overclockzonefanpage  overclockzoneth  TV  
Results 1 to 18 of 18

Thread: 6 โอห์ม และ 8 โอห์ม คืออะไรครับ

  1. #1
    OverclockZone Member
    Join Date
    28 May 2009

    Default 6 โอห์ม และ 8 โอห์ม คืออะไรครับ

    6 โอห์ม และ 8 โอห์ม คืออะไรครับ และ แบบไหนดีกว่ากัน

  2. #2
    OverclockZone Member cynical's Avatar
    Join Date
    16 Sep 2006

    Default

    คือค่าความต้านทานครับ

    8 โอห์ม ขับง่ายกว่า 6 โอห์ม

  3. #3
    OverclockZone Member jang_2324's Avatar
    Join Date
    6 Nov 2008

    Default

    ค่าอิมพิแดนซ์ลำโพงครับ เป็นความต้านทานในกระแสสลับครับ ไม่มีตัวไหนดีกว่ากันครับ อยู่ที่เครื่องเสียงท่านครับ ให้ค่าลำโพงกับแอมป์ของท่านตรงกันดีที่สุดครับ

  4. #4
    OverclockZone Member Ruin's Avatar
    Join Date
    11 Oct 2006
    Location
    OCZ

    Talking

    Quote Originally Posted by jang_2324 View Post
    ค่าอิมพิแดนซ์ลำโพงครับ เป็นความต้านทานในกระแสสลับครับ ไม่มีตัวไหนดีกว่ากันครับ อยู่ที่เครื่องเสียงท่านครับ ให้ค่าลำโพงกับแอมป์ของท่านตรงกันดีที่สุดครับ
    ตามนี้เลยครับ

  5. #5
    OverclockZone Member TEEHUNTER's Avatar
    Join Date
    24 Apr 2009

    Default

    Quote Originally Posted by jang_2324 View Post
    ค่าอิมพิแดนซ์ลำโพงครับ เป็นความต้านทานในกระแสสลับครับ ไม่มีตัวไหนดีกว่ากันครับ อยู่ที่เครื่องเสียงท่านครับ ให้ค่าลำโพงกับแอมป์ของท่านตรงกันดีที่สุดครับ
    ค่าน้อยยิ่งดังครับเเต่เครื่องขับจะร้อน แต่มากไปก็ดังไม่ดี ทางที่ดี เท่ากับกำลังเครื่องชับของท่านอ่ะครับ

  6. #6
    Mac Addict User tassapon's Avatar
    Join Date
    16 Sep 2006
    Location
    Bang Na

    Default

    Quote Originally Posted by cynical View Post
    คือค่าความต้านทานครับ

    8 โอห์ม ขับง่ายกว่า 6 โอห์ม
    Quote Originally Posted by TEEHUNTER View Post
    ค่าน้อยยิ่งดังครับเเต่เครื่องขับจะร้อน แต่มากไปก็ดังไม่ดี ทางที่ดี เท่ากับกำลังเครื่องชับของท่านอ่ะครับ
    ถ้ายิ่งน้อยยิ่งดัง ทำไม 6 ถึงขับยากกว่า 8 ครับ

    อันนี้ไม่รู้จริงๆ ผมก็โง่เรื่องเครื่องเสียงเหมือนกัน

  7. #7

    Join Date
    18 Sep 2006
    Location
    อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

    Default

    ลำโพงที่มีค่า Impedance(ค่าความต้านทานในวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ) น้อยจะเหมาะกับแอมป์ที่ความสามารถในการจ่ายกระแสได้มากๆ ครับ ดูง่ายๆเลย ลำโพงรถยนต์ 99% จะมีอิมพิแดนซ์ = 4 ohm
    ส่วนลำโพงบ้านโดยทั่วไปจะเป็น 8 ohm ครับ ทั้งนี้ทั้งนั้น แอมป์บ้านก็จะออกแบบมาให้รองรับลำโพงที่มี Impedance ตั้งแต่ 4-8 ohm ซึ่งแล้วแต่สเปคของแต่ละยี่ห้อ,แต่ละรุ่น
    เรื่องขับง่ายขับยากนี่ต้องไปดูเรื่องของความไว (sensitivity) ของลำโพงเอาครับ แต่จะยกตัวอย่างง่ายๆ นะครับมีลำโพงอยู่ 2 คู่ มีค่าความไวเท่ากันคือ 88dB แต่มีอิมพิแดนซ์ไม่เท่ากันคือ 4 และ 8 ohm
    ขับโดยแอมป์ NAD (สมมุติ) ลูกบิด Volume เร่งความดังเสียงอยู่ที่ 10 นาฬิกา
    เสียงของลำโพงทั้ง 2 คู่ จะมีความดังเท่ากันครับ แต่คู่ที่เป็น 4 ohm จะทำให้แอมป์เกิดความร้อนมากกว่าคู่ที่เป็น 8 ohm ครับ

  8. #8
    Mac Addict User tassapon's Avatar
    Join Date
    16 Sep 2006
    Location
    Bang Na

    Default

    อ่านแล้วก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี (อย่าว่ากันนะถ้าโง่นิดนึง)

    คือว่า ถ้า 4ohm มันก็หมายถึง ความต้านทานน้อยกว่า แล้วทำไมถึงทำให้ amp ร้อนกว่า 8ohm ได้หล่ะครับ
    มันไม่เหมือนตัวต้านทาน (r) หรือ

  9. #9

    Join Date
    18 Sep 2006
    Location
    อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

    Default

    Quote Originally Posted by tassapon View Post
    อ่านแล้วก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี (อย่าว่ากันนะถ้าโง่นิดนึง)

    คือว่า ถ้า 4ohm มันก็หมายถึง ความต้านทานน้อยกว่า แล้วทำไมถึงทำให้ amp ร้อนกว่า 8ohm ได้หล่ะครับ
    มันไม่เหมือนตัวต้านทาน (r) หรือ
    เหมือนกันครับแต่ R คือค่าความต้านทานในวงจรไฟฟ้ากระแสตรง(DC) ครับ
    เมื่อเป็นวงจรไฟฟ้ากระแสสลับจะเรียนค่า R นี้ว่า Impedance ครับ โดยสูตรการคำนวณจะเหมือนกันกับในวงจรกระแสตรงเพียงแต่จะมีเรื่อง power factor เข้ามาเกี่ยวข้องครับ
    (ถ้าได้เรียนเรื่องวงจรไฟฟ้ามาจะเข้าใจมากขึ้นครับ)

    ขอยกสูตรคำนวณกำลังไฟฟ้ามาให้เข้าใจมากขึ้นนะครับ
    P = I ยกกำลัง 2 * R



    P = กำลังไฟฟ้า หน่วยเป็น วัตต์
    I = กระแสไฟฟ้า หน่วยเป็น แอมป์
    R = ค่าความต้านทาน หน่วยเป็น โอห์ม

    ถ้าต้องการกำลังไฟฟ้า 50 วัตต์ โดยมีค่าความต้านทาน = 8 โอห์ม
    แทนค่าลงในสูตรแล้วจะได้ I = 2.5 A

    แต่ถ้าเปลี่ยนค่าความต้านทานลดลงเป็น 4 ohm
    จะได้ I = 3.54 A

    จะสังเกตุได้ว่า เมื่อค่าความต้านทานลดลง จะต้องใช้กระแสไฟฟ้ามากขึ้นเพื่อให้ได้กำลังไฟฟ้าเท่าเดิม

    เหมือนกันกับลำโพง ถ้ามีอิมพีแดนซ์ลดลง ลำโพงจะต้องการกระแสไฟฟ้าจากแอมป์มากขึ้นครับ
    แอมป์ก็จะทำงานหนักขึ้นจึงเกิดความร้อนมากกว่าเดิมครับ

    creditรูป : http://www.pwtk.ac.th

  10. #10
    Mac Addict User tassapon's Avatar
    Join Date
    16 Sep 2006
    Location
    Bang Na

    Default

    กระจ่างเลยครับ ขอบคุณมากครับ

    มัวแต่ไปคิดตื้นๆว่า ohm น้อย ก็ใช้แรงน้อยอยู่นาน

  11. #11
    OverclockZone Member abojama's Avatar
    Join Date
    26 Aug 2008

    Default

    Quote Originally Posted by CtMonz View Post
    เหมือนกันครับแต่ R คือค่าความต้านทานในวงจรไฟฟ้ากระแสตรง(DC) ครับ
    เมื่อเป็นวงจรไฟฟ้ากระแสสลับจะเรียนค่า R นี้ว่า Impedance ครับ โดยสูตรการคำนวณจะเหมือนกันกับในวงจรกระแสตรงเพียงแต่จะมีเรื่อง power factor เข้ามาเกี่ยวข้องครับ
    (ถ้าได้เรียนเรื่องวงจรไฟฟ้ามาจะเข้าใจมากขึ้นครับ)

    ขอยกสูตรคำนวณกำลังไฟฟ้ามาให้เข้าใจมากขึ้นนะครับ
    P = I ยกกำลัง 2 * R



    P = กำลังไฟฟ้า หน่วยเป็น วัตต์
    I = กระแสไฟฟ้า หน่วยเป็น แอมป์
    R = ค่าความต้านทาน หน่วยเป็น โอห์ม

    ถ้าต้องการกำลังไฟฟ้า 50 วัตต์ โดยมีค่าความต้านทาน = 8 โอห์ม
    แทนค่าลงในสูตรแล้วจะได้ I = 2.5 A

    แต่ถ้าเปลี่ยนค่าความต้านทานลดลงเป็น 4 ohm
    จะได้ I = 3.54 A

    จะสังเกตุได้ว่า เมื่อค่าความต้านทานลดลง จะต้องใช้กระแสไฟฟ้ามากขึ้นเพื่อให้ได้กำลังไฟฟ้าเท่าเดิม

    เหมือนกันกับลำโพง ถ้ามีอิมพีแดนซ์ลดลง ลำโพงจะต้องการกระแสไฟฟ้าจากแอมป์มากขึ้นครับ
    แอมป์ก็จะทำงานหนักขึ้นจึงเกิดความร้อนมากกว่าเดิมครับ

    creditรูป : http://www.pwtk.ac.th
    ขอบคุณครับ

  12. #12
    OverclockZone Member putcefe's Avatar
    Join Date
    1 Dec 2006
    Location
    ^^^^^^^^

    Default

    โอ้โฮ เอา วิชาการ พื้นฐานวิศวะ มาใช้ เลยนะนี้

  13. #13
    OverclockZone Member
    Join Date
    23 Jan 2008

    Default

    ขอขุดกระทู้เก่ามาตอบนิดนึงนะครับ
    จริง ๆ แล้วคำว่า Ohm ไม่น่าจะใช้คำว่า
    ความต้านทาน เพราะอาจจะทำให้เกิดความ
    เข้าใจผิดระหว่างแปลไทยเป็น Eng จริง ๆ ถ้าใช้
    คำว่า ความทนทาน อะไรประมาณนี้จะสื่อสารกันได้ OK กว่าครับ

  14. #14
    OverclockZone Member
    Join Date
    27 Jan 2007

    Default

    Quote Originally Posted by tugy View Post
    ขอขุดกระทู้เก่ามาตอบนิดนึงนะครับ
    จริง ๆ แล้วคำว่า Ohm ไม่น่าจะใช้คำว่า
    ความต้านทาน เพราะอาจจะทำให้เกิดความ
    เข้าใจผิดระหว่างแปลไทยเป็น Eng จริง ๆ ถ้าใช้
    คำว่า ความทนทาน อะไรประมาณนี้จะสื่อสารกันได้ OK กว่าครับ
    มุขหรือเปล่าครับ http://dict.longdo.com/search/Ohm

    ในที่นี้ จขกท. พูดถึง 6 โอห์ม และ 8 โอห์ม เป็นที่เข้าใจกันว่าพูดถึงความต้านทานของลำโพง(เป็นโอห์มเหมือนตัวต้านทาน)
    จะเห็นว่าในลำโพงถูกๆที่ใช้ประกอปสำเร็จรูปมาเช่นtv/minicompo./ลำโพง+แอมป์ในตัว
    บางทีใช้4โอห์ม ด้วยซ้ำไปเหตุผลคือยิ่งความต้านทานต่ำยิ่งขับง่ายสามารถใช้ชิปแอมป์วัตต์ต่ำๆก็ขับเสียงได้ดังกว่าโอห์มสูงๆลดต้นทุนได้บาน

    ส่วนลำโพงแพงๆไม่ต้องพูดถึงหรอกครับว่าโอห์มมาก โอห์มน้อย ขับยากขับง่าย(แอมป์ขับลำโพง)

    มันขึ้นอยู่กับการออกแบบลำโพงบางทีแอมป์วัตต์สูงๆยี่ห้อดีๆใช่ว่าจะขับลำโพงไม่ว่าโอห์มมาก โอห์มน้อยได้เสียงดีทุกตัว ต้องดูว่ามันไปด้วยกันได้ดีหรือเปล่าอีกที หรือพูดกันว่าแมทไรเนี๊ย

  15. #15
    OverclockZone Member naraklive's Avatar
    Join Date
    30 Aug 2008

    Default

    ผมก็ความรู้น้อยนิดนะ
    เท่าที่รู้มาการบอกวัตต์ก็เป็นการตลาดเหมือนกัน
    ตัวแรกแอมป์ญี่ปุ่นบอกว่า 300 วัตต์ กับ อีกตัวนึง แค่ 100 วัตต์ แต่หนัก40-50กิโล และยี่ห้อ mark levinson เราจะเลือกอะไร
    อย่างที่ผมใช้เขาบอกแค่50 ที่8โอห์ม 100 ที่4โอห์ม เขาบอกวัดจริงได้ 80/140
    ผมถามคนขายว่าอยากจะซื้อรุ่นที่ใหญ่ขึ้นที่เขียนว่า 100 ที่8โอห์ม 200 ที่4โอห์ม นึกว่าจะได้กำลังเพิ่มขึ้น
    คนขายห้าม เขาบอกว่าที่พี่ใช้อยู่น่ะดีแล้ว รุ่นที่ใหญ่ขึ้นมามันแค่เพิ่มความละเอียดเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น กำลังก็พอๆกัน
    ถ้าฟังดูรุ่นใหญ่อาจฟังแล้วเบสต้นน้อยลงด้วย เพราะไปเพิ่มความละเมียดนั่นเอง

  16. #16
    OverclockZone Member lumpaffect's Avatar
    Join Date
    13 Aug 2009

    Default

    เท่าที่ผมเคยอ่านมา อย่างละเอียดแต่ จำไม่ค่อยได้
    มันเป็นการตลาดน่ะครับ
    อย่างเช่น(ลำโพง A) 8 โอร์ม อันนี้เป็นค่ากลางลำโพงบ้านที่ใช้กันทั่วหน้า สมมุติว่า 80 watt (ค่านี้อาจจะเป็นกำลังขับมาตรฐานจริง) (ไอ้ขับยากขับง่ายไม่อยากพูดถึง โอร์มมากส่วนใหญ่ วัตต์จะน้อยแต่วัตต์นั้นแท้โคตรถ้าวัตต์เยอะก็แพงโ๕ตรอีกครับ) และก็
    (ลำโพง A) 4 โอร์ม อันนี้เขาจะใส่ประมาณ 120 watt
    เพื่อให้ดูไม่น่าเกลียด อะครับ (หลอกตา)/ยิ่งพวกวัตต์ pmpo นี่ ที่อเมริกาเขาบอกให้หาร 50 เลยจะได้วัตต์ rms แท้
    เสริมนิดกับพวก THD(ค่าความเพี้ยน) เช่น 10% หมายถึง ถ้าลำโพงเร่งไปถึงวัตต์เต็ม เสียงจะเพี้ยนไป 10%
    ลำโพงระดับ hifi หรือหลักล้านส่วนใหญ่ เขาจะดูกันที่ 8 โอร์มอะครับ ซึ่งจะได้วัตต์จริงมาก ส่วน THD เขาจะไม่ให้เกิน 0.08 % มั้ง พวกระดับหูทองคำฝังเพชร
    ผิดพลาดไงขออภัยครับ อ่านมานานละจำไม่ค่อยจะได้

  17. #17
    OverclockZone Member fenderfree's Avatar
    Join Date
    13 Aug 2009
    Location
    BKK

    Default

    ผมว่าค่า Ohm. นี่เค้าระบุมาเพื่อให้เราเลือกแอมป์กับลำโพงได้เหมาะสมกันมากกว่าอ่ะครับ อย่างเช่นแอมป์ตัวนี้1000 watt. ที่ 8 Ohm. 1500 watt. ที่ 4 Ohm. ทีนี้เราก็ไปเลือกลำโพงที่มันเหมาะสมกับแอมป์ตัวนี้

  18. #18
    OverclockZone Member qubely's Avatar
    Join Date
    9 Feb 2010

    Default

    damping factor


Bookmarks

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •