overclockzonefanpage  overclockzoneth  TV  
Results 1 to 18 of 18

Thread: ทำไมการ์ดจอยิ่งพัฒนายิ่งกินไฟ ไม่เหมือนอุปกรณ์อื่น

  1. #1
    OverclockZone Member 1623's Avatar
    Join Date
    9 Nov 2008

    Default ทำไมการ์ดจอยิ่งพัฒนายิ่งกินไฟ ไม่เหมือนอุปกรณ์อื่น

    ทำไมการ์ดจอยิ่งพัฒนายิ่งกินไฟ ไม่เหมือนอุปกรณ์อื่น
    ซีพียูรุ่นใหม่กินไฟน้อยลง
    ฮาร์ดดิสค์รุ่นใหม่เป็น กรีนเพาเวอร์
    เมนบอร์ดรุ่นใหม่ มีระบบประหยัดพลังงาน
    แล้วทำไมการ์ดจอรุ่นใหม่ยิ่งกินไฟ ยิ่ง GTX280 ยิ่งโครตกินเลย
    ไอ้เราจะอยากอัพเกรด ก็กลัวเปลืองไฟ
    ถึงแม้ว่า ตอน idle มันจะไม่กินมาก
    แต่ถ้าเทียบกับ idle การ์ดจอรุ่นที่เก่ากว่า GTX280 ก็ยังกินมากอยู่ดี

    why why why

  2. #2
    เมพขิงๆ Mania ! TWK.'s Avatar
    Join Date
    5 Dec 2006
    Location
    สำโรง-บางนา-สัตหีบ

    Default

    ความแรงต้องอาศัยพลังงานในการขับเคลื่อนเยอะ

  3. #3
    OverclockZone Member Ajuiy's Avatar
    Join Date
    3 Feb 2008
    Location
    Sattahip

    Default

    รถยิ่งแรง ยิ่งกินน้ำมัน

  4. #4
    OverclockZone Member manchester2548's Avatar
    Join Date
    4 Dec 2006
    Location
    สิงโตมา ( ราชสีมา ^^)

    Default

    คนยิ่งกินยิ่งอ้วน เกี่ยวเปล่า

  5. #5
    OverclockZone Member tanagritm's Avatar
    Join Date
    28 Nov 2007

    Default

    แรงขึ้น ก็ใช้ transistor เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว

  6. #6
    OverclockZone Member
    Join Date
    14 Aug 2007

    Default

    ซีพียูแรงขึ้น transisterมากขึ้น HDDแรงขึ้น เร็วขึ้น แต่กินไฟน้อยลง

  7. #7
    OverclockZone Member skyline_008's Avatar
    Join Date
    10 Jul 2008
    Location
    จะโบยบินไปสุดขอบฟ้า..ไปเอาเดือนดารามาไว้ที่นี่

    Default

    อยากแรงตังค์ในกระเป๋าก็ต้องแรงด้วย อิอิ

  8. #8
    OverclockZone Member NC5's Avatar
    Join Date
    24 Oct 2008

    Default

    ว่ากันไป ทัมใจครับ เราผลิตเองไม่ได้ด้วยอะ

  9. #9
    OverclockZone Member kingmax's Avatar
    Join Date
    18 Sep 2006
    Location
    Bangkok

    Default

    ผมลองดูจากเว็ปคำนวน มะก่อน การ์ด x1950pro ตัวแรง เจอกับ 3850

    3850 มันก็กินไฟน้อยกว่าแล้วน่ะครับ แถมยังแรงกว่าอีก นี่แหละ คือการพัฒนา แต่อยากแรงมากๆ ก็กินไฟ เป็นเรื่องปกติ รถแรงๆ ยังกินน้ำมัน สูบเอาๆเลยครับ

  10. #10
    OverclockZone Member kgb99's Avatar
    Join Date
    17 Jul 2007
    Location
    พันธุ์ทิพย์ ประตูน้ำ

    Default

    ของมันแรงครับ ย่อมแด๊กไฟเยอะเป็นธรรมดา และ ร้อนด้วย

  11. #11
    OverclockZone Member nutseme's Avatar
    Join Date
    2 Sep 2008

    Default

    จะวิ่งให้ไว ก็ต้องใช้แรงเยอะครับ

  12. #12
    OverclockZone Member amcrew's Avatar
    Join Date
    20 May 2008
    Location
    Chonburi

    Default

    จะให้ เฟอรารี่ กินน้ำมัน เท่าวีออสได้ไงครับ แหม
    ตัวใหม่ๆ รุ่นประหยัดไฟก็มีครับ แต่ตัวที่ท่านพูดถึงมันตัวแรง
    เปรียบได้ดัง รถสปอร์ท กินน้ำมันกว่า รถจ่ายกับข้าวครับ

  13. #13
    OverclockZone Member marchz's Avatar
    Join Date
    26 Jan 2008

    Default

    รถวิ่งยิ่งไว จะกินน้ำมันน้อยลง มันขัดกันโดยสิ้นเชิง อิอิ
    cpu ram เล็กได้ประหยัดได้ แต่การ์ดจอไม่มีแรงๆเล็กๆครับ มีแต่ใหญ่แล้วหนักเพิ่มขึ้นถ้าเป็นการ์ดรุ่นใหญ่มาหน่อย

  14. #14
    OverclockZone Member A.wattana's Avatar
    Join Date
    21 Dec 2008
    Location
    กรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์

    Default

    มันเป็นเรื่องที่เข้าใจยากนิดหนึ่งคับ ถ้าเราเข้าใจกระบวนการพัฒนาและการผลิตและใช้งานแล้วจะทำให้ทราบชัดเจนขึ้น ขออธิบายให้เป็นพี้นฐานนิดหนึ่งนะครับ
    การพัฒนากราฟิคการ์ดไม่ได้มุ่งให้ประหยัดพลังงานเพียงอย่างเดียว ต้องเพิ่มประสิทธิภาพในการคำนวนด้วยทั้ง Core,Mem ฯลฯ การทำงานของการ์ดจอก็คล้ายๆกับ CPU นั่นแหละ

    ใครที่ใช้คอมพิวเตอร์มาตั้งแต่ยุคเมื่อ15ปีที่แล้วเป็นต้นไปจะทราบดี ตอนนั้นCPUความเร็วแค่ 33 และ 60Mhz. เอง โคตรหรูเลย แรงมาก ถามว่าร้อนไหม ก็ร้อนพอๆ C2Q 3.0Ghz. ทุกวันนี้แหละคับ แต่การทำงานนั้นผิดกันมากจนไม่อยากจะเชื่อว่าคอมพิวเตอร์ทำอะไรได้ทุกสิ่งดังจินตนาการ จากเมื่องก่อนก็แค่เอาไว้พิมพ์งานใน เวิร์ดราชวิถี เวิร์ดจุฬา และโปรแกรมเล็กๆน้อยๆ มีแผ่นดีสเกตแผ่นเดียว ทำได้ทุกงาน ตั้งแต่บุตเครื่องด้วยแผ่นนั้น(ไม่มี hd.)โปรแกรมก็อยู่ในแผ่นดีเกตนั่นแหละ แต่ทุกวันนี้แตกต่างกันจนไม่อยากจะเชื่อว่าคอมทำได้ทุกอย่างศูนย์รวมความบันเทิงทุกชนิด เพราะคนนิยมและใช้กันมาก การแข่งขันจึงสูงตามไปด้วย เมื่อก่อนมีซีพียูค่ายใหญ่ๆหลายค่าย อย่าง IBM,intel,Via,AMD... เมื่อการพัฒนามาถึงความเร็วที่ 2.8Ghz. ความร้อนสูงขึ้น พัดลมความเร็วที่ 7000-10000 รอบต่อนาทีถูกเอามาดับความร้อนซีพียู เสียงยังกะผึ้งแตกรัง ความร้อนพอๆกับนั่งข้างเตาผิง จนมีคนขนานนาม ซีพียู AMD Thanderbrid ว่า เจ้านกย่าง ตอนนั้นทุกค่ายต่างประสบปัญหาเดียวกันคือเมื่อพัฒนาความเร็วเพิ่มแต่ความร้อนที่สูงขึ้นจนไม่อาจหาอะไรมาระบายได้ทัน ทำให้พัฒนาความเร็วต่อไปไม่ไหว ผู้ผลิตซีพียูหลายค่ายต้องเลิกการผลิตไป อย่าง IBM,Via เหลือแต่ สองเจ้าหลักๆที่ยังคงอยู่
    แต่ทั้งสองไม่ได้เพิ่มความเร็วของซีพียูจาก 3 เป็น 4ghz. หรือสูงกว่านั้น หันมาพัฒนาเรื่องวัสดุที่เอามาทำซีพียูให้เล็กลง ร้อนน้อยกว่าเดิม และพัฒนาแกนซีพียูให้มีหลายคอร์เพื่อทำให้เร็วขึ้น จะเห็นได้ว่าทุกวันนี้ซีพียูมีหลายคอร์ นั่นก็อาจมองได้ว่าผู้ผลิตหันมาสนใจในเรื่องประสิทธิภาพที่ไม่ต้องอาศัยแต่ความแรงเร็วเพียงอย่างเดียว แต่หันมาพัฒนาองค์ประกอบส่วนอื่นๆ เพื่อให้ทำงานได้ไม่เกิดปัญหาคอขวด ขึ้น

    ด้านกราฟิคการ์ดก็เช่นกันเมื่อก่อนมีหลายค่ายมาก S3,Sis,Maxtrox,Intel,3DFX... ค่ายใหญ่ๆก็เห็นจะเป็น 3DFX ผลิตการ์ดจอรุ่นในตำนานของนักเล่นเกมที่ราคาแตะ 30000 บาท อย่าง Voodoo 5 เมื่อเจอกับปัญหาเรื่องความร้อนไม่อาจหาวิธีมาผลิตชิปที่เล็กลงเพิ่มความเร็วเแต่ไม่ร้อนได้ จึงสู่คู่แข่งอย่าง Nvidia น้องใหม่ไฟแรงไม่ได้ ค่ายนี้เขามีแนวคิดแปลกออกไปในตอนนั้น ทำ GPU แยกการทำงานด้านกราฟิคมาไว้ที่ตัวการ์ดเลยไม่ต้องไปเปลืองแรงซีพียู ทำให้ความเร็วเพิ่มขึ้นมากแม้จะกินไฟแต่ก็ไวกว่าค่ายไหนๆ จนกลายมาเป็นค่ายกราฟิคอันดับหนึ่งภายในไม่กี่ปี ต่อมาก็มีน้องใหม่มาต่อกร คือ Ati ในการผลิตชิปแบบเดียวกัน และเหลือเพียงสองค่ายนี้ที่เป็นคู่แข่งด้านกราฟิคการ์ดหลักๆ นอกนั้นก็เป็นตัวเสริมไม่อาจแข่งกันได้

    การทำงานประมวลผลในด้าน 3 มิติ ต้องใช้พลังอย่างมหาศาลในการคำนวนวัตถุ รายละเอียดต่างๆ ตัวซีพียูทุกวันนี้ ระดับกลางๆ สามสี่พัน ก็สามารถทำงานได้ครอบคลุมงานทุกด้านแล้ว เราใช้งานกันถ้าไม่นับเล่นเกม หรือทำงานด้านตัดต่อ หรือสามมิติ ใช้ประสิทธิภาพของCPU ไม่ถึง 20% ด้วยซ้ำไป เมื่อใดที่ใช้เล่นเกม หรืองานด้านสามมิติเมื่อนั่นแหละซีพียูจะวิ่งเต็มร้อย การ์ดจอจะทำงานเต้มร้อย คืองานที่หนักมาก จริงๆ ไม่อย่างนั้นคอมพิวเตอร์ทุกสเปคก็คงเล่นเกมได้เหมือนกันหมดละครับ ตอนนี้ซื้อคอมถ้าจะหวังเล่นเกม ต้องเผื่อการ์ดจอด้วย 1/4 ขึ้นไป ถ้าหวังจะเล่นเกมได้อย่างเหมือนจินตนาการและได้ประสบการณ์อย่างยอด นั้นต้องเป็น 3/4 ของราคาคอมทั้งหมด คือประมาณ หมื่นขึ้นไปครับ เพราะการ์ดจอทำงานหนักกว่าทุกอย่างในขณะเล่นเกม คอนเฟิร์ม (^.^)
    Last edited by A.wattana; 22 Dec 2008 at 18:16:55.

  15. #15
    OverclockZone Member Spy-Th's Avatar
    Join Date
    2 Mar 2007
    Location
    นครศรีธรรมราช ^_^

    Default

    Quote Originally Posted by A.wattana View Post
    มันเป็นเรื่องที่เข้าใจยากนิดหนึ่งคับ ถ้าเราเข้าใจกระบวนการพัฒนาและการผลิตและใช้งานแล้วจะทำให้ทราบชัดเจนขึ้น ขออธิบายให้เป็นพี้นฐานนิดหนึ่งนะครับ
    การพัฒนากราฟิคการ์ดไม่ได้มุ่งให้ประหยัดพลังงานเพียงอย่างเดียว ต้องเพิ่มประสิทธิภาพในการคำนวนด้วยทั้ง Core,Mem ฯลฯ การทำงานของการ์ดจอก็คล้ายๆกับ CPU นั่นแหละ

    ใครที่ใช้คอมพิวเตอร์มาตั้งแต่ยุคเมื่อ15ปีที่แล้วเป็นต้นไปจะทราบดี ตอนนั้นCPUความเร็วแค่ 33 และ 60Mhz. เอง โคตรหรูเลย แรงมาก ถามว่าร้อนไหม ก็ร้อนพอๆ C2Q 3.0Ghz. ทุกวันนี้แหละคับ แต่การทำงานนั้นผิดกันมากจนไม่อยากจะเชื่อว่าคอมพิวเตอร์ทำอะไรได้ทุกสิ่งดังจินตนาการ จากเมื่องก่อนก็แค่เอาไว้พิมพ์งานใน เวิร์ดราชวิถี เวิร์ดจุฬา และโปรแกรมเล็กๆน้อยๆ มีแผ่นดีสเกตแผ่นเดียว ทำได้ทุกงาน ตั้งแต่บุตเครื่องด้วยแผ่นนั้น(ไม่มี hd.)โปรแกรมก็อยู่ในแผ่นดีเกตนั่นแหละ แต่ทุกวันนี้แตกต่างกันจนไม่อยากจะเชื่อว่าคอมทำได้ทุกอย่างศูนย์รวมความบันเทิงทุกชนิด เพราะคนนิยมและใช้กันมาก การแข่งขันจึงสูงตามไปด้วย เมื่อก่อนมีซีพียูค่ายใหญ่ๆหลายค่าย อย่าง IBM,intel,Via,AMD... เมื่อการพัฒนามาถึงความเร็วที่ 2.8Ghz. ความร้อนสูงขึ้น พัดลมความเร็วที่ 7000-10000 รอบต่อนาทีถูกเอามาดับความร้อนซีพียู เสียงยังกะผึ้งแตกรัง ความร้อนพอๆกับนั่งข้างเตาผิง จนมีคนขนานนาม ซีพียู AMD Thanderbrid ว่า เจ้านกย่าง ตอนนั้นทุกค่ายต่างประสบปัญหาเดียวกันคือเมื่อพัฒนาความเร็วเพิ่มแต่ความร้อนที่สูงขึ้นจนไม่อาจหาอะไรมาระบายได้ทัน ทำให้พัฒนาความเร็วต่อไปไม่ไหว ผู้ผลิตซีพียูหลายค่ายต้องเลิกการผลิตไป อย่าง IBM,Via เหลือแต่ สองเจ้าหลักๆที่ยังคงอยู่
    แต่ทั้งสองไม่ได้เพิ่มความเร็วของซีพียูจาก 3 เป็น 4ghz. หรือสูงกว่านั้น หันมาพัฒนาเรื่องวัสดุที่เอามาทำซีพียูให้เล็กลง ร้อนน้อยกว่าเดิม และพัฒนาแกนซีพียูให้มีหลายคอร์เพื่อทำให้เร็วขึ้น จะเห็นได้ว่าทุกวันนี้ซีพียูมีหลายคอร์ นั่นก็อาจมองได้ว่าผู้ผลิตหันมาสนใจในเรื่องประสิทธิภาพที่ไม่ต้องอาศัยแต่ความแรงเร็วเพียงอย่างเดียว แต่หันมาพัฒนาองค์ประกอบส่วนอื่นๆ เพื่อให้ทำงานได้ไม่เกิดปัญหาคอขวด ขึ้น

    ด้านกราฟิคการ์ดก็เช่นกันเมื่อก่อนมีหลายค่ายมาก S3,Sis,Maxtrox,Intel,3DFX... ค่ายใหญ่ๆก็เห็นจะเป็น 3DFX ผลิตการ์ดจอรุ่นในตำนานของนักเล่นเกมที่ราคาแตะ 30000 บาท อย่าง Voodoo 5 เมื่อเจอกับปัญหาเรื่องความร้อนไม่อาจหาวิธีมาผลิตชิปที่เล็กลงเพิ่มความเร็วเแต่ไม่ร้อนได้ จึงสู่คู่แข่งอย่าง Nvidia น้องใหม่ไฟแรงไม่ได้ ค่ายนี้เขามีแนวคิดแปลกออกไปในตอนนั้น ทำ GPU แยกการทำงานด้านกราฟิคมาไว้ที่ตัวการ์ดเลยไม่ต้องไปเปลืองแรงซีพียู ทำให้ความเร็วเพิ่มขึ้นมากแม้จะกินไฟแต่ก็ไวกว่าค่ายไหนๆ จนกลายมาเป็นค่ายกราฟิคอันดับหนึ่งภายในไม่กี่ปี ต่อมาก็มีน้องใหม่มาต่อกร คือ Ati ในการผลิตชิปแบบเดียวกัน และเหลือเพียงสองค่ายนี้ที่เป็นคู่แข่งด้านกราฟิคการ์ดหลักๆ นอกนั้นก็เป็นตัวเสริมไม่อาจแข่งกันได้

    การทำงานประมวลผลในด้าน 3 มิติ ต้องใช้พลังอย่างมหาศาลในการคำนวนวัตถุ รายละเอียดต่างๆ ตัวซีพียูทุกวันนี้ ระดับกลางๆ สามสี่พัน ก็สามารถทำงานได้ครอบคลุมงานทุกด้านแล้ว เราใช้งานกันถ้าไม่นับเล่นเกม หรือทำงานด้านตัดต่อ หรือสามมิติ ใช้ประสิทธิภาพของCPU ไม่ถึง 20% ด้วยซ้ำไป เมื่อใดที่ใช้เล่นเกม หรืองานด้านสามมิติเมื่อนั่นแหละซีพียูจะวิ่งเต็มร้อย การ์ดจอจะทำงานเต้มร้อย คืองานที่หนักมาก จริงๆ ไม่อย่างนั้นคอมพิวเตอร์ทุกสเปคก็คงเล่นเกมได้เหมือนกันหมดละครับ ตอนนี้ซื้อคอมถ้าจะหวังเล่นเกม ต้องเผื่อการ์ดจอด้วย 1/4 ขึ้นไป ถ้าหวังจะเล่นเกมได้อย่างเหมือนจินตนาการและได้ประสบการณ์อย่างยอด นั้นต้องเป็น 3/4 ของราคาคอมทั้งหมด คือประมาณ หมื่นขึ้นไปครับ เพราะการ์ดจอทำงานหนักกว่าทุกอย่างในขณะเล่นเกม คอนเฟิร์ม (^.^)
    ท่านนี้สงสัย..จะรุ่นเดียวกับผมแน่เลย.....

  16. #16
    OverclockZone Member m_e_n_g's Avatar
    Join Date
    29 Nov 2007
    Location
    เมืองเพชรฯ & บางนา

    Default

    Quote Originally Posted by A.wattana View Post
    มันเป็นเรื่องที่เข้าใจยากนิดหนึ่งคับ ถ้าเราเข้าใจกระบวนการพัฒนาและการผลิตและใช้งานแล้วจะทำให้ทราบชัดเจนขึ้น ขออธิบายให้เป็นพี้นฐานนิดหนึ่งนะครับ
    การพัฒนากราฟิคการ์ดไม่ได้มุ่งให้ประหยัดพลังงานเพียงอย่างเดียว ต้องเพิ่มประสิทธิภาพในการคำนวนด้วยทั้ง Core,Mem ฯลฯ การทำงานของการ์ดจอก็คล้ายๆกับ CPU นั่นแหละ

    ใครที่ใช้คอมพิวเตอร์มาตั้งแต่ยุคเมื่อ15ปีที่แล้วเป็นต้นไปจะทราบดี ตอนนั้นCPUความเร็วแค่ 33 และ 60Mhz. เอง โคตรหรูเลย แรงมาก ถามว่าร้อนไหม ก็ร้อนพอๆ C2Q 3.0Ghz. ทุกวันนี้แหละคับ แต่การทำงานนั้นผิดกันมากจนไม่อยากจะเชื่อว่าคอมพิวเตอร์ทำอะไรได้ทุกสิ่งดังจินตนาการ จากเมื่องก่อนก็แค่เอาไว้พิมพ์งานใน เวิร์ดราชวิถี เวิร์ดจุฬา และโปรแกรมเล็กๆน้อยๆ มีแผ่นดีสเกตแผ่นเดียว ทำได้ทุกงาน ตั้งแต่บุตเครื่องด้วยแผ่นนั้น(ไม่มี hd.)โปรแกรมก็อยู่ในแผ่นดีเกตนั่นแหละ แต่ทุกวันนี้แตกต่างกันจนไม่อยากจะเชื่อว่าคอมทำได้ทุกอย่างศูนย์รวมความบันเทิงทุกชนิด เพราะคนนิยมและใช้กันมาก การแข่งขันจึงสูงตามไปด้วย เมื่อก่อนมีซีพียูค่ายใหญ่ๆหลายค่าย อย่าง IBM,intel,Via,AMD... เมื่อการพัฒนามาถึงความเร็วที่ 2.8Ghz. ความร้อนสูงขึ้น พัดลมความเร็วที่ 7000-10000 รอบต่อนาทีถูกเอามาดับความร้อนซีพียู เสียงยังกะผึ้งแตกรัง ความร้อนพอๆกับนั่งข้างเตาผิง จนมีคนขนานนาม ซีพียู AMD Thanderbrid ว่า เจ้านกย่าง ตอนนั้นทุกค่ายต่างประสบปัญหาเดียวกันคือเมื่อพัฒนาความเร็วเพิ่มแต่ความร้อนที่สูงขึ้นจนไม่อาจหาอะไรมาระบายได้ทัน ทำให้พัฒนาความเร็วต่อไปไม่ไหว ผู้ผลิตซีพียูหลายค่ายต้องเลิกการผลิตไป อย่าง IBM,Via เหลือแต่ สองเจ้าหลักๆที่ยังคงอยู่
    แต่ทั้งสองไม่ได้เพิ่มความเร็วของซีพียูจาก 3 เป็น 4ghz. หรือสูงกว่านั้น หันมาพัฒนาเรื่องวัสดุที่เอามาทำซีพียูให้เล็กลง ร้อนน้อยกว่าเดิม และพัฒนาแกนซีพียูให้มีหลายคอร์เพื่อทำให้เร็วขึ้น จะเห็นได้ว่าทุกวันนี้ซีพียูมีหลายคอร์ นั่นก็อาจมองได้ว่าผู้ผลิตหันมาสนใจในเรื่องประสิทธิภาพที่ไม่ต้องอาศัยแต่ความแรงเร็วเพียงอย่างเดียว แต่หันมาพัฒนาองค์ประกอบส่วนอื่นๆ เพื่อให้ทำงานได้ไม่เกิดปัญหาคอขวด ขึ้น

    ด้านกราฟิคการ์ดก็เช่นกันเมื่อก่อนมีหลายค่ายมาก S3,Sis,Maxtrox,Intel,3DFX... ค่ายใหญ่ๆก็เห็นจะเป็น 3DFX ผลิตการ์ดจอรุ่นในตำนานของนักเล่นเกมที่ราคาแตะ 30000 บาท อย่าง Voodoo 5 เมื่อเจอกับปัญหาเรื่องความร้อนไม่อาจหาวิธีมาผลิตชิปที่เล็กลงเพิ่มความเร็วเแต่ไม่ร้อนได้ จึงสู่คู่แข่งอย่าง Nvidia น้องใหม่ไฟแรงไม่ได้ ค่ายนี้เขามีแนวคิดแปลกออกไปในตอนนั้น ทำ GPU แยกการทำงานด้านกราฟิคมาไว้ที่ตัวการ์ดเลยไม่ต้องไปเปลืองแรงซีพียู ทำให้ความเร็วเพิ่มขึ้นมากแม้จะกินไฟแต่ก็ไวกว่าค่ายไหนๆ จนกลายมาเป็นค่ายกราฟิคอันดับหนึ่งภายในไม่กี่ปี ต่อมาก็มีน้องใหม่มาต่อกร คือ Ati ในการผลิตชิปแบบเดียวกัน และเหลือเพียงสองค่ายนี้ที่เป็นคู่แข่งด้านกราฟิคการ์ดหลักๆ นอกนั้นก็เป็นตัวเสริมไม่อาจแข่งกันได้

    การทำงานประมวลผลในด้าน 3 มิติ ต้องใช้พลังอย่างมหาศาลในการคำนวนวัตถุ รายละเอียดต่างๆ ตัวซีพียูทุกวันนี้ ระดับกลางๆ สามสี่พัน ก็สามารถทำงานได้ครอบคลุมงานทุกด้านแล้ว เราใช้งานกันถ้าไม่นับเล่นเกม หรือทำงานด้านตัดต่อ หรือสามมิติ ใช้ประสิทธิภาพของCPU ไม่ถึง 20% ด้วยซ้ำไป เมื่อใดที่ใช้เล่นเกม หรืองานด้านสามมิติเมื่อนั่นแหละซีพียูจะวิ่งเต็มร้อย การ์ดจอจะทำงานเต้มร้อย คืองานที่หนักมาก จริงๆ ไม่อย่างนั้นคอมพิวเตอร์ทุกสเปคก็คงเล่นเกมได้เหมือนกันหมดละครับ ตอนนี้ซื้อคอมถ้าจะหวังเล่นเกม ต้องเผื่อการ์ดจอด้วย 1/4 ขึ้นไป ถ้าหวังจะเล่นเกมได้อย่างเหมือนจินตนาการและได้ประสบการณ์อย่างยอด นั้นต้องเป็น 3/4 ของราคาคอมทั้งหมด คือประมาณ หมื่นขึ้นไปครับ เพราะการ์ดจอทำงานหนักกว่าทุกอย่างในขณะเล่นเกม คอนเฟิร์ม (^.^)
    ซะยาวเลย

  17. #17
    OverclockZone Member ECHO's Avatar
    Join Date
    18 Sep 2006
    Location
    ชนบท

    Default

    ผู้พัฒนาเอนจิ้นเกมส์เขาไม่หยุดนี่ครับ ทุกค่ายต้องการกราฟิกเสมือนจริง
    ในอนาคต GPU อาจประมวลคำสั่งเฉพาะกิจเหนือกว่า CPU ก้อเปนได้ แน่นอนมันต้องใช้พลังงานสุดๆ

  18. #18
    OverclockZone Member ECHO's Avatar
    Join Date
    18 Sep 2006
    Location
    ชนบท

    Default

    มานั่งคิดดู GPU 55nm + PCB (น้องๆเมนบอร์ด) รุ่นท๊อปขาย 2 หมื่นกว่า
    CPU 45nm ตัวเดียว รุ่นท๊อปขาย 3 หมื่นกว่า ทั้งที่ขบวนการผลิต VGA น่าจะเหนื่อยกว่านะ

    นั่นละ อินเทลไม่มีคู่ต่อสู้ แต่ VGA มันหยดติ๋ง เราเลยได้เทคโนโลยี่ที่ราคาไม่แพงมาใช้


Bookmarks

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •