overclockzonefanpage  overclockzoneth  TV  
Page 1 of 2 12 LastLast
Results 1 to 20 of 25

Thread: CD 24 bit/192 KHz

  1. #1
    OverclockZone Member newbie66's Avatar
    Join Date
    14 Nov 2008

    Default CD 24 bit/192 KHz

    พอดีวันนี้เอา CD ของ shakatak ที่ทาง platinum นำมาจำหน่ายมาฟัง ซึ่ง CD ตัวนี้ ทาง platinum บอกว่ารีมาสเตอร์แบบ K2HD ทำให้ได้เป็นข้อมูลแบบ 24 bit / 100 KHz และเพิ่งสังเกตว่า ทำไม foolbar มันถึงแสดง sample rate แค่ 44.1 KHz (ปกติที่บ้านไม่ค่อยมีแผ่น CD แบบ Audiophile นักเนื่องจากวงที่ฟังไม่มีทำ หรือมีแต่น้อยมากและมี CD แล้วก่อนที่จะออกมาในรูปแบบ Audiophile ในช่วงหลัง) ส่วน output ก็ใช้ทั้ง asio4all,wasapi รบกวนช่วยมาอธิบายให้กระจ่างด้วยครับ แล้วระหว่าง asio4all กับ wasapi ถ้าใช้ใน vista ตัวไหนจะดีกว่ากัน พอดีเจอปัญหาเวลาฟังเพลง classic บางเพลง (ไฟล์ flac) ถ้าใช้ asio4all ไม่ว่าจะใช้ analog หรือ digital out บางท่อนจะได้ยินเสียงแตกหน่อยๆ (เสียงที่ได้จาก analog out จะมีความดังที่สังเกตได้ชัดเจนกว่า digital out) เมื่อลองใช้ wasapi speakers out (Essence STX) ออกอนาลอคแล้วเสียงก็ยังมีแตกนิดๆ แต่ถ้าลองใช้ wasapi digital out (Essence STX) ออก digital แล้วไม่ได้ยินเสียงแตกเลย (แต่ขัดในนิดหน่อยเพราะเวลาฟัง digital out เสียงมันเบากว่า analog ต้องหมุน volume มากกว่าพอสมควร) จากที่ได้อ่านมาแล้วมีหลายคนบอกว่าตัว STX นี้ถ้าใช้ analog out จะดีกว่า digital out ซึ่งพูดถึงเรื่องการกระจายความดัง analog out ทำได้ดีกว่า แต่อย่างที่กล่าวไปข้างต้น สำหรับบางเพลงที่มีย่านเสียงที่สูงกลับประสบเสียงแตกนิดๆ รบกวนช่วยตอบคำถามให้ด้วยครับ (ผมไม่แน่ใจว่าเพราะสายสัญญาณเรายังดีไม่พอ(analog ใช้ van hen hul ส่วน digital ใช้ m-cable)หรืออาจมีจากสาเหตุอื่น แต่ถ้าในแง่ลำโพงคิดว่าไม่น่าเกี่ยวเพราะลำโพงถือว่าอยู่ในระดับใช้ได้ครับ) ขอบคุณมากครับ

  2. #2
    battlecruiser's Avatar
    Join Date
    16 Sep 2006
    Location
    ชมรมโคราชรักหมาแดกแมว

    Default

    192/24 Cd = stupid

  3. #3
    OverclockZone Member nongnong's Avatar
    Join Date
    11 Mar 2009
    Location
    Bangkok

    Default

    ยังไงหรอท่านเรือรบ

  4. #4
    OverclockZone Member newbie66's Avatar
    Join Date
    14 Nov 2008

    Default

    หรือเพราะทางบริษัทเขาอาจต้องการโปรโมตสินค้าของเขาครับ? ตามที่ผมเข้าใจนะ ที่เขาบอกว่าบันทึกเสียงแบบ
    high resolution ผมคิดว่าเขาอาจจะทำให้มันดีกว่าต้นฉบับเดิมคือคงความเป็นต้นฉบับให้มากที่สุดและตัดพวก noise บางส่วนออกไป ซึ่งอาจจะไม่เกี่ยวกับว่าบันทึกเป็นแบบ 24/192 KHz แต่พอดีอย่างวงนี้ผมไม่มี CD Import ต้นฉบับ จะได้นำมาเปรียบเทียบกับของทาง platinum ดู แต่ที่เคยฟังเช่น งานของ Fourplay :
    The Best of ที่เป็น audiophile กับแบบปกติแล้วยังไม่ค่อยเห็นความต่างนัก (หรืออาจเป็นเพราะปัจจัยด้านลำโพง) แต่ทั้งนี้ CD บางแผ่นผมว่าบันทึกเสียงดีกว่า CD Audiophie นะ อันนี้ต้องยกนิ้วให้กับโปรดักชั่นและฝีมือของนักดนตรีเลย

  5. #5
    OverclockZone Member nongnong's Avatar
    Join Date
    11 Mar 2009
    Location
    Bangkok

    Default

    รอความกระจ่าง

  6. #6
    OverclockZone Member mike_shinoda's Avatar
    Join Date
    24 Jun 2007

    Default

    เท่าที่จำความได้ CD เพลงปกติ ทำได้สูงสุดที่ 16บิท นะครับ
    รอท่านเรืออีกทีดีกว่า

  7. #7
    OverclockZone Member phokha's Avatar
    Join Date
    23 Oct 2006
    Location
    นั่งอยู่หน้าคอมฯ

    Default

    CD audio มีมาตรฐาน REDBOOK บังคับอยู่
    ดังนั้นไม่ว่าตอนอัด ตอนมิกซ์ ตอนมาสเตอร์ จะกลับหน้ากลับหลัง พลิกแพลงตีลังกา
    กี่บิต กี่เฮิร์ตซ์ก็ช่าง
    สุดท้าย
    ตอนออกมาเป็นซีดีให้เราเปิด ก็ต้องเป็น 16 bit/ 44.1 kHz ครับ

  8. #8
    OverclockZone Member Hikiyama_Matsuri's Avatar
    Join Date
    12 Jan 2008

    Default

    (พี่ Phokha ตอบให้หมดแล้วครับ ผมมาตอบช้าไป)

    อย่าตื่นเต้นเลยครับ งั้นๆแหละ
    ถ้าเป็นมาตรฐาน Audio CD (RedBook) ที่อยู่มานานจะครบ 30 ปีแล้ว และทุกเครื่องสามารถเล่นได้มันก็จะเป็น 2 channels of PCM 16bit, 44100Hz ครับ
    ถ้ามาตรฐานเปลี่ยนไปจากนี้ก็คือเครื่องมาตรฐานเดิมๆจะเล่นกันไม่ได้ หรือเล่นแล้วเสียงเพี้ยน มีปัญหาไป

    ดังนั้น ถ้าจะมีมาตรฐานอื่นๆขึ้นมาแล้วใช้กับเครื่องเล่นทั่วๆไปได้
    มันก็คงไม่พ้นอะไรมากไปกว่าวิธีหยิบเอาไฟล์มาตรฐานเก่าๆ พวกนี้ไป Resampling และเปลี่ยนเป็น 24-bit ตอนเล่นใหม่ซะด้วยกรรมวิธีลี้ลับ
    ที่ก็ยังตอบตรงๆกันไม่ได้ว่า คุณภาพที่ได้มันจะไปใกล้เคียงกับไฟล์ Mastering ในสตูดิโอมากกว่าเจ้า Audio CD ทั่วไปนั้นหรือเปล่า
    รู้กันแค่ว่ามันจะ"เปลี่ยนแปลงข้อมูลจากเดิม" แล้วทำให้สบายใจเฉยๆไง เพราะว่ามัน 24bit แล้วก็ Sample rate สูงกว่า

    จะว่าไป ใช้คอมทำเอาก็ได้ครับ พวก Resample กับเพิ่ม Resolution เป็น 24 bit เนี่ย
    แล้วคิดว่าคุณภาพมันจะใกล้เคียงกับ Mastering กว่าของเก่ามากขึ้นมั้ย?
    แหะ แหะ แหะ
    Last edited by Hikiyama_Matsuri; 18 May 2009 at 03:01:18.

  9. #9
    Pink CPU's Avatar
    Join Date
    16 Jul 2007
    Location
    ร่มมะขาม..ร้อยเอ็ด

    Default

    เข้ามาชมครับ

  10. #10
    OverclockZone Member nitroboy's Avatar
    Join Date
    17 May 2007
    Location
    อยู่ที่ใจ ใช่ใบหน้า

    Default

    CD ส่วนมากที่ซื้อๆมา ที่เห็นที่หน้าปกตัวใหญ่ๆว่า 24bit ส่วนมากมันจะมีตัวหนังสือเล็กๆต่อข้างใต้ ว่า รีมาสเตอร์มาจาก 24บิต (พวกแผ่นออดิโอ้ฟิลนี่เจอประจำเลย ยิ่งรวมฮิตนี่บ่อยมากๆ)

    เพราะถึงให้บันทึกมายังไง ยัดลง CD จะเหลือแค่16 bit เท่านั้น บางแผ่นจะเห็นว่า ถ้าเปิดดูเครดิตจะเห็นว่ามีส่วนงานการมิกซ์ดาวน์อยู่ด้วย แบบแผ่น ป้าง ดอกเดียว

    ส่วนเครื่องเล่น CD อัฟเป็น24 bit ได้แบบเรียลทาม ที่นักเล่นกระเป๋าหนักบางคนฝันหา เห็นราคาเป็นล้าน ยังมีคนซื้อมาใช้ T_T สงสัยเรื่องคุณภาพเสียงที่ได้จากการอัฟ to 24bit เหมือนกันครับ

    แต่ บริษัทหรือค่ายเพลง แบบอดิโอฟิลเมืองนอก บางค่าย
    เค้ามีการขายไฟล์ต้นฉบับแบบ 24bit อยู่ด้วยครับ
    ไม่ต้องรี ไม่ต้องอัฟ มาเต็มๆ24

  11. #11
    OverclockZone Member m-1's Avatar
    Join Date
    19 Sep 2006

    Default

    ได้คำตอบแล้ว สงสัยอยู่เหมือนกัน

  12. #12
    OverclockZone Member newbie66's Avatar
    Join Date
    14 Nov 2008

    Default

    ถ้าคุณภาพไม่ต่างกันมากนัก(ในกรณีมีข้อจำกัดแง่เครื่องเสียงด้วย) เราซื้อ CD แบบปกติ จะช่วยะประหยัดรายจ่ายกว่าที่นำมา remaster แบบ audiophile แต่ทั้งนี้ CD ปกติบางตัวก็ใช่ว่าจะราคาไม่แพง พวกแผ่นญี่ปุ่นบางแผ่นที่ผมเคยซื้อจะเป็นพวก guitar heroes เช่น yngwie,impelliteri พวกนี้แพงกว่าแผ่น US อีก ผมเคยฟังเทียบกันนะ รู้สึกว่าแผ่นญี่ปุ่นดูมีมิติกว่า แต่ไม่ทราบด้วยเหตุผลกลใดเกี่ยวกับการบันทึก format ที่ต่างกันของสองแบบดังกล่าว หรือแม้แต่ของ The Essential : John McLaughlin ที่ทาง Sony BMG ของเรารับเข้ามา ราคาก็ยังแพงอยู่ (สงสัยว่าแพงอะไร เพราะมีแค่สองแผ่น ผิดกับ Miles Davis รวมงาน ที่ออกกับ Platinum มีถึงสามแผ่นและบอกว่าบันทึกเสียงแบบK2HD ราคาถูกกว่ากันเกือบครึ่ง) อย่างไรก็ดี พอได้ฟังแล้ว มันก็ทำให้ผมลืมเรื่องคุณภาพเสียงไปโดยปริยาย........ T V T

  13. #13
    OverclockZone Member garmin's Avatar
    Join Date
    7 Feb 2008

    Default

    24-bit/192kHz ในกระบวนการอัด ทำให้ noise floor ต่ำลง เพราะ resolution สูงขึ้น S/N ก็สูงขึ้น แล้ว dithering กลับเป็น 16-bit/44.1kHz ของ Redbook Audio CD

    จึงทำให้เสียงดี ซื้อไปเหอะ ไม่ได้โดนหลอกครับ

    อ่านกันเอง >> เรื่องของ 16-bit กะ 24-bit

  14. #14
    OverclockZone Member
    Join Date
    26 Dec 2006

    Default

    แล้วไอ้พวก HDCD 20 bit อ่ะคับ เห็นว่าคุณภาพเสียงดีกว่า

  15. #15
    OverclockZone Member newbie66's Avatar
    Join Date
    14 Nov 2008

    Default

    พูดถึง CD พวก Live หรืออัดจากแสดงสด สำหรับบางวง ขอยกตัวอย่างวงไทย(แต่ไลน์อัฟเป็นชาวต่างชาติเกือบทั้งหมด) เช่น MARK HODGKINS : Suntaraporn Jazz in The Park ได้ทำการบันทึกเสียงกันที่สวนลุมพินี ซึ่งพอผมได้ทราบแล้วก็รู้สึกแปลกใจพอสมควรเพราะหลังจากที่ได้ฟังแล้ว เสียงชัดทีเดียว ไม่มีวี่แววบ่งบอกถึงการเล่นสดเลย สงสัยอยู่ว่าเขาบันทึกเสียงกันอย่างไรถึงออกมาได้ดีเลย อย่างไรก็ดี Steve Vai กล่าวว่า เสียง noise บางทีก็มีประโยชน์ ถ้าใช้ถูกที่ ถูกเวลา อย่าง CD แสดงสดนี้ ผมกลับคิดว่าเสียงมันต้องมีความดิบหน่อยๆ มันถึงจะฟังดูมัน ดูสนุกสนานตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นแนวร๊อค เมทัล หรือแม้แต่วงออเคสตราหรืออุปรากรต่างๆ อย่างน้อยขอให้ได้ินเสียงคนดูสักนิด มันดูมี feedback ระหว่างผู้เล่นกับผู้ฟังที่สื่อสารกันอยู่ตลอดเวลา

  16. #16
    OverclockZone Member Hikiyama_Matsuri's Avatar
    Join Date
    12 Jan 2008

    Default

    Quote Originally Posted by garmin View Post
    24-bit/192kHz ในกระบวนการอัด ทำให้ noise floor ต่ำลง เพราะ resolution สูงขึ้น S/N ก็สูงขึ้น แล้ว dithering กลับเป็น 16-bit/44.1kHz ของ Redbook Audio CD

    จึงทำให้เสียงดี ซื้อไปเหอะ ไม่ได้โดนหลอกครับ

    อ่านกันเอง >> เรื่องของ 16-bit กะ 24-bit
    การทำเพลงในปัจจุบันเขาจะบันทึกเสียงกันที่ 24 bit กันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วครับ
    (ส่วนเรื่อง Sampling rate เท่าใหร่นั้น แล้วแต่ของคนบันทึกและจัดทำจะชอบครับ เพราะแต่ละคนจะใช้ไม่เหมือนกันครับ)

    ตอนสุดท้ายก็จะต้องทำให้มันเป็น 16bit, 44100Hz (ใช้ Dither ในขั้นตอนนี้) อยู่ดีครับ
    ทำเพลงตามปกติเป็นแบบนี้อยู่แล้วครับ

  17. #17
    OverclockZone Member
    Join Date
    29 Nov 2006

    Default

    อิอิ...มันจาเหมือนฟังหลอด กะโซลิด เปล่าครับ คือ คนร้องมันเต็มใจร้องมากกว่ากัน

    ผิดพลาดขออำภัย..คือ ผมบ้าหลอดขอรับ 555

    แต่ถ้า 24 bit กะ audio dvd นี่อย่าปิดตานะขอรับ..หงายหลังมาเยอะแล่ว

  18. #18
    OverclockZone Member garmin's Avatar
    Join Date
    7 Feb 2008

    Default

    ถ้าได้ลองเอาแอมป์พกพา Thunderbolt ราคาราวๆ 3 พันนิดๆ ต่อสาย mini-to-mini เข้าซาวด์การ์ดธรรมดาๆของคอม แล้วฟังด้วยหูฟังดีๆอย่าง Ultrasone Pro 2500 หรือรุ่นเล็กกว่าก็ได้ จะรู้ว่าสวรรค์ทางดนตรีอยู่แค่เอื้อม ไม่ต้องไปเปลี่ยนซาวด์การ์ด 16-bit เป็น 24-bit และเล่นแค่ 128k MP3 ก็แหล่มแล้วครับ

    รูปข้างล่างจาก >> [Reveiw] แอมป์ P-51 Mustang, Thunderbolt และ Raging Moose

    Asus Xonar ก็ใช้ opamp ตัวเดียวกันกะใน Thunderbolt ไดนามิกส์และทรานสพาเร้นท์มากๆๆๆๆๆ
    รูป รูป
    Last edited by garmin; 21 May 2009 at 12:01:14.

  19. #19
    OverclockZone Member nitroboy's Avatar
    Join Date
    17 May 2007
    Location
    อยู่ที่ใจ ใช่ใบหน้า

    Default

    แอมพ์พกพาต่อเข้าซาวการ์ดนี่
    บอกตรงๆว่าถ้าต้นทางมาห่วย มาเข้าแอมพ์นี่ยิ่งแล้วกันไปใหญ่ครับ
    อาจจะทำให้ดูมีเนื้อมีหนัง หรืออิ่มเอมในช่วงแรกๆที่ฟังครับแต่ฟังไปซักพักมันไม่ใช่ทางเลือกที่ดีแน่นอน(ผมก็เคยใช้ๆอยู่เพราะมันสะดวก ซาวการ์ด+headamp+headphone)
    ยิ่งจากตัวซาวการ์ดเองที่มีภาคขยายอยู่แล้ว เอามาขยายต่อที่แอมพ์ มันยิ่งเพี้ยนกันไปใหญ่ครับ

    เรื่องแหล่งเสียงนี่ยิ่งแล้วใหญ่ครับ เอาง่ายๆคือ ผมเปลี่ยนจาก Dock ipod ที่ใช้ไฟล์ลอสเลสด้วยซะด้วยซํา ไปเป็นเครื่องเล่น CD ความต่างของเสียงที่ได้ยังมากโขครับ (กลับไปใช้ ipod แล้วรู้สึกว่ามันแบนเป็นกระดานเลย)
    ฉะนั้น 128k MP3 นี่จบกันเลยครับ

    ที่ผมบอกแบบนี้ไม่ได้จะดิสเครดิทใครนะครับ แต่ใช้แล้ว ลองแล้วทำกับมือแล้วได้ยังไงเลยเอามาเล่าต่อนครับ^ ^
    (เจ้าRaging Moose นี่ก็ผ่านหูมาพอสมควรแล้วครับ)

  20. #20
    OverclockZone Member newbie66's Avatar
    Join Date
    14 Nov 2008

    Default

    เครื่องสีดำที่ตั้งทางซ้ายใช่เครื่อง play station เปล่าครับ คุ้นๆ O-0

Page 1 of 2 12 LastLast

Bookmarks

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •