overclockzonefanpage  overclockzoneth  TV  
Results 1 to 17 of 17

Thread: wireless card ยี่ห้อไหนดีครับ

  1. #1
    OverclockZone Member
    Join Date
    14 Aug 2007

    Default wireless card ยี่ห้อไหนดีครับ

    ผมปา wireless แบบ usb เข้าป่าไปแล้วครับ จับสัญญาณได้แย่กว่าโนตบุคอีก เฮ่อ เลยว่าจะเปลี่ยนมาเป็น card ดูครับ ถามนิสนึงนะครั
    1 ยี่ห้อไหนดีครับ scm dlink linksys tplink เห็นว่ามันไม่แพง (แบบงบจำกัดน่ะครับ) หรือไม่ย่ห้ออื่นที่คุ้มกว่านี้ไหมครับ
    2 แบบ1เสากับ2เสาต่ากันมากไหมครับ ผมใช้เนตของคณะอยู่ แรง แต่สัญญาณแย่ ยิ่งใช้แบบ usb อันเก่า ยิ่งแย่ไปใหญ่
    3 เห็นบางอันมีกระดองครอบด้วย เพื่อ??
    4 1กับ2เสาต่างกันยังไงอ่าครับ เห้นมีแค่ ตัวเลข Mbps เท่านั้นที่ต่าง มันส่งผลต่ออย่างอื่นไหมครับ
    Last edited by lovetobacco; 30 Nov 2008 at 21:12:12.

  2. #2
    OverclockZone Member
    Join Date
    14 Aug 2007

    Default

    ไม่มีใครช่วยตอบเลย TT ดันหน่อยละกาน

  3. #3
    OverclockZone Member คนผ่านทาง's Avatar
    Join Date
    18 Sep 2006

    Default

    Quote Originally Posted by lovetobacco View Post
    ผมปา wireless แบบ usb เข้าป่าไปแล้วครับ จับสัญญาณได้แย่กว่าโนตบุคอีก เฮ่อ เลยว่าจะเปลี่ยนมาเป็น card ดูครับ ถามนิสนึงนะครั
    1 ยี่ห้อไหนดีครับ scm dlink linksys tplink เห็นว่ามันไม่แพง (แบบงบจำกัดน่ะครับ) หรือไม่ย่ห้ออื่นที่คุ้มกว่านี้ไหมครับ
    2 แบบ1เสากับ2เสาต่ากันมากไหมครับ ผมใช้เนตของคณะอยู่ แรง แต่สัญญาณแย่ ยิ่งใช้แบบ usb อันเก่า ยิ่งแย่ไปใหญ่
    3 เห็นบางอันมีกระดองครอบด้วย เพื่อ??
    4 1กับ2เสาต่างกันยังไงอ่าครับ เห้นมีแค่ ตัวเลข Mbps เท่านั้นที่ต่าง มันส่งผลต่ออย่างอื่นไหมครับ
    ปาทิ้งไป เสียดายแย่ ต้องดูครับว่า มันไกลจาก AP ขนาดไหน usb คุณเอาไปเสียบหลังเคสหรือเปล่า ลองต่อสายเอาไว้สูง ๆ ดูครับ แต่ถ้าปาทิ้งไปแล้ว ลองหา ของ LinkSys ครับ แต่มันไปหมกอยู่หลังเคส ก็ไม่น่าจะดีขึ้นเท่าไหร่

  4. #4
    OverclockZone Member
    Join Date
    14 Aug 2007

    Default

    ปาจิงครับไม่ได้โม้ ใช้แล้วไม่คุ้มกับอารมณ์ที่เสียไป โนตบุคตั้งอยู่ข้าง จับสัญญาณได้ very good นะครับ แล้วเล่นลื่นมา โหลดเร็ว แต่ตัวนี้(ไม่เอ่ยยี่ห้อนะครับ)จับได้ low แถมเข้าเวบเร็วแต่ เหมือนจะหลุดบ่อยมาก(แต่ยังconnectอยู่อ่ะ) ต้องกด f5 ตลอดเลย
    ผมต่อกับ usb หน้าเคสน่ะครับ เฮ่อ

  5. #5
    OverclockZone Member oho2022's Avatar
    Join Date
    18 Jan 2008
    Location
    korat

    Default

    ผมไม่ค่อยเก่งเรื่องnetwork แต่แชร์ประสบการณ์แล้วกัน ซื้อแบบusbยี่ห้อDlinkไปใช้ ขอบอกแย่มากๆครับ(เฉพาะตัวนี้รึเปล่าไม่ทราบ) หลังจากนั้นไปซื้อแบบPCI card ยี่ห้อ belkinแบบN1 3เสามาใช้ ตัวนี้ดีมากๆรับสัญญานได้ไม่มีหาย ไม่มีอาการการ์ดร้อน แล้วรับสัญญานไม่ได้แบบusbด้วย แต่ราคาผมว่ายี่ห้อนี้แพง ตอนผมซื้อราคาปกติ$100 แต่ผมได้มาราคา$20ครับ

  6. #6
    OverclockZone Member
    Join Date
    14 Aug 2007

    Default

    D link น่ะแหละ แหะๆ
    งั้นถามเพิ่มละกานนะครับ แบบ1เสา 2เสา 3เสา มันต่างกันไงอ่ะครับ จะได้ซื้อให้คุ้มค่ากับการใช้งานที่สุด

  7. #7
    OverclockZone Member คนผ่านทาง's Avatar
    Join Date
    18 Sep 2006

    Default

    1 เสา 2 เสา 3 เสา การที่จะใช้ ต้องดูที่ AP ด้วยว่า ใช้แบบไหน เช่นซื้อแบบ 3 เสามา แต่ AP เราใช้ 1 เสา ก็วิ่งได้เท่ากับ ไวเลสแบบ 1 เสา คือ จะเอาใช้อะไรต้องดูอุปกรณ์ของเราด้วยว่ารองรับหรือเปล่า ลองดูของ LinkSys SMC D-Link ได้หมดครับ

  8. #8
    OverclockZone Member
    Join Date
    14 Aug 2007

    Default

    AP คืออะไรหรือครับ แล้วดูยังไง ใช้เนตหอของคณะน่ะครับ

  9. #9

    Join Date
    27 May 2008
    Location
    Nonthaburi,BKK

    Default

    AP คือ Access Point หรือตัวส่งสัญญาณครับ
    2 หรือ 3 เสาเป็นเกรด Business Series หรือ เรียกว่า mimo ก็ไม่ผิด
    ใช้รองรับการใช้งานที่มีผู้ใช้งานมากๆในเวลาเดียวกันได้
    ตาม rep 7 กล่าว ใช้ 2 หรือ 3 เสา ถ้าตัว AP เป็น 1 เสามิใช่ mimo
    ก็ไม่ได้แรงขึ้นหรอกครับ
    ตามมหาลัยไม่รู้ว่าเค้าใช้แบบไหนครับ
    ลอง linksys usb ลากสายยาวๆดูครับ
    ตามลายเซ็นต์เลย

  10. #10
    OverclockZone Member miixer's Avatar
    Join Date
    26 Nov 2007
    Location
    IFDS-UK

    Default

    เป็นปกติครับที่ Wireless ของ Notebook จะรับสัญญาณดีกว่า

    ส่วนถ้าเป็นแบบ USB ผมว่าลากสายยาวออกมาเหมือนที่ท่านข้างบนๆว่าล่ะครับ

    ไม่ให้มีอะไรมากันสัญญาณได้ ผมว่ามันก็ใช้งานได้ดีเหมือนกัน

  11. #11
    OverclockZone Member
    Join Date
    14 Aug 2007

    Default

    เห็นตัวส่งสัญญาณมี2เสาน่ะครับ แต่ว่ามันหันไปคนละด้าน- -" เพราะหอมันมีฝั่งซ้ายกับขวาน่ะครับ ยังงี้ควรซื้อแบบ1หรือ2ดีครับ
    ปล ตัวส่งสัญญาณยี่้ห้อlynksys อยู่หน้าห้องผมไม่ถึง5เมตรเอง ห้องอยู่ตรงเกือบกลางฝั่งเลย ผมเลยปาUSBทิ้งไปเลย เลยจะซื้อเป็นcardน่ะครับ ว่าแต่ยี่ห้อไหนดีครับสำหรับ wireless card เข็ด Dlink TT
    Last edited by lovetobacco; 1 Dec 2008 at 14:50:40.

  12. #12
    OverclockZone Member maoking's Avatar
    Join Date
    22 Feb 2008
    Location
    กรุงเทพ อ่อนนุช17

    Default

    SMC ดีทีสุดครับ ลองหาดูล่ะกัน

  13. #13

    Join Date
    27 May 2008
    Location
    Nonthaburi,BKK

    Default

    Quote Originally Posted by lovetobacco View Post
    เห็นตัวส่งสัญญาณมี2เสาน่ะครับ แต่ว่ามันหันไปคนละด้าน- -" เพราะหอมันมีฝั่งซ้ายกับขวาน่ะครับ ยังงี้ควรซื้อแบบ1หรือ2ดีครับ
    ปล ตัวส่งสัญญาณยี่้ห้อlynksys อยู่หน้าห้องผมไม่ถึง5เมตรเอง ห้องอยู่ตรงเกือบกลางฝั่งเลย ผมเลยปาUSBทิ้งไปเลย เลยจะซื้อเป็นcardน่ะครับ ว่าแต่ยี่ห้อไหนดีครับสำหรับ wireless card เข็ด Dlink TT
    ถ้าตัวส่งเป็น linksys
    แนะนำตัวรับเป็น linksys WMP54G ดีกว่าครับ
    ตัวนี้เลย 850-890 บาท เสาที่แถมมาเป็น 5 dbi แรงโครต
    http://www.linksys.com/servlet/Satel...=5435839789B22

    หรือ WMP54GR ไม่แน่ใจราคา แต่แพงกว่าแน่นอน
    with RangeBooster อันนี้แหละ mimo
    http://www.linksys.com/servlet/Satel...=6087639789B23

  14. #14
    OverclockZone Member
    Join Date
    14 Aug 2007

    Default

    ขอบคุณทุกความเห็นครับ

  15. #15
    OverclockZone Member
    Join Date
    14 Aug 2007

    Default

    ผมไปดุที่ร้านมาแล้วครับ อันที่ดี(ร้านคอนเฟิม) มี2อันอ่ะครับ
    SMC ไรไม่รุ mimo
    lynksys ไรไม่รุ ไม่มีmimo
    ตัวมีmimo แพงกว่า100 บาทครับ (แต่ก้พันกว่าทั้งคู่แหละ)
    อันไหนดีครับ
    แล้ว mimo มันคืออะไร - -" แถมแพงกว่าด้วย

  16. #16
    OverclockZone Member meemeo's Avatar
    Join Date
    29 Nov 2008
    Location
    Bangkok

    Default

    ผมใช้ edimax เสาร์4db รับสัญญาณดี เล่นนานไม่ร้อนซื้อมา พันกว่าบาท

    ที่ สำ คัญ มันน่าจะเป็นที่ ap มากกว่า

  17. #17

    Join Date
    27 May 2008
    Location
    Nonthaburi,BKK

    Default

    Quote Originally Posted by lovetobacco View Post
    ผมไปดุที่ร้านมาแล้วครับ อันที่ดี(ร้านคอนเฟิม) มี2อันอ่ะครับ
    SMC ไรไม่รุ mimo
    lynksys ไรไม่รุ ไม่มีmimo
    ตัวมีmimo แพงกว่า100 บาทครับ (แต่ก้พันกว่าทั้งคู่แหละ)
    อันไหนดีครับ
    แล้ว mimo มันคืออะไร - -" แถมแพงกว่าด้วย
    2 หรือ 3 เสาเป็นเกรด Business Series หรือ เรียกว่า mimo ก็ไม่ผิด
    ใช้รองรับการใช้งานที่มีผู้ใช้งานมากๆในเวลาเดียวกันได้

    http://www.expert2you.com/view_article.php?art_id=2604

    ดูเหมือนว่า Wireless network ได้พัฒนาตัวเองมาจนถึงระดับที่ทำให้เราพอใจแล้ว แต่ความเป็นจริงที่ยังคงแฝงอยู่ และคาใจเราอยู่เสมอ คือความจริงที่ว่า ความต้องการสามประการที่เราไม่เคยได้มาพร้อมกัน ความเร็ว, เสถียรภาพของการเชื่อมต่อ, และระยะทาง

    ถ้าอยากจะให้อย่างหนึ่งดีขึ้น เราต้องแลกด้วยอีกอย่างหนึ่งที่ด้อยลงไป ลองสังเกตนะครับ เวลาที่เราถือโน้ตบุ๊คค่อย ๆ ถอย******งออกจาก Access Point ตัวเลขแสดงความเร็วบนหน้าจอจะค่อย ๆ ลดลงตามไปด้วย วงจรของ Wireless มันทำของมันเองครับ คือมันจะลดความเร็วเพื่อรักษาเสถียรภาพในการเชื่อมต่อ ซึ่งถ้าเราพยายามจะบังคับให้มันทำงานที่ความเร็วสูงขึ้น (การ์ดบางรุ่นบังคับได้ครับ) ในขณะที่เราอยู่******งจาก Access Point เราจะเสียเสถียรภาพไปทันที คือ Error จะสูงขึ้น และสูงจนกระทั่งวงจรมันตัด Connection นั้นออกจาก Access Point ในที่สุด

    และนี่คือเป้าหมายหลักของการพัฒนาของ Wireless network ซึ่งซุ่มตัวอยู่เบื้องหลังตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ วันที่เทคโนโลยีใหม่ได้รับการพิสูจน์ว่าทำงานได้จริง สามารถตอบสนองความต้องการทั้งสามได้พร้อม ๆ กันโดยไม่ต้องแลกกับความถดถอยของเงื่อนไขใด ๆ อีก เทคโนโลยีที่ประกาศตัวออกมาสู่ตลาดภายใต้ชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า MIMO

    เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า การส่งสัญญาณและการรับสัญญาณระหว่างอุปกรณ์ Wireless ไม่ว่ารุ่นไหนยี่ห้อไหน ก็ล้วนแล้วแต่เป็นไปตามกฏเกณฑ์ทางธรรมชาติอันว่าด้วยเรื่องของคลื่น คนเราเวลาส่งเสียงออกมาเป็นภาษาพูด มันก็คือการส่งคลื่นออกมาครับ เวลาอุปกรณ์ Wireless มันคุยกัน คลื่นที่ส่งออกมาจะสะท้อนกับทุกสิ่งทุกอย่าง ซึ่งก็เหมือนกับคนสองคนที่มาตะโกนคุยกันในห้องเล็ก ๆ นั่นแหละครับ สิ่งที่เกิดเขาเรียกว่าเสียงเอคโค่หรือเสียงสะท้อน มันก็เลยเป็นอุปสรรคสำหรับผู้รับสารครับ คือฟังไม่รู้เรื่อง เพราะเสียงมันก้องไปมา อุปกรณ์ Wireless ทั้งหลายก็เหมือนกัน เวลาเจอสัญญาณสะท้อนมาก ๆ เข้าก็จะไม่สามารถรับสัญญาณได้ เรียกว่าสัญญาณของตัวเอง รบกวนตัวเองครับ

    แต่เดิมทำกันอย่างไร
    เทคโนโลยีของอุปกรณ์ Wireless ที่ผ่านมาทั้งหมด ถูกออกแบบมาโดยเน้นไปที่การลดสัญญาณสะท้อนครับ เทคนิคที่เห็นจะเด่นที่สุดในการรับมือสัญญาณสะท้อน ก็คือ Diversity antenna ซึ่งปรากฏตัวออกมาเป็นรูปธรรมในแบบของเสา 2 ต้นที่ทำงานคู่กัน รับสัญญาณด้วยกันทั้งคู่ แต่มีเพียงสัญญาณเดียวที่รับได้ชุดแรกสุดที่จะถูกนำมาใช้งาน สัญญาณที่ได้รับหลังจากนั้น ให้ถือว่ามันสะท้อนมา ถึงแม้จะรับก็ไม่เอาไปใช้

    ลองสังเกตให้ดีครับ AP หลายรุ่นหลากยี่ห้อที่เราใช้กันอยู่ Wireless card อีกนับไม่ถ้วน ล้วนแต่ใช้เทคนิค Diversity antenna กันทั้งสิ้น ซึ่งก็ทำงานได้ดีมาตลอด บนพื้นฐานของการสละความต้องการอันหนึ่ง เพื่อให้อีกความต้องการหนึ่งดีขึ้น Wireless network เป็นแบบนี้มาตลอดตั้งแต่วันแรก จนถึงกระทั่งวันที่ MIMO ซึ่งเป็นแนวคิดใหม่ประกาศตัวออกมา เรียกได้ว่าเป็นการประกาศตัวแบบฉีกกฏเกณฑ์เดิมโดยสิ้นเชิง


    แนวคิดของ MIMO
    มันเป็นคำถามอันเป็นต้นกำเนิดของไอเดียทั้งหมดครับ คำถามก็คือ เราจะทิ้งสัญญาณสะท้อนไปทำไม แล้วทำไมเราไม่เอาสัญญาณสะท้อนที่ว่ามาเป็นส่วนหนึ่ง เพื่อเสริมให้การรับสัญญาณมันสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ด้วยแนวคิดแบบนี้ที่ว่าสัญญาณมันจะมาตรงหรือสะท้อนมา ก็เอาหมด เรียกว่ายิ่งรับมากก็ยิ่งดี ก็เลยมีการเพิ่มเสาเข้าไปให้กับอุปกรณ์ Wireless ครับ เพื่อให้มันรับสัญญาณได้ดียิ่งขึ้น ผนวกเข้ากับความมหัศจรรย์ของการคำนวณทางคณิตศาสตร์ สมการใหม่ ๆ ที่ช่วยสร้างรูปคลื่นที่สมบูรณ์จากการรวมสัญญาณทั้งหมดเข้าด้วยกัน ทำให้เกิดผลสรุปรวบยอดได้ว่า สัญญาณสะท้อนไม่ต้องทิ้ง แต่เอามาใช้จนเกิดเป็นข้อได้เปรียบได้อย่างชาญฉลาด

    และนั่นก็คือที่มาของคำว่า MIMO ครับ ซึ่งย่อมาจาก Multi-Input-Multi-Output ที่ว่ามาข้างต้นนั้น เป็นเรื่องของ Multi-Input หรือรับสัญญาณด้วยเสาหลายต้น

    ผลในทางปฏิบัติที่เห็นได้ทันทีคือ ความสามารถของอุปกรณ์ Wireless ที่สามารถรับสัญญาณได้ดีขึ้น แม้ในระยะที่ไกลออกไป แม้ในที่ ๆ อุดมไปด้วยการรบกวนของสัญญาณ เทคโนโลยี MIMO ก็ยังสามารถดักจับสัญญาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ พูดง่าย ๆ ว่าในระยะที่******งจาก Access Point ที่เท่ากัน เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีแบบเดิมแล้ว MIMO จะรับสัญญาณได้ดีกว่า เป็นการทลายกำแพงของกฏเกณฑ์เดิม ๆ โดยสิ้นเชิง คือระยะก็ได้ไกลขึ้น โดยความเร็วก็ไม่ตกลงอย่างฮวบฮาบ ในขณะที่เสถียรภาพก็ยังดีอยู่

    สรุปเป็นภาษาพูดได้ง่าย ๆ คือ ระยะเท่ากัน แต่ MIMO จะรับข้อมูลได้ดีกว่าและเร็วกว่าครับ


    ที่ว่ามานั้น ว่าด้วยเรื่องของการรับสัญญาณเท่านั้นครับ ซึ่ง MIMO ไม่ได้เพียงแค่ช่วยให้การรับสัญญาณดีขึ้นเท่านั้น การส่งสัญญาณก็ดีขึ้นด้วยครับ ซึ่งอันนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับผู้คิดค้นเทคโนโลยี MIMO นี้ครับ มันคือคณิตศาสตร์ล้วน ๆ ที่ใช้ในการผนวกข้อมูลดิจิตอลเข้ากับคลื่นพาหะ หรือที่เราเรียกเป็นภาษาเทคนิคว่า เป็นการ Modulate แบบ OFDM นั่นแหละครับ

    OFDM ไม่ใช่เทคนิคใหม่ แต่เป็นเทคนิคที่ถูกนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกับ MIMO ด้วยการใส่ตัวแปรทางคณิตศาสตร์ที่เหมาะสมลงไปในสมการอันเป็นส่วนประกอบของ OFDM ผลที่เกิดคือการที่ทำให้ผู้ใช้อย่างเรา ๆ ท่าน ๆ สามารถจะมี Wireless แบบ 108 เมกะบิตใช้กันโดยถ้วนหน้า

    พูดสั้น ๆ ก็คือ ด้วย MIMO การเชื่อมต่อระหว่าง AP กับ Wireless client จะมีการรับส่งข้อมูลที่ความเร็ว 108 เมกะบิต ซึ่งเป็น 108 ที่ไม่เหมือนกับเทคโนโลยี 108 ที่วางตลาดกันอยู่ในปัจจุบันนี้ เพราะ MIMO ใช้จำนวน Channel ที่น้อยกว่านั่นเอง พูดในอีกแง่หนึ่งคือ เราสามารถจะมี Channel เหลือสำหรับการสร้าง Wireless network วงต่อ ๆ ไปได้ ในขณะที่ MIMO ก็ยังคงทำงานที่ 108 เมกะบิตไปได้ด้วย


    รู้จักกับ Airgo
    หัวใจสำคัญของ MIMO คือชิพ Airgo จาก Airgo Networks บริษัทที่เป็นผู้นำในเทคโนโลยี MIMO โดยชิพเซ็ตที่ว่านี้ ได้รับการยอมรับจากบริษัทยักษ์ใหญ่ชั้นนำมากมายในอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ ในการนำชิพเซ็ตไปประกอบกับผลิตภัณฑ์ Wireless ของตน อาทิ Access Point และ Wireless card ที่ใช้ชิพเซ็ตของ Airgo เช่นเดียวกัน

    ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Airgo ได้รับการพิสูจน์จากผู้ใช้ในตลาด รวมไปถึงรางวัลต่าง ๆ มากมายจากนักวิเคราะห์อุตสาหกรรม นิตยสาร เวบไซด์ ฯลฯ ให้เป็นชิพที่มีความเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยี มีประสิทธิภาพสูง

    หรือ http://www.google.co.th/search?hl=th&q=mimo&meta=
    เยอะแยะเลยครับ


Bookmarks

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •