดว่าจะมากมายขนาดนี้ ) ขนาด 2.5 นิ้ว อินเทอร์เฟซแบบ SATA II จุดเด่นของ SSD ตัวนี้อยู่ที่ความเร็ว ซึ่งทางซัมซุงกล่าวว่า SSD รุ่นนี้ เป็น SSD ขนาด 2.5 นิ้วที่เร็วที่สุดในโลก ด้วย ความเร็วในการอ่านข้อมูล 200 และ 160 MBps จุดที่น่าสนใจอีกจุดหนึ่ง คือฮาร์สดิสก์ตัวนี้เป็นแบบ Multi Level Cell (MLC)* ทำให้เก็บข้อมูลได้มากขึ้นกว่าปกติ

    ในขณะนี้ SSD รุ่นนี้ยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ คาดว่า จะมีสินค้าตัวอย่างออกมาสู่สายตาของพวกเราทุกคนประมาณ กันยายนนี้ และ วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ภายในสิ้นปีนี้ นอกจากนี้ ทางซัมซุงยังมีแผนที่ จะเปิดตัว SSD 1.8 นิ้ว ความจุ 256 GB ภายในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้เช่นกัน

    *Multi Level Cell คือ เป็นรูปแบบการเก็บข้อมูลในเซลล์แบบหลายชั้น ซึ่งในที่นี้ ใช้ใน SSD ทำให้ หนึ่งเซลล์ของ SSD เก็บข้อมูลได้มากกว่าหนึ่งบิท (ปกติเก็บ 4 บิท) ทำให้ เก็บข้อมูลได้มากกว่าปกติ แต่มีข้อเสียตรงที่ทำงานได้ช้ากว่า ปกติที่เป็นแบบ Single Level Cell (SLC) และมีโอกาสอ่านข้อมูลพลาดสูงกว่า แต่จากข่าวนี้ ซัมซุงระบุว่า ได้ก้าวข้ามข้อเสียเหล่านี้ไปแล้ว โดยอ้างว่า SSD รุ่นนี้ มีความเร็วและโอกาสอ่านข้อมูลพลาด ได้เท่ากับ SLC จนทำให้เป็น SSD ที่มีความเร็วสูงสุดในโลก

    แต่ถึงอย่างไรก็ตามนะครับ มันมีข้อดี ก็ต้องมีข้อเสียด้วยเช่นกัน ด้วยในเรื่องของราคานั่นเอง แพงเอาการจริง ๆ

    ทดลองใช้งาน

    สำหรับการทดลองนะครับ ใช้ระบบปฏิบัติการ Window Vista Ultimate จากการทดลองตั้งแต่กดปุ่มเปิดเครื่องจนถึง หน้าวินโดวพร้อมใช้งานนั้นใช้เวลาระหว่าง 27-34 วินาทีนับว่าน่าประทับใจมากๆครับ เพราะว่าปกติแล้ว Window Vista จะใช้เวลาประมาณ 1:10 นาที ในการเปืดเครื่องพร้อมใช้งาน จุดแรกก็ประทับใจอย่างมากแล้วหล่ะครับ

    ส่วนในการใช้งานนั้นได้ทำการเปิดใช้งานโปรแกรมต่างๆเพื่อทดสอบความเร็วในการเริ่มใช้งานโปรแกรม เช่น เปิด Word นั้นใช้เวลาน้อยกว่า 1 วินาทีซะอีก ในส่วนของการเปิด Control Panel. System device ก็แบบว่าคลิ๊กปุ๊ปมาปั๊ปทั้งนั้นเลยครับ ใช้แล้วมีความสุข ^^

    ในส่วนของเรื่องเสียงที่เกิดจากการทำงาน การใช้ SSD นั้น ตัวฮาร์ดดิส SSD นี้ไม่ได้ทำให้เสียงจากฮาร์ดดิสซึ่งปกติจะดัง กลายเป็นไม่มีเสียงแล้ว ยังทำให้พัดลมของเครื่องแทบจะไม่ทำงานเลยอีกด้วย จากการสังเกตผมเห็นว่าเวลาที่พัดลมจะทำงานนั้นก็คือเวลาที่ผมใช้งาน DVD เท่านั้นเอง นั่นทำให้เกิดความลำบากเล็กๆนะครับจากที่ เมื่อก่อนผมเคยเปิดงานแล้วก็นั่งรอให้งานเริ่มรันโดยสังเกตได้จากเสียงฮาร์ดดิส เสียงพัดลม และความร้อนที่เกิดขึ้นน่ะครับ แต่พอมาใช้งานตัวนี้กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย แบบว่าคลิ๊กปั๊ปก็มาเลยทีเดียว...

    ใครสนใจก็ไปหาซื้อกันมาได้นะครับ ในราคา 40000 ขึ้นไป
    แต่ก็มีบางรุ่นของ Asus ลดราคาลงมาแล้ว
    จาก http://www.thaishadow.com/

  15. #15
    OverclockZone Member เปรม!!'s Avatar
    Join Date
    18 Oct 2009

    Default

    ถ้ามันถูกหน่อยก็น่าสนน่ะครับ แต่ราคาตอนนี้จับไม่ลงจริงๆ

  16. #16
    OverclockZone Member Cybernetic's Avatar
    Join Date
    18 Sep 2006

    Default

    สอย 160GB ถูก ๆ สองลูกมาทำ raid 0 ดีกว่า แรงคุ้ม + ประหยัด จากนั้นสอย 1TB มาสำรองข้อมูลอีกสักลูกก็ยังสบาย ๆ


Bookmarks

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •