หัวเหว่ย-3คอมส่งเราเตอร์อัจฉริยะตระกูล MSR รุกตลาดองค์กรรวมเซอร์วิสครบครันเน้นประสานการทำงานร่วมกันแบบไร้ขีดจำกัดตอบสนองผู้ใช้ระดับองค์กร


กรุงเทพฯ - บริษัท หัวเหว่ย-3คอม (H3C) ผู้นำโซลูชั่นเครือข่ายไอพีชั้นนำของโลกส่งเราเตอร์ตระกูล MSR (MSR - Multiple Service Router) รุ่นล่าสุดบุกตลาดทั่วโลก โดยนับเป็นผลิตภัณฑ์หลักล่าสุดจาก H3C มาพร้อมสถาปัตยกรรมเพื่อการใช้งานแบบเปิด หรือ โอเอเอ (OAA - Open Application Architecture) สำหรับเครือข่ายองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เซอร์วิสทั้งการส่งข้อมูลเสียง ข้อมูลและภาพเคลื่อนไหวผ่านเครือข่าย ไม่เพียงเท่านั้น MSR จาก H3C ยังปฏิวัติวงการเราเตอร์ด้วยการรวมเซอร์วิสที่จำเป็นไว้ในแพลตฟอร์มเดียวด้วยความปลอดภัยและคงเสถียรภาของ เครือข่ายไว้ได้อย่างสูงสุด

เราเตอร์ตระกูล MSR จาก H3C ได้รับการพัฒนาขึ้นตามความต้องการด้านแอพพลิเคชั่นของผู้ใช้งานทั่วไปที่ต้องการจำนวนอินเตอร์เฟสที่เพิ่ม ขึ้นและเซอร์วิสที่จำเป็นมากขึ้น H3C จึงออกแบบเราเตอร์ตระกูล MSR ที่สามารถประสานทรัพยากรเครือข่ายที่มีความแตกต่างกันและหลากหลาย ให้ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยรวมเซอร์วิสต่างๆ ที่ครอบคลุมทั้งการส่งผ่านข้อมูล เสียง ภาพเคลื่อนไหว พร้อมระบบรักษาความปลอดภัย รวมทั้งเซอร์วิสที่มีความสลับซับซ้อนสูงเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง ในอนาคต เราเตอร์ตระกูล MSR 20, MSR 30 และ MSR 50 ประกอบด้วยเราเตอร์ 8 รุ่น ที่ตอบรับ ความต้องการขององค์กรในการใช้งานเครือข่ายกลาง บริษัทสาขา และดาต้าเซ็นเตอร์ ขององค์กรขนาดเล็กถึงขนาดกลางได้อย่างลงตัว เราเตอร์ตระกูล MSR ยังช่วยให้โครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีขององค์กร มีความรวดเร็ว มีความอัจฉริยะและคุ้มค่าต่อการลงทุนยิ่งขึ้นอีกด้วย

นาย ลี หงเฟย ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ MSR ของ H3C กล่าวว่า "เราเตอร์ตระกูล MSR ของเราเปี่ยมด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นโดยรวมเซอร์วิสใหม่ๆ ที่จำเป็นเอาไว้จึงคุ้มค่าการลงทุน ในคราวเดียวอีกทั้งยังเพิ่มขยายการทำงานได้ถึง 2 เท่าเมื่อเปรียบเทียบกับ ผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกันอื่นๆ นอกจากนี้ เราเตอร์ตระกูล MSR รุ่นล่าสุดของ H3C ยังออกแบบเพื่อให้เป็นเราเตอร์อัจฉริยะที่มีความสามารถเหนือกว่าการเป็นอุปกรณ์จัดหาเส้นทางส่งผ่านข้อมูล บนเครือข่ายแบบธรรมดาทั่วไปและยังเป็นแพลตฟอร์มแบบเปิดสำหรับการใช้งานเครือข่ายที่รองรับและประสานการทำงานของเซอร์วิสต่างๆ ไว้ด้วยกันในหนึ่งเดียว"

นาย หวัง ตงซง วิศวกรทั่วไปกลุ่มผลิตภัณฑ์ MSR ของ H3C ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จุดเด่นประการสำคัญที่กล่าวได้ว่าเป็นการปฏิวัติวงการเราเตอร์อย่างแท้จริงของเราเตอร์ตระกูล MSR คือ การที่ MSR สามารถรวมเซอร์วิสต่างๆ ให้ประสานการทำงานร่วมกันได้ MSR เป็นการพัฒนาก้าวต่อไปบนพื้นฐานแนวคิดเชิงนวัตกรรมเครือข่ายแห่งยุคสมัย คือ โอเอเอ (OAA) หรือสถาปัตยกรรม เพื่อการใช้งานแบบเปิด (Open Application Architecture) ซึ่งทำหน้าที่ขยายขอบเขตความสามารถ ของบรรดาเซอร์วิสทั้งหลายในเครือข่าย โดยเปิดรับการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ของผู้ค้ารายอื่นในตลาด (Third Party) มาพัฒนาเซอร์วิสใหม่ๆ เพิ่มเติมเพื่อให้การใช้งานเครือข่ายนั้นเปี่ยมด้วยความ สามารถที่รอบด้านรองรับความต้องการได้หลากหลายรูปแบบยิ่งขึ้น

จุดเด่นประการสำคัญที่ทำให้เราเตอร์ตระกูล MSR ของ H3C แตกต่างจากอุปกรณ์เครือข่ายทั่วๆ
ไปอย่างเห็นได้ชัดคือ MSR รองรับการนำองค์ประกอบเครือข่าย หรือ "โมดูล" (Module) อื่นๆ
สำหรับให้บริการผู้ใช้ทั่วไปมาใช้งานร่วมกันทั้งในรูปของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของระบบปฏิบัติการ
ของผู้ค้ารายอื่น ปัจจุบันผู้ค้าซอฟต์แวร์หลายรายได้ร่วมเป็นพันธมิตรของ H3C เพื่อพัฒนาเซอร์วิสใหม่ๆ เพื่อดึงประโยชน์การใช้งานจากเราเตอร์ตระกูล MSR ได้มากขึ้น และเพื่อตอบสนองความต้องการ ของลูกค้าซึ่งใช้งานแอพพลิเคชันทั่วไปผ่านเครือข่ายได้มากขึ้น

"การเสริมความสามารถของ MSR ให้โดดเด่นเช่นนี้ส่งให้ผู้ค้ารายต่างๆ ได้คิดค้นเพื่อพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ก้าวล้ำได้จากโมดูลเหล่านี้ โดยที่ผู้ใช้ทั่วไปสามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่โดยแค่ติดตั้งซอฟต์แวร์ใหม่และเปิดใช้งานเท่านั้น ง่ายดายและรวดเร็วเช่นเดียวกับการใช้เครื่องพีซี จุดเด่นเช่นนี้ ไม่เพียงแต่ขยายขอบเขตความสามารถขององค์กรเท่านั้น แต่ยังช่วยให้การลงทุนขององค์กรคุ้มค่าและได้ประโยชน์สูงสุดอีกด้วย" นายหวัง ตงซง วิศวกรทั่วไปสายผลิตภัณฑ์ MSR ของ H3C อธิบาย

MSR ได้รับการพัฒนาบนพื้นฐานของนวัตกรรมการออกแบบแบบเอ็นบัส (N-Bus) ซึ่งไม่เพียงแค่ประสานโปรเซสต่างๆ ของเราเตอร์ สวิตช์ วีพีเอ็นเกตเวย์ ไฟร์วอลล์ วอยซ์เกตเวย์ และ รีโมทคอนโทรลสวิตช์ ซึ่งมีการรับส่งข้อมูลไปทั่วเครือข่ายได้อย่างกลมกลืนเท่านั้น แต่ยังสามารถประสานงานร่วมกับองค์ประกอบในเครือข่ายที่มีความสามารถขั้นสูงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น อีเอดี (EAD - Encoded Archival Description) โปรแกรมป้องกันไวรัส การทำงานของมัลติมีเดีย การทำงานร่วมกับเครือข่าย WAN (Wide Area Network) ไม่เพียงเท่านี้ เราเตอร์ตระกูล MSR ยังมาพร้อมกับทูลล์ขั้นสูงที่ช่วยเสริมเสถียรภาพและความมั่นคงปลอดภัยของเครือข่ายการสำรองข้อมูลแบบครบถ้วนและเทคโนโลยี VRRP (Virtual Router Redundancy Protocol) ซึ่งช่วยเสริมความพร้อมในการปฏิบัติงานของเราเตอร์ให้รองรับการใช้งาน ที่หนาแน่นได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม นอกจากความสามารถในการรักษา ความปลอดภัยให้แก่เครือข่ายเสมือน หรือ วีพีเอ็น (Virtual Private Network) ตามปกติทั่วไป

MSR ยังทำหน้าที่เสริมสมรรถนะของเครือข่ายโดยประสานงานร่วมกับไฟร์วอลล์, IPSec VPN, MPLS VPN, CA, โปรโตคอล Secure Shell (SSH) เวอร์ชัน 2.0 และครอบคลุมถึงการป้องกันการบุกรุกเครือข่าย (Intrusion Protection) และรองรับโปรโตคอล SNMP (Simple Network Management Protocol) อีกด้วย "ผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมเครือข่ายต่างคาดการณ์กันว่า เราเตอร์รุ่นใหม่ของ H3C จะเป็นที่ต้องการจากลูกค้ากลุ่มองค์กรเป็นอย่างสูง เนื่องจาก MSR ได้สร้างมาตรฐานใหม่ ในอุตสาหกรรมโดยเฉพาะการประสานเซอร์วิสต่างๆ เข้าด้วยกันและแพลตฟอร์มที่รองรับการใช้งานแบบเปิด เราเตอร์ตระกูล MSR ยังได้รับรางวัล "เอดิเตอร์ ชอยส์" โดย ไชน่า อินฟอร์เมชั่น เวิร์ลด์ และได้รับคำชมจาก การทดสอบผลิตภัณฑ์ ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความเป็นผู้นำของ H3C ในอุตสาหกรรมโซลูชั่นเครือข่ายที่กำลังเติบโตต่อเนื่อง" นายเฮนรี โซ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ H3C กล่าว เมื่อเร็วๆ นี้ กลุ่มทอลลี่ ผู้นำด้านการทดสอบ วิจัย และออกใบรับรองประสิทธิภาพการใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีไอทีจากผู้ค้ารายอื่นได้ทดสอบและพิสูจน์ประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ตระกูล MSR โดยประกาศว่า เราเตอร์ตระกูล MSR ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการตรวจจับการเคลื่อนไหว ของการใช้งานแอพพลิเคชั่นที่แตกต่างกันและใช้เทคโนโลยี QoS (Quality of Service) เพื่อจัดลำดับความสำคัญการให้บริการ การตัดสินใจเชิงธุรกิจที่สำคัญๆ เพื่อควบคุมการใช้งานเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิผล นอกจากนี้เราเตอร์ตระกูล MSR ของ H3C ยังได้รับการออกแบบเพื่อตอบสนอง ความต้องการทางการตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลง และมีแนวโน้มไปสู่การเลือกใช้โซลูชั่นที่สามารถรองรับการใช้งานที่เพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่อง โดยช่วยลดต้นทุนไปด้วยในคราวเดียวกัน

# # #
เกี่ยวกับหัวเหว่ย-3คอม ในฐานะที่เป็นผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นระบบเครือข่ายไอพี บริษัทหัวเหว่ย-3คอม (H3C) มุ่งเน้นในการให้ประโยชน์อันสูงสุดแก่ลูกค้าทั่วโลกและพาร์ทเนอร์ ด้วยการให้บริการอันเป็นเยี่ยมและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงที่ให้ความคุ้มค่าในด้านสมรรถนะที่เหนือกว่าต้นทุน หัวเหว่ย-3คอม มีสำนักงานใหญ่อยู่ในฮ่องกง และมีศูนย์วิจัยพัฒนาอยู่ที่ประเทศจีน (ปักกิ่ง หังโจวและเซิ่นเจิ้น) และอินเดีย (บังกาลอร์) โดยมีพนักงานกว่า 4,800 คน ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งทำงานในภาคการวิจัย และพัฒนาสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเยี่ยมชมได้ที่ www.huawei-3com.com.