overclockzonefanpage  overclockzoneth  TV  
Page 1 of 2 12 LastLast
Results 1 to 20 of 24
  1. #1
    OverclockZone Member Nero Angel's Avatar
    Join Date
    29 Dec 2008

    Default ทำไมแปลงจากMP3เป็นWAVแล้วไม่เห็นต่าง

    ใช้โปรแกรมFormatfactoryแปลงครับ
    ลองเปิดทั้งKPMกับ PowerDVD9Ultra ก็เหมือนเดิมครับ
    แต่เพลงเดียวกันเปิดจากแผ่นAudio CD ดูจะเพราะกว่าครับ

    ใช้ALC889A
    ลำโพงPS2000 ต่อสายOptic ราคา350.ครับ

  2. #2
    OverclockZone Member b0taN's Avatar
    Join Date
    1 Mar 2009
    Location
    ราชเทวี ใกล้ๆpantip aiAi

    Default

    มาลองซุยๆ

    ก็MP3 มันความละเอียดน้อยกว่า wav ใช่มะครับ

    การแปลงเอ็มพี3กลับไปเป็นเวฟ ก็ไม่ทำให้ส่วนที่ถูกตัดทิ้งไปจากตอนที่ริปมาเป็นmp3

    โผล่กลับมาใหม่ พอจะเก็ทไม้ครับ

    audio cd มันก็คือต้นฉบับไงครับ

  3. #3
    OverclockZone Member Nero Angel's Avatar
    Join Date
    29 Dec 2008

    Default

    พอจะเข้าใจแล้วครับ
    เห็นว่าเป็นบีบอัดไง
    นึกว่ามันจะยึดได้ปกติแบบZIP

  4. #4
    OverclockZone Member
    Join Date
    20 Oct 2008

    Default

    ถูกต้องตามข้างบน

    http://forum.munkonggadget.com/detail.php?id=9725 <<ลองเข้าไปอ่านดู

  5. #5
    OverclockZone Member ploynut's Avatar
    Join Date
    1 May 2008
    Location
    กทม. - นครปฐม

    Default

    เขามีเเต่เเปลง wav เป็น mp3

  6. #6
    OverclockZone Member kang2005's Avatar
    Join Date
    23 Nov 2006
    Location
    โรงพยาบาลเชียงแสน จ.เชียงราย 08-8259-0246

    Default

    Quote Originally Posted by Nero Angel View Post
    พอจะเข้าใจแล้วครับ
    เห็นว่าเป็นบีบอัดไง
    นึกว่ามันจะยึดได้ปกติแบบZIP
    มันไม่ได้บีบอัดครับ

    แต่การแปลงมาเป็น MP3 นั้น

    จะเป็นการเข้ารหัสไฟล์ใหม่ แล้วลดคุณภาพเสียงลงมาครับ จะทำให้ขนาดไฟล์ลดลงมา 10 เท่าครับ

    นี่คือ MP3 ทั่วไป = sampling rate : 44.1 KHz ,Bit Rate : 128 Kbps

    นี่คือ CD-Audio = sampling rate : 44.1 KHz ,Bit Rate : 320 Kbps

    การที่นำ mp3 กลับเป็น WAV ไม่ได้ช่วยให้คุณภาพเพิ่มขึ้นครับ

    ถ้าอยากได้คุณภาพ ของ MP3 ก็ Rip CD-Audio ที่ Bit Rate : 320 Kbps ครับ

    ส่วนตัวผมนั้นฟังที่ Bit Rate : 192 Kbps ก็พอแล้วครับ

    Bit Rate : 320 Kbps หูเทพไม่พอ

  7. #7
    OverclockZone Member Anubizy_GOLD's Avatar
    Join Date
    19 Nov 2007

    Default

    ดีแล้วครับ ถ้าคุณบอกว่าได้ยินรายละเอียดมากขึ้นนี่้สงสัยต้องคุยกันยาว 555+

    MP3 เป็นรูปแบบการแบบอัดแบบ Lossy คือ สูญเสียไปแล้ว ไม่สามารถนำกลับคืนมาสู่สภาพเดิมได้(แปลงกลับได้ แต่ไม่สามารถทดแทนส่วนที่สูญเสียไปแล้ว)
    ส่วนการบีบอัดแบบ Lossless นั้น ทำให้ขนาดเล็กลงและไม่สูญเสียคุณภาพ(เช่น Flac WAV ที่คุ้นเคยกันดี)

    *CD Audio อยู่ที่ 1411kb/s ไม่ใช่ 320kb/s

  8. #8
    OverclockZone Member Camfrog_Terms_Of_Service's Avatar
    Join Date
    15 Dec 2007
    Location
    ป่า

    Default

    555555 จดๆๆๆ

  9. #9
    OverclockZone Member arito's Avatar
    Join Date
    27 May 2008
    Location
    Earth

    Default

    ออ นั้นอะดิ งง ว่าทำไมบอกว่า cd audio เป็น 320

    320นี่ยัง ยังไม่ใสนะ

  10. #10
    OverclockZone Member nitroboy's Avatar
    Join Date
    17 May 2007
    Location
    อยู่ที่ใจ ใช่ใบหน้า

    Default

    Quote Originally Posted by Nero Angel View Post
    พอจะเข้าใจแล้วครับ
    เห็นว่าเป็นบีบอัดไง
    นึกว่ามันจะยึดได้ปกติแบบZIP
    มันเรียกว่าบีบอัดไม่ได้เต็มปากเต็มคำเท่าไหร่ครับ
    มันเป็นการเข้ารหัสใหม่ และย่อขนาดโดยการตัดทอนสิ่งที่มันเห็นว่าไม่จำเป็นเช่น คลื่นความถี่ที่สูงหรือตํ่าจนไม่ได้ยิน เป็นต้น
    mp3 จัดว่าเป็น บีบอัดข้อมูลแบบสูญเสียบางส่วน (Lossy data compression) หรือ Lossy นั่นเอง


    ซึ่ง ถ้าเป็นไฟล์ lossless มันถึงจะเป็นการบีบอัดแบบไม่สูญเสีย
    นั่นก็คือ เมื่อนำมาแปลงกลับเป็น .wav จะได้ข้อมูลเหมือนกันทุก bit ไม่ว่าจะเป็น lossless นามสกุลใดๆก็ตาม

    lossless ที่เห็นๆกันก็จะได้แก่

    Apple Lossless - ALAC (Apple Lossless Audio Codec)
    Direct Stream Transfer - DST
    Free Lossless Audio Codec - FLAC
    Meridian Lossless Packing - MLP
    Monkey's Audio - Monkey's Audio APE
    RealPlayer - RealAudio Lossless
    Shorten - SHN
    TTA - True Audio Lossless
    WavPack - WavPack lossless
    WMA Lossless - Windows Media Lossless

    เป็นต้น ซึ่งนามสกุลต่างๆพวกนี้ นำมาแปลงกลับ ก็จะได้ .wav ที่ข้อมูลเหมือนกันหมด

    การเอา mp3 มาแปลงเป็น .wav ไม่ได้มีประโยชน์อันใดขึ้นมาเลยครับ นอกจากเปลืองพื้นที่มากขึ้น
    เหมือนการนำภาพขนาด 200*200 พิกเซล มาแปลงเป็น 2000*2000 พิกเซล ภาพมันใหญ่ขึ้นก็จริงครับ แต่รายละเอียดภาพมันก็เท่ากับ 200*200 นั่นล่ะ



    Quote Originally Posted by kang2005 View Post
    มันไม่ได้บีบอัดครับ

    แต่การแปลงมาเป็น MP3 นั้น

    จะเป็นการเข้ารหัสไฟล์ใหม่ แล้วลดคุณภาพเสียงลงมาครับ จะทำให้ขนาดไฟล์ลดลงมา 10 เท่าครับ

    นี่คือ MP3 ทั่วไป = sampling rate : 44.1 KHz ,Bit Rate : 128 Kbps

    นี่คือ CD-Audio = sampling rate : 44.1 KHz ,Bit Rate : 320 Kbps

    การที่นำ mp3 กลับเป็น WAV ไม่ได้ช่วยให้คุณภาพเพิ่มขึ้นครับ

    ถ้าอยากได้คุณภาพ ของ MP3 ก็ Rip CD-Audio ที่ Bit Rate : 320 Kbps ครับ

    ส่วนตัวผมนั้นฟังที่ Bit Rate : 192 Kbps ก็พอแล้วครับ

    Bit Rate : 320 Kbps หูเทพไม่พอ

    อันนี้ก็ไม่ถูกครับ ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า

    โดยปกติ Audio CD จะบันทึกตามมาตาฐานคือ 16 bit
    ด้วยอัตรา Sampling 44,100 Hz

    Bit คือ ความสามารถในการให้รายละเอียดเสียง, ระดับความเบาค่อย ถ้า16 bit จะได้ 65535 ระดับเสียง

    Sampling Rate คือ ค่าที่เป็นตัวบอกความต่อเนื่องของเสียง, Audio CD จะใช้ Sampling 44,100 Hz มาจากค่าความถี่เสียงสูงสุดที่คนสามารถได้ยิน(~22.05 kHz) คูณ 2 (เพราะเป็นสเตอรืโอ 2 ชาแนล)

    ก็คือ 44.1 khz

    44,100 samples per second x 16 bits per sample x 2 channels = 1,411,200 bit/s = 1,411.2 kbit/s

    ดังนั้น ไฟล์ audio cd ตามมาตรฐาน Bit Rate จะอยู่ที่ 1411 k ครับ ไม่ใช่ 320 k




    - Bit Rate ก็เช่นกันคับจะมีการแปรผันโดยตรงต่อค่า Sampling Rate ซึ่งเกี่ยวพันโดยตรงถึงคุณภาพเสียง การตอบสนองต่อแต่ละย่านความถี่เสียงที่กว้างมากหรือน้อย ดังนั้นหาก Sampling Rate มีค่ามาตรฐานตามจริงแล้ว ค่า Bit Rate ก็จะสูงขึ้นตามมาตรฐานนั้นไปด้วยคับ ซึ่งหลักใหญ่ใจความอยู่ที่ค่า Sampling Rate คับ

    ในการบีบอัดไฟล์ อาธิ สกุล mp3 ก็จะมีค่าสูงสุดเป็นไปได้อยู่ที่ 320 Kbps. คับ

    นี่ล่ะครับคือที่มาของ 320k


    ส่วนใครว่า Bit Rate เท่านั้นเท่านี้ ก็ฟังไม่ออกแล้ว ก็ตามความเชื่อ และความพอใจของการใช้งานของแต่ละบุคคลครับ
    แต่ผมบอกได้เลยว่า มิติมันต่างกันเยอะครับ ^ ^ ใครสบายใจก็ rip ไม่พอใจก็ไม่ต้อง rip ครับ อิๆๆ

    ปล. ที่บอกว่ามันต่างกัน 10 เท่า 128 k มันไม่ได้ต่างกับ 320 k 10เท่านะครับ แค่ 2 เท่ากว่าๆ เอง อิๆๆ แซวเล่น



    ปล. ขอทำตัวหนานิดนึงนะครับ เห็นมีกระทู็ประมาณนี้หลายกระทู้แล้ว ยังไม่ค่อยจะมีความเข้าใจที่ถูกกัน จะได้เห็นชัดๆ เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน
    Last edited by nitroboy; 30 Jul 2009 at 14:07:02.

  11. #11
    OverclockZone Member yoshio's Avatar
    Join Date
    20 Mar 2008

    Default

    จดๆ

    ผมชอบ Apple Lossless ที่สุดกินที่น้อยดี

  12. #12
    OverclockZone Member tanagritm's Avatar
    Join Date
    28 Nov 2007

    Default

    ดีครับ

  13. #13
    OverclockZone Member Camfrog_Terms_Of_Service's Avatar
    Join Date
    15 Dec 2007
    Location
    ป่า

    Default

    มาจดอีกรอบครับ ผมก็พึ่งรุ้ อิอิ

  14. #14
    OverclockZone Member coolzaza's Avatar
    Join Date
    29 Nov 2008

    Default

    ขอแก้นิ๊ดดดดดดดดดนึงนะครับ (นิดหนึงจริงๆ)

    Quote Originally Posted by nitroboy View Post

    อันนี้ก็ไม่ถูกครับ ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า

    โดยปกติ Audio CD จะบันทึกตามมาตาฐานคือ 16 bit
    ด้วยอัตรา Sampling 44,100 Hz

    Bit คือ ความสามารถในการให้รายละเอียดเสียง, ระดับความเบาค่อย ถ้า16 bit จะได้ 65535 ระดับเสียง

    Sampling Rate คือ ค่าที่เป็นตัวบอกความต่อเนื่องของเสียง, Audio CD จะใช้ Sampling 44,100 Hz มาจากค่าความถี่เสียงสูงสุดที่คนสามารถได้ยิน(~22.05 kHz) คูณ 2 (เพราะเป็นสเตอรืโอ 2 ชาแนล)


    ที่คูณสองไม่ใช่เพราะ 2 ch นะครับ แต่คูณสองเพราะทฤษฎีการสุ่มบอกว่า ถ้าจะสุ่มสัญญาณ discrete ออกมาเป็น continuous แบบให้ได้ใจความครบถ้วน ต้องใช้ความถี่ในการสุ่มเป็นสองเท่าของความถี่สูงสุดของสัญญาญ discrete
    นั้นครับ

  15. #15
    OverclockZone Member liveboys's Avatar
    Join Date
    5 Jan 2008
    Location
    A, A

    Default

    ข้าน้อยขอคารวะ หนึ่งจอก จดๆ

  16. #16
    OverclockZone Member carbon_za's Avatar
    Join Date
    29 Nov 2007
    Location
    จรัญสนิทวงศ์ 13

    Default

    แล้ว MP3 VBR อ่ะครับ กับ 320k อ่ะครับ ทำไมไฟล์ VBR bitrate มันวิ่งตลอดอ่ะครับเหมือนไม่คงที่อ่ะครับ
    แล้วระหว่าง ไฟล์ MP3 VBR กับ 320k อันไหนดีกว่ากันอ่ะครับ

  17. #17
    OverclockZone Member Anubizy_GOLD's Avatar
    Join Date
    19 Nov 2007

    Default

    VBR กับ CBR

    Constant BitRate - คือชื่อเต็มของ CBR ...ความหมายก็ตามชื่อครับบิทเรทจะคงที่ ไม่ว่าจะเป็นวินาทีที่เท่าไร ความละเอียดของเครื่องดนตรีมากแค่ไหน

    Variable BitRate - ส่วนนี่คือ VBR...ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อให้ลดขนาดของไฟล์ลง โดยบิทเรทนั้นจะขึ้นๆลงๆตามความละเอียดของเครื่องดนตรี ณ จุดนั้น (เช่นช่วงอินโทร มีแค่กีต้าร์ดีดเบาๆ ช่วงนี้บิทเรทจะต่ำ หรือ ช่วงท่อนฮุค ใส่กันเต็มๆบิทเรทก็จะสูงขึ้น) โดยตัวเลขบิทเรทที่แสดงเมื่อดูรายละเอียดไฟล์จะเป็นตัวเลขโดยเฉลี่ย

    อย่างไรก็ตาม VBR ไม่ค่อยเวิร์คเท่าไรในการใช้งานจริง จึงไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก

  18. #18
    OverclockZone Member nitroboy's Avatar
    Join Date
    17 May 2007
    Location
    อยู่ที่ใจ ใช่ใบหน้า

    Default

    Quote Originally Posted by coolzaza View Post
    ขอแก้นิ๊ดดดดดดดดดนึงนะครับ (นิดหนึงจริงๆ)



    ที่คูณสองไม่ใช่เพราะ 2 ch นะครับ แต่คูณสองเพราะทฤษฎีการสุ่มบอกว่า ถ้าจะสุ่มสัญญาณ discrete ออกมาเป็น continuous แบบให้ได้ใจความครบถ้วน ต้องใช้ความถี่ในการสุ่มเป็นสองเท่าของความถี่สูงสุดของสัญญาญ discrete
    นั้นครับ
    ขอบคุณครับ ผมก็อ่านๆลวกๆ ไม่รู็จะพูดยังไงให้เข้าใจง่ายๆ เลยออกมาผิดพลาด ขอบคุณครับที่แก้ให้ จดกันให้ไวเลย ^ ^

  19. #19
    OverclockZone Member
    Join Date
    22 Dec 2008

    Default

    อยากทราบเฉยๆครับว่า เอา MP3 ไปแปลงเป็น WAV แล้วขนาดไฟล์มากขึ้น
    อยากทราบว่า มันมีอะไรที่เพิ่มขึ้นมาหรอครับ ทำไมไฟล์มันถึงได้ใหญ่ขึ้น

    ไม่มีใครพูดถึง AIFF เลยแฮะ

  20. #20
    OverclockZone Member Hikiyama_Matsuri's Avatar
    Join Date
    12 Jan 2008

    Default

    Quote Originally Posted by mac4thai View Post
    อยากทราบเฉยๆครับว่า เอา MP3 ไปแปลงเป็น WAV แล้วขนาดไฟล์มากขึ้น
    อยากทราบว่า มันมีอะไรที่เพิ่มขึ้นมาหรอครับ ทำไมไฟล์มันถึงได้ใหญ่ขึ้น
    ที่เพิ่มขึ้นมาก็ข้อมูล (ที่ไม่ได้มีอะไร) ไงครับ

    ไฟล์ MP3 มันมีขนาดเล็ก ก็เพราะว่า มันเป็นข้อมูลที่ผ่านการถูกบีบอัด มาแล้วครับ (เป็นการบีบอัดแบบ ยอมให้สูญเสียข้อมูลบางส่วนได้)
    ส่วนไฟล์ WAV มันเป็น ข้อมูลตามปกติ (ที่ไม่ได้มีการบีบอัด) เลย


    Quote Originally Posted by Nero Angel View Post
    ทำไมแปลงจาก MP3 เป็น WAV แล้วไม่เห็นต่าง
    เพราะข้อมูลเสียงบางส่วนมันสูญหายไปตั้งแต่ที่ถูกแปลงให้เป็น MP3 แล้วครับ
    ดังนั้น ถึงแม้จะแปลง MP3 ให้เป็น WAV แล้วได้ข้อมูลที่มีขนาดเท่ากับไฟล์ WAV ใน Audio CD ขึ้นมา
    ก็ไม่ได้หมายความว่า ข้อมูล WAV จาก MP3 อันนี้ กับ WAV ใน Audio CD จะเหมือนกันนะครับ

    เพราะข้อมูลเสียงบางส่วนมันสูญหายไปตั้งแต่ที่ถูกแปลงให้เป็น MP3 แล้วครับ
    ผมจะพิมพ์ซ้ำกันทำไมเนี่ย =_=

Page 1 of 2 12 LastLast

Bookmarks

Bookmarks

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •