overclockzonefanpage  overclockzoneth  TV  
Page 2 of 3 FirstFirst 123 LastLast
Results 21 to 40 of 46
  1. #21
    OverclockZone Member NC5's Avatar
    Join Date
    24 Oct 2008

    Default

    ความรู้ ขอบคุณครับ

  2. #22
    OverclockZone Member jeurboy's Avatar
    Join Date
    25 Jul 2008

    Default

    มาถึงจุดนี้ ถ้าเรามาดูเสียงใน real world เราจะเห็นได้ว่า 96 dB นี่ ระดับน้องๆ ฟังเสียงเครื่องบิน jet ที่ระยะ ไม่กี่ 100 เมตร ซึ่งในชีวิต จริงไม่มีใคร เค้าไปบันทึกเสียง กันหลอกครับ ส่วนที่เค้าว่าถ้าจะเอา แบบ cover real world แบบมนุษย์ทนฟัง ได้ไม่หูแตกตายไปซะก่อน จะอยู่ที่ราวๆ 20 bit เท่านั้น หรือราว 110-120 dB ก็พอครับ
    ประโยคนี้ใน wiki บอกว่ามันเป็น resolution ของเสียงอะครับ หรือความละเอียดของเสียงในแนวตั้ง(ความดัง) ไม่ใช่ความดังสูงสุดนะครับ

    Resolution: This is the number of possible output levels the DAC is designed to reproduce. This is usually stated as the number of bits it uses, which is the base two logarithm of the number of levels. For instance a 1 bit DAC is designed to reproduce 2 (21) levels while an 8 bit DAC is designed for 256 (28) levels. Resolution is related to the Effective Number of Bits (ENOB) which is a measurement of the actual resolution attained by the DAC.

  3. #23
    OverclockZone Member garmin's Avatar
    Join Date
    7 Feb 2008

    Default

    ภาค 4 ตอนจบมาแว้ว อ่านได้ที่ กระทู้เบอร์ 6

    มีบทความภาษาไทยเรื่อง Digital Audio และ S/PDIF ของคุณพัลลภ ไปดูกันด้วยครับ

    http://th.wordpress.com/tag/digital-audio/
    Last edited by garmin; 3 Mar 2009 at 15:17:07.

  4. #24
    OverclockZone Member b0taN's Avatar
    Join Date
    1 Mar 2009
    Location
    ราชเทวี ใกล้ๆpantip aiAi

    Default

    ถามนิดหน่อยนะครับ ไม่ได้ล่อเป้าน้าคับ
    ในเมื่อซาวการ์ดทั่วๆไป มีชิฟdac แล้ว ทำไมต้องมีอุปกรณ์dacที่ต่อกับช่องusb อีกล่ะครับ?

  5. #25
    OverclockZone Member garmin's Avatar
    Join Date
    7 Feb 2008

    Default

    Quote Originally Posted by b0taN View Post
    ถามนิดหน่อยนะครับ ไม่ได้ล่อเป้าน้าคับ
    ในเมื่อซาวการ์ดทั่วๆไป มีชิฟ dac แล้ว ทำไมต้องมีอุปกรณ์ dac ที่ต่อกับช่อง usb อีกล่ะครับ?
    ง่ายๆครับ เครื่องเสียงมีหลายเกรด หลายราคา ให้เสียงที่แตกต่างกัน อุปกรณ์สร้างเสียงก็คือ DAC นี่เอง DAC ที่มากับเครื่องคอมพิวเตอร์ก็ดีระดับนึง แต่หากต้องการเสียงที่แตกต่างไปหรือเสียงที่ดีขึ้นก็หา DAC หรือ Sound card แบบภายนอกมาเชื่อมต่อเข้า หรือว่า DAC ในคอมพิวเตอร์มีข้อจำกัดเล่นเพลงที่อัดมาที่ 176.4 kHz อย่าง HRx Record ไม่ได้ ก็ต้องใช้ DAC ภายนอก

    นึกเป็นแบบเดียวกับเมาส์ โน๊ตบุ๊คก็มี touch pad มาให้แล้ว แต่ผู้ใช้ก็ไปหา mouse มาต่อได้อีก ให้ตรงความต้องการหรือความพึงพอใจส่วนบุคคล ส่วนอันนี้ดีไม่ดีก็ต้องลองใช้ดูเองครับ

    ลองดูรายชื่อ DAC และราคา ที่มีขายในท้องตลาดดู

    >> DAC ตัวไหนราคาแพงสุด แล้วเสียงโอเคสุด

    ริวิว Super Pro 707

    >> ผมได้ Super Pro 707 USB DAC มาใช้แล้วสุดยอดมาก

    ลองอ่านริวิวของคุณ G7 อีก 2 ตัว

    >> DAC CARAT-UD1
    >> Xonar U1

    ยังมีอุปกรณ์ที่มีผลต่อเสียงที่เปล่งออกมาอีกหลายอย่าง ดูอุปกรณ์ที่ใช้ในสตูดิโอได้ ทั้งสาย ตัวแปลงสัญญาณ ตัวบันทึก ฯลฯ อย่าง Weiss Minerva Firewire DAC (MSRP $4,950) เริ่มจาก DAC สำหรับงานสตูดิโอ แปลงมาเป็น DAC ไว้ให้พวกออดิโอไฟล์ใช้คอมไว้ฟังเพลง

    ตัวเองเพิ่งได้มีโอกาสลองฟังมาต่อกะคอมพิวเตอร์ เสียงดีมากๆ



    >> Computer Audio for the Audiophile
    >> Weiss DAC2/Minerva Review

    สุดท้ายก็ขึ้นกะว่าซีเรียสกะเรื่องเสียงแค่ไหน มีงบเท่าไหร่
    Last edited by garmin; 3 Mar 2009 at 15:39:09.

  6. #26
    OverclockZone Member b0taN's Avatar
    Join Date
    1 Mar 2009
    Location
    ราชเทวี ใกล้ๆpantip aiAi

    Default

    ครับผม ขอบคุณมากครับ^ ^

  7. #27
    OverclockZone Member pooparat's Avatar
    Join Date
    26 Jun 2007

    Default

    ขอถามหน่อยคับจากที่อ่านจากภาค1 เนี้ยผมมีข้อสงสัยอยู่ข้อคับ เรื่อง bit นะคับทำไมถึงได้ x2 ในตัวอย่างของท่านใช้ 4bit หมายถึงว่าใน 1วินาทีจะทำการ sampling 2กำลัง4 = 16ครั้ง ดังนั้นถ้า ความถี่่ 1Hz น่าจะำได้ 16 sampling ต่อคลื่นหนึ่งลูกไม่ใช่เหรอคับ ทำไมถึง 32ครั้ง เพราะจิงๆในความเข้าใจของผม sampling คือจำนวน scaling ของกราฟในการแปลง ความถี่จาก analog to digital เพราะตามรูปนี้

    มันต้องการบอกว่า ความถี่ 1Hz ถ้าsampling 4 bit หรืออ 0-15 scaling มันจะได้กราฟของ digital data แบบนี้ ดังนั้นต่อให้ จะ 2Hz หรือ จะกี่ Hz ก็ตาม จำนวน sampling time ต้องไม่ลดสิคับ ผมเลยอยากจะทราบที่ท่านพิมว่า
    ถ้า ค่า oversampling เป็น 16,8,4 เท่า เราจะได้ค่า Spec เป็น

    1 ch - 4 bit - 2 Hz - oversampling 16 time
    1 ch - 4 bit - 4 Hz - oversampling 8 time
    1 ch - 4 bit - 8 Hz - oversampling 4 time

    อันนี้หมายถึงอะไรคับ ผมอ่านแล้วไม่เข้าใจ

    ขอถามต่อในภาค3 คือ แล้วจำนวนบิตมันไปเกี่ยวกับ dB ได้อย่างไรคับ ในที่ผมอ่านจากภาค1 คือค่าของbit หมายถึงความถี่ของการแปลงค่าจาก analog web ไปเป็น digital data จะเรียกว่า sampling rate หรือจะให้สรุปง่ายคือ จำนวนบิตยิ่งสูง sampling rat ยิ่งสูง ความใก้ลเคียงจาก analog ไป digital ก็ยิ่งสูงขึ้นด้วยนั้นเอง ซึ่งมันไม่น่าจะมีเกี่ยวกับความดังของเสียง(dB) นั้นน่าจะเป็นเรือ่งของ amplifier ที่จะขยาย amplitude ของคลื่น หรือภาษาบ้านๆว่าความดังของเสียงนี้คับ

    ช่วยอธิบายตอบผมที่คับพอดีช่วงนี้ผมอยากจะเล่นเรือ่งเสียงแล้วอย่างจิงๆจังๆแล้ว

    ปล. ผมขอขอบคุณท่านจขกท มากเลยคับที่อุตส่ามาเขียนอธิบายแปลไทยใม่ทับซับให้ด้วย แต่ผมขอถามท่านอื่นๆที่อ่านหน่อยคับมีใครเข้าใจ 100% บ้างไหมคับ คือพูดตรงๆผมเข้าใจไม่ถึง 50% เลยนี้ขนาดผมจบวิศวะคอมเกษตรตอนนี้กำลังต่อวิศวะไฟฟ้าที่เมกาอยู่นะคับ ที่บอกไม่ได้ต้องการอวดนะคับแต่แค่อยากบอกว่าพอมีความรู้พื้นฐานไฟฟ้าอยู่บ้าง แต่กระนั้นยังอ่านแล้วยังทำความเข้าใจได้ไม่หมดเลย
    Last edited by pooparat; 13 Mar 2009 at 07:21:42.

  8. #28
    OverclockZone Member jeurboy's Avatar
    Join Date
    25 Jul 2008

    Default

    ผมก็วิศวะคอมเกษตรนะ

    อ่านแล้วก็เข้าใจนะครับ แต่เรื่อง bitrate นี่ัมันไม่เกี่ยวกับ db จริงๆ

    มันคือ resolution ของเสียงนะ

  9. #29
    OverclockZone Member garmin's Avatar
    Join Date
    7 Feb 2008

    Default

    Quote Originally Posted by pooparat View Post
    ขอถามต่อในภาค3 คือ แล้วจำนวนบิตมันไปเกี่ยวกับ dB ได้อย่างไรคับ
    ง่ายคือว่าข้อมูล 11111111 เต็ม 8-bit นี่เท่ากับสัญญาณดังที่สุด (ตัวเลขเต็มนั่นเอง) แล้วเขาก็ให้เป็น 0 dB ที่เบากว่านั้นก็ลดหลั่นมาค่า - ลงมาครับ

    K. ดิต คุณ seiwin1 ลองอ่านดูครับ ชัดเจนดี

    16 บิทมีความละเอียด ประมาณ 65536 แบ่งเป็น +- ก็จะได้ฝั่งละ 32768 ระดับ Dynamic -96dB
    24 บิทมีความละเอียด ประมาณ 16777216 แบ่งเป็น +- ก็จะได้ฝั่งละ 8388608 ระดับ Dynamic -144dB

    ถ้าผมใช้ Cond Mic อัดเสียงร้องซึ่ง ไมค์ผมมี Noise Floor อยู่ที่ประมาณ -70dB แล้วอัดเสียงร้องให้ได้ความดังประมาณ -12dB ผมอัดที่ 24 Bit กะ 16 Bit เทียบกัน

    แต่ว่า ช่วงที่เป็น -70dB ถึง 0dB ของ 24Bit กะ16Bit ---->พักไว้แค่นี้ก่อนนนน

    เอาละลองมาคิดอีกที

    16 บิท มันเป็นเลขฐานสอง 24 บิท มันก็เป็นเลขฐานสอง แต่ในการ Sampling signal ของAudio ในปัจจุบัน มันไม่ได้ไปเพิ่มความละเอียดของช่วงสัญญาณ มันไปเพิ่ม (dynamic) Range ของช่วงสัญญาณแทน

    แล้วท่านไม่เคยคิดเลยเหรอคับว่า ความละเอียดที่ 16 กะ 24 bit ที่ช่วง -96dB ถึง 0dB มันมีความละเอียดในการ Sampling ระดับสัญญาณที่เท่ากัน 32768 ระดับ เท่ากัน

    เพราะงั้นถ้าในช่วงที่เราใช้งานไม่ว่าจะเป็น 16 Bit หรือ 24 Bit ค่า Quatization error มันก็ต้องมีค่าเท่ากันซิ... (กรณีที่มี SNR เท่ากัน)

    ถ้าท่านมีขอโต้เถียงช่วย Proof สมการฐานสอง Log scale การ Sampling ที่เป็นข้อยืนยันว่าที่ช่วง -96dB ถึง 0dB ที่ 16 กะ 24 bit มีการ Sampling ที่ระดับสัญญาญมีความละเอียดต่างกันทีครับ (มากกว่า 32768 )

    ขออภัย ช่วงนี้เกรียน

    อ่านเต็มๆได้ที่ >> อยากทราบวิธีการ Mix Master บอร์ด Patid ครับ

    ปล. Noise floor นี่หมายถึง ไม่มีสัญญาณเสียงบันทึกเข้ามา มีแต่ Noise ตามธรรมชาติของเครื่อง เสียงที่เราจะได้ยินก็ต้องมากกว่านี้ ถ้าเป็นการฟังเพลง เสียงที่แตกต่างกันก็ต้องสูงกว่า Noise floor ถึงจะได้ยิน ในทางกลับกัน หากเราทำให้ Noise floor ต่ำลงไปได้ เราก็จะได้ยินเสียงที่มีความละเอียดอ่อนชัดเจนขึ้นครับ (ดูเรื่อง Jitter ข้างล่างประกอบ) แต่ห้ามถามมาก .... ผมไม่เกรียนครับ
    Last edited by garmin; 17 Mar 2009 at 16:33:41.

  10. #30
    OverclockZone Member garmin's Avatar
    Join Date
    7 Feb 2008

    Default

    แล้วก็

    ตัวอย่างการทำ master ส่งไปห้องอัดเขาระบุไว้ดังนี้

    Digital Audio Tape (DAT)

    • Digital Audio Tape: 44.1 kHz or 48 kHz sampling rate
    • Pre-roll: 10-15 seconds recorded silence. (Optional) Calibration tone: 1 kHz at -12 dB (never at 0 dB).
    • Start IDs: sequentially numbered, placed at the start of each selection, one number per song.
    • If you are ordering CDs, a sampling rate of 44.1 kHz is highly recommended. Optional for cassettes.
    • Your dB meters should peak at 0, with no over levels, and must average above -15 dB (Red Book minimum standard).


    ลองอ่านเรื่อง Loudness War ดูต่อครับ เข้าใจวัยรุ่นสมัยนี้เลย

    http://en.wikipedia.org/wiki/Loudness_war

    หากสงสัยว่าขบนวนการในห้องอัดแบบ 16-bit กะ 24-bit resolution ต่างกันอย่างไร ลองฟังดูที่ ( 24-bit ทำให้ Noise floor ต่ำลง เมื่อเทียบกับสัญญาณเสียงจริง )

    http://www.sounddevices.com/notes/re...world-24-bits/

    แล้วก็มีตัวอย่างประกอบเรื่องความดังของ jitter ให้อ่านเล่น

    >> Jitter - Audible Impact
    Last edited by garmin; 17 Mar 2009 at 16:45:53.

  11. #31
    OverclockZone Member pooparat's Avatar
    Join Date
    26 Jun 2007

    Default

    Quote Originally Posted by garmin View Post
    ง่ายคือว่าข้อมูล 11111111 เต็ม 8-bit นี่เท่ากับสัญญาณดังที่สุด (ตัวเลขเต็มนั่นเอง) แล้วเขาก็ให้เป็น 0 dB ที่เบากว่านั้นก็ลดหลั่นมาค่า - ลงมาครับ

    K. ดิต คุณ seiwin1 ลองอ่านดูครับ ชัดเจนดี

    16 บิทมีความละเอียด ประมาณ 65536 แบ่งเป็น +- ก็จะได้ฝั่งละ 32768 ระดับ Dynamic -96dB
    24 บิทมีความละเอียด ประมาณ 16777216 แบ่งเป็น +- ก็จะได้ฝั่งละ 8388608 ระดับ Dynamic -144dB

    ถ้าผมใช้ Cond Mic อัดเสียงร้องซึ่ง ไมค์ผมมี Noise Floor อยู่ที่ประมาณ -70dB แล้วอัดเสียงร้องให้ได้ความดังประมาณ -12dB ผมอัดที่ 24 Bit กะ 16 Bit เทียบกัน

    แต่ว่า ช่วงที่เป็น -70dB ถึง 0dB ของ 24Bit กะ16Bit ---->พักไว้แค่นี้ก่อนนนน

    เอาละลองมาคิดอีกที

    16 บิท มันเป็นเลขฐานสอง 24 บิท มันก็เป็นเลขฐานสอง แต่ในการ Sampling signal ของAudio ในปัจจุบัน มันไม่ได้ไปเพิ่มความละเอียดของช่วงสัญญาณ มันไปเพิ่ม (dynamic) Range ของช่วงสัญญาณแทน

    แล้วท่านไม่เคยคิดเลยเหรอคับว่า ความละเอียดที่ 16 กะ 24 bit ที่ช่วง -96dB ถึง 0dB มันมีความละเอียดในการ Sampling ระดับสัญญาณที่เท่ากัน 32768 ระดับ เท่ากัน

    เพราะงั้นถ้าในช่วงที่เราใช้งานไม่ว่าจะเป็น 16 Bit หรือ 24 Bit ค่า Quatization error มันก็ต้องมีค่าเท่ากันซิ... (กรณีที่มี SNR เท่ากัน)

    ถ้าท่านมีขอโต้เถียงช่วย Proof สมการฐานสอง Log scale การ Sampling ที่เป็นข้อยืนยันว่าที่ช่วง -96dB ถึง 0dB ที่ 16 กะ 24 bit มีการ Sampling ที่ระดับสัญญาญมีความละเอียดต่างกันทีครับ (มากกว่า 32768 )

    ขออภัย ช่วงนี้เกรียน

    อ่านเต็มๆได้ที่ >> อยากทราบวิธีการ Mix Master บอร์ด Patid ครับ

    ปล. Noise floor นี่หมายถึง ไม่มีสัญญาณเสียงบันทึกเข้ามา มีแต่ Noise ตามธรรมชาติของเครื่อง เสียงที่เราจะได้ยินก็ต้องมากกว่านี้ ถ้าเป็นการฟังเพลง เสียงที่แตกต่างกันก็ต้องสูงกว่า Noise floor ถึงจะได้ยิน ในทางกลับกัน หากเราทำให้ Noise floor ต่ำลงไปได้ เราก็จะได้ยินเสียงที่มีความละเอียดอ่อนชัดเจนขึ้นครับ (ดูเรื่อง Jitter ข้างล่างประกอบ) แต่ห้ามถามมาก .... ผมไม่เกรียนครับ
    ถ้าการเพิ่ม bit rate เป็นการเพิ่ม dynamic range ของคลื่นเท่านั้น งั้นแบบผมก็ทำการ adapt โดยการที่ว่าถ้าผมอยากจะ convert analog to digital ให้ได้ความละเอียดสูงขึ้น ผมก็แค่เอา คลื่นจิง ไปเข้า analog amplifier เพื่อให้ได้คลื่นที่มี amplitude ที่สูงขึั้น(ขยายdB หรือให้เสียงมันดังขึ้น) ก่อนทำการเอาเข้า dac ที่มี bit rate สูงๆ เพื่อ convert เก็บ data แบบ digital เท่านี้ผมก็ได้ Quatization error ที่ต่ำลงแล้วนะคับ

  12. #32
    OverclockZone Member garmin's Avatar
    Join Date
    7 Feb 2008

    Default

    Quote Originally Posted by pooparat View Post
    ถ้าการเพิ่ม bit rate เป็นการเพิ่ม dynamic range ของคลื่นเท่านั้น งั้นแบบผมก็ทำการ adapt โดยการที่ว่าถ้าผมอยากจะ convert analog to digital ให้ได้ความละเอียดสูงขึ้น ผมก็แค่เอา คลื่นจิง ไปเข้า analog amplifier เพื่อให้ได้คลื่นที่มี amplitude ที่สูงขึั้น(ขยายdB หรือให้เสียงมันดังขึ้น) ก่อนทำการเอาเข้า dac ที่มี bit rate สูงๆ เพื่อ convert เก็บ data แบบ digital เท่านี้ผมก็ได้ Quatization error ที่ต่ำลงแล้วนะคับ
    มันคงดู peak-to-average หรือ full-scale input range ว่าชิป DAC ถูกออกแบบมาให้ทำงานที่ได้เช่นไรด้วย gain เพิ่มขึ้นทั้ง signal และ noise ก็เพิ่ม แล้วก็เรื่อง dithering ภายในของ DAC ด้วย ลองดูบทความด้านล่าง



    >> ADC Input Noise: The Good, The Bad, and The Ugly. Is No Noise Good Noise?

    >> ADC Noise Figure – An Often Misunderstood and Misinterpreted Specification

    ยุคแรกๆของ opamp และ DAC ครับ

    >> Data-Conversion Amplifier Noise Revisited 1984

    >> Noise and Operational Amplifier Circuits 1969

    พอจะอ่านถูไถไปได้ครับ
    Last edited by garmin; 18 Mar 2009 at 07:16:42.

  13. #33
    OverclockZone Member pooparat's Avatar
    Join Date
    26 Jun 2007

    Default

    Quote Originally Posted by garmin View Post
    มันคงดู peak-to-average หรือ full-scale input range ว่าชิป DAC ถูกออกแบบมาให้ทำงานที่ได้เช่นไรด้วย gain เพิ่มขึ้นทั้ง signal และ noise ก็เพิ่ม แล้วก็เรื่อง dithering ภายในของ DAC ด้วย ลองดูบทความด้านล่าง



    >> ADC Input Noise: The Good, The Bad, and The Ugly. Is No Noise Good Noise?

    >> ADC Noise Figure – An Often Misunderstood and Misinterpreted Specification

    ยุคแรกๆของ opamp และ DAC ครับ

    >> Data-Conversion Amplifier Noise Revisited 1984

    >> Noise and Operational Amplifier Circuits 1969

    พอจะอ่านถูไถไปได้ครับ
    การเอา signal เข้า amplifier มันจะขยาย noise ใน signal ด้วยอันนี้ผมเข้าใจคับ แต่นี้เราพูดถึงกรณีการ แปลงสัญญาณ ให้ได้ Quatization error ในการแปลงที่น้อยที่สุด ไม่ได้พูดถึงการทำ noise filter ดังนั้นเรื่อง noise ไม่น่าจะเกี่ยวนี้คับ
    แต่ว่าไปผมก็พอเข้าใจแล้วว่า bit rate ไปเกี่ยวกบับ dB ได้อย่างไรเพราะวิธีที่ผมกล่าวมา ก็คงจะจิงที่คงไม่มีใครมานั้งทำวงจร หาdynamic range ของ signal เพือ่จะขยายตาม bit rate ของ DAC เหมือนกัน

  14. #34
    OverclockZone Member garmin's Avatar
    Join Date
    7 Feb 2008

    Default

    Quote Originally Posted by pooparat View Post
    การเอา signal เข้า amplifier มันจะขยาย noise ใน signal ด้วยอันนี้ผมเข้าใจคับ แต่นี้เราพูดถึงกรณีการ แปลงสัญญาณ ให้ได้ Quatization error ในการแปลงที่น้อยที่สุด ไม่ได้พูดถึงการทำ noise filter ดังนั้นเรื่อง noise ไม่น่าจะเกี่ยวนี้คับ
    ตามที่เข้าใจ random และ deterministic noise มามีอยู่ในธรรมชาติ หลีกเลี่ยงไม่ได้ input ที่เข้ามามี noise ปนมาด้วย จึงต้องมีวิธีแก้ไขด้วย หรือหาทางทำให้เป็น "good noise" ก็จะเป็นประโยชน์กะการทำงานของ ADC/DAC ตัว noise เองก็จะเลยไปจนถึงตอนทำ quanzation ด้วย บทความแรกมีพูดไว้นะครับ

    All analog-to-digital converters (ADCs) have a certain amount of input-referred noise—modeled as a noise source connected in series with the input of a noise-free ADC. Input-referred noise is not to be confused with quantization noise, which is only of interest when an ADC is processing time-varying signals. In most cases, less input noise is better; however, there are some instances where input noise can actually be helpful in achieving higher resolution. If this doesn’t seem to make sense right now, read on to find out how some noise can be good noise.

    The averaging process also helps smooth out the DNL errors in the ADC transfer function. This can be illustrated for the simple case where the ADC has a missing code at quantization level k. Even though code k is missing because of the large DNL error, the average of the two adjacent codes, k – 1 and k + 1, is equal to k.
    เจตนาที่สื่อแค่บอกว่าการแก้ปัญหาหนึ่ง อาจเป็นการสร้างปัญหาให้อีกส่วนก็ได้ มีหนังสือชื่อ "Principles of Digital Audio" ปี 2000 หาโหลดได้จากกูลเกิล เพิ่งเจอเร็วๆนี้ครับ รีบหน่อยเดี๋ยวหาย

  15. #35
    OverclockZone Member blitzfino's Avatar
    Join Date
    19 Jul 2007
    Location
    ลาดกระบัง อุดมสุข

    Default

    ขอบคุณคับ
    คืนอาจารย์ไปหมดและ *0*

  16. #36
    OverclockZone Member garmin's Avatar
    Join Date
    7 Feb 2008

    Default

    เห็นมีคนมาถามว่า DAC คืออะไร คำตอบอีกอันคือ เครื่องเล่นเพลง แต่ก่อนเรียกว่า DA เป็นเครื่องที่ต่อพ่วงเข้ากับเครื่องเล่นแผ่นซีดี (CD transport) ภายในก็มีวงจร DAC มีการทำงานแบบที่คุณ waroonh อธิบายไว้ครับ

    กระทู้นี้มี DA หรือ DAC หลายยี่ห้อให้เลือก > DAC ตัวไหนราคาแพงสุด แล้วเสียงโอเคสุด

  17. #37
    OverclockZone Member Dualshock's Avatar
    Join Date
    18 Aug 2009

    Default

    ความรู้แน่นจริงๆครับ

  18. #38
    OverclockZone Member
    Join Date
    20 Oct 2007
    Location
    ตลาดสะพาน2 ถ.จันทน์

    Default

    ยากเหมือนกันนะครับเนี่ย

  19. #39
    OverclockZone Member milabis's Avatar
    Join Date
    17 Apr 2008
    Location
    บางจาก อ่อนนุช บนโลกอันสวยงาม(แต่มี

    Default

    สมมติ ผมซื้อ DAC ราคา 800 บาท มันจะแตกต่างกัน 6000 ตรงไหนครับ

  20. #40
    OverclockZone Member garmin's Avatar
    Join Date
    7 Feb 2008

    Default

    Quote Originally Posted by milabis View Post
    สมมติ ผมซื้อ DAC ราคา 800 บาท มันจะแตกต่างกัน 6000 ตรงไหนครับ
    DAC ราคาแพงมักเน้นที่เสียงดี และ มีฟังก์ชั่นสำหรับทำงานครบ เช่น ช่องเชื่อมต่อหลายประเภท รวมทั้งรองรับงานในสตูดิโอด้วย (sync master/slave)

Page 2 of 3 FirstFirst 123 LastLast

Bookmarks

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •